เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทวีปเหนือแสงสีต่างๆสว่างวูบวาบ เสียงร้องระงมเสียงระเบิดถล่มฟ้าดังจนแยกแยะไม่ออกว่าดังมาจากด้านไหนซ้ำยังดังถี่ยิบจนบางคนถึงขั้นหูแตกตายผืนธรณีวิปโยคเลื่อนลั่นสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งคล้ายจะพลิกนรกขึ้นมาสู้พื้นภพเพื่อเก็บกวาดซากศพที่นอนตายซาก
แสงสว่างจากเวทมนต์นับพันนับหมื่นบทข่มประกายแสงจันทราจนสิ้นแสงเหนือผืนฟ้าอาบย้อมไปด้วยสีแห่งมรณะกาลอันหม่นหมองเสียงกรีดร้องเจ็บปวดเสียงโหยหวนของชีวิตดังขึ้นไม่ขาดช่วงดังขึ้นทุกตารางนิ้วของทวีปเหนือทำให้ในสงครามยามนี้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าฝ่ายใดเสียหายมากกว่ากัน
เหล่าอาชญากรที่อยู่บนเวหาขี่อยู่บนหลังของนกยักษ์เทโรซอร์ระดมยิงธนูพลังธาตุ ยิ่งพลังเวทมนต์ ยิงปืนกลสาดลงเบื้องร่างราวกับสายฝนยิ่งส่งเสริมให้เสียงระเบิดผืนดินเลื่อนลั่นดังระงม
ทันใดนั้นด้านทิศใต้ของเมืองวารีปรากฎภาพของสองบุรุษ หนึ่งบุรุษชุดเกราะสีน้ำตาลแดงหน้าคมคายผมสีเพลิงมือขวาถือดาบคาตานะใบดาบสีแดงสดตรงที่กั้นดาบปรากฎอัญมณีสีแดงเพลิงกำลังท่อแสงวิบวับทั่วร่างปรากฎเส้นสายพลังงานสีแดงเพลิง
วิ่งวนไปทั่วร่างอย่างสับสน
อีกหนึ่งบุรุษในชุดซามูไรสีฟ้าสดมือซ้ายขวากระชับดาบคาตานะสีน้ำเงินทั่วร่างอาบไปด้วยพลังธาตุน้ำสีน้ำเงินเข้มเเสดงถึงพลังธาตุน้ำที่สูงส่ง
เพิร์จนั้นยามนี้ต้องบอกว่าตกอยู่ในสถานะการณ์ลำบากถึงขีดสุด
พลังธาตุน้ำของเขาที่ควรจะชนะพลังธาตุไฟแต่ยามนี้มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเนื่องด้วยโรมิโอได้ใช้พลังจากดวงใจภูติธาตุไฟทำให้ไฟของโรมิโอกลายเป็นเพลิงจากขุมนรกขุมสุดท้ายที่เผาได้แม้กระทั่งผืนสมุทรท้องทะเล
ครั้งจะเรียกซึซาโนโอะ ออกมาเพียงแค่จะร่ายบทสวดก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำบัดนี้เขาพลันตกอยู่ในวงล้อมของทหารนักเวทย์ดาบนับสิบราย หากแค่ทหารเขาสามารถสะบัดดาบทีเดียวส่งพวกมันไปพบยมบาลได้ในทันทีแต่ถ้าหากเขาทำแบบนั้นก็จะถูกโรมิโอฉวยโอกาส สะบั่นคอเขาแทน
“โจมตี!!!!
