Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    ศึกหนักของแต่ละคน

       เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทวีปเหนือแสงสีต่างๆสว่างวูบวาบ เสียงร้องระงมเสียงระเบิดถล่มฟ้าดังจนแยกแยะไม่ออกว่าดังมาจากด้านไหนซ้ำยังดังถี่ยิบจนบางคนถึงขั้นหูแตกตายผืนธรณีวิปโยคเลื่อนลั่นสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งคล้ายจะพลิกนรกขึ้นมาสู้พื้นภพเพื่อเก็บกวาดซากศพที่นอนตายซาก

       แสงสว่างจากเวทมนต์นับพันนับหมื่นบทข่มประกายแสงจันทราจนสิ้นแสงเหนือผืนฟ้าอาบย้อมไปด้วยสีแห่งมรณะกาลอันหม่นหมองเสียงกรีดร้องเจ็บปวดเสียงโหยหวนของชีวิตดังขึ้นไม่ขาดช่วงดังขึ้นทุกตารางนิ้วของทวีปเหนือทำให้ในสงครามยามนี้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าฝ่ายใดเสียหายมากกว่ากัน

        เหล่าอาชญากรที่อยู่บนเวหาขี่อยู่บนหลังของนกยักษ์เทโรซอร์ระดมยิงธนูพลังธาตุ ยิ่งพลังเวทมนต์ ยิงปืนกลสาดลงเบื้องร่างราวกับสายฝนยิ่งส่งเสริมให้เสียงระเบิดผืนดินเลื่อนลั่นดังระงม   

        ทันใดนั้นด้านทิศใต้ของเมืองวารีปรากฎภาพของสองบุรุษ หนึ่งบุรุษชุดเกราะสีน้ำตาลแดงหน้าคมคายผมสีเพลิงมือขวาถือดาบคาตานะใบดาบสีแดงสดตรงที่กั้นดาบปรากฎอัญมณีสีแดงเพลิงกำลังท่อแสงวิบวับทั่วร่างปรากฎเส้นสายพลังงานสีแดงเพลิง

    วิ่งวนไปทั่วร่างอย่างสับสน

       อีกหนึ่งบุรุษในชุดซามูไรสีฟ้าสดมือซ้ายขวากระชับดาบคาตานะสีน้ำเงินทั่วร่างอาบไปด้วยพลังธาตุน้ำสีน้ำเงินเข้มเเสดงถึงพลังธาตุน้ำที่สูงส่ง

       เพิร์จนั้นยามนี้ต้องบอกว่าตกอยู่ในสถานะการณ์ลำบากถึงขีดสุด  

    พลังธาตุน้ำของเขาที่ควรจะชนะพลังธาตุไฟแต่ยามนี้มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเนื่องด้วยโรมิโอได้ใช้พลังจากดวงใจภูติธาตุไฟทำให้ไฟของโรมิโอกลายเป็นเพลิงจากขุมนรกขุมสุดท้ายที่เผาได้แม้กระทั่งผืนสมุทรท้องทะเล   

        ครั้งจะเรียกซึซาโนโอะ ออกมาเพียงแค่จะร่ายบทสวดก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำบัดนี้เขาพลันตกอยู่ในวงล้อมของทหารนักเวทย์ดาบนับสิบราย หากแค่ทหารเขาสามารถสะบัดดาบทีเดียวส่งพวกมันไปพบยมบาลได้ในทันทีแต่ถ้าหากเขาทำแบบนั้นก็จะถูกโรมิโอฉวยโอกาส สะบั่นคอเขาแทน

       “โจมตี!!!!

