บทที่ 31 มีไข้
“นี่ฉันเดาถูกจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
เฉิงสือหัวเราะอย่างขบขัน ดวงตาคมดุจใบมีดซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์อันอ่อนหวานราวดอกท้อ จนฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
‘นายแค่เดาไปแบบส่ง ๆ แต่ก็แม่นขนาดนี้เชียวเหรอ?’
“อย่าทำสีหน้าแบบนั้นสิ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงเดาออก…งั้นไปที่ผับของฉันซะ นายก็รู้นี่ว่ายอดขายเดือนนี้ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของที่ฉันหวังไว้เลย”
อันที่จริงเฉิงสือยังนึกกังวลอยู่ว่าเดือนนี้จะให้เพื่อนสนิทคนไหนมาช่วยเพิ่มยอดขายให้ดี แต่กลับไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาหาเขาเองซะอย่างนั้น
“นิสัยเสีย …!”
ฉีส่าวฉิงพึมพำออกมาอย่างเ็า และสตาร์ทรถเพื่อไปผับหงเหยียน ไม่นานนักรถโรลส์รอยซ์สุดหรูก็มาจอดที่หน้าผับเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เ้านาย.. คุณฉี”
เฉิงสือโยนกุญแจรถให้กับพนักงานต้อนรับหน้าประตูที่โค้งคำนับเก้าสิบองศาทันทีที่เห็นทั้งสองก้าวลงมาจากรถ
“ดูแลรถของคุณฉีดี ๆ ล่ะ แล้วก็… เอาเหล้าแพงที่สุดในร้านเรามาสองขวดไปที่ห้องวีไอพี แล้วก็เก็บเงินจากเขาแล้วกัน”
“ได้เลยครับ”
เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านห้องโถงอันวุ่นวายเข้าไปในทางเดินทอดยาวแสนสงบเงียบ จนในที่สุดก็ถึงห้องวีไอพีส่วนตัวของเขาและเฉิงสือซึ่งอยู่ตำแหน่งลึกสุดของผับ
เมื่อประตูห้องวีไอพีถูกปิดลงทำให้เสียงอึกทึกข้างนอกถูกกันออกไปและเงียบสงบลงไปมาก ฉีส่าวฉิงถอดสูทตัวนอกออกและโยนลงบนโซฟาอีกด้าน ก่อนจะนั่งลงบนตำแหน่งที่นั่งประจำของตนเอง
เฉิงสือก็เอนหลังพิงโซฟาอย่างผ่อนคลายโดยไม่รักษามาดเข้มใด ๆ ไว้เลย อีกทั้งขาทั้งสองข้างของเขายังพาดไปบนโต๊ะบริเวณกลางห้องและกระดิกขาไปมาอย่างสบายใจ
ว่ากันว่าคนประเภทเดียวกันต้องคบหากับคนประเภทเดียวกัน แต่ถ้าหากเทียบกับฉีส่าวฉิงแล้ว เฉิงสือยังดูมีเสน่ห์ยั่วยวนแบบเป็ธรรมชาติเสียมากกว่า
ไม่นานนักบริกรก็นำเหล้าที่เฉิงสือสั่งเข้ามาให้ และตรวจสอบอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองแขก ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“นายตั้งใจจะเอาเปรียบฉันด้วยเหล้าสองขวดนี้งั้นเหรอ?”
“ฉันฟังคำพูดของนายแล้วรู้สึกไม่ค่อยเข้าหูเลย ไม่ใช่ว่าตอนนี้กำลังฮิตการถามตอบแบบมีค่าใช้จ่ายหรอกเหรอ? เหล้าสองขวดนี้ก็คือค่าถามของนายนั่นแหละ!”
ฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและหลุบตาลงเพื่อซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ ก่อนจะรินเหล้าให้ตัวเองด้วยความคล่องแคล่วราวกับทำจนเป็เื่ปกติ
“ฉันพูดด้วยหรือไงว่าอยากจะถามอะไร?”
“ฮึ งั้นก็ไม่ต้องถาม”
เฉิงสือหัวเราะออกมาเล็กน้อย และแย่งแก้วเหล้าที่ส่าวฉิงเพิ่งจะรินลงไปมาจิบอย่างไม่เกรงใจ มุมปากยกยิ้มเพียงเล็กน้อยราวกับว่าตนเองกำลังควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้เป็อย่างดี
เพราะทั้งเขาและฉีสาวฉิงสนิทกันมาก เติบโตและเล่นมาด้วยกันั้แ่เด็ก
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่ารู้จักฉีส่าวฉิงดี
หรืออาจจะพูดได้ว่าเขารู้แม้กระทั่งฉีส่าวฉิงเริ่มมีขนขึ้นั้แ่อายุเท่าไหร่
ด้านฉีส่าวฉิงที่เพิ่งจะโดนแย่งแก้วเหล้าไปก็ดูเหมือนจะชินชากับเื่นี้และไม่ได้เดือดร้อนอะไร เขากลับรินเหล้าใส่แก้วใหม่และถือไว้ในมือ ก่อนที่จะเอ่ยปากออกมาด้วยความอึดอัด
“ทำไมนายถึงเดาได้ว่าเป็เธอ?”