โรมิโอตวาดลั่นพร้อมกับทหารนักเวทย์ดาบนับสิบคนทั่วใบดาบอาบด้วยพลังเวทมนต์หลากหลายธาตุ เมื่อสิ้นเสียงโรมิโอพวกมันทั้งหมดตวัดดาบฟันใส่อากาศออกมาอย่างเฉียบคมส่งคลื่นรังสีดาบอันแหลมคมพุ่งแหวกอากาศเข้าโจมตีเพิร์จทุกทิศทาง
ยาวกระทันหันชายหนุ่มตวัดข้อมือซ้ายดาบคาตานะสีน้ำเงินสดในมือซ้ายเปลี่ยนกลับปรายดาบชีไปด้านหลังสลับด้านกับดาบในมือขวาอย่างรวดเร็ว
“เพลงดาบพิรุณกระบวนท่าที่หนึ่ง พิรุณเดือนเพ็ญ”
เพิร์จเอ่ยขึ้นเสียงเข้มพร้อมกับทั่วร่างสาดคลื่นพลังสีน้ำเงินสดธาตุน้ำปกคลุมทั่วร่างก่อนที่เขาจะหมุนตัวเป็นวงกลมก่อกำเนิดคลื่นพลังสีน้ำเงินสดคล้ายโดมขึ้นทั่วบริเวณจากนั้นก็แผ่ขยายขึ้นคล้ายกับดวงจันทร์ของเดือนเพ็ญไม่มีผิด
ฟิ้วววววววว ตูมมมมม
เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับแสงหลากสีสว่างวาบคลื่นน้ำสาดกระจายไปทั่วบริเวณวินาทีต่อมา
“เพลงดาบพิรุณกระบวนท่าที่สอง พิรุณผันแปร”
เหล่าทหารทั้งสิบกลับต้องสะท้านวูบผ่านม่านควันเห็นรังสีดาบแหลมคมรูปจันทร์เสี้ยวสีน้ำเงินสดนับร้อยสายพุ่งผ่าอากาศส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเข้าโจมตีพวกมันอย่างจัง
ฉึกกกกกก ฉึกกกก ชับบบบ อ๊ากกก
เลือดสีแดงสดสาดกระจายอาบไปทั่วในอากาศพุ่งผสมปนเปกับพลังคลื่นน้ำอย่างน่าดูชม
เสียงร้องโหยหวนของพวกมันฟังูคล้ายกับเสียงเปรตไม่มีผิด คิดได้ก็สายไปหากชายหนุ่มไร้น้ำยาเพียงแค่ถูกรุมก็ตายคงไม่มีทางขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ดาบในมือของชายหนุ่มนั้นเฉียบคมแต่คมเขี้ยวฝีมือกลับร้ายกาจมากทวีคูณ
เพิร์จนั้นหมุนตัวเพื่อสร้างคลื่นพลังน้ำเพื่อป้องกันวินาทีเดียวกันในขณะหมุนตัวก็ส่งรังสีดาบแหลมคมโจมตีกลับเช่นกันพิรุณเดือนเพ็ญกระบวนท่าตั้งรับพิรุณผันแปรกระบวนท่าที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกในเสร้ยววินาทีก่อเป็นกำเนิดจังหวะรับและรุกในเวลาเดียวกันคล้ายน้ำที่ชำระล้างได้ทุกสรรพสิ่งหล่อเลี้ยงทุกชีวิตในเวลาเดียวกันก็แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดได้เช่นกัน
ฟุ๊บ เปรี้ยงง
เพิร์จโถมร่างเข้าใส่โรมิโอทันทีพร้อมกับตวัดดาบฟันใส่ซึ่งๆหน้าคลื่นพลังที่อาบไปทั่วใบดาบของทั้งสองปะทะกันก่อเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นฟ้า
ครั้งนี้ธาตุน้ำของเขากับเป็นฝ่าย
ก่ำกึ่งทำให้ชายหนุ่มต้องรอบคิดหาวิธีล้มโรมิโอไปพลางต่อสู้ไปพลางยิ่งทำให้พลังสมาธิตกลงเพราะต้องแบ่งแยกไปใช้ความคิด