      โรมิโอตวาดลั่นพร้อมกับทหารนักเวทย์ดาบนับสิบคนทั่วใบดาบอาบด้วยพลังเวทมนต์หลากหลายธาตุ เมื่อสิ้นเสียงโรมิโอพวกมันทั้งหมดตวัดดาบฟันใส่อากาศออกมาอย่างเฉียบคมส่งคลื่นรังสีดาบอันแหลมคมพุ่งแหวกอากาศเข้าโจมตีเพิร์จทุกทิศทาง   

        ยาวกระทันหันชายหนุ่มตวัดข้อมือซ้ายดาบคาตานะสีน้ำเงินสดในมือซ้ายเปลี่ยนกลับปรายดาบชีไปด้านหลังสลับด้านกับดาบในมือขวาอย่างรวดเร็ว

      “เพลงดาบพิรุณกระบวนท่าที่หนึ่ง พิรุณเดือนเพ็ญ”

      เพิร์จเอ่ยขึ้นเสียงเข้มพร้อมกับทั่วร่างสาดคลื่นพลังสีน้ำเงินสดธาตุน้ำปกคลุมทั่วร่างก่อนที่เขาจะหมุนตัวเป็นวงกลมก่อกำเนิดคลื่นพลังสีน้ำเงินสดคล้ายโดมขึ้นทั่วบริเวณจากนั้นก็แผ่ขยายขึ้นคล้ายกับดวงจันทร์ของเดือนเพ็ญไม่มีผิด

       ฟิ้วววววววว ตูมมมมม  

        เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับแสงหลากสีสว่างวาบคลื่นน้ำสาดกระจายไปทั่วบริเวณวินาทีต่อมา

       “เพลงดาบพิรุณกระบวนท่าที่สอง พิรุณผันแปร”

       เหล่าทหารทั้งสิบกลับต้องสะท้านวูบผ่านม่านควันเห็นรังสีดาบแหลมคมรูปจันทร์เสี้ยวสีน้ำเงินสดนับร้อยสายพุ่งผ่าอากาศส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเข้าโจมตีพวกมันอย่างจัง

       ฉึกกกกกก ฉึกกกก ชับบบบ อ๊ากกก

      เลือดสีแดงสดสาดกระจายอาบไปทั่วในอากาศพุ่งผสมปนเปกับพลังคลื่นน้ำอย่างน่าดูชม

      เสียงร้องโหยหวนของพวกมันฟังูคล้ายกับเสียงเปรตไม่มีผิด คิดได้ก็สายไปหากชายหนุ่มไร้น้ำยาเพียงแค่ถูกรุมก็ตายคงไม่มีทางขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ดาบในมือของชายหนุ่มนั้นเฉียบคมแต่คมเขี้ยวฝีมือกลับร้ายกาจมากทวีคูณ

       เพิร์จนั้นหมุนตัวเพื่อสร้างคลื่นพลังน้ำเพื่อป้องกันวินาทีเดียวกันในขณะหมุนตัวก็ส่งรังสีดาบแหลมคมโจมตีกลับเช่นกันพิรุณเดือนเพ็ญกระบวนท่าตั้งรับพิรุณผันแปรกระบวนท่าที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกในเสร้ยววินาทีก่อเป็นกำเนิดจังหวะรับและรุกในเวลาเดียวกันคล้ายน้ำที่ชำระล้างได้ทุกสรรพสิ่งหล่อเลี้ยงทุกชีวิตในเวลาเดียวกันก็แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดได้เช่นกัน

       ฟุ๊บ เปรี้ยงง

      เพิร์จโถมร่างเข้าใส่โรมิโอทันทีพร้อมกับตวัดดาบฟันใส่ซึ่งๆหน้าคลื่นพลังที่อาบไปทั่วใบดาบของทั้งสองปะทะกันก่อเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นฟ้า

       ครั้งนี้ธาตุน้ำของเขากับเป็นฝ่าย

    ก่ำกึ่งทำให้ชายหนุ่มต้องรอบคิดหาวิธีล้มโรมิโอไปพลางต่อสู้ไปพลางยิ่งทำให้พลังสมาธิตกลงเพราะต้องแบ่งแยกไปใช้ความคิด

       หากจะนับผู้ที่ใช้พลังธาตุน้ำเพิร์จถือว่าเป็นที่หนึ่งแห่งแผ่นดินอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ทว่ากับคนที่ใช้พลังธาตุไฟที่หนึ่งแห่งแผ่ดินแถมยังยืมพลังจากดวงใจภูติมาด้วยแล้วต้องบอกว่าเขาเสียเปรียบสุดๆหากเปิดโอกาศเพียงเสี้ยววินาทีเข้าต้องตายอย่างแน่นอน

