'ที่ทำการทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ'
“ จ้าวเว่ย.. นายน้อย.. นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
ตงห่าวถามออกมาด้วยความมึนงง สามสาวมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ พวกเขาคิดว่าจะมาพบการต่อสู้อันรุนแรง
แต่ภาพที่เห็นนี่มัน..
ยามตงห่าวกับพวกเข้ามาในที่ทำการทหารรับจ้าง ซิ่วอิงรับรู้จากอาณาเขตวิญญาณอยู่ก่อนแล้ว จึงหันไปมองพวกเขาแล้วยิ้มให้โดยไม่พูดอันใด มีเพียงจ้าวเว่ยที่อดไม่ได้ เอ่ยขึ้นด้วยความภูมิใจในตัวบุตรสาว
" ฮ่ะๆๆ.. ตงห่าวพวกเจ้ามาช้าไปแล้ว.. ลูกสาวของข้าเอาชนะพวกเขา และกลายเป็นคนของนางเรียบร้อยไปแล้ว"
“ หาๆ..”
ตงห่าวกับพวกอุทานออกมา สายตาพวกเขามองนายน้อยของตน สลับกับกลุ่มคนเป็นร้อยที่นั่งสมาธิอยู่ในลานกว้าง ซิ่วอิงมองสายตาอันสงสัยใคร่รู้ของพวกเขา จึงกล่าวขึ้นว่า
" ท่านลุงตง พี่สาวทั้ง3.. ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว พวกเขาเป็นคนของข้า ข้าจึงให้กินโอสถทะลวงปราณ จนเพิ่มระดับได้ทุกคน ยกเว้นหัวหน้าเว่ยที่ต้องรออีกหน่อย"
" นายน้อย ทะ ท่าน.."
ทั้งตงห่าวและสามสาวถึงกับพูดไม่ออก
“ ท่านลุงตง.. ไม่แนะนำสหายของท่านให้ข้ารู้จักหน่อยหรือ..”
ซิ่วอิงถามถึงกลุ่มชายหญิงแปลกหน้า 9 คนที่ตามหลังตงห่าวกับพวกมา
“ ฮ่ะๆๆ.. ข้ามัวแต่ตกใจจนลืมไปเลย.. นายน้อยข้าขอแนะนำนี่เป็นสหายของข้า ‘กลุ่มทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า”
“ คารวะทุกท่าน..”
ซิ่วอิงกุมมือคำนับผู้มีอาวุโสกว่าทั้ง 9 คนอย่างไม่ถือตัว
“ สหายทุกท่าน.. นี่คือนายน้อยจ้าวซิ่วอิงที่ข้าพูดถึง”
“ คารวะคุณหนูจ้าว.. หลายวันมานี้พวกข้าได้ยินชื่อเสียงคุณหนูมามากจริงๆ” ชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นแล้วกุมมือคำนับ เช่นเดียวกับกลุ่มของเขาที่คำนับให้ซิ่วอิงพร้อมกัน
‘กลุ่มทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า' ในครั้งแรกที่ตงห่าวไปชักชวน กลุ่มของพวกเขาไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก ที่มานี้พวกเขาเพียงอยากมาดูนายน้อยจ้าวของสหายให้เห็นกับตาตัวเองเท่านั้น ส่วนจะเข้าร่วมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่ยามนี้เมื่อมาเห็นภาพตรงหน้า
กลุ่มของเว่ยฉางโจวที่ใหญ่กว่ากลุ่มของเขาเป็นสิบเท่า กลับตกลงใจมาอยู่ในอานัติของนาง และสามารถเพิ่มพลังปราณในคราเดียวเป็นร้อยๆคน ในตอนนี้ไม่ต้องถามว่าพวกเขาจะเข้าร่วมหรือไม่ กลับกันหากนางไม่ยอมรับ พวกเขาคงต้องคุกเข่าข้อร้องด้วยซ้ำไป
“ กลุ่มทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า.. ทุกท่านคงได้ฟังจากลุงตงแล้ว พวกท่านจะว่าอย่างไร”
ซิ่วอิงไม่อ้อมค้อมให้มากความถามเข้าประเด็นทันที ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มหันไปมองเพื่อนร่วมกลุ่มของตนเอง ทุกคนพยักหน้าให้กับเขาเป็นการยอมรับ หัวหน้ากลุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ ข้าซุ่นจินและพวกยินดีเข้าร่วมกับคุณหนูจ้าว.. ”
“ ดี.. ทุกคนคงรู้จากลุงตงมาแล้วว่าหากอยู่กับข้าต้องทำเช่นไรบ้าง พวกท่านเต็มใจหรือไม่”
ซิ่วอิงเอ่ยย้ำถึงข้อกำหนดในการเข้าร่วมกับตนเอง
“ พวกเราเต็มใจ..”
