เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    การเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม

    ณ นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น เวลาผ่านไปสามวัน ศิษย์ทุกคนที่ผ่านการทดสอบได้รับการคัดเลือกสำเร็จต่างก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของนิกายอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกของความคาดหวังและความกดดันที่อบอวลไปทั่ว

    เจียงหยุน นั่งอยู่ในตำหนักใหญ่ด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย ขณะที่เขารับฟังรายงานจากโคลนสังสารวัฏอย่างละเอียด ทั้งแผนการที่ได้วางไว้และการดำเนินการของศิษย์ที่ได้สำเร็จลุล่วงไปโดยไร้อุปสรรคใด ๆ ให้ต้องกังวล ทุกสิ่งเป็นไปตามคาดการณ์อย่างราบรื่น

    โคลนสังสารวัฏเอ่ยขึ้น "มีข่าวจากหน่วยข่าวกรอง แจ้งว่ากองกำลังจักรพรรดิจากทั้งห้าทวีปกำลังเตรียมโจมตีนิกายของเรา ในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ พวกมันมีกองกำลังระดับจักรพรรดิกว่าเจ็ดสิบกองกำลังและพวกกองกำลังระดับต่ำอีกจำนวนมาก แต่ก็ยังมีบางกลุ่มเช่น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายหมอก และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ และกองกำลังส่วนใหญ่ที่มาจากโลกเทียนหยวนที่แท้จริงไม่ได้เข้าร่วมในการโจมตี"

    เจียงหยุนได้ฟังดังนั้นกลับยิ้มมุมปากอย่างสงบนิ่ง "แค่กองกำลังจักรพรรดิเหรอ? พวกมันมีสมองกันรึเปล่า" เขากล่าวเบา ๆ ทว่ามั่นใจในน้ำเสียง " ส่งเจ้าแห่งยอดที่อยู่ในระดับจักรพรรดิไปต่อสู้ซะและพวกเจ้าจงดูความปลอดภัยอยู่ห่างๆ "

    “เดี๋ยวก่อนไปเรียกเจ้าแห่งยอดเขาที่อยู่ในระดับจักรพรรดิมาทั้งหมดซะ”

    "ขอรับ นายท่าน" โคลนสังสารวัฏรับคำสั่งด้วยความเคารพ ก่อนจะลับตัวไปตามหน้าที่

    ไม่นานหลังจากการประชุมใหญ่เสร็จสิ้น เจ้าแห่งยอดเขาทั้ง 136 คนเดินทางมาถึงนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเขาต่างยิ้มแย้มและคารวะเจียงหยุนด้วยความเคารพ

    “คารวะท่านเจ้านิกาย”

    เจียงหยุนยิ้มให้กับเจ้าแห่งยอดเขาทั้งหมด เขาใช้ทักษะในการสร้างรูปแบบเวลา และใช้เส้นเลือดวิญญาณอมตะและเส้นเลือดวิญญาณระดับสูงสุดหลายร้อยเส้นในการสร้างรูปแบบพิเศษ และโยนเม็ดยาดูดซึมให้กับทุกคนอย่างรวดเร็ว

    ทันใดนั้น ดวงวิญญาณของจักรพรรดิสูงสุด 79 คนที่เขาฆ่าจากป่าแห่งความมืดก็ถูกดึงออกมา ปล่อยพวกมันออกมาในสภาพล่องลอยอยู่ในอากาศ วิญญาณเหล่านั้นมองไปที่เจียงหยุนด้วยความโกรธและวิตกกังวล

    “เจ้าจะทำอะไรกับพวกเรากัน?”

    “อายุก็ยังน้อยอยู่แท้ๆเหตุใดถึงได้โหดร้ายเช่นนี้”

    “เจ้ามันปีศาจจริงๆ แม้แต่ดวงวิญญาณก็ไม่ปล่อยไป”

    “ข้าขอให้เจ้าตายอย่างทรมานโดยไม่มีที่ฝัง”

    เจียงหยุนไม่แยแสกับคำขู่ของวิญญาณ เขาเริ่มบีบอัดพวกมันให้กลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการสร้างรูปแบบเร่งเวลา พร้อมกันนั้น เขาสร้างโคลนอีก 864 ตัว และซื้อร่างกายศักดิ์สิทธิ์จากระบบจำนวน 864 ร่างในราคา 1 แสนล้านแต้ม แม้ว่าราคานี้จะสูงกว่าที่คาดไว้ แต่เจียงหยุนก็เลือกซื้อร่างกายศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโคลนของเขา

    ตอนนี้เขามีร่างศักดิ์สิทธิ์รวม 1,000 ร่าง และแต้มที่เหลืออยู่ต่ำกว่า 1 แสนล้าน เขาไม่สนใจราคาที่จ่ายไปและยิ้มอย่างมั่นใจ จากนั้นเขาเริ่มเผาวิญญาณจักรพรรดิสูงสุดเป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้างรูปแบบเร่งเวลา 1,000,000 เท่า โดยใช้เวลา 1 นาทีต่อดวงวิญญาณ

    ขนาดของรูปแบบไม่ได้กว้างมาก แต่ก็สามารถบรรจุคนได้ถึง 1,000 คน ถึงแม้จะคับแคบไปบ้าง

    เมื่อรูปแบบเสร็จสิ้น เจียงหยุนพูดอย่างมั่นใจ “พวกเจ้าจงใช้เวลาในนี้ให้คุ้มค่า”

    พวกเขาต่างยิ้มแย้มและพูดขอบคุณด้วยความเคารพ “พวกเราจะไม่ทำให้เจ้านิกายผิดหวัง”

    เสียงกรีดร้องวิญญาณจักรพรรดิระดับสูงสุดดังขึ้นพวกเขาถูกเผาวิญญาณอย่างทรมานอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

    ปาจื้อที่นั่งฝึกตนอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องนั้นแต่อย่างใดแต่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนอีก 864 คนที่มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่นานเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขามีความเชื่อมั่นในตัวเจียงหยุน

    เจียงหยุนยืนขึ้นจากบัลลังก์แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามบ่ายที่เคยสดใสเริ่มมีเมฆดำเคลื่อนคล้อยอย่างเชื่องช้า เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยคำสั่งถัดไป "เรียกศิษย์ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ ข้าต้องการเตรียมการขั้นต่อไป"

    หลังจากคำสั่งถูกถ่ายทอด ศิษย์ทั้งหมดในนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นต่างก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วสู่ลานกว้างหน้าตำหนักใหญ่ ไม่มีใครตั้งคำถาม มีเพียงความเชื่อมั่นในตัวเจียงหยุนที่เป็นผู้นำนิกายอย่างแท้จริง

    เมื่อทุกคนมาถึง เจียงหยุนได้เรียกพวกสัตว์อสูรจากโลกใบเล็กของเขาออกมา สัตว์อสูรนับร้อยตัวออกมาจากมิติที่ซ่อนอยู่ ร่างใหญ่โตของพวกมันเต็มลานกว้าง พวกมันยืนเรียงรายอย่างมีระเบียบ แสดงถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมที่จะทำลายล้างทุกศัตรูที่กล้ามาล่วงเกินนิกาย

    ลานใหญ่ของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นเต็มไปด้วยความคึกคักและความตื่นเต้น ศิษย์ใหม่หลายคนยืนอยู่ท่ามกลางสัตว์อสูรที่พึ่งปรากฏตัวออกมา การเห็นสัตว์อสูรจำนวนมากเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนก แต่ความกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและความเคารพ

    ในขณะที่สัตว์อสูรยืนอยู่ตรงกลางลาน เจียงหยุนเดินออกมาพร้อมกับผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ บรรยากาศที่เงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงที่ยกย่องและตะโกนขึ้น “คารวะท่านเจ้านิกาย!”

    เจียงหยุนยิ้มและโบกมือให้ทุกคน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง

    “พวกสัตว์อสูรจงแปลงร่างเป็นมนุษย์ด้วยทักษะที่ข้าได้สอนพวกเจ้าไปซะ”

    ในทันที สัตว์อสูรทุกตัวเริ่มแปลงร่างเป็นมนุษย์ โดยใช้ทักษะที่ได้รับการฝึกฝนจากเจียงหยุน การแปลงร่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ บรรยากาศของลานเริ่มเปลี่ยนเป็นการรวมตัวของมนุษย์และอสูรในรูปแบบใหม่

    เมื่อการแปลงร่างเสร็จสิ้น เจียงหยุนพูดต่อ

    “ขอแสดงความยินดีด้วยพวกเจ้าทุกคนที่ได้เข้าร่วมนิกายของข้า ตอนนี้พวกเจ้าคือศิษย์ภายนอกของนิกาย และพวกที่ยังไม่ถึงระดับนิพพาน ยกมือขึ้น”

