“ก่อนอื่นข้าก็ต้องขอบใจพวกเจ้าทุกๆ คนมากที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ไม่อย่างงั้นนะข้าจะต้องแย่แน่ๆ”
อิเอยาสึกล่าวขอบคุณกับเหล่าพวกพ้องฝ่ายยูกินะ และก็เหล่าพวกพ้องฝ่ายอันจินที่ได้ช่วยชีวิตของเขาไว้ในครั้งนี้
“ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งขอรับ ถ้าหากจะทำเพื่อปกป้องท่านอิเอยาสึเอาไว้”
ทาดาคัทสึกล่าวพลางก้มหัวโค้งคำนับด้วยความเคารพที่มีต่อผู้เป็นนายเหนือหัว
“ท่านอิเอยาสึ ข้าคิดว่าจะต้องมาจากฝ่ายมิทสึนาริเป็นแน่ขอรับ เพราะจากที่ข้าได้สืบมา ข้าก็ได้พบว่าการที่ฝ่ายประจิมที่นำโดยมิทสึนาริได้สร้างกองทัพอสูรโยไคขึ้นมานั้นก็เป็นเพราะว่า...มีนางอสูรตนหนึ่งคอยให้การสนับสนุนอย่างลับๆ...”
ฮันโซกล่าวรายงานกับอิเอยาสึ
“นางอสูรตนนั้น จะเรียกว่าเป็นนางอสูรก็ไม่ใช่ จะเรียกว่าเป็นเทพีแห่งความตายก็ไม่เชิง แต่ที่รู้ๆ ว่า นางอสูรตนนั้นมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับพญาปีศาจจิ้งจอก 9 หางด้วย” ฮันโซพลางมีสีหน้าที่นิ่วด้วยความเคร่งเครียดอย่างสุดๆ
หรือว่านั่น...จะเป็นนางเทวีอสูรฯ อิซานามิ
ทางด้านโทโมเอะนั้นก็พลางนึกข้อสันนิษฐานอยู่ภายในใจ
“ข้าเกรงว่าฝ่ายมิทสึนาริจะใช้กองทัพอสูรโยไคในการทำศึกในครั้งต่อไปที่กำลังจะถึงนี้เป็นแน่แท้ เพราะงั้น เราจะต้องหาทุกวิถีทางในการที่จะลดทอนกองกำลังอสูรโยไคของฝ่ายมิทสึนาริให้จงได้”
อิเอยาสึกล่าวกับทุกๆ คนที่อยู่ตรงหน้าภายในปราสาทเอโดะ ในขณะเดียวกัน ณ ปราสาทซาวายามะ มีเหล่าบรรดาขุนศึกฝ่ายประจิมได้มานั่งอยู่ตรงหน้าอิชิดะ มิทสึนาริ ซึ่งเป็นผู้นำทัพฝ่ายประจิมอยู่ที่ชั้นบนสุดของปราสาท
“ท่านมิทสึนาริ เหล่าอายาคาชิที่พวกเราสร้างขึ้นได้ถูกกำจัดลงไปมากอย่างไม่ทราบสาเหตุขอรับ”
มาเอดะ เคย์อิจิ กล่าวรายงานกับมิทสึนาริด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ใครกัน ที่บังอาจมาลดทอนกองกำลังอสูรของข้า”
มิทสึนาริ เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคืองอย่างสุดๆ
“ท่านมิทสึนาริ ข้าได้ไปสืบมาแล้วว่า มีอนนะ-บุเกฉะ(นักรบหญิง) นางหนึ่งจากฝ่ายโทกุกาว่าที่แต่งกายด้วยชุดประหลาด ได้จัดการกับอายาคาชิของฝ่ายพวกเราถึง 7 ตนขอรับ เห็นได้ยินกันมาว่า อนนะ-บุเกฉะนางนั้นสามารถใช้พลังเวทย์องเมียวได้ อีกทั้งยังมีพวกพ้องด้วยขอรับ”
นาโอเอะ คาเนสึกุ รีบเดินเข้ามากล่าวรายงานให้มิทสึนาริ ผู้เป็นนายเหนือหัวได้ทราบ
“อนนะ-บุเกฉะนางนั้น คือใครกันนะ”
มิทสึนาริกล่าวในเชิงถามออกมาด้วยความสงสัย
“งั้นเดี๋ยวข้าจะไปตามสืบเองขอรับ ท่านมิทสึนาริ”
ซานาดะ ยูคิมูระกล่าวขอรับอาสาในการออกไปสืบเรื่องเกี่ยวกับพวกยูกินะ
“งั้นฝากเจ้าด้วยละกัน” มิทสึนาริกล่าวไหว้วานกับยูคิมูระ จากนั้น เหล่าบรรดาขุนพลนายอื่นๆ ที่อยู่ฝ่ายมิทสึนารินั้นต่างก็รีบพากันแยกย้ายออกจากปราสาทซาวายามะโดยทันที หลังจากที่เหล่าขุนพลได้พากันแยกย้ายออกไปจากปราสาทจนหมดแล้ว นางเทวีอสูรฯ อิซานามิก็ได้ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้ามิทสึนาริโดยทันที
แท้จริงแล้ว มิทสึนารินั้นได้ทำสัญญาขายวิญญาณให้กับนางอสูรตนหนึ่งเหมือนอย่างที่โนบุนากะกับฮิเดโยชิเคยทำมาแล้ว จนทำให้ตัวเขานั้นมีพลังปีศาจที่เปี่ยมล้น และสร้างกองทัพอสูรโยไคขึ้นมาได้ตั้งมากมาย ซึ่งนางอสูรตนนั้น ก็คือนางเทวีอสูรฯ อิซานามินั่นเอง การมาเยือนของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิในครั้งนี้ ก็เพื่อหวังที่จะยืมมือของพวกฝ่ายมิทสึนาริในการที่จะกำจัดพวกยูกินะ
ส่วนทางด้านพวกยูกินะและพวกอันจิน หลังจากที่การประชุมนั้นได้เสร็จสิ้นลง ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบก้มหัวโค้งคำนับให้กับอิเอยาสึที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะรีบพากันแยกย้ายออกไปจากปราสาทเอโดะทันที หลังจากที่ออกมาจากปราสาทแล้ว ทาดาคัทสึ ทาดาโอกิ ฮันโต และโนบุยูกิ ต่างก็รีบแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางกันโดยทันที
“เจ้าก็คือ...เจ้าหญิงฮิเมรากิที่มาจากโลกอนาคตอย่างงั้นหล่ะสินะ”
ก่อนที่พวกยูกินะกับพวกอันจินจะแยกจากกันไปนั้น อันจินก็ได้เข้ามาทักยูกินะโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“Who are you?” ยูกินะเอ่ยถามอันจินเป็นภาษาอังกฤษด้วยความงุนงงว่า ‘คุณเป็นใครกันเหรอคะ’
เนื่องจากว่าบุรุษที่ได้มาอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้มีหน้าตาที่เหมือนกับคนฝรั่ง จนทำให้เธอนั้นเอ่ยถามออกมาเป็นภาษาอังกฤษเช่นนั้น
“I can speak Japanese” อันจินรีบบอกเธอไปว่า เขานั้นสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้
“นี่คุณพูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยเหรอคะ” ยูกินะเอ่ยถามกลับไปด้วยภาษาญี่ปุ่น อันจินพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ
“ก่อนที่พวกข้าจะจากกันไป ข้ามีบางสิ่งที่อยากจะมอบให้แก่เจ้า”
อันจินได้หยิบยื่นหีบอะไรบางอย่างที่มีขนาดเล็กให้กับยูกินะ
“ข้าเชื่อว่าภายในหีบเล็กใบนี้อยู่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าต้องการ เจ้าจงรับมันไว้”
หลังจากที่กล่าวจบ พวกอันจินนั้นก็รีบพากันแยกออกจากพวกยูกินะไปในทันที จากนั้น พวกยูกินะก็รีบมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ลึกสุดภายในถ้ำบนภูเขาสุซุกะทันที โดยที่มีโทโมเอะนั้นคอยนำทางพวกพ้องของเธอด้วย