“ ได้.. ข้ายินดีที่ได้พวกท่านเข้าร่วม ข้าจะทำพันธสัญญากับพวกท่าน”
กล่าวจบซิ่วอิงยกมือวาดวงเวทย์ขึ้นกลางอากาศ ครอบคลุมกลุ่มเขึ้ยวหมาป่าทุกคนรวมทั้งตัวเธอและบิดา แล้ววาดอักขระขึ้นมาหลายสิบตัว ก่อนจะสะบัดมือให้อักขระพุ่งเข้าไปกลางหน้าผากของทุกคน แสงสีขาวพลันสว่างวาบขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าร่างทุกคน เมื่อวงเวทย์หายไปเป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อย
“ เอาละ.. ตอนนี้พวกท่านเป็นคนของข้าแล้ว ส่วนเรื่องอื่นค่อยไปคุยกันที่จวน เพราะวันนี้ข้าจะยกระดับให้กับท่านลุงตงกับพวกเช่นกัน..”
ซิ่วอิงกล่าวจบหันกลับไปมองกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ ที่นั่งปรับพลังปราณกันอยู่
ทันใดนั้น.. พลันมีเสียงดังออกมาจากด้านในอาคารอีกครั้ง ..
" นี่เกิดอะไรขึ้น.. "
สิ้นเสียงปรากฏร่างชายหนุ่มรูปงามหน้าตาหล่อเหลา เดินเข้ามาในลานกว้างอย่างเร่งรีบ ก่อนจะประสานมือคารวะให้ทุกคนอย่างมีมารยาท
" คารวะทุกท่าน.. ข้าชินไป๋หลง"
" ที่แท้นายน้อยชินนั่นเอง.. ข้าจ้าวเว่ยและนี่คือสหายของข้า"
จ้าวเว่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
" ท่านอาจ้าว.. ข้าทราบจากท่านพ่อว่าท่านถูกกลุ่มทหารรับจ้างคุมตัวไว้ ‘น้องซิ่วอิง’กำลังบุกมาช่วยท่าน.. ข้าจึงรีบมาช่วยอีกแรงนึง"
" หืออ.. ‘น้องซิ่วอิง’ .. นายน้อยชิน.. ท่านไปรู้จักสนิทสนมกับบุตรสาวข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน "
จ้าวเว่ยทีแรกกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้ม แต่พอได้ฟังคำของคุณชายชิน ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าพูดเสียงเข้มขึ้นมา
“ ท่านอาจ้าว.. ท่านคงยังไม่ทราบ.. เมื่อหลายวันก่อนข้าป่วยหนักไม่มีหมอคนใดรักษาได้.. เคราะห์ดีที่วันนี้บุตรสาวท่านได้รักษาจนข้าหายดี อีกทั้งยังทำให้ข้าทะลวงระดับพลังได้อีกขั้น..”