        เคร้ง เคร้ง เช้ง เปรี้ยง เปรี้ยงงงง

       เพิร์จยังคงรุกไล่สืบเท้าไปมากดดันอย่างต่อเนื่องถึงพลังเวทมนต์พลังธาตุเข้าจะแพ้โรมิโอแต่กระบวนดาบเข้ายังเหนือกว่าสองขั้น  

       เกมDemonlord นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสมจริงอะไรก็แล้วแต่ที่เราสามารถทำได้ในโลกจริงในโลกนี้เขาก็สามารถทำได้แล้วยิ่งเพิร์จในโลกจริงสามารถใช้เพลงดาบได้ด้วยแล้วในโลกนี้เขาจึงมีเพลงดาบแสนร้ายกาจเป็นอันดับต้นๆ

        โรมิโอเร่งออร่าพลังไฟสีแดงสดขึ้นปกคลุมทั่วร่างต้านทานคลื่นพลังธาตุน้ำที่แฝงมากับการโจมตีในแต่ระคมดาบของเพิร์จ  

       เพราะเขานั้นรู้ดีว่าถึงจะยืมพลังจากดวงใจภูติมาใช้และเหนือว่าอีกฝ่ายในพลังแต่อีกฝ่ายคือยอดฝีมือถึงเข้าจะใช้พลังมากขนาดนี้โรมิโอยังสัมผัสได้ถึงแต่ครั้งที่เข้าต้านทานดาบของ

    เพิร์จมันมีพลังธาตุน้ำอันบ้าคลั่งแฝงเร้นคล้ายจะเจาะทะลุออร่าพลังไฟของเขาทะลวงเขาในทุกขณะจิต

       ด้วยเหตุนี้การต่อสู้ของทั้งสองจึงเป็นไปอย่างก่ำกึ่งอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบต่างผลัดกับรุกผลัดกันรับอย่างแยบยลส่งคลื่นพลังทำลายออกมาอย่างต่อเนื่อง

         ห่างออกไปสามร้อยเมตรชายหนุ่มใบหน้าเศร้าหมอง อมทุกข์ราวกับกอดความโศกศัลย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่ใบหน้าคมคายหล่อเหล่าเอาการ 

       วายุในชุดเกราะสีเขียวสดทั่วร่างปรากฎเส้นสายพลังงานสีเขียวสดขึ้นทั่วร่างท่อแสงสว่างอย่างสับสนกำลังขับเขี้ยวกับสัมพาทีในร่างคนอย่างดุเดือด

      “นี่หรอพลังของคนที่ชื่อศิลา”

       วายุแอบรอบคิดในใจเนื่องด้วยเข้าใจผิดคิดว่าสัมพาทีคือศิลาไม่แปลกเพราะใบหน้าของมันถอดแบบศิลามาถึงสี่ในห้าส่วนที่จะต่างกันก็แค่สีของเส้นผมนอกนั้นทั้งชุดเกราะอาวุธสัมพาทีใช้เหมือนศิลาทุกประการไม่เพียงเท่านั้นรวมถึงพลังธาตุทักษะกระบวนท่าสกิลต่างๆ จะเว้นก็เสียแต่เวทมนต์แห่งสูญที่ตอนนี้สัมพาที่ยังไม่สามารถใช้ได้

         เช้ง เช้งงงงง

       วายุยังคงระดมโหมกระหน่ำโจมตีสัมพาทีราวพายุคลั่งแต่เขายังไม่สามารถทำให้สัมพาทีขยับเท้าออกจากตำแหน่งเดิมได้เลยสักนิด

       “เลิกเล่นแค่นี้เถอะ”

       สัมพาทีพูดขึ้นเสียงเย็นเฉียบทำเอาวายุต้องดีดตัวทิ้งห่าง หรี่ตามองสัมพาทีสีหน้าตึงเคียดถึงขีดสุด  

       แม้เขาจะใช้พลังจากดวงใจภูติก็ยังไม่อาจทำให้บุรุษตรงหน้าขยับตัวได้สักนิดแถมยามนี้ทั่วร่างของสัมพาทีค่อยๆแผ่คลื่นพลังสีแดงเลือดออกมาเข้มข้นขึ้นเลื่อยๆ

