ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก (Midnight High-School)

    ตอนที่ 52 : ความรักเปรียบดั่งสงคราม ตอนแรก

     

    ตอนที่ 52 : ความรักเปรียบดั่งสงคราม ตอนแรก

     

    ———— ก่อนหน้านี้เล็กน้อย

              หลังระฆังบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนส่วนใหญ่ต่างก็แยกย้ายกันในทันที

              กรณียกเว้นคงมีเพียงคนที่ได้รับหน้าที่พิเศษอย่างชินและซูซาน (ชงหยวน) ที่ต้องจัดการธุระของโรงเรียนต่อให้เสร็จ ส่วนคนที่เหลือก็จำต้องแยกย้ายดังว่า

     

              ...แต่ข้อยกเว้นเองก็มีอยู่

     

    “เฮ้อ...”

              เกวนที่กำลังเดินถอนหายใจบนโถงทางเดินคือหนึ่งตัวอย่าง

              เธอเดินคอตกออกมาจากห้องได้สักพักใหญ่แล้ว แต่ความกระวนกระวายใจยังไม่ได้หายไปไหนไกล

     

              วันนี้ควรจะได้เป็นอีกวันที่เธอและชิน (บวกกับเพื่อน ๆ) ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนด้วยกันอย่างสนุกสนาน

              แต่วันนี้ชินดันติดประชุมก็เลยไปด้วยไม่ได้ พอเป็นแบบนั้นเกวนเลยไม่รู้สึกอยากไปเที่ยวเท่าไรนักด้วยเหตุผลที่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ

              แค่นั้นว่าทำจิตใจห่อเหี่ยวแล้ว แต่ซ้ำร้ายยิ่งกว่าคือการได้เห็นชินกับซูซานใช้เวลาด้วยกันสองต่อสองเป็นอย่างสุดท้ายก่อนจาก

              ตรงจุดนั้นแหละที่ทำเกวนรู้สึกกระอักกระอ่วนร้อนใจเป็นที่สุด

     

    อือ... รู้งี้ไม่น่ายกตำแหน่งตัวแทนให้ซูซานไปเลยอ่ะ

              เกวนครางผ่านลำคอนึกเสียใจทีหลัง คิดว่าถ้าตอนนั้นดื้อดึงเสียหน่อยที่ตรงนั้นคงกลายเป็นของเธอ

              และความเสียดายก็จุดติดกับความอิจฉาได้ง่ายเสียด้วย

     

    จะว่าไป... ทำไมซูซานถึงต้องพยายามทำตัวติดกับชินขนาดนั้นด้วยเนี่ย!

    เป็นนักเรียนใหม่ไม่ใช่เหรอ? แบบนั้นมันไม่แปลกไปหน่อยรึไง? น่าสงสัยจะตายไป?!

              เกวนทำแก้มป่องแง่งอนอยู่คนเดียว กุมหัวส่ายไปส่ายมาจนคนที่เดินสวนต้องเหล่มอง

              จะว่าน่าสงสัยก็ใช่ แต่พอคนทำเป็นเกวนแล้วทุกคนกลับคิดว่าน่ารักมากกว่า

              แม้เรื่องที่เกวนกำลังคิดกังวลในหัวจะเป็นคนละอารมณ์เลยก็ตาม

     

              สำหรับเกวน... การไม่รู้ว่าชินกับซูซานกำลังทำอะไรด้วยกันอยู่นั้นเป็นความร้อนใจอย่างที่สุด

              ทำไมถึงพยายามเข้าหาชิน? ทำไมถึงทำตัวสนิทสนมด้วย? เกวนอยากรู้เรื่องนั้นแทบใจจะขาด มือไม้ตัวก็สั่นไปหมดหยุดนิ่งไม่ไหว

              ใบหน้าเธอหมองลงตามความกังวลนั้น

     

    เอาจริง ๆ... รู้สึกเหมือนชินสนิทกับเธอมากกว่าเพื่อนซี้อย่างเราอีก

    ระหว่างทั้งสองคนมันดูมีอะไรมากกว่าที่เห็นยังไงไม่รู้

    ตอนโรงยิมก็ดูเหมือนจะรู้จักกับคุณโอลิเวียมาก่อนด้วย

     

    แต่...ชินก็ส่งสัญญาณว่าไม่ไว้ใจซูซานอีก สรุปแล้วมันยังไงกันเนี่ย!?