หากจะนับผู้ที่ใช้พลังธาตุน้ำเพิร์จถือว่าเป็นที่หนึ่งแห่งแผ่นดินอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ทว่ากับคนที่ใช้พลังธาตุไฟที่หนึ่งแห่งแผ่ดินแถมยังยืมพลังจากดวงใจภูติมาด้วยแล้วต้องบอกว่าเขาเสียเปรียบสุดๆหากเปิดโอกาศเพียงเสี้ยววินาทีเข้าต้องตายอย่างแน่นอน
เคร้ง เคร้ง เช้ง เปรี้ยง เปรี้ยงงงง
เพิร์จยังคงรุกไล่สืบเท้าไปมากดดันอย่างต่อเนื่องถึงพลังเวทมนต์พลังธาตุเข้าจะแพ้โรมิโอแต่กระบวนดาบเข้ายังเหนือกว่าสองขั้น
เกมDemonlord นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสมจริงอะไรก็แล้วแต่ที่เราสามารถทำได้ในโลกจริงในโลกนี้เขาก็สามารถทำได้แล้วยิ่งเพิร์จในโลกจริงสามารถใช้เพลงดาบได้ด้วยแล้วในโลกนี้เขาจึงมีเพลงดาบแสนร้ายกาจเป็นอันดับต้นๆ
โรมิโอเร่งออร่าพลังไฟสีแดงสดขึ้นปกคลุมทั่วร่างต้านทานคลื่นพลังธาตุน้ำที่แฝงมากับการโจมตีในแต่ระคมดาบของเพิร์จ
เพราะเขานั้นรู้ดีว่าถึงจะยืมพลังจากดวงใจภูติมาใช้และเหนือว่าอีกฝ่ายในพลังแต่อีกฝ่ายคือยอดฝีมือถึงเข้าจะใช้พลังมากขนาดนี้โรมิโอยังสัมผัสได้ถึงแต่ครั้งที่เข้าต้านทานดาบของ
เพิร์จมันมีพลังธาตุน้ำอันบ้าคลั่งแฝงเร้นคล้ายจะเจาะทะลุออร่าพลังไฟของเขาทะลวงเขาในทุกขณะจิต
ด้วยเหตุนี้การต่อสู้ของทั้งสองจึงเป็นไปอย่างก่ำกึ่งอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบต่างผลัดกับรุกผลัดกันรับอย่างแยบยลส่งคลื่นพลังทำลายออกมาอย่างต่อเนื่อง
ห่างออกไปสามร้อยเมตรชายหนุ่มใบหน้าเศร้าหมอง อมทุกข์ราวกับกอดความโศกศัลย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่ใบหน้าคมคายหล่อเหล่าเอาการ
วายุในชุดเกราะสีเขียวสดทั่วร่างปรากฎเส้นสายพลังงานสีเขียวสดขึ้นทั่วร่างท่อแสงสว่างอย่างสับสนกำลังขับเขี้ยวกับสัมพาทีในร่างคนอย่างดุเดือด
“นี่หรอพลังของคนที่ชื่อศิลา”
วายุแอบรอบคิดในใจเนื่องด้วยเข้าใจผิดคิดว่าสัมพาทีคือศิลาไม่แปลกเพราะใบหน้าของมันถอดแบบศิลามาถึงสี่ในห้าส่วนที่จะต่างกันก็แค่สีของเส้นผมนอกนั้นทั้งชุดเกราะอาวุธสัมพาทีใช้เหมือนศิลาทุกประการไม่เพียงเท่านั้นรวมถึงพลังธาตุทักษะกระบวนท่าสกิลต่างๆ จะเว้นก็เสียแต่เวทมนต์แห่งสูญที่ตอนนี้สัมพาที่ยังไม่สามารถใช้ได้
เช้ง เช้งงงงง
วายุยังคงระดมโหมกระหน่ำโจมตีสัมพาทีราวพายุคลั่งแต่เขายังไม่สามารถทำให้สัมพาทีขยับเท้าออกจากตำแหน่งเดิมได้เลยสักนิด
“เลิกเล่นแค่นี้เถอะ”
สัมพาทีพูดขึ้นเสียงเย็นเฉียบทำเอาวายุต้องดีดตัวทิ้งห่าง หรี่ตามองสัมพาทีสีหน้าตึงเคียดถึงขีดสุด