เมื่อเฉิงสือเห็นว่าเพื่อนสนิททนไม่ไหวและเอ่ยถามออกมาในที่สุด เขาจึงรีบนั่งตัวตรงด้วยแววตาเป็ประกายวาววับ ก่อนจะปลดล็อกมือถือของตัวเองและยื่นข่าวที่เพิ่งอ่านไปเมื่อสิบนาทีก่อนให้ส่าวฉิงดู
“งั้นนายตอบคำถามฉันมาก่อน… เด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้เป็ลูกของนายกับเซี่ยงหว่านจริง ๆ เหรอ?”
แต่ฉีส่าวฉิงกลับไม่คาดคิดว่าเพื่อนของตัวเองจะเปลี่ยนเื่หนีอีกครั้ง เขาจึงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจและรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง ก่อนจะมองไปยังรูปในโทรศัพท์เป็ภาพของตัวเองและเซี่ยงหว่านกำลังพาโต้วโต้วออกมาจากสวนสนุก
“ตอนนั้นที่เซี่ยงหว่านจากไป เธอก็ท้องเด็กคนนี้อยู่แล้ว”
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นลู่จั่นเหยียนเป็คนบังคับให้เซี่ยงหว่านจากไป…
บางทีเขาก็อาจจะแต่งงานกับเซี่ยงหว่านไปแล้ว และเด็กคนนั้นก็คงไม่ต้องใช้ชีวิตโดยขาดความรักจากพ่อไปถึงสามปีเหมือนตอนนี้
“น้องชาย เื่นี้ไม่ใช่แค่คำนวณวันเดือนปีเกิดแล้วจะพิสูจน์อะไรได้หรอกนะ”
เฉิงสือส่ายหัวอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ซึ่งอาจจะเป็เพราะว่าพ่อของเขานั้นพร่ำสอนมาั้แ่ตอนอายุถึงสิบแปดปี… ว่าถ้าหากเป็เื่ลูกหรือเื่เมียจะต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง
อย่าไปเชื่อคนอื่นโดยเด็ดขาด
“อย่าเปลี่ยนเื่ ตอบคำถามที่ฉันถามเมื่อกี้ก่อน”
ฉีส่าวฉิงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง
แน่นอนว่าเขาจะต้องตามสืบเื่ของเซี่ยงหว่านและโต้วโต้วให้กระจ่าง… แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุดคือเื่ของผู้หญิงคนนั้น!
ผู้หญิงที่คิดจะมีชู้โดยที่ยังไม่ได้หย่าดีก็สมควรจะลงโทษอย่างหนัก!
แต่ทำไมเมื่อเธอเป็ไข้ เขาถึงรู้สึกกังวลได้มากขนาดนี้?
“นายจะแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้แล้วนะ ฉันขอถามนายตรง ๆ เลยก็แล้วกัน”
“ั้แ่นายแต่งงานกับลู่จั่นเหยียนมาถึงสามปี นายรู้สึกชอบหรือรักเธอบ้างไหม?”
“หืม?”
ฉีส่าวฉิงหน้ามืดมนลงทันทีที่ได้ยินคำถามของเขา
ทำไมถึงได้ถามว่าเขารู้สึกชอบหรือรักผู้หญิงคนนั้นบ้างหรือเปล่า?
ไอ้หมอนี่มีปัญหาที่สมองหรือไงกัน?
“ฉันก็รู้อยู่แล้วว่านายจะทำหน้าแบบนี้… ถ้านายไม่ชอบเธอจริง ๆ แล้วทำไมถึงอยู่ด้วยกันมาได้ตั้งสามปีล่ะ? อย่ามาบอกว่าเพราะคุณปู่บังคับเลย…”
“เพราะต่อให้คุณปู่จะแข็งแกร่งแค่ไหน… แต่ก็ไม่มีทางบังคับให้นายใช้ชีวิตกับเธอได้หรอก”
เฉิงสือมองออกอย่างแน่นอน อาจจะเป็เพราะว่าทั้งเขาและฉีส่าวฉิงเป็คนประเภทเดียวกัน แนวทางการใช้ชีวิตก็ใกล้เคียงกัน
ดังนั้นการใช้ชีวิตกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่รักไม่ต้องรอให้ถึงสามปี… แต่แค่สามเดือนก็อาจจะทนไม่ไหวเสียด้วยซ้ำ
ฉีส่าวฉิงเม้มปากแน่นพลางนึกถึงใบหน้าแสนดื้อรั้นและหยิ่งผยองของลู่จั่นเหยียนเมื่อสามปีก่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ
‘ลู่จั่นเหยียน! เธออยากแต่งงานกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? อยากเป็คุณนายฉีขนาดนั้นเลยหรือไง?’
ฉีส่าวฉิงบีบคอจนหน้าเขียวและดันลู่จั่นเหยียนไปชนถังขยะในตรอกแคบแห่งหนึ่ง ในใจคิดว่าเธอจะยอมรับผิดและขอร้องออกมา ทว่าเธอกลับเชิดหน้าและเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ
‘ใช่! ฉันอยากแต่งงาน! ฉันอยากจะเป็คุณนายฉี!’