              สัญชาตญาณผู้หญิงของเกวนช่างเฉียบคม แต่ก็ทำได้แค่เพิ่มความสงสัยให้ตัวเอง ยิ่งคิดเกวนเลยยิ่งสับสน

     

    แต่ไม่สิ! เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวนี่นา!

              เกวนเริ่มรู้สึกว่าตนคิดมากไป การคิดหาเหตุผลจนลืมความรู้สึกตัวเองไม่ได้ทำให้เธอสบายใจขึ้นเลย

              นึกขึ้นได้ดังนั้นเกวนจึงพยายามกลับมาเหยียดหลังตรงตั้งหลักใหม่

     

    นั่นสิ! ชินกับซูซานจะสนิทกันยังไงก็ไม่เกี่ยวนี่!

    ไม่ว่าเรื่องเมื่อก่อนของทั้งสามคนจะเป็นยังไง แต่ถ้าชินกำลังลำบากเราก็ต้องหาทางช่วยสิ!

     

    นะ ในฐานะเพื่อนสนิทไง อื้ม! แบบนั้นก็ดูไม่น่าเกลียดเกินด้วย! ถึงเป็นซูซานก็ว่าอะไรไม่ได้แน่!

    เพื่อนกันช่วยเหลือกันมันก็ธรรมดาออกจะตาย!

     

    แล้วหลังจากนั้น ถ้าความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้นมากกว่ามันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้อ่ะเนาะ!

    ถึงตอนนั้นซูซานกับชินจะเคยสนิทกันยังไงก็ไม่เกี่ยวหรอก! อื้ม!

              แทนที่จะหดหู่กับอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้ สู้คิดในแง่บวกแล้วตะลุยไปทั้งอย่างนี้ดีกว่า

              เกวนคิดได้ดังนั้นจึงกำหมัดฮึดให้กำลังใจตัวเอง คิดว่าต่อให้สถานการณ์ของทุกคนซับซ้อนแค่ไหนแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อชินเปลี่ยนไปอยู่ดี

              อันที่จริง... ความรู้สึกเธอค่อนข้างรุนแรงขึ้นเสียด้วยซ้ำ

     

              แต่... ความลำบากคือการได้รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรนี่แล

              ความรู้สึกผิดหวังเลยกลับมากวนใจ จากความไร้พลังและขาดข้อมูลของตัวเอง

              ความคิดเหล่านั้นเริ่มทำเกวนคิ้วตกคอหดหงอยไปหมด ทั้งที่เธอเพิ่งเยียวยาใจตัวเองกลับมาได้แท้ ๆ

     

    ถ้าทำได้... เราก็อยากจะคอยช่วยชินจริง ๆ นั่นแหละ

     

    แต่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย...

    จะให้เข้าไปช่วยแบบไม่ดูตาม้าตาเรือก็อาจจะทำให้ชินลำบากกว่าเดิมก็ได้

     

    แต่จะรอให้ชินขอ... ชินเค้าก็คงไม่ขอให้เราช่วยหรอก

    ก็เค้าเป็นคนดีออกจะตายนี่นา

    “อือ......”

              หญิงสาวผู้ว้าวุ่นใจทำได้แค่ครางเสียงในลำคอ สุดท้ายความคิดเธอก็วนกลับมาจุดเดิมตรงที่ไม่รู้จะเข้าหาชินด้วยวิธีไหนดี

     

    “งั้นผมไปรอห้องประชุมก่อนนะ”

    “!?”