ทางด้านยูกินะนั้นจะขี่บนหลังม้าบินมีเขา ทางด้านโทโมเอะกับโอคัทสึจะขี่บนหลังจิ้งจอกเพลิงอัคนี โดยที่คิทสึเนบิจะสั่งการเคลื่อนย้ายดาบเคนเมียวเร็นให้มาไว้ที่ข้างๆ ลำตัวของเธอ ส่วนทางด้านฮินะฮิเมะนั้นจะขี่บนหลังหงส์ไฟมัจจุราชสีเพลิง ในระหว่างทางนั้น โทโมเอะกับคิทสึเนบิก็ได้เล่าให้พวกยูกินะฟังเกี่ยวกับน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ภายในถ้ำบนภูเขาแห่งนั้น
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าบ่อน้ำพุแห่งชีวิตอะไรนั่นจะมีพลังอำนาจในการชำระล้าง และการรักษาที่มากมายขนาดนี้”
ทั้งยูกินะ โอคัทสึ และอินะฮิเมะ ต่างก็รู้สึกตกตะลึงกับพลังอำนาจของน้ำพุแห่งชีวิตที่มากมายเหลือล้น
“แล้ว...น้ำพุแห่งชีวิตอะไรนั่น มันจะช่วยฟื้นคืนชีพให้กับเนโกะมาตะได้จริงหรือ”
โอคัทสึเอ่ยถามออกมาด้วยความไม่แน่ใจ
“ถ้ามันไม่สามารถช่วยฟื้นคืนชีพได้อย่างที่พวกข้าได้เล่าให้พวกเจ้าฟังหล่ะก็ ข้าก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่ตรงนี้จวบจนถึงทุกวันนี้หรอกนะ” คิทสึเนบิกล่าวกับโอคัทสึไปตามความจริง ซึ่งในตอนนั้น ถ้าหากไม่ได้น้ำพุแห่งชีวิตนั่นช่วยฟื้นคืนชีพเอาไว้ ป่านนี้ คิทสึเนบิก็คงจะไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างทุกวันนี้
“และตัวข้าเองก็เคยลงไปแช่ในบ่อน้ำพุแห่งชีวิตนั่นเพื่อทำการชำระล้างมาแล้วด้วยนะ” สักพัก โทโมเอะก็ได้กล่าวเสนอความเห็นออกมา ในขณะเดียวกัน ทางด้านยูกินะก็พลางจ้องมองไปที่หีบใบเล็กที่อันจินนั้นได้มอบให้กับเธอ ซึ่งอยู่บนมือเรียวงามอีกข้างของเธอ ในระหว่างนั้น ยูกินะก็รู้สึกสงสัยว่า...สิ่งที่อยู่ภายในหีบใบเล็กนั้นมันคืออะไร
หลังจากที่เดินทางบนกลางอากาศมาได้สักระยะ พวกยูกินะก็ได้มุ่งหน้ามาถึงที่ซากหมู่บ้านแห่งหนึ่งภายในภูเขาสุซึกะทันที พวกเธอทั้งหมดต่างก็รีบร่อนลงจอดที่กลางหมู่บ้านร้างแห่งนั้น แล้วมุ่งตรงไปยังบ่อน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดภายในถ้ำบนภูเขาสุซุกะแห่งนี้ ในระหว่างทาง พวกเธอทั้ง 5 ก็คอยจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่ขวางหน้า
เหล่าอสูรโยไคที่กำลังเพ่นพ่านไปมาทั่วทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ก็จะมีพวกโอนิโยไคที่ใช้อาวุธชนิดต่างๆ โดยจะมีทั้งตัวที่ใช้ดาบ หอก ง้าว ดาบคู่ ดาบยาว ขวานยักษ์ ขวานคู่ และโซ่เคียว รวมไปถึงตัวที่ใช้ธนู ปืนไฟ และปืนลูกระเบิดยิงในระยะไกลอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว ยังมีพวกโยไคชนิดอื่นๆ และเหล่าดวงวิญญาณอสูรร้ายจำพวกองยูเรียวอีกด้วย