    เสียงสับสนและเคลื่อนไหวเริ่มเกิดขึ้นเมื่อศิษย์หลายล้านคนยกมือขึ้นตามคำสั่งของเจียงหยุน ทันใดนั้น พวกเขาทั้งหมดถูกวาร์ปหายไปในทันที เป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและมีระเบียบ

    เจียงหยุนยกมือขึ้นอย่างสง่างาม และทันใดนั้น หอคอยแห่งการต่อสู้ 100 ชั้นก็ปรากฏขึ้นพร้อมลอยอยู่ท่ามกลางลานกว้าง หอคอยสูงตระหง่านและสง่างาม มีความเป็นระเบียบและอลังการดึงดูดสายตาของผู้ที่มองไป

    เสียงของเจียงหยุนดังขึ้นด้วยความชัดเจนและมั่นคง

    “สำหรับพวกที่มีระดับตั้งแต่นิพพานขึ้นไป พวกเจ้าต้องมีการเพาะปลูกระดับนิพพานขึ้นไปเพื่อ มีสิทธิในการทดสอบเป็นศิษย์ภายใน พวกเจ้าจะพบกับเงาของเจ้าแห่งยอดเขาหรือผู้อาวุโสบางคนที่มีความแข็งแกร่งระดับนิพพานและพวกเจ้าที่มีการเพาะปลูกเหนือกว่านั้นก็จะถูกกดลงมาในระดับนิพพานเท่ากันและศิษย์ภายในต้องผ่านชั้นที่ 70 ให้ได้ นี่คือมาตรฐานขั้นต่ำที่พวกเจ้าต้องบรรลุ พวกเจ้ามีเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้นหากพวกเจ้าทำไม่สำเร็จในเวลาที่กำหนดพวกเจ้าจะถูกขับไล่ออกจากสำนักและต้องคืนสิ่งที่ได้รับจากสำนักทั้งหมด”

    เจียงหยุนมองไปที่ศิษย์ที่เหลืออยู่และกล่าวต่อ “เริ่มได้”

    เสียงตอบรับดังขึ้นด้วยความเคารพและความมุ่งมั่น “พวกเราจะไม่ทำให้ท่านเจ้านิกายผิดหวังขอรับ”

    เมื่อศิษย์ทุกคนได้แยกย้ายไปตามภารกิจของตนเองแล้ว เจียงหยุนยืนอยู่ท่ามกลางลานกว้างและมองไปที่หอคอยแห่งการต่อสู้ เขานำหอคอยเข้าไปในรูปแบบเวลาอย่างรวดเร็ว

    ตอนแรกที่เขากลับมาถึงนิกายเขารู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชุ่ยเมิ่งและบุตรแห่งโชคชะตาหลายสิบคน แต่เขาก็เลิกสนใจไปเมื่อรู้ว่าคนเหล่านั้นฝึกฝนวิชาชีวิตนิรันดร์ของเขา

    เจียงหยุนหันไปถามโคลนสังสารวัฏ “เรามีร่างพิเศษระดับกลางถึงต่ำเหลือบ้างไหม?”

    โคลนสังสารวัฏตอบอย่างสุภาพ “เหลือครับ เหลือระดับสวรรค์หลายสิบล้านร่างที่ถูกพัฒนามาจากร่างกายระดับต่ำอื่นๆ”

    เจียงหยุนพยักหน้าและกล่าว “เจ้าจงนำร่างพิเศษเหล่านี้ไปใส่ในร่างของศิษย์ที่ยังไม่มีร่างกายพิเศษซะ ส่วนใครที่ทนไม่ไหวก็ให้ปล่อยตายไปซะ”

    “รับทราบขอรับ” โคลนสังสารวัฏตอบและเริ่มปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

    เจียงหยุนกลับมายังโถงหลักของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น หลังจากการเผาวิญญาณจักรพรรดิทุกดวงเสร็จสิ้น เขามองไปที่กลุ่มคน 1,000 คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า บรรดาพวกเขามีการเพาะปลูกต่ำสุดอยู่ที่จักรพรรดิระดับ 5

    “พวกเจ้าที่เพิ่งมาถึงเมื่อกี้ทั้ง 864 คน จงออกไปหาผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ซะ” เจียงหยุนสั่งการ

    “รับทราบขอรับ” ทั้ง 864 คนตอบรับและรีบเดินออกไปตามคำสั่ง

    เจียงหยุนหันไปที่ 136 คนที่เหลือซึ่งมีระดับจักรพรรดิ 7 หรือ 8 เขาโยนยาให้กับทุกคน โดยแต่ละคนได้รับปริมาณยาไม่เท่ากันตามความต้องการ