              ระหว่างที่กำลังเดินผ่านห้องเรียน นักเรียนชายคนนึงเดินออกมาจากห้องข้างหน้าเกวนพอดี

     

              เผอิญ... เขาเป็นคนเดียวกับที่เคยนั่งกินข้าวด้วยกันตอนเที่ยงเมื่อหลายวันก่อน สายตาเธอเลื่อนขึ้นไปมองป้ายห้องดังกล่าวด้วยความสงสัยอัตโนมัติ

              แล้วทันทีที่เห็นว่าเป็นห้อง ม.5/1 ตามคาด ดวงตาเกวนก็ย้อมกลับด้วยประกายแห่งความหวังทันที

     

    นี่ไงล่ะ!?

              กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านทั่วทั้งตัวเกวน เหมือนกระตุ้นให้เธอรีบเดินไปดูว่าคนที่นักเรียนชายคนนั้นคุยด้วยคือคนที่เธอหวังไว้หรือไม่

     

    “อ้าว ตายจริง” และใช่... คนที่เหลืออยู่ในห้องคนเดียวคนนั้นหันมาสบตาเธอด้วยความแปลกใจ

    “มีธุระอะไรรึเปล่าคะเกวน?”

              นักเรียนสาว... โอลิเวียเอ่ยทักจากในห้องใกล้กับประตู เป็นดังที่เกวนหวังไว้

     

              ทางเอลฟ์สาวเอ่ยอย่างสุภาพชนพร้อมกับเลื่อนเรือนผมทัดหูโดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีแสดราวกับภาพวาด

              ความงามนั่นทำเอาเกวนเองยังเผลอหลงใหลไปชั่วขณะ

     

    ดูกี่ทีก็สวยไม่เปลี่ยนจริง ๆ เลย คุณโอลิเวีย

              เกวนได้ยลโฉมโอลิเวียใกล้ ๆ แล้วถึงกับเหงื่อตก ความกลัวพ่ายทำเธอแอบคิดว่ามาปรึกษาเรื่องชินผิดคน

     

              แต่... คนที่น่าจะรู้เรื่องของชินที่สุดก็มีแต่โอลิเวีย

              ถ้าไม่ถามเธอ เกวนก็จะไม่มีทางคืบหน้าไปมากกว่าที่เป็นอยู่

              นอกจากนี้... ในส่วนลึกของจิตใจ เกวนกลับรู้สึกว่าโอลิเวียไว้ใจได้ทั้งที่มีสถานะเป็นคู่แข่ง

              หากเธอแสดงความปรารถนาดีต่อชินออกมาตามตรง เกวนเชื่อว่าโอลิเวียจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจ

     

              ...นั่นเพราะสายตาที่เธอมองชิน มันเป็นแบบเดียวกับของเธอ

     

              เกวนทำหันซ้ายทีขวาที แล้วพอเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปหาโอลิเวีย

     

    “แบบว่า... ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ?”

    “...ได้สิคะ”

              สายตาของโอลิเวียคมกริบขึ้นมา แต่ก็ตอบรับคำขอของเกวนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

              ตอนแรกเกวนเองก็กังวล เพราะเธออ่านอารมณ์จากสีหน้าและน้ำเสียงของโอลิเวียผู้เป็นหญิงสาวหน้าตายไม่ออก

              แต่โอลิเวียตอบรับแทบจะทันทีแบบนี้เกวนก็ใจชื้นเหมือนกัน

     

    “อย่าลืมล็อคประตูด้วยนะคะ”

    “เอ๊ะ? อื้ม!”

              ถูกโอลิเวียชี้นิ้วย้ำเกวนก็ทำตามอย่างว่าง่าย

     

    คุณโอลิเวียนี่รอบคอบจริงแฮะ

              เกวนแอบชมโอลิเวียในใจ เธอรีบลงกลอนประตูตามคำแนะนำ

     

              ...แต่พอหันกลับไปหาโอลิเวีย จู่ ๆ เจ้าตัวก็ตั้งท่ายืนตรงแบบไม่มีช่องว่าง

              ท่าทางเหมือนจะเริ่มสู้นั่นทำเอาเกวนรู้สึกกดดันขึ้นมา

     

    “แล้ว... จะเริ่มยังไงดีคะ?”