ชินไป่หลงกล่าวอธิบายเรื่องราว แต่จ้าวเว่ยกลับไม่ยอมเลิกราง่ายๆ
“ หึ.. เพียงนางรักษาให้ท่านคงไม่มีอันใดมากกว่านั้น.. มิใช่หรือ”
" เอ่อ.. นางเรียกพ่อแม่ข้าว่าท่านลุงท่านป้า ถือว่าเป็นคนครอบครัวเดียวกัน.. ข้าเรียกนางว่าน้องซิ่วอิงถือว่าไม่ผิด.. มิใช่หรือ "
ชินไป่หลงกล่าวอธิบายกับผู้เป็นบิดา แต่สายตากลับมองไปทางบุตรสาวแทบไม่วางตา ถึงตอนนี้ซิ่วอิงจะสวมหน้ากากปิดบังไว้ครึ่งหน้า แต่เขาเคยเห็นใบหน้าอันงดงามของนางมาแล้ว
ซิ่วอิงกลัวบิดาจะทำเสียเรื่อง จึงเอ่ยทักทายเขาว่า
" คุณชายไป๋หลง.."
ยังไม่ทันที่ซิ่วอิงจะกล่าวอันใดต่อไป ชินไป่หลงเอ่ยขัดขึ้นมา
" เรียกข้าว่า ‘พี่ชายไป๋หลง’ "
" เอ่อ.. "
ซิ่วอิงอ้ำอึ้งพลางมองไปทางคนอื่นๆ เห็นสายตาและรอยยิ้มล้อเลียนจากพี่สาวทั้ง3 ส่วนบิดากลับทำหน้าเข้ม ตงห่าวที่เอ็นดูนายน้อยของเขาไม่น้อย ทำหน้าเข้มใส่ชายหนุ่มเช่นกัน
ซิ่วอิงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะกล่าวว่า
" เอ่อ.. พี่ชายไป๋หลง.. สิ่งที่ข้าทำเป็นเรื่องสมควรแล้ว"
" แต่สำหรับครอบครัวข้าเป็นเรื่องสำคัญ.. ท่านแม่ข้าคิดว่าเจ้าเป็นเหมือนลูกหลาน เมื่อทราบข่าวว่าเจ้ามีปัญหาจึงให้ข้ามาช่วยเจ้า.. แต่ดูแล้วข้าคงมาช้าไป"
ซิ่วอิงมองชายหนุ่มที่ทำมึนพูดคุยเหมือนสนิทสนมกันมานาน จึงยิ้มอย่างจนใจและเล่าเรื่องราวให้ฟังพร้อมกับทุกคน แต่ก็กำชับว่าให้ช่วยปิดเป็นความลับไปก่อน จากนั้นทุกคนพูดคุยกันอีกครู่นึง ชินไป๋หลงที่เจอจ้าวเว่ยและตงห่าว ทำหน้าเข้มใส่เกือบตลอดเวลา ไม่นานจึงยอมตัดใจขอตัวจากไป
ซิ่วอิง จ้าวเว่ยและคนอื่นๆ รอจนหัวหน้าเว่ยเสร็จสิ้นจากการบ่มเพาะลมปราณ ถึงไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ แต่คงอีกไม่นานเช่นกัน ซิ่วอิงจึงให้เขาเป็นคนดูแลพวกที่เหลือ ก่อนจะพาทุกคนกลับจวนสกุลจ้าว
‘จวนสกุลจ้าว’
เมื่อกลับไปถึงจวน ซิ่วอิงเห็นน้องสาวเล่นอยู่กับเสี่ยวอันอยู่กลางลาน มีบุตรชายเถ้าแก่เหอและบุตรชายพ่อบ้าน เล่นอยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนาน ด้านข้างท่านแม่กับครอบครัวเหอนั่งจิบชาดูอยู่ สาวใช้สี่คนคอยดูแลไม่ห่าง ส่วนเจ้าเสือขาวเสี่ยวไป๋นอนหมอบอยู่ใกล้ๆอย่างเกียจคร้าน
" ท่านพ่อ.. พี่สาว.. พวกท่านกลับมาแล้ว "
เสี่ยวหยวนเมื่อเห็นพี่สาววิ่งเข้าหาอย่างเร็ว ซิ่วอิงถอดหน้ากากออก คุกเข่าลงรับร่างน้อยของน้องสาวเข้ามากอด หอมแก้มซ้ายขวาแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วเอ่ยว่า
" หยวนเอ๋อของพี่ วันนี้เจ้าสนุกหรือไม่"
" สนุกเจ้าค่ะพี่สาว.. ข้าเล่นกับเสี่ยวอันกับทุกคนสนุกมากเลยเจ้าค่ะ.."