        ครืนนนนน

       อากาศทั่วบริเวณรอบกายของสัมพาทีเกิดการเลื่อนลั่นอย่างวิปลาศราวกับว่ากำลังจะเกิดวินาศภัยแากาศกรีดร้องส่งเสียงร้องคำรามสัมพาทีเองที่ยามนี้เก็บดาบร่ำไห้หายวับไปในอากาศธาตุ

       ทั่วร่างของมันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นดวงตาของสัตว์ร้ายตามผิวหนังค่อยๆมีเกล็ดสีแดงสาดแสงวาววับขึ้นทั่วร่างวินาทีต่อมา

    ปรากฎพลังงานสีแดงสดพุ่งขึ้นฟ้าจนเมฆเกิดเป็นรูโหว่ก่อนจะแผ่ขยายอาบย้อมไปทั่วท้องฟ้าให้กลายเป็นสีเลือด

       ตูมมมม

               “เทพมารอสูรศักดิ์สิทธิ์สัมพาที ระดับ1ปรากฎตัว”

      จากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้นทั่วบริเวณพร้อมกับเสาร์แสงสีแดงเลือดสาดขึ้นฟ้าวินาทีต่อมาเผยให้เห็นมังกรตัวสีแดงเลือดสูงสิบเมตรดวงตาสาดแสงสีน้ำเงินเข้มไปมาพร้อมกับบนหัวด้านซ้ายขวามีเขางามสีดำยาวโค้งแหลมคม คมเขี้ยวยาวโค้งที่ขยำได้ทั้งขุนเขา  กรงเล็บที่ราวกับจะผ่าได้ทั้งทวีปด้านหลังปรากฎดาบร่ำไห้สีแดงตัดดำเรียงร้อยเป็นปีกข้างละยี่สิบเล่มภาพที่เห็นนั้นทำเอาแทบลืมหายใจจนอยากจะรีบตายๆไปให้พ้นจากเทพอสูรมังกรโลหิตตนนี้

        “น...น..นี่แกไม่ใช่ศิลางั้นเหรอ”

      วายุที่ยืนเบื้องหน้าสัมพาทีพูดด้วยเสียงที่ติดขัดจนแทบไม่เป็นคำแค่ชายหนุ่มยังยืนอยู่ได้ก็ถือว่าใจแข็งมากแล้วเพราะสัมพาทีในร่างมังกรนั้นให้ความน่าเกรงขามเกินบรรยาย

       เพราะทั้งแรงกดดันจิตสังหารออร่าความชั่วร้ายออร่าศักดิ์สิทธิ์มันแผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีป บางคนแค่สัมปัสกับคลื่นพลังนั้นของสัมพาทีถึงขึ้นล้มตายยืนตายซากเลยก็มี

       “หึ นายท่านของข้าไม่ลดตัวลงมาเล่นกับพวกมดปลวกอย่างพวกเจ้าหลอก”

       เสียงเย็นเฉียบดังขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาดุร้ายแบบชาติกำเนิดของมังกรจ้องมองวายุ จนชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ ร่างของสัมพาทีสูงใหญ่ตระหง่าเหนือทุกสิ่งในสนามรบทั่วร่างปกคลุ่มด้วยคลื่นพลังสีแดงสดผสมสีทองสว่างไสวคล้ายกับมังกรเทพแต่ก็คล้ายกับมังกรมารในเวลาเดียวกัน

      “แว๊กกกกกกก

       สัมพาทีคำรามลั่นคลื่นอัดอากาศแตกกระจายพร้อมกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาไปทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่ง

       วินาทีที่ทุกคนยังไม่ทันหายตลึงจากการพบเจอมังกรตัวเป็นๆก็ต้องแทบหยุดหายใจอีกครั้ง

        ครืนนนนยน เปรี้ยงงง

       ใจกลางสนามรบปรากฏเสาร์เพลิงสีฟ้าทองสว่างพุ่งขึ้นถึงชั้นฟ้า

            “เทพมารอสูรศักดิ์สิทธิ์สดายุ ระดับ1 ปรากฎตัว”

       วินาทีต่อมาปรากฏปักษาตัวยาวสี่เมตรกว้างสองเมตรทั่วร่างอาบด้วยเพลิงสีฟ้าทองบินวนไปทั่วผืนฟ้าแต่ทว่าขนตรงปีกกลับปรากฎกริชสีส้มฟ้าเรียงซ้อนทับกันนับพันเล่มขึ้นมาแทนขน

       เพลิงที่ห่อหุ่มร่างกายของสดายุตกลงสู่พื้นที่ใดที่นั่นกลายเป็นทะเลเพลิงทันทีพร้อมกับมันเองก็สะบัดปีกยิงกริชออกมาราวสายฝนที่น่าแปลกคือเหล่าอาชญากรที่ถูกเพลิงของ

    สดายุอาการบาดเจ็บพลันหายสนิท

        “บ้าเอ่ย!เสียท่าจนได้ ไอ้หมอนั่นเลี้ยงตัวแบบนี้ไว้ถึงสามตัวเลยหรือเนี่ย”

      โรมิโอที่มองไปรอบกายพบเข้ากับทั้งมังกรทั้งนกฟีนิกซ์เอ่ยขึ้นจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

       “ย๊ากกก”

       วายุเร่งพลังเวทมนน์ถึงขีดสุดทั่วร่างอาบไปด้วยออร่าสีเขียวสดก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นฟ้าหมายจะสะบั่นหัวของสัมพาทีให้ขาดกระจุย

      วินาทีนั่นเองอุ้งมือขวาพร้อมกรงเล็บสุดแหลมคมแผ่อากาศพุ่งเข้าตบร่างวายุอย่างจังราวกับว่ามันกำลังตบยุงตบแมลงวันไม่มีผิด

       “ไม่ใช่โซดาอย่ามาซ่า” สัมพาทีสบถขึ้นพร้อมร้อยยิ้ม  

       วูบบบ เปรี้ยงงง อ๊ากกกก

      ชุดเกราะสีเขียวทั่วร่างของชายหนุ่มขาดกระจุยแตกเป็นเสี่ยงๆกระอักเลือดออกมาเป็นสายหน้าท้องหน้าอกถูกฉีกกระชากเนื้อหลุดลุ่ยจนเห็นถึงกระดูกสันหลังร่างของวายุลอยดิ่งลงพื้นประดุจดาวตกส่งเสียงระเบิดดังสนั่นจากลูกตบโฟร์แฮนของสัมพาที

       “ก็แค่เนี่ยยึกยักไปมาอยู่ได้”

      สัมพาทีฉีกยิ้มก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือความไปคว้าจับที่ดาบของวายุพร้อมกับดึงเอาผลึกอัญมณีรูปหยดน้ำที่ติดกับตัวดาบออกมา  

      โดยที่มีร่างวายุนอนจมกองเลือดจ้องมองอย่างอาฆาตถึงขีดสุดก่อนมรณะกาลจะมาเยือนชายหนุ่มสุดซวยที่ดันมาเจอกับสัมพาที

       “จะบอกอะไรให้ ถ้าเจ้านายของข้ามาเองล่ะป่านนี้ทั้งสนามรบหายวับไปกับตาตั้งนานแล้ว”

      สัมพาทีทิ้งท้ายก่อนที่วายุจะค่อยๆหลับตาปริมพร้อมกับลมหายใจที่หยุดลงไปที่ห้องรอเกิดใหม่

      ซึ่งที่สีมพาทีพูดนั้นมันมั่นใจเลยว่าหากศิลาได้ร่ายมหาเวทมนต์สักสองบทล่ะก็เมืองวารีทวีปเหนือบริเวณนี้ทุกสรรพสิ่งต้องถูกศิลาลบหายไปในสองนาทีอย่างแน่นอน

       ซึ่งนั้นก็เป็นความจริงเวทมนต์แห่งสูญที่มีพลังทำลายไร้ขีดกำจัดผันแปรตามพลังผู้ใช้ ถึงมันจะวิเศษมีอนุภาพร้ายกาจแต่ศิลาก็ไม่ค่อยอยากจะใช้เพราะมันจะลบไปทั้งไอเท็มเหรียญ และยามนี้หากเขากำจัดศัตรูด้วยเวทมนต์แห่งสูญมันก็จะลบไปถึงค่าประสบการณ์ที่เขาควรจะได้รับแปลว่าศิลาจะไม่ได้เลเวล