    “เอ๊ะ!? เริ่มอะไรคะ?”

              เกวนยิ่งสับสนไปใหญ่กับคำพูดที่ดูจริงจังของโอลิเวีย เธอรู้สึกว่าสถานการณ์มันชักจะแปลก ๆ เข้าไปทุกที

     

    “จะประกาศสงครามไม่ใช่เหรอคะ?”

    “สงคราม!?”

              เกวนถึงกับไหล่สะดุ้ง ยิ่งได้เห็นโอลิเวียพูดด้วยสีหน้านิ่งยิ่งกังวล เพราะไม่รู้ว่าเธอพูดจริงหรือพูดเล่น

     

    “แหม ๆ... ความรักนี่แหละค่ะคือสงครามที่ยิ่งกว่าสงคราม ไม่คิดอย่างนั้นเหรอคะ?” โอลิเวียพูดฉีกยิ้มดูขี้แกล้งมากกว่าปกติ

              ...ถึงสายตาคมกริบที่โอลิเวียมองมาจะดูค่อนไปทางเอาจริงก็เถอะ แถมยังไม่นับเรื่องที่โอลิเวียเดาออกว่าเกวนจะมาคุยเรื่องของชินด้วยอีก

              ความเฉียบคมนั่น เกวนสัมผัสแล้วถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว

     

    “มะ ไม่ใช่นะ! ฉันไม่ได้จะสู้กับคุณโอลิเวียซะหน่อย!”

              เกวนปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงเต็มประตู

     

              แต่ตรงข้าม... พอโดนถามกลับ โอลิเวียก็ดันเอียงคอสงสัยกลับมาเหมือนจะพูดว่า ‘อ้าว? ไม่ใช่เหรอคะ?’ เสียอย่างนั้น

              ถ้าไม่นับเรื่องรุนแรงที่พูดออกมา ท่าทางแบบนั้นก็คงน่ารักน่าชังอยู่หรอก

              เกวนเลยได้แต่ยิ้มแห้งกับท่าทางทีเล่นทีจริงของโอลิเวีย เพราะสุดท้ายนั่นคงเป็นการแกล้งกันมากกว่า

     

              แต่... นั่นก็จนกว่าโอลิเวียจะเปิดปากอีกหน

     

    “แต่ถ้าคุณชนะ ดิฉันจะยอมแพ้เรื่องชินให้ก็ได้นะคะ”

    “เอ๊ะ!?”

              เกวนเบิกตาโพลงขึ้นมา คำเชิญของโอลิเวียกระตุกต่อมบางอย่างในตัวเธออย่างแรง

              เกวนถึงกับรู้สึกเหมือนเลือดในกายกำลังสูบฉีดเลยทีเดียว

     

              แต่หลังจากนั้นโอลิเวียก็ฉีกยิ้มออกมา

     

    “ล้อเล่นค่ะ”

              ความหวังถูกทำลายในบัดดลทำเอาเกวนตาค้าง

              แล้วเกวนก็ต้องกลับมาหงุดหงิดตัวเอง เธอรู้สึกอยากจะเขกกบาลตัวเองที่ถูกโอลิเวียแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่ยักจะทันเกมเสียที

     

    “...งืมมมมมม” สุดท้ายเกวนก็ได้แต่ทำแก้มป่อง ครางเสียงเหมือนสัตว์ตัวเล็ก ๆ

              โอลิเวียเห็นแล้วก็เผลออมยิ้มให้กับความใสซื่อและเถรตรงของเกวน เธอพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมชินถึงได้ไว้ใจเกวนนัก

     

    ถ้าไม่นับท่าทางที่ดูมั่นใจว่าจะชนะดิฉันได้ล่ะก็นะ

              โอลิเวียแอบรู้สึกติดใจในเรื่องนั้น แต่คิดว่าความรักคงทำให้คนตาบอดเกวนเลยประเมินพลังตัวเองผิดไปมากกว่า

     

              ...แม้สำหรับเกวนแล้ว มันอาจไม่ใช่การประเมินที่ผิดพลาดก็ตาม

     

    “แกล้งฉันเนี่ย... สนุกเหรอคะ” เกวนยังบ่นอุบแก้มป่องไม่หาย

              ปกติเกวนคงไม่กล้าถามโอลิเวียตรง ๆ

              แต่เพราะชินไม่อยู่ด้วยเธอเลยกล้าลดความเรียบร้อยลงแล้วแสดงออกมากกว่าปกติ

     

              ...หรือไม่งั้น ก็คงเพราะเกวนโดนแกล้งบ่อยจนรู้สึกว่าต้องพูดอะไรบ้าง

              ถึงสำหรับโอลิเวีย การได้เห็นเกวนหรือใครต่อใครโดนแกล้งจะเป็นเรื่องที่ทำให้พอใจก็เถอะ

     

    “ขออภัยด้วยค่ะ คุณตอนโดนแกล้งมันน่ารักดีน่ะค่ะ... เห็นแล้วนึกถึงตอนที่หยอกชินบ่อย ๆ เลย”

    “หะ!!?”

              โอลิเวียทำคิ้วเกวนกระตุกอย่างแรง ความใกล้ชิดของชินกับโอลิเวียทำเธอปากพะงาบไปไม่เป็น

              โอลิเวียก็ช่างสุมไฟเก่ง... เธอเผยรอยยิ้มเหนือกว่าออกมา ยิ่งทำให้เกวนร้อนใจเข้าไปใหญ่

              ทำเสียจนเกวนมือไม้สั่นหน้าแดงก่ำไปหมด

     

    หยอกชินเหรอ? หยอกแบบไหนอ่ะ?

    แล้วบ่อย ๆ ด้วยเหรอ!? สองคนนี้สนิทกันถึงขั้นนั้นจริง ๆ ด้วย!?

              ความสงสัยก่อตัวในหัวเกวนอีกครั้ง ความร้อนรุ่มเองก็ก่อขึ้นในอกของเธอ

     

              ถ้าไม่นับเรื่องของซูซาน เกวนก็แอบคิดเรื่องของโอลิเวียมาตลอดว่ามีความสัมพันธ์กับชินไปถึงขั้นไหน

              แต่ตอนนี้ชินมีอันตรายมากกว่าจะคิดเรื่องนั้น และเกวนก็พอจะรู้อยู่ว่าโอลิเวียปรารถนาดีกับชิน เกวนเลยมองข้ามเรื่องนี้ไปก่อนแล้วให้ความสำคัญกับซูซาน เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชินโดยตรง

     

              แต่... โอลิเวียก็ดันมาจุดไฟริษยาในตัวหญิงสาวอันยากจะดับได้เสีย

     

              ความกังวลเรื่องของซูซาน ความอิจฉาเรื่องความใกล้ชิดของโอลิเวีย

              ภายในอกเกวนที่มีไฟติดกองนึงอยู่แล้วเลยเหมือนถูกราดด้วยน้ำมันเบนซินเข้าไปอีก

              จากที่จะมาทำความเข้าใจเรื่องของซูซาน เลยกลายเป็นสร้างความร้อนรุ่มให้เกวนจนเธอไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องของโอลิเวียได้แทน

     

              และที่สำคัญ...

              การมาอวดกันโต้ง ๆ ว่า ‘ฉันเป็นคนที่สนิทกับชินมากกว่าเธอ’ แบบนี้ ใครเล่าจะทนได้

     

    “...จะข่มกันเหรอคะ?” เกวนถามโอลิเวียตรง ๆ

    “ใช่ค่ะ”

              โอลิเวียตอบกลับแทบจะทันที

              แม้เธอจะยืนประสานมือไว้ข้างหน้าอย่างเรียบร้อย แต่คำตอบก็ช่างยั่วยุเสียจนคิดว่าอยากจะมีเรื่องเสียให้ได้

              นั่นทำคิ้วของเกวนกระตุกเป็นครั้งที่สิบของวันแล้วกระมัง ความโกรธของเธอแทบจะหยุดไม่อยู่ไปทุกทีแล้ว

     

    คุณโอลิเวียเป็นคนสำคัญของชิน

    ถ้าทำให้เธอไม่พอใจชินก็จะไม่ชอบเราไปด้วย

     

    แล้ว... เราเองก็ไม่อยากให้ชินรู้สึกไม่ดีด้วย

     

    แต่... เล่นมายั่วกันขนาดนี้ ฉันเองก็มีน้ำโหเป็นนะ!

              ความหงุดหงิดของเกวนมาถึงจุดที่ต้องแสดงออก

              แน่นอนว่าความรุนแรงไม่ใช่คำตอบ สิ่งนั้นเป็นอย่างสุดท้ายที่เกวนนึกออก

     

              แต่เป็นโชคดี... ที่การตอบโต้แบบที่สมควร ไม่รู้สึกเสียใจทีหลัง และไม่เดือดร้อนชินนั้นมีอยู่

              นั่นคือวิถีทางแห่งปัญญาชน

     

    “งั้นเหรอคะ... แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจหรอก” เกวนเผยยิ้มของตัวเองออกมาบ้าง ทำโอลิเวียหรี่ตามอง

    “ตอนที่นั่งเรียนอยู่ข้าง ๆ ฉัน เวลาตัวเราสัมผัสกันทีไรชินก็ประหม่าทุกที... แต่เขาก็จะคอยดูฉันตลอดเพราะกลัวฉันจะคิดมาก เห็นความเป็นสุภาพบุรุษของชินแล้วก็รู้สึกว่าเขาน่ารักจริง ๆ นั่นแหละ”

              เกวนพูดไปหลับตาครุ่นคิด ความทรงจำและสัมผัสของช่วงเวลานั้นสร้างรอยยิ้มกว้างให้กับเธอ

              สีหน้าเป็นสุขนั่นแลคือหอกอันแหลมคม ถูกพุ่งเป็นดาเมจอันรุนแรงใส่โอลิเวียจนไหล่กระตุกแรง

     

              ท่าทางเหมือนกับนางร้ายเล่นลิ้น แต่ความใสซื่อเถรตรงถูกทำให้มองเห็นเป็นความขี้เล่น ช่างดูน่ารักน่าชังสมเป็นเกวนตามเคย

     

    “...”

              ถึงสำหรับโอลิเวีย เธอจะเห็นเป็นแบบแรกก็ตาม

              โอลิเวียคิ้วกระตุกอย่างแรง แม้จะไม่หงุดหงิดเหมือนตอนทะเลาะกับชงหยวน แต่ความร้อนภายในอกนี่คือความรู้สึกเดียวกันไม่ผิดแน่

     

    ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของชิน

    ถ้ากระทบกระทั่งกัน... ถึงเป็นเรา ชินก็คงจะโกรธแน่

     

    ...ไม่อยากให้ชินรู้สึกไม่ดีเพราะเราด้วย

     

    แต่... เล่นมายั่วกันขนาดนี้ ก็คงต้องสู้กันสักตั้งสินะคะ

              โอลิเวียรับคำท้า ...โดยลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเป็นคนเริ่ม

     

              สายตาของทั้งสองผสานกันจนเหมือนมีประกายไฟฟ้าอันรุนแรงกระแทกกระทั้นกัน

              ภายในอกร้อนระอุเดือดไปถึงเลือดถึงเนื้อ

              คิ้วขมวดแน่นจ้องอีกฝ่ายประหนึ่งคาวบอยดวลปืน สะท้อนความนึกคิดถึงสิ่งเดียวกัน

     

    นี่คือสงคราม!!!

     

    ❖❖❖❖❖



    คล้ายกับเรื่องปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก (Midnight High-School) ที่คุณอ่าน