สายตาทุกผู้คนบัดนี้ ล้วนจับจ้องไปที่อี้เฉินเป็นสายตาเดียว โดยเฉพาะบริเวณใจกลางหน้าอกของอี้เฉิน ที่มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ขาวบริสุทธิ์ ราวกับหยกไขมันแพะ เปล่งแสงเรืองรอง ของม้วนตำราออกมาขับเคลื่อน เนืองๆ ไม่ขาดสาย
ภาพนั้นที่พวกเขามองเห็นอี้เฉินที่บาดเจ็บหนัก น่าจะตายตกไปแล้ว ค่อยๆ ย้อนคืนกลับสภาพอย่างรวดเร็ว ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์โอบล้อม ราวกับอี้เฉินอยู่ภายในครรภ์ของมารดาโลก จะไม่ให้พวกเขาสายตาโลภมากได้อย่างไร
แม้แต่กลุ่มคนที่ทยอยเดินออกมาจากหอตำรา พวกเขาเหล่านั้นต่าง ก็กำฝ่ามือที่มีม้วนตำราเอาไว้จนแน่น เนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่ ไม่ได้ถือครองแม้แต่วิชา ระดับชั้นดิน เสียด้วยซ้ำ จึงทำใบหน้าผิดหวังเป็นธรรมดา
แต่เมื่อพวกเขาเห็นอี้เฉิน ที่อยู่ใจกลางของลานประลอง กายาลอยเด่นปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ ออกมาพร่างพราว แม้จะไม่ได้เข้าไปภายในหอคัมภีร์เสียด้วยซ้ำ อี้เฉินกลับถือครองสุดยอดวิชา สังสารวัฏ มันจะไม่ให้พวกเขา เดือดดาลเป็นโทสะได้อย่างไร บัดซบ! บัดซบ!
จอมยุทธ์บางคนที่ได้รับวิชาระดับชั้นฟ้า ออกมาจากหอตำรา พวกเขาต่างก็ชูม้วนตำราสีทอง ลอยขึ้นเหนือหัว พร้อมด้วยสายตาที่โอหัง มั่นใจว่า พวกเขาเหล่านั้น จะเป็นที่จับจ้อง สายตาจากหมู่ชนนับไม่ถ้วน
ทว่าเมื่อเห็นภาพความจริง ที่มีเพียงสายตาไม่กี่คู่ จับจ้องมาที่ตัวพวกเขา ใบหน้าอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ เหล่านั้นต่างก็ดำทะมึน เป็นตอตะโกโดนเผา บรรยากาศที่พลันหนักอึ้ง ราวกับแผ่นดินจะยุบตัวลงอย่างรุนแรง อดไม่ได้ที่จะทำให้รอบด้านเงียบงัน อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากมีเข็มตกหล่น ภายในบริเวณแห่งนี้สักเล่ม เกรงว่ามันจะดังก้องกังวาน เข้าไปภายในโสตประสาท ของผู้คนไม่น้อย
แล้วยิ่งหมู่ชนเห็นม่านพลังป้องกัน งานประลองหอคัมภีร์เกียรติยศ ในลักษณะวงกลมใส การป้องกัน ลดลงฮวบฮาบอย่างน่าใจหาย ส่งสัญญาณที่ไม่ดีออกมา พวกเขาต่างก็ใจคอไม่สู้ดีนัก ครั้นรับรู้ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ แม้แต่อี้ฟางหรง นางยังมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรับรู้ จิตสังหารมุ่งร้าย ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ส่งสายตาไปมองอี้เฉิน ด้วยสายตาลึกล้ำเป็นสายตาเดียว
ก่อนเสียงฝีเท้า ปัง!! ของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ จะดังออกมาก้องฟ้า พร้อมม่านพลังวงกลมใส ที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยวพริบตา เมื่อร่างที่ราวกับภูตพราย ของผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นสืบฝีเท้า เข้าหาปิดล้อมตัวของอี้เฉินไว้ ในฉับพลัน
ภาพนั้นต่างก็ทำให้หมู่ชนที่มองชม ใบหน้าพวกเขาต่างก็มี สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก หากเหล่าผู้ยิ่งใหญ่เข้าแทรกแซง แม้แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้ “เฮ้อ!! เกรงว่าจักรพรรดิหนุ่ม ผู้ปกครองดินแดนเทพ จะเจอเข้ากับเรื่องที่ยุ่งยาก เข้าให้เสียแล้ว”
ด้านอี้ฟางหรง ที่เข้ามาขวางตัวของอี้เฉินไว้ นางแค่นเสียงขึ้นมาทันใด “พวกเจ้าคิดจะทำอะไร กล้าลงมือกับ ชนรุ่นหลังเชียวหรือ?”
จักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขากล่าวตอบออกไปอย่างไม่ปิดบัง “แม่นาง เจ้าอย่าเข้าใจผิด วิชาสังสารวัฏ เป็นของคนดินแดนจักรพรรดิของพวกเรา อย่างไรอี้เฉินที่ได้มันมา เขาคงต้องอยู่ดินแดนจักรพรรดิ สักพักใหญ่แล้วกระมัง แม้แต่เจ้าเองก็ด้วยเช่นกัน”
“พวกเจ้า กล้าข่มขู่พวกเรา คนดินแดนเทพช่างหน้าไม่อาย” อี้ฟางหรง นางสบถด่าออกมาด้วยความเดือดดาล นางไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พวกนี้คิดจะรังแกพวกเขา ด้วยความไม่เป็นธรรม แม้แต่จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ที่เห็นสถานการณ์ เขายังทำอะไรไม่ได้มากนัก
“สาวน้อยเจ้าอย่าลืมเจ้าตัวคนเดียว” ครั้นจักรพรรดิ ฟู่เฉิง คลี่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย เขาพยักหน้าให้ จักรพรรดิแห่งความตาย จักรพรรดิจ้าววังมังกร ที่เดือดดาลกับอี้เฉินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร้อมด้วยจักรพรรดิคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิมังกรฟ้า จักรพรรดิอัสนีเพลิง พวกเขาต่างก็สนอกสนใจ วิชาสังสารวัฏที่อี้เฉินครอบครอง ครั้นเห็น อี้ฟางหรง นางตั้งใจที่จะต่อสู้
จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เขาแค่นเสียงออกมาทันที “พวกเจ้าก็เอากับเขาด้วยหรือ จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่”
จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิงกล่าวตอบโต้ออกมา อย่างไม่ปิดบังความต้องการของเขา “ข้าเองก็สนใจ วิชาสังสารวัฏนี้เช่นกัน หรือท่านไม่สนใจมัน จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ..ข้ารู้ท่านลำบากใจ แต่หากพวกเขาอยู่ดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาจะปลอดภัยข้าให้คำมั่น”
อี้เฉินที่หลับตาพริ้ม เขาได้ยินคำพูด ของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ทุกคำพูด ก่อนเขาจะเปิดเปลือกตาออกมา ปรายตามองเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยประกายตาสีทอง ที่ฉายวาบออกมาอยู่แวบหนึ่ง ริมฝีปากเปิดขึ้น เอ่ยพูดเสียงเรียบออกมาดังก้อง
“พวกเจ้าถามข้าหรือยัง ที่จะให้ข้าอยู่ดินแดนจักรพรรดิ”
สีหน้าของเหล่าจักรพรรดิ พวกเขาตกใจกันไม่น้อย ครั้นเห็นอี้เฉินปราณจิต ไปแตะอยู่ในผู้ไม่ดับสูญ “หืม!! ปราณจิตของเจ้าไปแตะอยู่ในผู้ไม่ดับสูญ เป็นไปได้อย่างไร?” จักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขาจ้องมองไปที่อี้เฉิน ด้วยดวงตาเขม็ง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้แต่จักรพรรดิ จ้าววังมังกร เขายังแค่นเสียง ขึ้นมาด้วยความเดือดดาล “เจ้า! เจ้า! ช่างโอหังนัก อยู่ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่ อย่างพวกเรา เจ้าที่ต่ำต้อย ยังไม่สำเหนียกตนเองอีก” ฉับพลันปราณพลัง ของขั้นพลังจักรพรรดิ ก็ปะทุโพยพุ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง อายความน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง แผ่ซ่านออกไปทั่วอาณา กำราบหมู่ชนทั่วหน้า จนต้องหมอบคลานอยู่กับพื้นเบื้องล่าง
อี้เฉินที่รับรู้ถึงความห่างชั้นของขั้นพลัง หัวเข่าข้างหนึ่งเขากระแทกกลางอากาศอย่างรุนแรง ปัง!! ยังดีที่อี้ฟางหรง นางส่งปราณพลังมาช่วยลดทอนแรงกดดัน ทำให้อี้เฉินกลับมายืนหยัดได้อีกครา
ทว่าเหล่าผู้คนบัดนี้ พวกเขาต่างก็หัวใจสั่นสะท้าน ความหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วแดนอาณา ส่งให้รอบด้านเกิดความวุ่นวาย ครั้นรับรู้ถึงโทสะ ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่เยว่ชิงเซียนนาง ที่ออกมาจากหอตำรา เห็นภาพอี้เฉินโดนเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ปิดล้อมไว้อย่างสมบูรณ์ ประกายตา นางจึงฉายความกังวล ขึ้นมาอย่างเด่นชัด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนแน่น มีโลหิตไหลซึมออกมาน้อยๆ “มันเกิดอะไรขึ้น อี้เฉินเหตุใด เจ้าถึงถูกปิดล้อมเล่า!”
ก่อนจักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขาจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา “อี้เฉิน ไม่ว่าอย่างไร เจ้าต้องอยู่ภายในดินแดนจักรพรรดิ ให้พวกเราได้ศึกษา คัดลอกวิชาสังสารวัฏ ภายในกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าก่อน หากเจ้าเชื่อฟัง ไม่ดื้อรั้นข้าจะดูแลเจ้า กับแม่นางอี้ฟางหรงเป็นอย่างดีเอง”
“หากเจ้าทำตัวดี ข้าอาจจะรับเจ้าเป็นศิษย์ ของข้าเองอีกคนก็เป็นได้”
อี้เฉินสีหน้าเขาบ้าคลั่ง หัวเราะออกมาดังก้อง “ฮ่าๆ หากข้าทำเช่นนั้น มันก็เท่ากับข้า ได้มอบชีวิตให้พวกท่าน ไปพร้อมกับกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของข้า ไปแล้วหรอกหรือ? พวกท่านไม่ลองถามใจท่านดู ว่าข้าจะมีโอกาสรอดหรือไม่”
จักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขาแค่นเสียงขึ้นมาทันที “อี้เฉินนี่เป็นคำสั่ง ไม่ได้เป็นคำขอ ส่วนเจ้าจะรอดหรือไม่ ไปหวังพึ่งโชค วาสนา ของเจ้าเอา”
อี้เฉินเขามีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาไม่ตก แม้แต่อี้ฟางหรง นางยังไม่คิดยอม ที่จะให้อี้เฉินยอมจำนนเช่นนี้ ฝ่ามือนางบีบรัดเข้าหากัน จนเกิดเสียงแตกหักดังออกมาลั่น “เจ้าอย่าไปฟังคำพูดของพวกเขา อี้เฉิน!”
อี้เฉินที่เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้าง สัมผัสได้ถึงลูกบาศก์มิติ ภายในทะเลความรู้ ของเขากำลังสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด จากความเดือดดาลของปู่ดวงเฮง
ลมเย็นเหยียบที่พัดไหว ปะทะเข้าใส่ใบหน้าอี้เฉิน ถูกเขาซึมซับ สัมผัสบรรยากาศอยู่ชั่วครู่ ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา คำพูดนั้นของเขา แม้แต่ท้องฟ้า ยังเกิดการแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับจะมี ลมพายุลูกใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ดังออกมากึกก้อง
“หากพวกท่านคิดจะผูกชะตาแค้นกับข้า ข้าสาบานข้าจะกลับมา เด็ดหัวพวกท่าน ให้ดินแดนจักรพรรดิอาบย้อม ไปด้วยโลหิต ของผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน”
คำพูดของอี้เฉินที่ดังก้อง เข้าไปภายในโสตประสาทของหมู่ชน พวกเขาต่างก็ไม่คาดคิดว่า อี้เฉินจะใจกล้าห่อฟ้า ข่มขู่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งหน้าเช่นนี้ ครั้นหันปรายตาไปมอง ท้องฟ้า ที่บ้าคลั่ง มันก็ทำให้พวกเขากายาเย็นเหยียบ หนาวสั่นขึ้นมา ด้วยความหวาดกลัว
เหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาหน้ามืดทะมึน กันไม่น้อยโดยเฉพาะจักรพรรดิ จ้าววังมังกร ที่ผูกชะตาแค้นกับอี้เฉินไปแล้ว จักรพรรดิแห่งความตาย เขาเองก็ไม่อาจปล่อยอี้เฉิน ไปได้อีกต่อไป ไม่เช่นนั้นแผนการที่พวกเขาวางเอาไว้ อาจต้องพังทลาย เพราะเด็กหนุ่มที่มีสายเลือดของชิงหรั่น ที่ไหลเวียนอีกคราก็เป็นได้ ดีไม่ดี บางทีเมล็ดพันธ์ุพิภพ อาจจะอยู่ภายในกายของไอ้เวรอี้เฉินก็เป็นได้ ไอ้เด็กนี่มีความลับเยอะเกินไป อย่างไรก็ต้องเอามัน มาตรวจสอบอย่างละเอียด