ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 149 : ต้าเจิงขมวดคิ้ว

    ฟึบ ในกระเป๋าของถางซ่งไฮว่เขารู้สึกร้อน


    นั่นจึงทำให้ถางซ่งไฮว่รีบดึงสิ่งหนึ่งออกมา มันเป็นหนังสือเล่มใหญ่สีทอง เมื่อหนังสือเล่มใหญ่สีทองปรากฏออกมาสู่ภายนอก หน้ากระดาษของมันก็พลิกเร็ว มือของถางซ่งไฮว่สั่นสะท้าน นั่นเพราะมีหน้ากระดาษหลายหน้ากำลังหมกไหม้


    "ลูกชายข้า ลูกชายข้า... เขาตายแล้ว"


    ทีท่าของถางซ่งไฮว่ผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งวิญญาณทำให้ผู้คนตกตะลึง ไม่มีใครกล้าพูดอะไร และตอนนี้การประมูลหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุก็ถูกเคาะนับสัญญาณอีกครั้ง


    "230000 บูลนี่ครั้งที่หนึ่ง"


    "230000 บูลนี่ครั้งที่สอง"


    "230000 บูลนี่ครั้งที่สาม"


    ถางซ่งไฮว่หันหลังและรีบเดินออกจากงานประมูล เขาไม่สนใจการประมูลหัวใจอมตะของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุอีกต่อไป


    ท่านชายเหวินชูมองการจากไปของถางซ่งไฮว่


    ด้านข้างเขามีเสียงที่ดูแก่ชราพูดขึ้นว่า ท่านชายจะไม่เป็นไรเหรอขอรับ ที่ท่านประมูลหัวใจอมตะของของราชาสัตว์ป่าสี่ธาตุ จากผู้วิเศษแท้จริงจากอาณาจักรชั้นสองคฑาลิขิต


    น้ำเสียงที่ดูแก่ชราแฝงความหวาดกลัว


    แต่ท่านชายเหวินชูไม่สนใจ ในมือของเขาถือกระดาษใบหนึ่งไว้ สิ่งที่เขาไม่คิดเลยก็คือ ในวันนี้จะมีสิ่งที่ท่านผู้นั้นต้องการประมูลอยู่ที่นี่ทั้งหมด


    ในใจของท่านชายเหวินชูได้คิดไปว่า 'ยุ่นอี้' ท่านทูตแห่งโถงที่เก้านั้น ช่างลึกลับและน่ากลัวเหลือเกิน มันเป็นการยากมากที่จะรู้ว่า งานประมูลของบ้านเร้นลับจะมีสิ่งใดประมูลทั้งหมดก่อนหน้าได้ แต่ชายคนนี้กับรู้ทั้งหมด


    โดยที่ท่านชายเหวินชูไม่รู้ ยุ่นอี้หรือท่านผู้นั้นแห่งโถงที่เก้าอันจอมปลอมนั้น ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้สักนิด


    ...


    เซี่ยซีหานตอนนี้เขาพุ่งตัวเขาสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ของกุ่ยหรานแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าเขาต้องพบเจอการปะทะอันดุเดือด ต่อจากไอ้คุณชายถางหยุนอะไรนั่น ต้องมีตัวเป้งๆ โผล่มาอีกมากมายแน่ แต่เปล่าเลย


    ตลอดเส้นทางสีเลือดที่เซี่ยซีหานสร้างขึ้น เขาไม่พบคนที่เป็นตัวตึงอย่างคุณชายถางหยุนและนักฆ่าหกดาบอีกเลย


    นอกจากนั้นสภาพการณ์ตอนนี้ของคฤหาสน์ใหญ่ของกุ่ยหรานตอนนี้ก็ดูวุ่นวาย คนที่เข้ามาให้เซี่ยซีหานสังหารก็มีน้อยเต็มที ราวกับว่าที่แห่งนี้เป็นมังกรไร้หัว คนสั่งการคฤหาสน์แห่งนี้หายไปไหนหมดเซี่ยซีหานไม่เข้าใจ


    แต่เขาก็เลือกที่จะทำตามแผนของเคอซวน พยายามทำตัวโดดเด่นและดึงความสนใจทั้งหมดของที่นี่มาไว้ที่ตัวเอง


    โดยในใจได้แต่แอบคิด นี่อาจจะเป็นฝีมือของเคอซวนก็ได้ ไอ้แก่นั่นไม่ได้ทิ้งเขาให้ลุยเดี่ยว


    'ใช่แล้วไอ้แก่เคอซวนน่าจะไม่ได้ทิ้งบิดาให้ลุยเดี่ยว จริงๆ เขาอาจจะแอบเข้ามาตัดกำลังหรือปั่นป่วนในคฤหาสน์ของไอ้อมนุษย์กุ่ยหรานอยู่ก่อนแล้ว สถานการณ์เลยเป็นแบบนี้ ช่างเถอะ ช่างเถอะเซี่ยซีหาน เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมากเกินไป บุกไปที่ลานอาบน้ำกลางแจ้งอะไรนั่นและจัดการไอ้อมนุษย์ให้จบๆ ครั้งนี้คือการทำความดีที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่ เทพเซียนแห่งฟ้าดินต้องอวยชัยให้ตัวเอ็งอย่างแน่นอน คนทำดีต้องได้ดี' เซี่ยซีหานพูดปลอบตัวเองหลังจากเขาสัมผัสความผิดปกติบางอย่าง


    เซี่ยซีหานในที่สุดก็มาถึงลานอาบน้ำกลางแจ้ง ตลอดทางเขาฆ่าคนไปอีกเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น ที่แข็งแกร่งมากที่สุดเป็นเพียงนักรบสองดาบ เซี่ยซีหานรู้สึกแปลกๆ ขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกว่าลาสบอสของตัวเองมันกระจอกแบบแปลกๆ เกินไป


    ในใจก่อนมาที่นี่คิดว่าต้องปะทะกับคนนับพัน โดยมีบอสที่เป็นอมนุษย์ที่เป็นผู้วิเศษบัฟให้ลูกน้องของตัวเองมาสู้กับตัวเขา


    และมันจะเป็นการต่อสู้ที่รากเลือด ที่ตัวเขาต้องจดจำไปชั่วชีวิต


    แต่เมื่อเซี่ยซีหานมาถึงลานอาบน้ำจริงๆ


    "ตัวอะไรวะเนี่ย" เซี่ยซีหานตกตะลึง เขาเห็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ที่ดูเหมือนมนุษย์ร่างเป็นสีขาวเผือก ทั่วร่างปรากฏเป็นรอยแตกร้าว ลิ้นมันยาวเหยียดจนน่าขยะแขยง นอกจากนั้นทั่วทั้งลิ้นยังเต็มไปด้วยดวงตาที่คล้ายเริ่มเหี่ยวย่น


    แต่พอเซี่ยซีหานสังเกตไปที่ปลายลิ้น เขาก็จำได้ทันทีว่าชายคนนี้คือใคร


    "กุ่ยหราน นี่มันกุ่ยหราน แต่เขาตายแล้ว" เซี่ยซีหานพูดอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ตัวเขาจะรู้สึกเย็นวาบ และสังเกตเห็นว่า ที่แห่งนี้ดูจะมีหมอกหนากว่าทุกที่ในคฤหาสน์บนเขาแห่งนี้ อยู่ๆ สัญชาตญาณของเซี่ยซีหานก็ร้องเตือน


    มันไม่ใช่สัญชาตญาณร้องเตือนจากอันตราย แต่ร้องเตือนเพราะความแปลกของสถานที่แห่งนี้


    ที่ตอนเข้ามา หากเซี่ยซีหานไม่สังเกตดีๆ เขาจะไม่รับรู้เลยว่า ประสาทสัมผัสบางอย่างของเขาได้เสียหายไป


    แต่เมื่อเขาพบกุ่ยหราน และรับรู้ว่าร่างอมนุษย์ตัวใหญ่ ที่ไม่รู้ว่าตัวอะไรนี่คือ 'กุ่ยหราน' อยู่ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาก็เริ่มเป็นปกติ พร้อมหมอกสีขาวที่ค่อยๆ หายไป


    "นี่มันอะไรกัน" เซี่ยซีหานยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น


    แต่ในที่ไม่ไกลกันนั้น... ถ้ำลึกในภูเขาหลังคฤหาสน์ของกุ่ยหราน


    ...


    โถงถ้ำที่รอบด้านราวกับเป็นประติมากรรมมนุษย์


    ร่างหญิงสาวจำนวนมากถูกหมุดตอกเชื่อมต่อกัน ร้อยเรียงร่างกายนับพันก่อตัวเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ร่างของพวกเธอมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างน่าสังเวช ความตายของพวกเธอยังดูสดใหม่ นอกจากนั้นกิ่งก้านของต้นไม้จากร่างมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นนี้ ยังมีศีรษะของเด็กๆ อีกจำนวนมากห้อยไว้ ราวกับว่ามันคือผลของต้นไม้


    ผนังถ้ำทุกด้านมีอักขระเวทย์จารึกด้วยเลือด อักษรทุกตัวมีพลังของตัวเอง มันเปลี่ยนเลือดและวิญญาณที่น่าสงสาร กลายเป็นพลังวิเศษที่ดูหนาแน่นและบริสุทธิ์มาก


    แต่ความบริสุทธิ์นี้ กลับเต็มไปด้วยคำสาปและความบิดเบี้ยว จากห้วงอารมณ์ของเหล่าดวงวิญญาณที่ใช้เป็นเครื่องบูชา


    '!กุ่ยหรานตายแล้ว' ต้าเจิงชายผู้อยู่ในชุดนักบุญสีเลือดพูดกับตัวเอง เขาลืมตาสองสีของเขาขึ้นและออกจากภวังค์แห่งการตระหนักรู้อันเปี่ยมสุขของตัวเอง


    เพื่อการยืนยัน เขามองไปที่นิ้วของตัวเองข้างหนึ่ง มันเน่าและแดงช้ำ เนื้อรอบนิ้วค่อยๆ แหลกเหลวจนเห็นกระดูก การใช้คำสาปของต้าเจิงนั้นมีผลต่อชีวิต และการสูญเสียนิ้วของตัวเองไปหนึ่งนิ้ว ซึ่งเป็นนิ้วที่ต้าเจิงใช้ทำพันธสัญญาคำสาปกับกุ่ยหราน นี่แสดงว่ากุ่ยหรานตายแล้วจริงๆ


    'หรือว่าชายที่ชื่อยุ่นอี้นั่นจะปรากฏตัว' ดวงตาของต้าเจิงเป็นประกาย เขาไม่ได้สนใจกุ่ยหรานมากนัก สำหรับต้าเจิงกุ่ยหรานไม่ใช่ตัวละครที่มีความสำคัญสำหรับเขาแม้แต่น้อย นอกจากเป็นหินเล็กๆ ก้อนหนึ่งที่ไร้ค่า


    แต่ยุ่นอี้ต่างหากที่ 'วิหารแห่งความบริสุทธิ์' ของเขาต้องการ


    วิหารแห่งความบริสุทธิ์มีข้อมูลบางอย่าง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานของดินแดนต้นไม้ดำ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือในอดีต


    สิ่งนี้สำคัญมากแม้ในหมู่อมนุษย์ชั้นสูงอย่างพวกเขา และการที่พวกเขาได้ข้อมูลว่า 'ยุ่นอี้' ชายประหลาดมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ประหลาดของดินแดนต้นไม้ดำ พวกเขาจึงไม่พลาดที่จะมาสืบข่าว ไม่ว่ามันจะจริงหรือเท็จ พวกเขาต้องได้รู้อะไรบางอย่างให้ได้


    ต้าเจิงบิดนิ้วที่เน่าเหลวของตัวเองทิ้ง ก่อนที่แผลตรงนั้นจากปรากฏเส้นรยางค์เล็กๆ มากมายก่อนรูปเป็นนิ้วขึ้นมาใหม่


    ร่างของต้าเจิงขยายใหญ่ ก่อนจะอยู่ในรูปของสัตว์ปีศาจที่ดูทั้งศักดิ์สิทธิ์และเสื่อมทรามในเวลาเดียว


    นกยักษ์สี่ขาที่เหมือนกริฟฟอนพุ่งตัวเป็นใบหน้าปีศาจ ไปทางคฤหาสน์ของกุ่ยหรานด้วยความรวดเร็ว


    โดยที่ต้าเจิงไม่รู้ การตายของกุ่ยหรานนั้น ได้ตายมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว


    แต่เขากลับพึ่งรู้ตัว ราวกับว่าความตายของกุ่ยหรานก่อนหน้านี้ ถูกซ่อนไว้ด้วยพลังวิเศษบางอย่าง


    ...


    แขนสองข้างของเซี่ยซีหานสั่นระริก ขนแขนทั้งหมดตั้งชัน สัญชาตญาณนักรบของเขาร้องเตือนอย่างรุนแรง 'ทำไมกัน' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง เขาไม่เข้าใจ แต่เมื่อมองไปรอบตัวก็พบแต่ความว่างเปล่า กุ่ยหรานตายแล้วนิและเขายังต้องกลัวอะไรอีก


    แต่ในขณะนั้นเอง ในท้องฟ้าที่มืดมิด เส้นตัดสีเทามืด พร้อมใบหน้าของปีศาจที่น่าหวาดกลัวขนาดใหญ่ ลอยมาทางเขาอย่างรวดเร็ว


    เซี่ยซีหานตอนนี้ร้องในใจฉิบหายรัวๆ พร้อมพูดกับตัวเองว่า นี่มันตัวเหี้ยอะไรกันวะ อย่างไม่เข้าใจ


    แต่แม้ความกลัวจะปรากฏในใจอย่างท่วมท้น แต่สองมือเขากลับจับดาบไม้ที่สร้างจากพลังธาตุของตัวเองแน่กว่าเดิม ยิ่งจับดาบแน่เท่าไหร่ตัวเซี่ยซีหานเขาก็ยิ่งรู้สึกสงบและอุ่นใจอย่างประหลาด


    ราวกับว่าตัวเองเคยใช้ดาบมาทั้งชีวิต และมีแค่ดาบเท่านั้นที่เป็นสหายสนิทของตัวเองอย่างแท้จริง


    ห้วงอารมณ์เช่นนี้แปลกมาก


    แต่ในความประหลาดใจเรื่องการจับดาบ ที่ทำให้จิตใจของตัวเองสงบได้ เรื่องนี้กับอยู่ในหัวของเซี่ยซีหานได้ไม่นาน


    เมื่อนกสี่ขาปรากฏตัวเบื้องสูงตรงหน้าเซี่ยซีหาน นั่นทำให้เขาต้องพูดอย่างอดไม่ได้กับตัวเอง 'นี่มันกริฟฟอน โลกใบนี้มีกริฟฟอนด้วยเหรอ?'


    ดวงตาที่ราวกับว่ามีนรกสถิตอยู่ในนั้นของต้าเจิง มองจ้องไปที่เซี่ยซีหาน ปีกยักษ์ของตัวเขาค่อยๆ กระพือช้าๆ ร่างลดระดับลง


    ต้าเจิงในร่างสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์กลายร่างนั้น เขามองเห็นความสามารถแท้จริงของเซี่ยหานได้


    "เป็นทั้งนักรบและเป็นทั้งผู้วิเศษ แถมเจ้ายังเป็นผู้วิเศษแท้จริงอีกด้วย แต่ใบหน้าของเจ้าตอนนี้เป็นหน้าปลอบ" พูดจบต้าเจิงในร่างสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนกริฟฟอนหายใจเข้า ก่อนจะพ่นลมกระทบร่างเซี่ยซีหาน


    ใบหน้าของเซี่ยซีหานค่อยๆ ละลายและหลอมเหลวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าปลอมที่สร้างจากพลังวิเศษของ 'เวทย์พันหน้า' หลอมละลาย จากหนุ่มหล่อที่ใบหน้าคล้ายมีอายุ 20 ถึง 25 ปี


    กลายเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูใสซื่อ


    ต้าเจิงขมวดคิ้วเข้าหากัน


    "เยาว์วัยมาก" น้ำเสียงนี้แฝงความประหลาดใจอย่างแท้จริง ก่อนที่เขาจะหายใจเข้าออกลึก คล้ายต้องการสัมผัสอะไรบางอย่าง


    ก่อนจะหัวเราะเสียงแผดดังอย่างมีความสุข


    "ใช่ ใช่จริงๆ เจ้าเกี่ยวข้องกับ 'เลือดศักดิ์สิทธิ์' ข้าได้กลิ่นของเลือดศักดิ์สิทธิ์จากตัวเจ้า แม้มันจะเบาบาง เบาบางอย่างถึงที่สุดก็ตาม"


    เซี่ยซีหานงงงันเขาไม่เข้าใจ


    ...


    'นอกจากข้าจะเป็นพระเอกของเรื่องนี้ ข้ายังมีเลือดศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหรอ' เซี่ยซีหานคิดแบบนั้นเพียงครู่สั้น


    นั่นเพราะรู้สึกว่าเขาไม่ได้มีมันแม้แต่น้อยไอ้เลือดศักดิ์สิทธิ์อะไรนั้น เขาเคยถูกอัดจนเลือดอาบหลายครั้ง หากเขามีเลือดศักดิ์สิทธิ์จริง ร่างกายเขาก็ควรมีปฏิกิริยาอะไรบางอย่างบ้างสิ ตอนนี้เขามีชีวิตในโลกนี้มาหลายปี เขาไม่รู้สึกเลยว่า สายเลือดของเขาต่างจากคนอื่นตรงไหน