    “กินยาเหล่านั้นซะ” เจียงหยุนกล่าว แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในใจเขา

    [ข้าเห็นโฮทส์ใช้แต้มแบบนี้ข้าก็ค่อยสบายใจหน่อยช่วงนี้ข้ากำลังถังแตกพอดีเลย]

    [แต้มวายร้าย : 7,13,100,000]

    [เอ๊ะ….เดียวก่อนโฮทส์…ท่านหยิบพู่กันขึ้นมาทำไม]

    [หยุด…หยุดดด…ข้าขอร้อง]

    [ (-࿓ㅇㅅㅇ/8) ……ทำไมกัน…ทั้งที่ท่านก็ออกจะวาดรูปสวยแท้ๆ …...เดี๋ยว...แล้วทำไมมันถึงลบไม่ออกกันนนนน]

    [โฮทส์ท่านเอาอะไรมาวาดบนหน้าข้ากันนน]

    “เจ้าเงียบก่อนได้ไหมอีก 3 ปีมันถึงจะค่อยๆ หายไป”

    [ (-࿓⊙ _ ⊙/8) ╭∩╮]

    เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อยและมองไปที่ทุกคนในทั้ง 136 คนกลืนยาลงไปอย่างไม่ลังเล ออร่าของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและไม่นานพวกเขาก็ถูกเลื่อนขั้นไปยังระดับสูงสุดของจักรพรรดิทันที ความรู้สึกของพลังที่เพิ่มขึ้นสร้างความตื่นเต้นในกลุ่ม

    พวกเขาทุกคนคุกเข่าลงเพื่อขอบคุณเจียงหยุนด้วยความเคารพ “ข้าขอขอบคุณท่านเจ้านิกาย”

    เจียงหยุนยิ้มและโบกมือให้พวกเขา “พวกเจ้าทั้ง 136 คน จงออกไปแสดงพลังของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นให้กับพวกคนเหล่านั้นดูซะ”

    “พวกเราจะไม่ทำให้ท่านเจ้านิกายผิดหวัง” ทุกคนตอบรับด้วยความมั่นใจ

    ทั้ง 136 คนยืนขึ้นด้วยความมั่นใจและพลังที่เต็มเปี่ยม พวกเขาพร้อมที่จะออกไปพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความสามารถของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นให้เห็น

    ณ ชายแดนของดินแดนตะวันตก ท้องฟ้าสาดส่องด้วยแสงระยิบระยับจากเรือบินหลายพันลำที่กำลังมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น เรือบินเหล่านี้มีกำลังพลจากระดับต่ำสุดคือระดับนักบุญ จนถึงจักรพรรดิ 375 คนจากทั้ง 70 กองกำลัง

    ขณะที่เรือบินกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทันใดนั้นหยกขนาดใหญ่รูปทรงกลมซึ่งมีขนาดมหึมาหล่นลงมาจากท้องฟ้า จักรพรรดิที่อยู่ในพื้นที่ตระหนักถึงอันตรายและพยายามจะป้องกันการตกลงของหยก แต่พวกเขาต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีก้อนหยกขนาดใหญ่กว่าที่กำลังหล่นลงมาทับก้อนหยกอันเดิม

    จักรพรรดิหลายคนพยายามป้องกันแต่ไม่สามารถทำได้ทัน จักรพรรดิสูงสุด 3 คนจึงต้องรีบปรากฏตัวขึ้นเพื่อจัดการกับสถานการณ์ ในทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว พวกเขาใช้พลังมหาศาลทำลายหยกนั้นจนแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย

    หนึ่งในจักรพรรดิสูงสุด 3 คนนั้นพูดขึ้นด้วยความวิตกกังวล “ดูเหมือนว่าพวกเราจะแย่แล้วสินะ”

    คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในพื้นที่ตกอยู่ในความเงียบงัน หลายคนเริ่มรู้สึกถึงความเครียดและความกดดันที่เพิ่มขึ้น บางคนถึงกับเตรียมเปิดใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายเพื่อหนีไปในทันที เมื่อพบว่า จักรพรรดิสูงสุดมากมายคนได้ล้อมพวกเขาอยู่

    เสียงหนึ่งดังขึ้น " พวกเจ้าลืมจ่ายค่าผ่านทางกันหรือเปล่า "

    คล้ายกับเรื่องเจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย ที่คุณอ่าน