มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 38 ความเปลี่ยนแปลงของเส้นชีพจร

            ผ่านไปสามวันสามคืน ส่วนผสมทั้งยี่สิบชุดตรงหน้าเฟนเทียนถูกใช้ไปจนหมดสิ้น  



            "ฟุ่บ !!"



            ส่วนผสมชุดที่ยี่สิบกลับสลายกลายเป็นขี้เถ้า  กังหลงหน้าตาซีดเซียวอิดโรย  ขอบตาดำคล้ำ  หมดสิ้นเรี่ยวแรง  เนื่องจากฝืนปรุงโอสถติดต่อกันเป็นเวลาสามวันสามคืน จวบจนร่างกายไม่อาจทนไหว พลังปราณและพลังจิตวิญญาณขณะนี้แทบเหือดแห้งสิ้น จนการปรุงโอสถเม็ดที่ยี่สิบล้มเหลว



            เนื่องจากกังหลงไม่มีพลังปราณและพลังจิตวิญญาณเหลือพอที่จะควบคุมเปลวไฟให้สม่ำเสมอเหมือนเช่นก่อนหน้านี้ได้ ส่วนผสมชุดที่ยี่สิบจึงได้สลายกลายเป็นเถ้าถ่านไป   กังเทีอยนถอนสมาธิจิตเอามือปาดเหงื่อบนใบหน้าที่ชุ่มดุจเพิ่งอาบน้ำ เสื้อผ้าเปียกชุ่มฟุ้งเต็มไปด้วยกลิ่นโอสถ ถอนหายใจรำพึง



            "เฮ่อ อีกนิดเดียวโอสถเม็ดที่ยี่สิบก็จะสำเร็จแล้ว มิคาดพลังพลังปราณและพลังจิตวิญญาณกลับเหือดแห้งสิ้นไม่เพียงพอที่จะบังคับเปลวไฟ จนทำให้ล้มเหลวในขั้นตอนการขึ้นรูปโอสถ น่าเสียดาย ล้มเหลวไปหนึ่งครั้ง ได้โอสถซี่หยวนมาสิบเก้าเม็ดคงพอให้ข้าทะลวงไปสู่ปราณราชันย์ได้กระมัง"



            กังหลงเกิดอาการเสียดายที่การปรุงโอสถล้มเหลวไปหนึ่งครั้ง  แต่ตนหาทราบไม่ด้วยความสามารถด้านการปรุงโอสถของตนขณะนี้  หากผู้อื่นได้เห็นและได้ทราบเข้า


            การที่สามารถปรุงโอสถระดับสามและเป็นโอสถระดับสูงทั้งสิ้นสามารถปรุงสำเร็จติดต่อกันสิบเก้าครั้งโดยไม่มีการหยุดพักและการปรุงโอสถระดับสามระดับสูงยี่สิบครั้งล้มเหลวเพียงหนึ่งครั้งนั้นแม้แต่นักปรุงโอสถระดับห้าหรือสูงกว่านั้น ยังไม่กล้ารับประกันว่าจะสามารถทำได้เช่นกังหลง



           การปรุงโอสถนั้นหากให้แต่ละคนปรุงสำเร็จหนึ่งเม็ดพักหนึ่งครั้งช่วงเวลาหนึ่งแล้วค่อยปรุงครั้งต่อไป อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีความสำเร็จเช่นกังหลงได้คนอื่นถ้าหากได้ทราบความจริงนี้ ถ้าไม่ยกกังหลงเป็น"สัตว์ประหลาดชนิดหนึ่ง" ก็ไม่ทราบว่าจะเปรียบกับอะไรแล้ว..!! 

     

           ผู้ที่ปรุงโอสถระดับสามระดับสูงสำเร็จติดต่อกันสิบเก้าครั้งและปรุงโอสถรวมยี่สิบครั้งในคราเดียวกลับล้มเหลวเพียงหนึ่งครั้งเป็นเพียงนักปรุงโอสถสมัครเล่นที่ไม่เคยผ่านการรับรองใดๆ จากหอโอสถหากไม่เรียกว่าสัตว์ประหลาดจะเรียกว่าอะไร?

     

           หลังจากเก็บโอสถซี่หยวนไว้ในขวดจนเรียบร้อยหมดสิ้นดีแล้วกังหลงแม้อ่อนล้าเต็มที่รีบนั่งสมาธิรวบรวมลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังปราณและพลังจิตวิญญาณครานี้ตนใช้พลังทั้งสองอย่างจนเหือดแห้งสิ้นจึงทำการผนึกปราณรวบรวมพลังปราณและพลังจิตวิญญาณให้เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย 

     

           ผู้ฝึกยุทธโดยทั่วไปจะรู้ว่าช่วงเวลาที่พลังปราณและพลังจิตวิญญาณเหือดแห้งจนหมดสิ้นสุดกำลังขีดความสามารถที่มีอยู่หากทำการฝืนฝึกฝนเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้จะมีคุณประโยชน์ยากจะหาใดปานดุจดังการตีเหล็กที่กำลังร้อนย่อมสามารสร้างอาวุธได้ตามรูปลักษณ์ที่ปรารถนา

     

           กังหลงฝืนรวบรวมพลังปราณและพลังจิตวิญญาณจนเริ่มก่อตัวได้ทีละน้อยๆ รวมตัวขึ้นที่จุดตันเถียนและไหลเวียนผ่านไปยังจุดจักระทีละจุดจนมาถึงจุดจักระธาตุสายฟ้าบริเวณหว่างคิ้วหรือตรงตำแหน่ง"ตาที่สาม" ทันใดนั้น !!



           ทันที่กระแสปราณไหลเวียนไปถึงตำแหน่งจักระธาตุสายฟ้าพลังปราณสีน้ำเงินครึ่งหนึ่งของตำแหน่งธาตุสายฟ้าทั้งหมดได้ไหลผสมปราณที่ไหลผ่านมาจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันหมุนวนไปตามจักระตำแหน่งที่เหลือจนครบและไหลผ่านไปยังจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดวนจนครบทุกตำแหน่งจนรูขุมขนทั่วร่างกังหลงเปิดออกจนหมดสิ้นพลังปราณไหลเวียนรอบแล้วรอบเล่า



            การไหลวนยิ่งเร็วขึ้นจนกลายเป็นกระพลังดูดปราณฟ้าดินและพลังจิตวิญญาณจากรอบข้างพุ่งเข้าสู่รูขุมขนเป็นเส้นสาย พลังปราณภายในร่างกังหลงยิ่งไหลวนเร็วขึ้นจนเกิดแรงดูดรุนแรงขึ้นจนขยายกว้างออกไปจากห้าเมตร  สิบเมตร  สามสิบเมตร ห้าสิบเมตร ร้อยเมตร...

     

           หากมองจากภายนอกจะเห็นกระแสพลังปราณฟ้าดินเป็นเส้นสายสีขาววิ่งเข้าสู่รูขุมขนรอบตัวกังหลงพร้อมทั้งพลังวิญญาณเป็นเส้นสายสีดำวิ่งเข้าสู่รูขุมขนรอบตัวกังหลงเส้นสีของพลังทั้งสองรอบกายกังหลงมองผิวเผินเฉกเช่นขนเม่นที่มีสีขาวสลับดำรอบตัว



            เมื่อพลังดูดยิ่งรุนแรงปริมาณปราณฟ้าดินและพลังวิญญาณที่ร่างกายกังหลงได้รับยิ่งมากมายจนสีหน้าและผิวหนังกังหลงเริ่มแดงคล้ำบวมเป่ง  ดุจลูกหนังโดนใส่ลมโป่งพองแบจะปริแตก สร้างความรวดร้าวทรมานแก่กังหลงยิ่งนักกังหลงสงบจิตฝืนทนกล้ำกลืนสุดชีวิต ภายในกายกังหลงทุกส่วนตั้งแต่ จุดตันเถียนจุดจักระ จุดชีพจร และเส้นชีพจรลมต่างขยายตัวบวมเป่งสุดขีด

     

            หากเป็นเช่นนี้ต่อไปถ้าอวัยวะส่วนต่างๆ ของกังหลงไม่สามารถทนรับแรงขยายอันรวดเร็วนี้ได้ทุกส่วนต้องระเบิดออกแน่.!!

     

           "วูบ วูบ วูบ วูบ วูบ วูบ วูบ วูบ"

     

           ทันใดนั้นตำแหน่งจักระทั้งเจ็ดได้เกิดเสียงขึ้นพร้อมกันนั้นได้มีแสงสีขาวประกายระยิบระยับเกิดขึ้นและเริ่มหมุนวนรอบตัวเองมองดูเหมือนกังหันลมเริ่มหมุนจากช้าเป็นเร็วขึ้นและเริ่มดูพลังปราณฟ้าดินและพลังวิญญาณเข้าไปอย่างรวดเร็วมองดูเหมือนจักรกระที่หิวโหยพานพบอาหารโปรดเข้ารีบดูดกินพลังเหล่านั้นอย่างตะกระตะกราม



            ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจพลังมากมายที่เอ่อล้นจนแทบจะทำให้ร่างกายกังหลงระเบิดก็กลับสู่สถาพปกติ แต่แรงที่ดูดพลังปราณฟ้าดินและพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกังหลงยังคงยิ่งรุนแรงขยายแรงดูดออกไปรัศมีกว้างเกือบหนึ่งพันเมตรเทือกเขาและถ้ำโพลงที่รอบรอบตัวกังหลงเกิดอาการสั่นสะเทือน นกกา สัตว์อสูรต่าง ๆตื่นตกใจหนีกันจ้าละหวั่น 

     

            แรงดูดมหาศาลเป็นเช่นนี้ราวครึ่งชั่วยาม เมื่อจักระทั้งเจ็ดจุดตันเถียนจุดเส้นชีพจรดูดกลืนจนเต็มที่ แรงดูเริ่มเบาแรงลงประกานสีขาวระยิบระนับเริ่มหมุนวนช้าลงจนสงบและหายไปในที่สุด



           "วิ้ง..วิ้ง..วิ้ง..วิ้ง..วิ้ง..วิ้ง..วิ้ง" 



           พลังปราณที่ไหลวนในร่างยังคงหมุนเวียนรวดเร็วเช่นเดิมแต่รูขุมขนทั่วร่างได้ปิดลงไม่ได้ดูดซับพลังจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายเช่นก่อนหน้านี้เพียงไหลวนอย่างเดียวรอบแล้วรอบเล่าคล้ายดังต้องการซ่อมแซมขัดสีส่วนต่างๆของร่างกายกังหลงให้สะอาดบริสุทธิ์ 


            ร่างกายกังหลงเริ่มเข้าสู่การปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ทุกส่วนเริ่มขับสิ่งสกปรกที่สะสมในร่างกายออกมาทางรูขุมขนเป็นน้ำเมือกสีดำคล้ำอวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนเมื่อผ่านการขัดสีจากกระแสะพลังคล้ายได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่มีความหนาแข็งแรงโปร่งใสเป็นประกายคล้ายวัตถุบริสุทธิ์ที่ไม่มีอะไรเจือปน



           กังหลงยังคงหลับตานิ่งเหมือนหลวงจีนเข้าฌานคล้ายไม่รับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกระแสลมปราณในร่างยังคงไหลวนอย่างรวดเร็วไม่ได้ชะลอลงแม้แต่น้อยจากลำแสงสีขาวใสบริสุทธิ์ และพลันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองไหลวนไปตามเส้นชีพจรรอบแล้วรอบเล่าจนเส้นชีพจรทั้งหมดกลายเป็นสีทองทั้งหมดมองดูเหมือนสายแร่ทองคำไหลวนเวียนไปมาในร่าง



            เส้นชีพจรอันเลือนลางที่แทบสัมผัสไม่ได้ บัดนี้ได้แสดงชัดเจนยิ่งเป็นเส้นชีพจรสีทองขนาดใหญ่กว่าของบุคคลทั่วไปหลายเท่านักหนาและดูคงทนยิ่ง หากแม้นใครได้พบเห็นเข้าคงต้องตื่นตะลึงกับเส้นชีพจรนี้ ..!!


            แต่การคงอยู่ของเส้นชีพจรสีทองขนาดใหญ่ดำรงอยู่เพียงชั่วครู่สีทองก็เริ่มอ่อนจางลงชีพจรสีทองขนาดใหญ่ได้เริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ จนเกือบมองไม่เห็น คล้ายดังการซ่อนตัวหรืออำพรางตัวเองของเส้นชีพจรสีทองขนาดใหญ่นี้

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635