ฉินอวี้ซีนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนหลิงหยวนกินข้าวิญญาชั้นยอดทุกวันมาตลอดหลายปีก็ควรจะมีพลังบ่มเพาะได้แล้วต่อให้บ่มเพาะไม่เป็ในร่างก็ควรมีพลังปราณสะสมอยู่ไม่น้อยแต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าทั้งๆที่เส้นลมปราณในร่างถูกเปิดออกทั้งหมดแล้ว
“เป็เพราะอะไรกันทำไมถึงเป็เช่นนี้ไม่สิหากข้าบอกความจริงเขาอาจจะไม่ยอมตามข้าขึ้นเขาก็ได้” ฉินอวี้ซีตัดสินใจทันทีว่าจะไม่ยอมบอกความจริงข้อนี้
“เป็อย่างไรบ้างท่านเซียน”หลิงหยวนกล่าว
“อืมร่างกายของเ้าคือหนึ่งในกายหายากที่แทบไม่เคยปรากฏออกมาเลยั้แ่เมื่อหลายแสนปีก่อนเป็กายบริสุทธิ์ที่หายากที่สุด การบ่มเพาะของคนทั่วไปจึงใช้ไมได้กับเ้าดังนั้นตลอดหลายปีมานี้เ้าถึงัักับพลังปราณไม่ได้แต่วางใจเถอะข้าย่อมตามหาตำราโบราณมาช่วยให้เ้าบ่มเพาะได้แน่” ฉินอวี้ซีกล่าว
“เป็เช่นนั้นเหรอ”หลิงหยวนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“แน่นอนตอนนี้เ้าก็ตามข้ากลับไปที่สำนักอวี้ฮวาได้แล้วหลังจากนี้เ้าจะเป็ศิษย์คนที่สองของข้า” ฉินอวี้ซีกล่าว
หลิงหยวนลังเลเล็กน้อยมองลานบ้านที่คุ้นเคยมองไปยังบ้านไม้หลังเล็กก่อนจะหยุดที่พวกสัตว์เลี้ยงของตน
“ข้าสามารถพาพวกมันไปด้วยได้หรือไม่”หลิงหยวนกล่าว
ฉินอวี้ซีมองไปยังสัตว์เลี้ยงของหลิงหยวนก็จะรู้สึกแปลกใจแมวสีขาวนางยังพอเคยเห็นแต่ไก่ตัวสีแดงเพลิงเช่นนี้นางไม่เคยเห็นจริงๆแถมปลาสีทองนั่นก็ดูไม่ธรรมดา
“ย่อมไม่มีปัญหา”แต่นางก็ยอมให้หลิงหยวนพาพวกมันไปด้วยเพราะ้าจะให้หลิงหยวนติดตามนางขึ้นเขา
“นี่พวกเ้าอย่าได้ทิ้งข้านะ”ขณะนั้นเองต้นไม้ที่อยู่ในลานบ้านก็ส่งกระแสจิตหาพวกเสี่ยวไป๋ทันที
“ข้ารู้แล้วน่าหากไม่มีเ้าข้าก็ไม่มีที่นอนเหมาะๆเหมือนกัน”เสี่ยวหวงกล่าว
ต้นไม้ในลานบ้านของหลิงหยวนนั้นแต่เดิมเป็ต้นไม้ธรรมดาแต่ภายหลังได้ัักับเต๋าที่แผ่ออกมาจากร่างของหลิงหยวนทำให้เกิดจิติญญาขึ้นมาและเปลี่ยนสภาพกลายเป็ต้นอู่ถงในทุกวันนี้แน่นอนเพราะร่ายวิชาอำพรางเอาไว้ฉินอวี้ซีจึงไม่รู้ตัว
“เ้าใช้วิชาย้ายร่างเปลี่ยนต้นกำเนิดของตัวเองเป็ต้นอ่อนแล้วให้นายท่านนำไปด้วยก็พอ”เสี่ยวหลงที่เป็ปลาสีทองกล่าวขึ้น
“ขอบคุณทุกคนมาก”ต้นอู่ถงรีบใช้วิชาโดยที่ฉิวอวี้ซีไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยเพราะมีสามบรรพบุรุษอสูรร่ายวิชาปกปิดเอาไว้
หลิงหยวนไปเก็บข้าวของที่จำเป็แต่เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของหลิงหยวนส่วนใหญ่เก่ามากแล้วฉินอวี้ซีก็เลยคิดว่าจะต้องพาหลิงหยวนไปหาซื้อเสื้อผ้าดีๆใส่ก่อนขึ้นเขาไป
“เมี๊ยว”เสี่ยวไป๋ส่งเสียงและใช้อุ้งท้าวชี้ไปทางต้นอ่อนของต้นอู่ถงที่งอกออกมาทำให้หลิงหยวนเข้าใจและขุดดินนำต้นอ่อนนี้ใส่กระถางเล็กๆไปด้วย
ไม่นานหลิงหยวนก็บอกลากับคนในหมู่บ้านและออกเดินทางพร้อมกับฉินอวี้ซีคนในหมู่บ้านพากันโบกมือลาแล้วถอนหายใจสุดท้ายคนหนุ่มในหมู่บ้านก็ไม่เหลือเลยสักคน
“ก่อนขึ้นเขาอาจารย์จะพาเ้าไปซื้อของที่จำเป็เสียก่อน”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ข้าใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมาจนชินแล้วของใช้ที่นำมาก็เพียงพอแล้ว”หลิงหยวนกล่าว
“ไม่ได้ในฐานะศิษย์ของข้าเ้าจะต้องมีของดีๆใช้ ไม่ต้องกังวลอาจารย์ของเ้ารวยมากนะ”ฉินอวี้ซีกล่าว
ฉินอวี้ซีพาหลิงหยวนขี่กระบี่ตรงไปยังเมืองหลวงโดยตรงในตอนแรกหลิงหยวนค่อนข้างกังวลว่าตนจะตกหรือไม่แถมในถังน้ำก็มีเสี่ยวหลงอยู่ด้วยบนไหล่ของหลิงหยวนก็มีทั้งไก่สีแดงและแมวสีขาวแต่หลิงหยวนก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าทั้งเสี่ยวไป๋และเสี่ยหวงกลับสงบนิ่งมากไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
หลิงหยวนสะพายหีบไม้ไผ่เอาไว้ด้านหลังซึ่งมีของใช้แล้วเสื้อผ้าของตนรวมถึงต้นอ่อนของต้นอู่ถงด้วยเมื่อมาถึงเมืองหลวงหลิงหยวนก็ต้องใกับความแตกต่างคนที่นี่สวมชุดหลากสีสันงดงามแตกต่างจากชาวบ้านอย่างตนมากจริงๆเมื่อเทียบกันแล้วเสื้อผ้าของตนในตอนนี้กลับดูไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เลย
“ตามข้ามาเถอะ”ฉินอวี้ซีกล่าวขณะจูงมือหลิงหยวนเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
“นั่นมันเซียนกระบี่ฉินไม่ใช่หรือวันนี้ลมอะไรพัดมาถึงได้มาร้านเล็กๆของข้า” หญิงสาวที่งดงามนางหนึ่งสวมชุดสีแดงเพลิงนางมองไปยังฉินอวี้ซีด้วยแววตาประหลาดใจ
“ช่วยเตรียมชุดให้กับศิษย์ของข้าสักสิบชุดให้ที”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ศิษย์งั้นเหรอว้าวเด็กน้อยคนนี้หล่อเหลามากเ้าแน่นะว่าศิษย์ไม่ใช้เลี้ยงไว้จนเติบใหญ่แล้วจับกินทีหลัง” หญิงสาวชุดแดงกล่าว
“อย่ามาไร้สาระจะทำให้ศิษย์ของข้าใ” ฉินอวี้ซีกล่าว
“หนุ่มน้อยเข้ามาใกล้ๆสิข้าจะได้วัดตัวของเ้าได้ถูก” หญิงสาวชุดแดงยิ้มขณะวัดตัวให้หลิงหยวนก็เผยแววตาเหม่อลอยจนสติหลุดสักพักผิวพรรณและใบหน้าเช่นนี้หากบอกเป็หญิงงามที่ปลอมตัวเป็ชายก็ถือว่าไม่ผิดเลย
“นี่คงไม่ใช่ผู้หญิงหรอกนะ”
“เลิกไร้สาระได้แล้วรีบๆทำงานของตัวเองไป”ฉินอวี้ซีเริ่มเสียใจแล้วที่มาร้านนี้หากไม่ใช่เพราะร้านแห่งนี้คือหนึ่งในร้านที่ยอดเยี่ยมที่สุดและสะดวกที่สุดฉินอวี้ซีคงไม่มาที่นี่แน่
“ได้แล้วข้าได้เตรียมชุดสำหรับตอนนี้เอาไว้ห้าชุดและสำหรับในอนาคตเมื่อเขาโตขึ้นกว่านี้อีกหน่อยอีกห้าชุด”หญิงสาวชุดแดงกล่าว
“ขอบใจเ้ามากหลี่เหนียง”ฉินอวี้ซีกล่าวขณะยื่นศิลาปราณให้กับหลี่เหนียงทันที
“เห้อตอนนี้เ้าก็เท่ากับรับศิษย์คนที่สองแล้ว ในอนาคตเ้าคิดจะรับศิษย์กี่คนกันละ”หลี่เหนียงกล่าว
“อย่างต่ำก็สักห้าคนละมั้ง”ฉินอวี้ซีกล่าว
“น่าสนใจแต่ว่าเ้าก็ควรจะระวังสักหน่อยด้วยใบหน้าเช่นนี้เกรงว่าจะมีนางจิ้งจอกไม่น้อยที่มีเจตนาร้าย” หลี่เหนียงมองหลิงหยวนด้วยใบหน้าเสียดายที่อีกฝ่ายตกอยู่ในมือของสหายรักแล้ว
“จิ้งจอกตัวแรกก็คือเ้านี่แหละ”ฉินอวี้ซีกล่าวก่อนจะรีบพาหลิงหยวนออกไป
หลังจากนั้นฉินอวี้ซีก็พาหลิงหยวนไปยังสถานที่ต่างๆทำให้หลิงหยวนตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแปลกใหม่
“ท่านปู่กับท่านย่าไม่ได้โกหกจริงๆโลกภายนอกมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นและไม่เคยััมาก่อน” หลิงหยวนกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ตอนนี้หลิงหยวนได้เปลี่ยนเป็ชุดสีขาวลวดลายหงส์สีทองแล้วทำให้ยิ่งทำให้หลิงหยวนมีรูปโฉมที่หล่อเหลาและงดงามในเวลาเดียวกันเข้าไปอีก
“ว้าวดูเด็กคนนั้นสิหล่อเหลามาก”
“ข้าว่างดงามมากกว่าคงเป็หญิงงามที่แต่งเป็ชายแน่ๆ”
“เข้าไปทักทายดีหรือไม่นะ”
“อย่าเลยดีกว่ามองดูข้างๆสิคงเป็มารดาของเขาแน่ๆ”
“จริงด้วยแววตาเห็นได้ชัดว่าเริ่มไม่พอใจแล้ว”ผู้คนที่เห็นหลิงหยวนและฉินอวี้ซีก็พากันกระซิบเบาๆกันแต่ฉินอวี้ซีมีหรือจะไม่ได้ยินนางเริ่มมีใบหน้าเ็าเพราะผู้คนมองว่านางเป็มารดาของหลิงหยวน
“มารดาของพวกเ้าสิข้ายังสาวและสวยขนาดนี้มองตรงไหนว่าข้าเป็มารดาของศิษย์ข้ากัน” ฉินอวี้ซีอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
“ตรงนั้นมันภาพวาดงั้นเหรอ” หลิงหยวนที่มองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้นก็เห็นกับชายคนหนึ่งกำลังวาดภาพเพื่อขายให้กับผู้คนจึงเกิดความสนใจ
“ใช่แล้วเ้าอยากจะลองฝึกวาดงั้นเหรอ” ฉินอวี้ซีกล่าว
“อืม”หลิงหยวนพยักหน้า
ฉินอวี้ซีเลยพาหลิงหยวนไปซื้ออุปกรณ์และม้วนภาพจำนวนมากและจากนั้นหลิงหยวนก็ถูกใจหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งฉินอวี้ซีก็ยอมซื้อทุกอย่างให้กับหลิงหยวนโดยไม่บ่นอะไร
หลังจากเที่ยวเล่นจนพอใจฉินอวี้ซีก็พาหลิงหยวนกลับสำนักอวี้ฮวาทันทีเมื่อกลับมาถึงฉินอวี้ซีก็ตรงไปยังตำหนักผู้าุโและลงทะเบียนให้กับหลิงหยวนทันที
“เอ่อเ้ายอดเขาอวี้ ตอนนี้สำนักของเรายังไม่เปิดรับศิษย์” ผู้าุโที่ดูแลเกี่ยวกับศิษย์สายนอกกล่าวขึ้น
“ข้าไม่ได้พาเขามาเป็ศิษย์สายนอกแต่รับเขาเป็ศิษย์สายตรงของยอดเขาเมฆาหรือว่าเ้าลืมแล้วว่ายอดเขาเมฆายังเหลือสิทธิ์อีกมากในการรับศิษย์สายตรง” ฉินอวี้ซีกล่าว
“เป็เช่นนั้น”ผู้าุโฝ่ายนอดมองหลิงหยวนก็อดที่จะทึ่งกับรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายต่อให้ตนเป็ชายชราก็ยังรู้สึกว่ามองหลิงหยวนแล้วรู้สึกสบายตาอย่างบอกไม่ถูกความเป็มิตรจึงบังเกิดในใจจิตใจโดยที่ผู้าุโคนนี้ไม่รู้ตัว
หลังจากลงทะเบียนและรับป้ายประจำตัวมาแล้วฉินอวี้ซีก็พาหลิงหยวนขึ้นเขาเมฆายอดเขาเมฆานั้นกว้างไม่น้อยแต่กลับเงียบเหงาเพราะมีแค่สองคนที่อยู่อาศัยนอกนั้นก็เป็สัตว์อสูรซะมากว่า
“ถึงแล้วจากนี้ไปที่นี่คือบ้านของเ้า”ฉินอวี้ซีกล่าวขณะแนะนำเรือนไม้ที่งดงามให้กับหลิงหยวนซึ่งภายในเรือนไม้แห่งนี้มีห้าห้องนอน หนึ่งห้องโถงและห้องน้ำอีกสองห้องและยังมีบ่อน้ำร้อนด้านหลังอีกด้วย
“นอกจากท่านอาจารย์แล้วยังมีคนอื่นอีกหรือไม่”หลิงหยวนกล่าว
“แน่นอนว่ามีเ้ามีศิษย์พี่อยู่คนหนึ่งแต่นางออกไปทำภารกิจและหาโชคในการทะลวงระดับตอนนี้จึงไม่อยู่ในสำนักเมื่อนางกลับมาเ้าก็จะได้พบนางเองส่วนห้องของเ้าเป็ห้องนี้เ้าอยู่ติดกับห้องของข้า” ฉินอวี้ซีกล่าวก่อนจะพาหลิงหยวนไปยังห้องที่อยู่ติดกับนางโดยไม่ให้หลิงหยวนเป็คนเลือก
หลิงหยวนก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะเขาไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วเพราะใช้ชีวิตมาแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อนหลิงหยวนจึงถือเป็คนที่มีจิตใจที่บริสุทธิ์ซื่อตรงอย่างมากพูดน้อยมากหากไม่จำเป็ก็มักจะชอบนั่งฟังคนอื่นพูดมากกว่า
“ที่นี่ก็ไม่เลวถือว่าพอถูไถได้”พวกเสี่ยวไป๋มองรอบๆแล้วพยักหน้า
“อืมด้านล่างมีสัตว์อสูรระดับต่ำอยู่ไม่น้อยพอให้พวกเราได้ล่าให้นายท่านทำเป็อาหาร”เสี่ยวหวงกล่าว
หลิงหยวนมองไปยังน้ำตำด้านหลังที่ไหลผ่านเรือนไม้ลงไปด้านล่างยอดเขาก็รู้สึกเย็นสบายตัวก่อนจะพาเสี่ยวหลงปล่อยลงไปที่บ่อปลาที่มีอยู่แล้วเสี่ยวหลงที่ได้กลับลงน้ำก็ว่ายไปมาอย่างร่าเริงส่วนต้นอู่ถงหลิงหยวนก็นำไปปลูกข้างๆบ่อน้ำ
ฉินอวี้ซีทดลองให้หลิงหยวนฝึกฝนวิชาบ่มเพาะพื้นฐานของสำนักอวี้ฮวาแต่ก็ต้องผิดหวังทันทีที่หลิงหยวนพยายามดูดซับพลังปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายก็จะมีพลังบางอย่างดีดพลังปราณฟ้าดินออกมาทันที
“นี่มันร่างกายแบบไหนกันถึงได้ปฏิเสธปราณฟ้าดินเช่นนี้แม้แต่ในแดนเซียนก็ไม่น่าจะมีเื่เช่นนี้มาก่อน” ฉินอวี้ซีกลายเป็งุนงงนางไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อนทำให้นางไม่รู้ว่าควรจะช่วยหลิงหยวนอย่างไรแต่นางก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆและพยายามปลอบใจหลิงหยวนว่าต้องหาวิธีใหม่
“สำหรับมหาเทพปราณฟ้าดินพวกนี้จะคู่ควรได้อย่างไรแม้แต่พวกเราก็ยังไม่คิดจะดูดซับปราณฟ้าดินที่ไม่บริสุทธิ์เช่นนี้เลย”เสี่ยวไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามสำหรับพวกเขาที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของมหาเทพพลังที่พวกเขาดูดซับย่อมไม่เหมือนพลังปราณฟ้าดินของแดนเบื้องล่างแต่เป็ปราณเทพในแดนเทพต่างหาก