ดังนั้นในวันต่อมาเขาจึงไปสู่ขออย่างเป็ทางการกับตระกูลลู่ เพราะคิดว่าจะทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานในทุก ๆ วัน
เพื่อลงโทษความดื้อดึงและหยิ่งผยองของเธอเสียให้ได้!
“นายกำลังจะบอกว่าทำไปเพื่อจะลงโทษเธอ เพราะตอนนั้นเป็เธอที่ข่มขู่ให้เซี่ยงหว่านทิ้งนายไปงั้นเหรอ?”
“ขอโทษนะ แต่ฉันฟังนายพูดเหลวไหลแบบนี้จนละอายใจแทนเลยว่ะ”
“นายจะไปลงโทษเธอได้ยังไง? ในเมื่อทุกวันเอาแต่สร้างข่าวซุบซิบ สร้างภาพลักษณ์เ้าชู้เสเพลไปวัน ๆ แต่อันที่จริงแล้วนายไม่ได้ทำอะไรกับภรรยาของนายเลยด้วยซ้ำ”
“นายรู้ไหมว่ามีสาว ๆ มาบ่นกับฉันเยอะแค่ไหน? ว่านายมักจะทำให้ผิดหวังใน่เวลาสำคัญอยู่เสมอ… น้องชาย เื่อย่างว่าเป็เื่ที่ผู้ชายห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ”
เมื่อเฉิงสือพูดแบบนั้นออกมา ทำให้สีหน้าของฉีส่าวฉิงที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว กลับยิ่งดูมืดหม่นมากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่ขนตาที่ยาวและงอนงามก็ไม่อาจบดบังความอับอายกับความโกรธที่ฉายวาบผ่านแววตาคู่นั้นได้
อะไรกัน? มักจะทำให้ผิดหวังใน่เวลาสำคัญอยู่เสมองั้นเหรอ?
ไม่ใช่เพราะพวกผู้หญิงพวกนั้นหรือไง? ที่ถอดเสื้อผ้าออกจนทำให้เขาหมดอารมณ์!
ส่วนเื่นั้น… เขาก็ทำเพียงแค่ปลดปล่อยลงในชักโครกและทิ้งถังขยะไปหมดแล้ว แต่มีเพียงครั้งนั้นที่ได้ทำกับเธอ…
จู่ ๆ ภาพเหตุการณ์ร้อนแรงในวันนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัว ฉีส่าวฉิงจึงรีบยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
ั้แ่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มมีความ้าต่อร่างกายของผู้หญิงคนอื่นน้อยลง แต่กลับมีความโหยหาต่อร่างกายลู่จั่นเหยียนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็ตอนที่มีสติหรือตอนโกรธ?
“นายบอกว่าจะยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งบริษัทของตระกูลได้ แล้วทำไมถึงไม่กล้ายอมรับว่านายมีใจให้เธอ?”
“ใครบอกว่าฉันยอมเสียสละ? ถ้าฉัน้าจริง ๆ ฉันสามารถสร้างบริษัทฉีขึ้นมาอีกกี่บริษัทก็ได้”
เมื่อเห็นเขายังมีความดื้อรั้นอยู่อย่างไม่ลดละ เฉิงสือจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเปิดแอปพลิเคชันอัดเสียง
“ในเมื่อหุ้นพวกนั้นของตระกูลฉีไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาของนาย งั้นนายก็เมตตายกบริษัทฉีให้พี่ชายฉันสักบริษัทสิ เดี๋ยวฉันจะอัดเสียงไว้เป็หลักฐาน”
“ไปให้พ้น”
ฉีส่าวฉิงผลักร่างที่เกือบจะเข้ามาใกล้ออกไปอย่างแรง แล้วรินเหล้าดื่มต่อในทันใด
เหตุผลที่เขาไม่ยอมคัดค้านความตั้งใจของคุณปู่ อาจเพราะเขาเป็หนี้บุญคุณของตระกูลลู่ จึงอยากตอบแทนเพื่อให้ตัวเองสบายใจ
“ยังไม่ยอมรับอีกหรือไง? ฉีส่าวฉิง ฉันจะบอกให้นะ…”
“นายชอบลู่จั่นเหยียนเข้าแล้ว! มีแต่ผู้หญิงที่เรารักเท่านั้นแหละ ที่จะยอมเสียเวลาไปหยอกล้อเล่นด้วย!”
“ไม่งั้นคงจะไม่ปล่อยเงินไปเหมือนกับกระดาษทิชชู คงไม่ช่วยเหลือทางอ้อมในตอนที่เธอลำบาก และคงไม่เป็ห่วงเวลาที่เธอป่วยไข้หรอก!”
มือของฉีส่าวฉิงที่กำลังจะรินเหล้าชะงักค้างกลางอากาศในทันที
เขาชอบลู่จั่นเหยียนงั้นเหรอ?
ไม่มีทางหรอก!
เขาจะไปรักผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง!?