เสี่ยวหยวนตัวน้อยหอมแก้มพี่สาว ก่อนเอ่ยตอบอย่างมีความสุข
" อืม.. เจ้าสนุกก็ดีแล้ว ตอนนี้พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเจ้าเลย"
" ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ.. ท่านแม่บอกว่าพี่สาวมีงานต้องทำเยอะมาก ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ"
จ้าวเว่ยเดินเข้าไปหาภรรยาตนเอง ทั้งคู่มองสบตากันสื่อความหมายอย่างรู้ใจ ในขณะที่ทุกคนมองสองพี่น้องแสดงความรักกันด้วยสายตาเป็นประกาย ยิ่งกลุ่มทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า 9 คนที่มาใหม่ เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของซิ่วอิงชัดๆ ถึงกับมองหน้ากันเองแล้วก็พากันคิดว่า
'เด็กสาวที่งดงามคนนี้ คือคนที่กำราบกลุ่มทหารรับจ้างเป็นร้อยคนจริงหรือ เหตุใดเมื่อนางอยู่กับครอบครัว ถึงได้อ่อนโยนถึงเพียงนี้''
ซิ่วอิงเล่นกับน้องสาวอยู่ชั่วครู่ จากนั้นหันไปทางพวกซุ่นจินทั้ง 9 แล้วเอ่ยกับมารดาขึ้นมาว่า
" ท่านแม่.. นี่คือท่านลุงซุ่นจินกับพวก พวกเขามาเข้าร่วมกับเราเช่นเดียวกับลุงตงเจ้าค่ะ”
“ คารวะฮูหยินจ้าว..”
พวกซุ่นจินทั้ง9 กุมมือคำนับแก่นางจ้าว
“ คารวะทุกท่านเช่นกัน.. ชะ เชิญตามสบาย..”
นางจ้าวรับคำนับอย่างงกๆเงิ่นๆ นางเป็นสาวชาวบ้านไม่เคยเจอการคำนับแบบนี้จึงรู้สึกแปลกๆ ซิ่วอิงไม่ปล่อยให้มารดาเก้อเขินนาน จึงถามขึ้นว่า
“ ท่านแม่.. ท่านอาฟู่กับทุกคนมาถึงรึยังเจ้าคะ"
" มากันแล้วหล่ะอิงเอ๋อ.. พวกเขากับองครักษ์ของเราทั้ง 6 คน ไปรอเจ้าอยู่ที่ป่าไผ่หลังจวนนะ"
" ขอบคุณท่านแม่.. ท่านพ่อ ลุงตง ทุกคน เราไปกันเถอะ"
กล่าวจบซิ่วอิงพร้อมมองไปยังท่านพ่อและพวกตงห่าว ก่อนเดินนำไปป่าไผ่หลังจวนทันที
‘ป่าไผ่หลังจวนสกุลจ้าว’
เมื่อทุกคนไปถึงที่หมาย ฟู่หมิงกับคนอื่นๆได้คอยอยู่แล้ว ซิ่วอิงไม่รอช้าสะบัดมือวาดวงเวทย์อักขระครอบคลุมป่าไผ่ และนำโอสถออกมามอบให้บิดาและทุกคนๆละสองเม็ด ยกเว้นกลุ่มของซุ่นจิน จากนั้นกล่าวว่า
" ทุกคนทานโอสถสีแดงก่อน.. มันจะช่วยปรับลมปราณให้หนาแน่น พร้อมสำหรับทะลวงระดับ.. เมื่อคิดว่าตนเองพร้อมแล้ว ให้กินโอสถสีทองซึ่งพวกท่านรู้สรรพคุณดีอยู่แล้ว.. ส่วนองครักษ์ทั้ง 6 คน หลังจากกินโอสถสีแดง ให้กินโอสถที่ข้ามอบให้เมื่อคืน"
“ รับทราบนายน้อย..”
ทุกคนกล่าวตอบรับ
" เอ่อ.. นายน้อยโอสถระดับสูงเช่นนี้ราคามันสูงยิ่งนัก ท่านจะให้พวกข้ากินจริงๆหรือ"
ตงห่าวกล่าวขึ้นมาด้วยความลังเล เพราะโอสถพวกนี้หากนำไปขาย เม็ดนึงคงมีราคาไม่ต่ำกว่า 1 แสนเหรียญทอง
" ท่านลุงตงไม่ต้องคิดมาก.. ข้าเคยพูดไปแล้วว่าจะดูแลพวกท่านอย่างดีที่สุด"
ตงห่าวและพวกพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทุกคนมองซิ่วอิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพ จ้าวเว่ยมองสบตาบุตรสาว ซึ่งซิ่วอิงก็ส่งยื้มให้ ก่อนที่ทุกคนจะนำโอสถสีแดงกินเข้าไป แล้วเริ่มบ่มเพาะทันที
ซิ่วอิงหันมาทางกลุ่มซุ่นจินทั้ง 9 แล้วส่งจิตสัมผัสตรวจสอบระดับบ่มเพาะ ซุ่นจินอยู่ระดับปฐพีขั้นกลาง ที่เหลืออีกแปดคนระดับยอดยุทธทั้งสิ้น ซิ่วอิงจึงมอบโอสถแบบเดียวกับพวกตงห่าว แล้วให้พวกเขานั่งบ่มเพาะเช่นเดียวกัน
‘เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม’
ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเรื่อ บ่งบอกว่าเวลาไกล้ค่ำได้มาเยือนแล้ว ภายในอาณาเขตที่ซิ่วอิงวางวงเวทย์ปิดกั้นไว้ ปรากฏการผันผวนของปราณในอากาศอย่างหนักหน่วง
'ตู้มมมม'
‘บึ๊มมมม’
‘ปังงงงง’
เสียงระเบิดของพลังปราณดังขึ้นมาติดต่อกันเป็นระยะ ซิ่วอิงทอดสายตามองไปยังทุกคน เห็นรอยยิ้มอันตื่นเต้นยินดีของพวกเขา เป็นการแสดงออกถึงความพอใจสูงสุด ที่สามารถทะลวงขั้นไปอีกระดับได้สำเร็จ
“ ยินดีกับท่านพ่อ ท่านลุงและท่านอาทุกคน.. ที่สามารถทะลวงระดับผ่านไปได้ด้วยดี"
" นี่ต้องขอบใจเจ้าแล้วอิงเอ๋อร์.."
จ้าวเว่ยเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะกล่าวออกมาพร้อมกัน
“ ขอบคุณนายน้อย.."
" เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว.. พวกท่านทุกคนนั่งปรับพลังอยู่ที่นี่ก่อน พวกองครักษ์ให้ทำเช่นเดียวกัน ข้าจะกลับดูแลไปที่จวนเอง.. เมื่อเสร็จแล้วกลับไปทานอาหารด้วยกัน แล้วค่อยคุยกันเรื่องงาน"
กล่าวจบซิ่วอิงใช้ทักษะทะลุมิติหายวับไปทันที จ้าวเว่ยและคนอื่นมองตามด้วยสายตาเลื่อมใส แต่คนที่ไม่เคยเห็นอย่างพวกซุ่นจินทั้ง9 ถึงกับอ้าปากค้าง หันหน้ามองไปยังสหายอย่างตงห่าว ได้รับรอยยิ้มแห่งความภูมิใจกลับมา เหมือนจะบอกพวกเขาว่า
‘เชื่อที่ข้าบอกหรือยัง..’
ทุกคนเห็นอาการของพวกซุ่นจินถึงกับหัวเราะออกมา แล้วนั่งปรับแต่งลมปราณกันต่ออย่างมีความสุข
………………………….