แม้เขาจะใช้พลังจากดวงใจภูติก็ยังไม่อาจทำให้บุรุษตรงหน้าขยับตัวได้สักนิดแถมยามนี้ทั่วร่างของสัมพาทีค่อยๆแผ่คลื่นพลังสีแดงเลือดออกมาเข้มข้นขึ้นเลื่อยๆ
ครืนนนนน
อากาศทั่วบริเวณรอบกายของสัมพาทีเกิดการเลื่อนลั่นอย่างวิปลาศราวกับว่ากำลังจะเกิดวินาศภัยแากาศกรีดร้องส่งเสียงร้องคำรามสัมพาทีเองที่ยามนี้เก็บดาบร่ำไห้หายวับไปในอากาศธาตุ
ทั่วร่างของมันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นดวงตาของสัตว์ร้ายตามผิวหนังค่อยๆมีเกล็ดสีแดงสาดแสงวาววับขึ้นทั่วร่างวินาทีต่อมา
ปรากฎพลังงานสีแดงสดพุ่งขึ้นฟ้าจนเมฆเกิดเป็นรูโหว่ก่อนจะแผ่ขยายอาบย้อมไปทั่วท้องฟ้าให้กลายเป็นสีเลือด
ตูมมมม
“เทพมารอสูรศักดิ์สิทธิ์สัมพาที ระดับ1ปรากฎตัว”
จากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้นทั่วบริเวณพร้อมกับเสาร์แสงสีแดงเลือดสาดขึ้นฟ้าวินาทีต่อมาเผยให้เห็นมังกรตัวสีแดงเลือดสูงสิบเมตรดวงตาสาดแสงสีน้ำเงินเข้มไปมาพร้อมกับบนหัวด้านซ้ายขวามีเขางามสีดำยาวโค้งแหลมคม คมเขี้ยวยาวโค้งที่ขยำได้ทั้งขุนเขา กรงเล็บที่ราวกับจะผ่าได้ทั้งทวีปด้านหลังปรากฎดาบร่ำไห้สีแดงตัดดำเรียงร้อยเป็นปีกข้างละยี่สิบเล่มภาพที่เห็นนั้นทำเอาแทบลืมหายใจจนอยากจะรีบตายๆไปให้พ้นจากเทพอสูรมังกรโลหิตตนนี้
“น...น..นี่แกไม่ใช่ศิลางั้นเหรอ”
วายุที่ยืนเบื้องหน้าสัมพาทีพูดด้วยเสียงที่ติดขัดจนแทบไม่เป็นคำแค่ชายหนุ่มยังยืนอยู่ได้ก็ถือว่าใจแข็งมากแล้วเพราะสัมพาทีในร่างมังกรนั้นให้ความน่าเกรงขามเกินบรรยาย
เพราะทั้งแรงกดดันจิตสังหารออร่าความชั่วร้ายออร่าศักดิ์สิทธิ์มันแผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีป บางคนแค่สัมปัสกับคลื่นพลังนั้นของสัมพาทีถึงขึ้นล้มตายยืนตายซากเลยก็มี
“หึ นายท่านของข้าไม่ลดตัวลงมาเล่นกับพวกมดปลวกอย่างพวกเจ้าหลอก”
เสียงเย็นเฉียบดังขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาดุร้ายแบบชาติกำเนิดของมังกรจ้องมองวายุ จนชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ ร่างของสัมพาทีสูงใหญ่ตระหง่าเหนือทุกสิ่งในสนามรบทั่วร่างปกคลุ่มด้วยคลื่นพลังสีแดงสดผสมสีทองสว่างไสวคล้ายกับมังกรเทพแต่ก็คล้ายกับมังกรมารในเวลาเดียวกัน
“แว๊กกกกกกก
สัมพาทีคำรามลั่นคลื่นอัดอากาศแตกกระจายพร้อมกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาไปทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่ง
วินาทีที่ทุกคนยังไม่ทันหายตลึงจากการพบเจอมังกรตัวเป็นๆก็ต้องแทบหยุดหายใจอีกครั้ง
ครืนนนนยน เปรี้ยงงง
ใจกลางสนามรบปรากฏเสาร์เพลิงสีฟ้าทองสว่างพุ่งขึ้นถึงชั้นฟ้า