       สัมพาทีปรายตาไปรอบๆคล้ายกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะคว้างดวงใจภูติลอยลิ่วดุจกระสุนปืนออกไป

      “เพิร์จโวยยยยรับ”

       ฟุบ ฟุบ

      ชายหนุ่มทะยานร่างรับผลึกรูปหยดน้ำไว้ในมือขวาอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาตลึงงันของโรมิโอ

       “วายุโดนเล่นสะแล้วพลาดจนได้”

       เพิร์จมองผลึกสีเขียวที่มีละอองดาวสาดแสงอยู่ภายในอย่างสับสนวินาทีนั้นเองชายหนุ่มพลันกระจ่างวูบ

       เขาไม่ใช่คนโง่ผ่านการต่อสู้มามากมาย เขาคือผู้ที่ใช้พลังธาตุน้ำแต่เขาสามารถใช้พลังธาตุลมได้เช่นเดียวกันถึงจะไม่ถนัดก็ตาม

     “เคล็ดวิชาหนุนเสริมสินะ”

      ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นเฉียบพร้อมกับกรีดเนื้อบริเวณหน้าอกออกทันทีอย่างไม่ลังเล เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางก่อนที่เขาจะเอาผลึกรูปหยดน้ำฝังลงไปใจกลางอก

      “อ๊ากกกกกกกก

       เส้นสายสีเขียวสดวิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างสับสนและร้อนรนถึงขีดสุดคลื่นพลังสีเขียวสดคล้ายใยแมงมุมวิ่งออกจากอกแผ่ไปทั่วร่างวิ่งเข้าสู่ดาบทั้งสองเล่มจนกลายเป็นดาบสีน้ำเงินเข้มตัดเส้นใยสีเขียวสดทั่วตัวดาบคลื่นพลังธาตุลมผสมกับพลังธาตุน้ำจนร่างของชายหนุ่มปกคลุมด้วยออร่าสีฟ้าสดสลับสีเขียวสดไปมาอย่างลึกล้ำ

       “ที่นี้ก็เท่าเทียมกันแล้ว”

       เพิร์จพูดเสียงเย็นเฉียบรุกยืนประจันหน้ากับโรมิโอห่างออกไปสามเมตรก่อนจะค่อยๆบิดร่างกายไปมาเพื่อคลายอาการติดขัดปวดเมื่อย

       “หึ! แล้วไงตามวัฏจักรธาตุ ธาตุลมมันแพ้ธาตุไฟ”

       โรมิโอตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นใจดวงใจภูตินั้นมีพลังเท่าเทียมกันแต่ที่จะตัดสิ้นคือการชนะธาตุต่างๆเขาถือครองและใช้พลังนี้มาอย่างยาวนาน

    เรื่องนั้นเขาจึงรู้ดีต่อให้เพิร์จใช้พลังธาตุลมที่ดึงพลังจากดวงใจภูติก็ไม่มีทางชนะพลังธาตุไฟของเขาได้

       “ก็จริง ธาตุไฟมันชนะธาตุลมอยู่แล้วแต่การต่อสู้จริงๆมันไม่ได้วัดกันที่ตรงนั้น”

      เขาไม่ได้จะใช้พลังธาตุลมที่หยิบยืมมาจากดวงใจภูติเข้าต้านทานกับ

    โรมิโออยู่แล้วแต่สิ่งที่เขาทำคือเคล็ดวิชาหนุนเสริมคือการเอาพลังธาตุมาเกื้อหนุนซึ่งกันและกันต่างจากเคล็ดวิชาทวิภาวะของศิลาที่จะเอาพลังธาตุที่ขัดแย้งมารวมกัน

        ดังนั้นเพิร์จจึงใช้พลังธาตุลมที่หยิบยืมมาจากดวงใจภูติหนุมเสริมพลังธาตุน้ำของเขาให้สูงขึ้นไปอีกหลายขั้นแต่ถึงอย่างนั้นบนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยที่ไม่ต้องแลกไปกับอะไรสิ่งที่ชายหนุ่มจะต่องแบกรับต่อจากนี้มันจะแสนสาหัสและเป็นสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญไปตลอด

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน