ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่646 ใส่ไฟข่าวเสียหาย

      ด้านบนพระราชวังทอง บริเวณส่วนยอดของต้นใบชาหยั่งรู้ อี้เฉินกับซีเผิง พวกเขาต่างก็รินสุราให้กัน พูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันออกมาไม่ขาด ก่อนชายหนุ่มเรือนผมสีฟ้าคราม จะกล่าวเตือนอี้เฉินออกมา 
 


“เจ้าเองก็ถือเป็นผู้อาวุโสภายในสำนักหุบเขาบรรพชน เฉกเช่นเดียวกับข้า ช่วงนี้เจ้าอยู่ดินแดนเทพ สักระยะเถอะอี้เฉิน”

 


    อี้เฉินที่กระดกจอกสุรา เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด เข้าหากันเป็นปมขึ้นมาโดยพลัน เอ่ยเสียงเรียบไต่ถามในทันใด “ช่วงนี้ดินแดนเทพ เกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นเช่นนั้นหรือ พี่ซีเผิง”

 


     ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาน้อยๆ ‘เกรงว่าจะเป็นอย่างที่เขาคิด อี้เฉินคิดจะไปอยู่อาศัย ภายในดินแดนเบื้องล่างมากกว่าสินะ’ อย่างที่เจ้าเห็นสำนักของเราแทบไม่มีอนุชน เหล่าอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์ เข้ามาภายในสำนัก การจะเติบโต ต้องมีรากฐานแข็งแกร่ง เราต้องมีอนุชนรุ่นใหม่พวกนี้ ขับเคลื่อนยุคสมัย ..เจ้าที่เป็นผู้อาวุโสน่าจะพอดึงดูดเหล่าอัจฉริยะเหล่านั้น มาจากสำนักใหญ่ได้บ้าง”

 


      อี้เฉินได้ยินเขาพยักหน้าขานรับ คำของพี่ซิเผิง บัดนี้พวกเขาไม่ใช่รุ่นอนุชน ที่ต้องลงไปขับเคี่ยวกันอีกต่อไป ทำให้สีหน้าอี้เฉินครุ่นคิดไม่ตกเช่นกัน ว่าจะหาเหล่าผู้มีพรสวรรค์ได้จากที่ไหน ที่อี้เฉินพอจะคิดได้ก็มีแค่ดินแดนเบื้องล่าง

 


     ซีเผิง ครั้นรินสุรามาอยู่ในฝ่ามือ เขามองทอดยาวสายตา จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง กล่าวพูดพึมพำออกมาเล็กน้อย “น้องสาวข้า เจ้าจะมองดวงจันทร์ที่งดงาม ดวงเดียวกับข้า อยู่หรือเปล่าในยามนี้” ชายหนุ่มแววตาคะนึงหาไม่รู้คนที่เขารัก ภายในดินแดนจักรพรรดิ บัดนี้นางจะเป็นเช่นไรแล้วบ้าง

 


      ก่อนซิเผิง จะกล่าวพูดออกมาอีกครา มั่นใจว่าข่าวคราวนี้ จะรั้งตัวอี้เฉินไว้ได้สักระยะ “อี้เฉินเมิ่งอี้ นางกำลังจะแต่งงาน กับบุตรมังกรจงจิ้น แล้วอีกเรื่องหลินเฟย นางไม่ได้ขึ้นไปเติบโต ยังดินแดนจักรพรรดิ”

 


      อี้เฉินสายตาของเขาไหววูบ คิดถึงเรื่องราวในอดีต ที่พบเจอองค์หญิงเมิ่งอี้ ในทันใด พวกเขาต่างก็เป็นมิตรสหายที่ดีต่อกัน ..แล้วยิ่งได้ยินว่า หลินเฟย นางยังคงอยู่ ภายในดินแดนเทพไม่จากไปไหน ประกายตาอี้เฉิน ที่แฝงไว้ด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย พลันดู วูบไหวทอประกายขึ้นมาไม่น้อยในทันใด

 


อี้เฉินไต่ถามอย่างรีบร้อน “วันที่เมิ่งอี้แต่งงานวันไหน ข้ามั่นใจหลินเฟย นางเองก็ต้องได้รับบัตรเชิญเช่นกัน”

 


      ครั้นซีเผิงที่เตรียมจะกล่าวพูด จู่ๆ เขาก็ต้องยิ้มหน้าเจื่อนขึ้นมา เมื่อเห็นชายหนุ่ม ร่างเล็กสืบฝีเท้าปรากฏกาย ออกมากล่าว พูดบอกกล่าวอี้เฉินตัดหน้าตัวเขา “เจ้าอย่าได้ใจร้อนไปอี้เฉิน อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า กว่าจะถึงงานแต่งของพวกเขาทั้งสอง ..ทว่าหากเจ้าไปเข้าร่วมงานแต่งงานของพี่เมิ่งอี้ครานี้ คงจะเป็นข่าวใหญ่ ในรอบปีของดินแดนเทพ เป็นแน่ แถมยังส่งผลดีกับพวกเราสำนักหุบเขาบรรพชนไม่น้อย จากชื่อเสียงของเจ้า”

 


     ซีเผิงได้ยินเช่นนั้น เขาเองยังพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของโม่กวาง มีเพียงอี้เฉิน ส่ายหัวออกมาน้อยๆ ก่อนส่งจอกสุราให้มิตรสหายเขาดื่ม นั่งพูดคุยกันไปถึง3วันสามคืน ถึงเรื่องการบ่มเพาะ ของพวกเขาเริ่มที่จะเชื่องช้าลงไปทุกที บางทีพวกเขา อาจจะต้องอาศัย การฝึกฝน ขัดเกลาของเหล่าเซียนโบราณ ที่ร่วงหล่น ใช้มหันตภัยของฟ้าดิน เป็นเตากลั่นหลอม กายาโดยธรรมชาติแล้วกระมัง

 


      ทว่าก่อนที่มิตรสหายของอี้เฉินจะจากลา แยกย้ายไปตามทางเดินของตน อี้เฉินส่งคำพูดไล่หลัง ออกไปให้โม่กวาง ครุ่นคิดไม่ตกในทันใด “เดี๋ยวใกล้ถึงวันแต่งงาน พี่เมิ่งอี้ ข้าคงต้องขอแรง เจ้าหน่อยแล้วโม่กวาง”

 

ชายหนุ่มร่างเล็ก ห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ พยักหน้าขานรับคำ ของอี้เฉินผู้เป็นจักรพรรดิ อย่างหนักแน่น “ข้าเข้าใจแล้วน่า”

 


     อี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้น เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง ‘คงต้องขอรบกวน เจ้าหน่อยแล้วโม่กวาง’ ทันใดร่างอี้เฉินที่ยังไม่จากไปไหน ค่อยๆ ลอยสูง เหนือต้นใบชาแห่งการหยั่งรู้ ก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ ค่อยๆ เพิ่มพูนประสบการณ์ ความรู้ของเขา ให้ไปอยู่ในจุดสูงสุดในเร็ววัน รอคอยเตรียมพร้อม สำหรับการเลื่อนขั้นพลังเซียนสวรรค์ ที่ไม่รู้ต้องใช้เวลา สั่งสมประสบการณ์อีกเท่าใด ถึงจะสามารถเลื่อนขั้นพลังเซียนสวรรค์ได้

 


     บางทีอี้เฉิน อาจจะใช้เวลาครบ150ปี เฉกเช่นตำนานดินแดนเทพกล่าวขาน ไม่มีผู้ใด สามารถเลื่อนขั้นพลังเซียนสวรรค์ อายุน้อยกว่า150ปีมาก่อนก็เป็นได้

 


     ...ก่อนอี้เฉินจะผ่อนลมหายใจออกมายาว ในรอบ15วัน ที่เขานั่งปิดขั้นพลัง เมื่อรับรู้ว่าบัดนี้สำนักหุบเขาบรรพชน เกิดความชุลมุนวุ่นวาย บริเวณด้านหน้าเจดีย์สายฟ้า จนเขาต้องสืบฝีเท้าลงไปดูด้วยตนเอง

 


      ปราณพลังมังกร พรจักรพรรดิที่มากล้น ทั่วสารพางค์กายอี้เฉิน ปลดปล่อย กดข่มผู้คนรอบทิศในทันใด กลุ่มคนที่กล่าวพูดคุยถกเถียง ร่างพวกเขาแทบหมอบคลานลงกับพื้นดินเบื้องล่าง หันศีรษะกลับมาด้วยความยากลำบาก ก่อนประสานมือคำนับ มาที่อี้เฉินอย่างไม่ยินดีเท่าใดนัก “จักรพรรดิอี้เฉิน เจ้าจะไม่แสดงความรับผิดชอบ อะไรหน่อยหรือ? ศิษย์ผู้มีพรสวรรค์สำนักข้า ถูกสายฟ้าภายในเจดีย์สายฟ้า ผ่าฟาด จนตายตก อยู่ภายในชั้นที่4 เฉกเช่นนี้เจ้าคงไม่ได้หลอก พวกเราหรอกกระมัง”

 


     ศิษย์อีกหลายสำนัก ที่มาอยู่สถานที่แห่งนี้ หลายสำนักที่ไม่ลงรอยกับอี้เฉิน ต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อได้ยินน้ำเสียงของผู้อาวุโสขั้นเจ้าสำนัก กล่าวพูดออกมา ไม่ช้าสำนักแห่งนี้ จะต้องด่างพร้อย ตกต่ำลงไปอย่างแน่นอน

 


      อี้เฉินหน้าเคร่งขรึม จ้องเขม็ง ลงไปมองชายวัยกลางคน ขั้นเซียนสวรรค์ ระดับ เทียบเท่าเจ้าสำนัก ด้วยสายตาลึกล้ำ พอจะคาดเดาสิ่งที่สำนักศาลาซากศพ ต้องการจะทำลายชื่อเสียง ไม่ให้พวกเขา เติบใหญ่เป็นขุมกำลังที่น่าหวาดกลัว

 


      อี้เฉินครั้นผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เขากล่าวตอบเสียงเนิบช้า ออกมาทันที “ท่านผู้อาวุโสสำนักศาลาซากศพ การแสวงโชควาสนา ย่อมต้องมีความเสี่ยง ที่เลี่ยงไม่ได้ไม่ใช่หรือ ศิษย์สำนักท่านอ่อนแอจะมาโทษข้า มันคงจะไม่ใช่เรื่องกระมัง”

 


      ชายแก่หน้าเขียวคล้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูล ยกฝ่ามือชี้หน้าอี้เฉินในทันใด “เจ้า! เจ้า! จักรพรรดิอี้เฉิน อย่าลืมพลังของเจ้า ที่อยู่ในขั้นจักรพรรดิ เป็นเพียงพลังภายนอก ไม่ใช่พลังของเจ้าแต่อย่างใด อย่าพูดจาโอหัง ได้ใจไปหน่อยเลย”

 


      คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าให้ชายชรา มองว่าอี้เฉินกล่าวพูดโอหังเกินไป “ข้าเองก็เห็นด้วย กับชายชรา สำนักศาลาซากศพ ไม่รู้ข่าวเรื่องสิ่งสืบทอด ภายในชั้นที่9 จะมีจริงหรือไม่ก็ยังไม่รู้” ไม่นานรอบด้านก็แตกเป็นสองฝ่าย มาพร้อมเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดัง ออกมาไม่ขาด

 


       ภาพนั้นต่างก็พาให้เหล่าผู้อาวุโสสำนักหุบเขาบรรพชน ลอบถอนหายใจออกมาน้อยๆ ไม่คิดว่าพวกสำนักใหญ่ จะเพ่งเล็งโจมตี สำนักที่พึ่งก่อตั้งของพวกเขาเฉกเช่นนี้ ยิ่งจักรพรรดิอี้เฉิน กล่าวพูดก็ราวกับเป็นการเติมเชื้อเพลิง เข้าไปภายในกองไฟ ส่งให้บรรยากาศเดือด ระอุ คุกรุ่นไปด้วยโทสะของผู้คน

 


      อี้เฉินส่ายหัวออกมาน้อยๆ ประกาศกร้าวออกมาดังก้อง “ข้าเองก็ไม่คิดจะสร้างสำนัก ที่มีแต่เหล่าจอมยุทธ์ไว้ภายใต้ อาณัติมากมาย แต่ที่ข้าต้องการคือผู้โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำนักหุบเขาบรรพชนเรา มีเหล่าผู้อาวุโสชรา พร้อมจะสั่งสอนขัดเกลา พวกเขาเหล่าสัตว์ประหลาดพวกนั้น”

 


      ก่อนภายในฝ่ามืออี้เฉิน จะหยิบขวดหยกหนึ่งออกมา จากแหวนมิติ แล้วเทน้ำสายฟ้าบริสุทธิ์ ออกมาสู่สายตาหมู่ชน ก่อนส่งคำพูดที่เจ้ามังกรสายฟ้า ภายในเจดีย์ชั้นที่9 กล่าวพูดออกมา ฉายภาพภายในความทรงจำอี้เฉิน ให้หมู่ชนดูถ้วนหน้าหักล้าง ข่าวเสียหายในทันใด แม้แต่เหล่าผู้อาวุโส ภายในสำนักหุบเขาบรรพชน ยังเห็นด้วยกับความคิดของอี้เฉิน

 


      ทันใดผู้คนรอบด้าน ต่างก็ตะโกนโหร้องออกมาก้อง มีแม้กระทั่งผู้คนที่สายตาโลภ อยากจะครอบครอง อาวุธ ระดับ สูงสุดของมหาพิภพ มีแม้บางคนที่ยิ้มเย้ยหยัน แม้ว่าอี้เฉินจะไปถึงชั้นที่9สำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้รับการยอมรับ จากเจ้าเจดีย์สายฟ้า

 


       ทว่าสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิด ครั้นฝ่ามืออี้เฉิน โบกสะบัดฝ่ามือออกมา ด้านหน้าอย่างรุนแรง ส่งคำพูดเสียดแทงชายชรา “เชิญท่านผู้อาวุโส ถือว่าข้าส่งท่านแล้วกัน” ร่างชายชราสำนักศาลาซากศพ ถูกอี้เฉินส่งตัวออกไปภายนอก หุบเขาบรรพชนในทันใด ทำให้ชายชราหน้าบูดเบี้ยว สบถด่าออกมาดังลั่น แม้แต่เหล่าศิษย์สำนักศาลาซากศพ ยังร้องกัน ออกมาเกรียวกราว รีบตามติด ผู้อาวุโสชราของพวกเขา ออกไปอย่างรีบร้อน

 


       กระทั่งสำนักศาลายา สำนักเทพ สำนักภูต ที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับอี้เฉิน พวกเขายังนิ่งอึ้ง ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ภายในสำนักหุบเขาบรรพชนอีกต่อไป