"เจ้าถือว่าไม่เลวงั้นลองต่อสู้กับพี่สาวของข้าเป็นไง เหมือนนางจะเดือดดาลน่าดู" นางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อยากจะเห็นอี้เฉินโดนอัดจนน่วม
เวินรั่วเจียง ส่งปราณจิตมาหา เยว่ฉาน "พี่เยว่ฉาน ประลองกับศิษย์น้องของข้าหน่อยได้หรือไม่"
เมื่อนางได้ยินเสียงที่ส่งมา ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ทำท่าทางไม่พอใจ จริง ๆ นางอยากมาดูหน้าคนที่หลาย ๆ
คนร่ำลือว่าอยากจะเชยชมสาวงาม แต่ดันกลายเป็นศิษย์สำนักอักษรไปเสียได้
เยว่ฉานส่งปราณจิต ไต่ถามอย่างจริงจัง "เจ้าเอาจริงหรือเวินรั่วเจียง ศิษย์น้องของเจ้าอาจจะบาดเจ็บได้นะ"
"ข้าอยากเห็นมันโดนอัด ท่านเองก็ระวังตัวข้าไม่เคยเห็นศิษย์น้องคนนี้ใช้ปราณพลังมาก่อนถึงเจ้าจะอยู่ขั้นกษัตริย์ ก็อาจบาดเจ็บได้" นางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
เยว่ฉานได้ยินทำให้นางเดือดดาล เหมือนตัวเองโดนดูถูกอย่างไรอย่างนั้น
ตอนนี้นางเลื่อนเป็นขั้นกษัตริย์ แถมนางยังได้เมล็ดพันธุ์ระดับสูงมาผสานอีก ทำให้พลังในการต่อสู้ของนางสูงมาก
เวินรั่วเจียงออกจากลานประลองไปดื้อ ๆ ทำให้หลายคน ต่างพากันงงงวย
"เกิดอะไรขึ้นเหตุใดแม่นางเวินรั่วเจียง ถึงออกจากการประลอง"
อยู่ ๆ ทุกคนที่อยู่รอบบริเวณต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เยว่ฉาน ย่างก้าวขึ้นไปบนลานประลอง
นางถือเป็นโฉมสะคราญงามล้มเมือง ผิวขาวราวหงส์ คิ้วโค้งเป็นคันศร ปากอวบอิ่มได้รูป เหมือนเซียนบริสุทธิ์ไร้ราคี มองดูแล้วเหมือนดั่งผู้มีปัญญาเปี่ยมล้น อาภรณ์สีฟ้าของนางปลิวไสว มีส่วนเว้าส่วนโค้ง ทำให้หลายคนมอง เคลิบเคลิ้ม
"พี่หญิงเยว่ฉายลงประลองเองงั้นหรือ" หลายคนต่างส่งเสียงพูดคุยทั่วบริเวณ
"พี่หญิงเยว่ฉานคงคิดจัดการคนโรคจิตหื่นกามแน่ ๆ เลย"หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ย
"เปลี่ยนคนประลองงั้นหรือ ให้ พี่หญิงเยว่ฉานประลองแบบนี้ก็สนุกนะสิ"
"ไอ้หนุ่มนั่นตายแน่ พี่หญิงเยว่ฉานอยู่ขั้นพลัง กษัตริย์ ฮ่าๆ "
อี้เฉินถึงกับหน้าบูดบึ้ง เมื่อเห็นเยว่ฉานเป็นคู่ต่อสู้
เยว่ฉาน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปลดปราณพลังพลังขั้น กษัตริย์เข้ากดดันอี้เฉิน
อี้เฉินถูกกดดันอย่างหนัก แม้แต่ผิวหนังยังรู้สึกแสบร้อน ร่างกายสั่นไหวน้อยๆ เขาเองก็อยากจะรู้หากสู้ข้ามขั้นพลังกับขั้น กษัตริย์
ตัวเขาจะต้านทานได้หรือไม่
เยว่ฉานขมวดคิ้วมุ่น ไอ้เด็กนี่มันไม่กลัวนางเลยถึงขนาดพร้อมสู้ศึก เยว่ฉานระเบิดปราณพลังขับเคลื่อน "วิชาหงส์ฟ้าร่ายรำ"
เข้าประชิดอี้เฉินทันที ฝ่ามือวาดกวาดอย่างรวดเร็วดั่งร่ายรำเข้ากระแทกกายาอี้เฉินทันที การโจมตีของเยว่ฉานดั่งร่ายรำงามชดช้อย
เลือดลมอี้เฉินสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง การโจมตีของเยว่ฉานรวดเร็วเป็นอย่างมาก
อี้เฉินระเบิดปราณพลังสีเลือดห่อหุ้มกายาป้องกันเต็มกำลัง ปราณพลังสีเลือดแพร่กระจายทั่วทิศ กลิ่นอายคาวเลือดความตายลอยคลุ้ง
ผู้ชมหลายคนยังใจสั่นสะท้าน "นั้นมันปราณพลังอะไรเหตุใดถึงได้อำมหิตขนาดนั้น"
แม้แต่เยว่ฉานยังขมวดคิ้วปราณพลังช่างแปลกประหลาดเสียจริง เขาใช้อะไรเปิด10ประตูวิถีกันแน่
"ตูม" เสียงโจมตีเยว่ฉานดังก้องหนักแน่น เยว่ฉานรัวฝ่ามือโจมตีไปอีกหลาย10ขบวนท่า
"ตูม ๆ"
จนอี้เฉินถอยร่น ไปหลายก้าวกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ หลายคนต่างตกตะลึงโดนการโจมตีรุนแรงขนาดนี้ แต่กลับยังยืนอยู่ได้
อี้เฉินสำแดงวิชา "โซ่สวรรค์พันธนาการ" อี้เฉิน ชี้นิ้วไปที่เยว่ฉาน โซ่เลือดพุ่งเป็นร้อยเส้นสายหมายหยุดนางไว้
นางเข้าประชิดอี้เฉิน ปลดปล่อยฝ่ามือหงส์ร่ายรำเต็มกำลัง พุ่งเข้าใส่อี้เฉินไม่ยั้ง
อี้เฉินขับเคลื่อนโซ่เลือดอย่างบ้าคลั่ง หมายตรึงร่างเยว่ฉานไว้
เยว่ฉานถึงกับขมวดคิ้วมุ่น นางเริ่มแปลกใจเหตุใดวิชานี้ถึงคล้ายกับอี้เฉินอย่างมากนางเลิกคิดฟุ้งซ่าน กลับมาจดจ่อกับการต่อสู้
นางวาดฝ่ามือ กวาดกระแทกโซ่เลือดหมายทำลายให้สิ้น ปราณพลังขั้น กษัตริย์ ท่วมท้นท้องฟ้า
เสียงโซ่เลือดรอบตัวนางแตกกระจาย พุ่งฝ่ามือเข้ากลางหน้าอกอี้เฉิน
อี้เฉินหนังตากระตุก ฉิบหายแล้วไงเขาประเมินพลังของนางต่ำเกินกัน อี้เฉินขับเคลื่อนวิชาโซ่สวรรค์พันธนาการเต็มกำลัง
ปราณพลังสีเลือดแพร่กระจายทั่ว รอบบริเวณดั่งเขตแดนเลือด โซ่สีแดงนับร้อยเส้นสายพุ่งหมายตรึงร่างนางไว้ก่อนถึงตัวอี้เฉิน
โซ่พุ่งมาจากด้านหลังนางฉุดรั้งร่างเยว่ฉานไว้แน่น
ทั้งสองใกล้ชิดชิดกันมา แม้แต่อี้เฉินยังได้กลิ่นกายจากตัวนาง
อีกนิดเดียวหมัดของเยว่ฉานจะถึงหน้าอกอี้เฉิน เวลาเหมือนหยุดนิ่งไปพักหนึ่ง
เยว่ฉานเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อน ก่อน โซ่สวรรค์พัฒนาการจะพังทลาย ฝ่ามือนางขยับเข้าใส่หน้าอกอี้โต้แย้งฉินเต็มแรง
"ตูม"
อี้เฉินรอยกระเด็นออกไปไกล หน้าอกเป็นมีรอยยุบตัว กระอักเลือดออกมากองใหญ่
กระดูกแตกหักทิ่มแทงภายใน
ผู้ชมที่ดูต่างตกตะลึง หากอี้เฉินไม่ได้มีกายาแข็งแกร่งคงตายไปแล้ว
เยว่ฉานตกใจอย่างมาก นางมัวแต่ครุ่นคิด เลยเผลอโจมตีอี้เฉินไปเต็มแรง
"เจ้าเป็นไรหรือไม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ" นางรู้สึกชายคนนี้เหมือนกับอี้เฉินอย่างมาก ทั้งกายาที่แข็งแกร่ง แถมยังผมสีขาว ไหนจะวิชานั้นอีก
"ข้าไม่เป็นไร" อี้เฉินเตรียมที่จะเดินจากไป ตอนนี้เขาบาดเจ็บหนักอย่างมากเริ่มจะยืนไม่ไหวเลือดไหลออกมุมปาก
อี้เฉินคิดในใจ นางคิดจะฆ่าเขาจริง ๆ หรือไง
อยู่ ๆ ภายในสำนักเซียนกลับมีเสียง หนึ่งเอ่ยขึ้น แฝงด้วยปราณพลังเทวะ "เจ้าผ่านการทดสอบเข้าร่วมสำนักเซียนได้"
"เป็นไปได้อย่างไร มันแพ้แต่กลับผ่านเข้าสำนักเซียน"
"มันผ่านเข้าสำนักเซียนได้อย่างนั้นหรือ แบบนี้พวกเราก็ผ่านได้สิ จอมยุทธ์หลาย ๆ คนเริ่มไม่พอใจ"
"ดูสภาพมันสิไม่ต่างอะไรกับคนใกล้ตาย"
"แบบนี้ข้าไม่ยอมรับ" หลาย ๆ คนไม่เห็นด้วยที่อี้เฉินได้เข้าสำนักเซียน
เวินรั่วเจียงเอ่ยพูด "เมื่อกี้เจ้าสำนักอักษรพูดเอง พวกเจ้ายังจะพูดพร่ำอะไรกันอีก แล้วอีกอย่างเขาเป็นศิษย์น้องข้าเอง"
บริเวณลานประลองเกิดจลาจลเล็กๆ "เป็นไปได้อย่าง ข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อน"
"พวกเจ้าเลิกเลิกโวยวายได้แล้ว" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้น
"นั่นมันนายน้อยจ้าวอี้เทียน นายน้อยตระกูลดินแดนเซียนเหตุใดเขาต้องช่วยไอ้หนุ่มคนนี้ด้วย"
หลายคนต่างพากันแปลกใจ ว่ากันว่า ดินแดนเซียนส่งจ้าวอี้เทียน มาเชื่อมสัมพันธ์กับคนดินแดนร้อยแคว้น ตำแหน่งของเขาถือว่าใหญ่โตในดินแดนเซียน เป็นถึงนายน้อยผู้จะครองดินแดนเซียนในอนาคต หลาย ๆ คนจึงเลิกโต้แย้งไม่อยากมีปัญหากับคนระดับสูง
"เจ้าถือว่าไม่เลว" จ้าวอี้เทียนชี้นิ้วมาที่อี้เฉิน
คนอื่น ๆ เห็นจ้าวอี้เทียนเข้ามาช่วยอี้เฉิน พวกเขาพากันเลิกโวยวาย แล้วกลับไปทันที หลายคนไม่มีความกล้าที่จะลั่นระฆังท่าประลองด้วยซ้ำ หลายคนในสำนักเซียนนั้นเก่งกาจ ยากที่จะชนะมีหลายคนอยากเป็นศิษย์ในสำนักเซียนแต่ไม่กล้าท้าประลอง