“เทพมารอสูรศักดิ์สิทธิ์สดายุ ระดับ1 ปรากฎตัว”
วินาทีต่อมาปรากฏปักษาตัวยาวสี่เมตรกว้างสองเมตรทั่วร่างอาบด้วยเพลิงสีฟ้าทองบินวนไปทั่วผืนฟ้าแต่ทว่าขนตรงปีกกลับปรากฎกริชสีส้มฟ้าเรียงซ้อนทับกันนับพันเล่มขึ้นมาแทนขน
เพลิงที่ห่อหุ่มร่างกายของสดายุตกลงสู่พื้นที่ใดที่นั่นกลายเป็นทะเลเพลิงทันทีพร้อมกับมันเองก็สะบัดปีกยิงกริชออกมาราวสายฝนที่น่าแปลกคือเหล่าอาชญากรที่ถูกเพลิงของ
สดายุอาการบาดเจ็บพลันหายสนิท
“บ้าเอ่ย!เสียท่าจนได้ ไอ้หมอนั่นเลี้ยงตัวแบบนี้ไว้ถึงสามตัวเลยหรือเนี่ย”
โรมิโอที่มองไปรอบกายพบเข้ากับทั้งมังกรทั้งนกฟีนิกซ์เอ่ยขึ้นจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ย๊ากกก”
วายุเร่งพลังเวทมนน์ถึงขีดสุดทั่วร่างอาบไปด้วยออร่าสีเขียวสดก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นฟ้าหมายจะสะบั่นหัวของสัมพาทีให้ขาดกระจุย
วินาทีนั่นเองอุ้งมือขวาพร้อมกรงเล็บสุดแหลมคมแผ่อากาศพุ่งเข้าตบร่างวายุอย่างจังราวกับว่ามันกำลังตบยุงตบแมลงวันไม่มีผิด
“ไม่ใช่โซดาอย่ามาซ่า” สัมพาทีสบถขึ้นพร้อมร้อยยิ้ม
วูบบบ เปรี้ยงงง อ๊ากกกก
ชุดเกราะสีเขียวทั่วร่างของชายหนุ่มขาดกระจุยแตกเป็นเสี่ยงๆกระอักเลือดออกมาเป็นสายหน้าท้องหน้าอกถูกฉีกกระชากเนื้อหลุดลุ่ยจนเห็นถึงกระดูกสันหลังร่างของวายุลอยดิ่งลงพื้นประดุจดาวตกส่งเสียงระเบิดดังสนั่นจากลูกตบโฟร์แฮนของสัมพาที
“ก็แค่เนี่ยยึกยักไปมาอยู่ได้”
สัมพาทีฉีกยิ้มก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือความไปคว้าจับที่ดาบของวายุพร้อมกับดึงเอาผลึกอัญมณีรูปหยดน้ำที่ติดกับตัวดาบออกมา
โดยที่มีร่างวายุนอนจมกองเลือดจ้องมองอย่างอาฆาตถึงขีดสุดก่อนมรณะกาลจะมาเยือนชายหนุ่มสุดซวยที่ดันมาเจอกับสัมพาที
“จะบอกอะไรให้ ถ้าเจ้านายของข้ามาเองล่ะป่านนี้ทั้งสนามรบหายวับไปกับตาตั้งนานแล้ว”
สัมพาทีทิ้งท้ายก่อนที่วายุจะค่อยๆหลับตาปริมพร้อมกับลมหายใจที่หยุดลงไปที่ห้องรอเกิดใหม่
ซึ่งที่สีมพาทีพูดนั้นมันมั่นใจเลยว่าหากศิลาได้ร่ายมหาเวทมนต์สักสองบทล่ะก็เมืองวารีทวีปเหนือบริเวณนี้ทุกสรรพสิ่งต้องถูกศิลาลบหายไปในสองนาทีอย่างแน่นอน
ซึ่งนั้นก็เป็นความจริงเวทมนต์แห่งสูญที่มีพลังทำลายไร้ขีดกำจัดผันแปรตามพลังผู้ใช้ ถึงมันจะวิเศษมีอนุภาพร้ายกาจแต่ศิลาก็ไม่ค่อยอยากจะใช้เพราะมันจะลบไปทั้งไอเท็มเหรียญ และยามนี้หากเขากำจัดศัตรูด้วยเวทมนต์แห่งสูญมันก็จะลบไปถึงค่าประสบการณ์ที่เขาควรจะได้รับแปลว่าศิลาจะไม่ได้เลเวล
สัมพาทีปรายตาไปรอบๆคล้ายกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะคว้างดวงใจภูติลอยลิ่วดุจกระสุนปืนออกไป
“เพิร์จโวยยยยรับ”
ฟุบ ฟุบ
ชายหนุ่มทะยานร่างรับผลึกรูปหยดน้ำไว้ในมือขวาอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาตลึงงันของโรมิโอ
“วายุโดนเล่นสะแล้วพลาดจนได้”
เพิร์จมองผลึกสีเขียวที่มีละอองดาวสาดแสงอยู่ภายในอย่างสับสนวินาทีนั้นเองชายหนุ่มพลันกระจ่างวูบ
เขาไม่ใช่คนโง่ผ่านการต่อสู้มามากมาย เขาคือผู้ที่ใช้พลังธาตุน้ำแต่เขาสามารถใช้พลังธาตุลมได้เช่นเดียวกันถึงจะไม่ถนัดก็ตาม
“เคล็ดวิชาหนุนเสริมสินะ”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นเฉียบพร้อมกับกรีดเนื้อบริเวณหน้าอกออกทันทีอย่างไม่ลังเล เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางก่อนที่เขาจะเอาผลึกรูปหยดน้ำฝังลงไปใจกลางอก
“อ๊ากกกกกกกก
เส้นสายสีเขียวสดวิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างสับสนและร้อนรนถึงขีดสุดคลื่นพลังสีเขียวสดคล้ายใยแมงมุมวิ่งออกจากอกแผ่ไปทั่วร่างวิ่งเข้าสู่ดาบทั้งสองเล่มจนกลายเป็นดาบสีน้ำเงินเข้มตัดเส้นใยสีเขียวสดทั่วตัวดาบคลื่นพลังธาตุลมผสมกับพลังธาตุน้ำจนร่างของชายหนุ่มปกคลุมด้วยออร่าสีฟ้าสดสลับสีเขียวสดไปมาอย่างลึกล้ำ
“ที่นี้ก็เท่าเทียมกันแล้ว”
เพิร์จพูดเสียงเย็นเฉียบรุกยืนประจันหน้ากับโรมิโอห่างออกไปสามเมตรก่อนจะค่อยๆบิดร่างกายไปมาเพื่อคลายอาการติดขัดปวดเมื่อย
“หึ! แล้วไงตามวัฏจักรธาตุ ธาตุลมมันแพ้ธาตุไฟ”
โรมิโอตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นใจดวงใจภูตินั้นมีพลังเท่าเทียมกันแต่ที่จะตัดสิ้นคือการชนะธาตุต่างๆเขาถือครองและใช้พลังนี้มาอย่างยาวนาน
เรื่องนั้นเขาจึงรู้ดีต่อให้เพิร์จใช้พลังธาตุลมที่ดึงพลังจากดวงใจภูติก็ไม่มีทางชนะพลังธาตุไฟของเขาได้
“ก็จริง ธาตุไฟมันชนะธาตุลมอยู่แล้วแต่การต่อสู้จริงๆมันไม่ได้วัดกันที่ตรงนั้น”
เขาไม่ได้จะใช้พลังธาตุลมที่หยิบยืมมาจากดวงใจภูติเข้าต้านทานกับ
โรมิโออยู่แล้วแต่สิ่งที่เขาทำคือเคล็ดวิชาหนุนเสริมคือการเอาพลังธาตุมาเกื้อหนุนซึ่งกันและกันต่างจากเคล็ดวิชาทวิภาวะของศิลาที่จะเอาพลังธาตุที่ขัดแย้งมารวมกัน
ดังนั้นเพิร์จจึงใช้พลังธาตุลมที่หยิบยืมมาจากดวงใจภูติหนุมเสริมพลังธาตุน้ำของเขาให้สูงขึ้นไปอีกหลายขั้นแต่ถึงอย่างนั้นบนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยที่ไม่ต้องแลกไปกับอะไรสิ่งที่ชายหนุ่มจะต่องแบกรับต่อจากนี้มันจะแสนสาหัสและเป็นสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญไปตลอด