ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 110 พลังสายเลือดเทพปีศาจ

    บทที่ 110 พลังสายเลือดเทพปีศาจ!


       ตูมมมม! เมื่อดาบพลังงานถูกตวัดลงมาจากด้านบน พลังงานความมืดมหาศาลพลันปลดปล่อยออกมาจากดาบพลังงาน พลังงานความมืดนั้นทรงพลังมาก หลังถูกปลดปล่อยออกมา สิ่งรอบข้างก็สลายหายไป โครงกระดูกยักษ์หัวเราะ มนุษย์เพศชายผมดำไม่ว่าจะหนียังไงสุดท้ายแล้วก็ไม่รอดอยู่ดี


       หัวเราะได้ไม่นานโครงกระดูกยักษ์ก็ต้องหยุดหัวเราะ มีสิ่งที่มันไม่คาดคิดเกิดขึ้น มนุษย์เพศชายผมดำซึ่งมันคิดว่าตายไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้เขากำลังวิ่งหนีไปยังจุดสิ้นสุดของอาณาเขตวงแหวนเลือด เห็นแบบนั้นโครงกระดูกก็ไม่สบอารมณ์ มนุษย์ที่อ่อนแอรอดจากการโจมตีของมันได้อย่างไร?


       ‘โอ้! คล้ายกับว่าเจ้าสามารถดึงความแข็งแกร่งของพลังออกมาได้ถึงขีดสุด ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำมันได้อย่างง่ายๆ มนุษย์เจ้าทำได้อย่างไรกัน?’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีประหลาดใจ เธอส่งเสียงเข้ามาในหัวสายฝนซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่


       “ต่อให้ฉันจะทำไมได้ เวลานี้ฉันก็ต้องใช้เป็น” สายฝนตอบสั้นๆ ถ้าเขาไม่สามารถใช้ความสามารถพลังได้ถึงขีดสุดตอนนี้เขาก็ตายน่ะสิ สายฝนน่ะยังไม่อยากตาย เขาเพิ่งเริ่มก้าวเดินบนเส้นทางเท่านั้น เพราะงั้นเขาต้องดึงความสามารถสูงสุดของพลังออกมาให้ได้


       ‘เจ้านี่แปลกจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นมนุษย์เช่นเจ้ามาก่อนเลย’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีพูดจบก็กล่าวต่อว่า ‘ถึงแม้เจ้าจะหลบการโจมตีครั้งแรกของโครงกระดูกยักษ์ได้ แต่ก็ใช่ว่าเจ้าจะหลบการโจมตีครั้งที่สองของมันได้’ เป็นเวลาเดียวกันกับที่เธอกล่าว โครงกระดูกยักษ์ก็ได้ใช้ดาบพลังงานมืดโจมตีใส่สายฝนอีกครั้ง


       สัญชาตญาณร้องเตือน ฉับพลันร่างกายสายฝนขยับไปเองตามสัญชาตญาณ เขาเตะพื้นส่งตัวไปด้านข้าง ทว่าก็ยังไม่อาจหลบดาบพลังงานมืดได้อยู่ดี ระยะการโจมตีมันกว้างเกินไป!


       แม้จะออกจากระยะการโจมตีไม่ได้ทว่าสายฝนยังคงไม่ยอมแพ้ ใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงหลบการโจมตีจากโครงกระดูกยักษ์ได้อย่างฉิวเฉียด


        ตูมมมมมม! สิ่งก่อสร้างรอบข้างโดนพลังงานมืดที่หนาแน่นทำลายหมด หากสายฝนหลบการโจมตีไม่ทัน เกรงว่าตัวเขาก็คงจะหายไปตามสิ่งก่อสร้างพวกนั้น นี่คือความน่าเกรงกลัวของความแข็งแกร่งโครงกระดูกยักษ์ ความแข็งแกร่งของระดับสอง!


       ‘เมื่อกี้ถ้าฉันไม่ปล่อยให้ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณและความรู้สึก ฉันคงตายไปแล้ว โครงกระดูกยักษ์แข็งแกร่งสมกับที่เป็นระดับสอง’ สายฝนปาดเหงื่อบนใบหน้า ใช้แค่ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงกับพลังออร่าราชาวัวครึ่งปลา ดูเหมือนมันจะไม่เพียงพอ


       หลังจากหลบการโจมตีครั้งที่สองของโครงกระดูกยักษ์สำเร็จ สายฝนก็รีบวิ่งหนี ต้องการออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือดให้เร็วที่สุด น่าเสียดาย โครงกระดูกยักษ์รู้ตัวทัน รู้ว่าสายฝนยังไม่ตาย มันจึงโจมตีขัดขวางเขาไม่ให้เขาออกห่างจากมัน


       ‘ฉันต้องหาจังหวะ’ สายฝนคิดขึ้นพลางการโจมตีจากโครงกระดูกยักษ์ เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่โครงกระดูกโจมตีมา ความรุนแรงและระยะการโจมตีจะกว้างขึ้น ตอนนี้ระยะการโจมตีมันกว้างจนสายฝนแทบไม่สามารถหลยทัน สายฝนพยายามคิดหาความสามารถพลังของเขาที่สามารถทำให้หลบการโจมตีได้


       ‘อักษรลี้ลับเก็บใว้ใช้ตอนจำเป็นจริงๆ มันกินเรี่ยวแรงเกินไป ฉันไม่อาจใช้มันยามปกติได้ พลังสายเลือดเหรอ? พลังนี้มันสามารถช่วยฉันได้ แต่ปัญหาคือฉันไม่สามารถกระตุ้นใช้งานมันได้ดังใจเนี่ยสิ…’


       ‘สภาวะสงบนิ่งขั้นต้นช่วยฉันได้เล็กน้อย ราตรีบอกว่าสภาวะสงบนิ่งสูงสุดมันจะทำให้ฉันสามารถหลบการโจมตีจากระดับสองได้ง่ายๆ ปัญหาคือฉันต้องไร้ความรู้สึกเพื่อใช้งานพลังนี้ ต้องไม่กลัวตาย’ สายฝนครุ่นคิดภายในใจ วินาทีนั้นโครงกระดูกยักษ์ก็โจมตีมาอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงและระยะกว้างกว่าเดิมหลายเท่า


       ก่อนหน้านี้โครงกระดูกไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดของมันเพราะคิดว่ามนุษย์ที่อ่อนแอไม่คู่ควรให้มันใช้ความแข็งแกร่งสูงสุด ใครจะคาดคิด มนุษย์อ่อนแอกลับหลบการโจมตีของมันได้หลายครั้งหลายครา ซึ่งนั่นทำให้โครงกระดูกยักษ์ไม่สบอารมณ์อย่างมาก มันเลยตัดสินใจใช้ความแข็งแกร่งสูงสุดรีบสังหารมนุษย์เพศชายผมดำให้เร็วที่สุด


       สายฝนพญายามหลบด้วยท่าเหยียบจันทร์ดับแสงบวกกับพลังออร่าราชาวัวครึ่งปลา น่าเสียดาย ด้วยระยะเวลาอันสั้นเขาไม่มีทางออกจากระยะการโจมตีที่กว้างขนาดนี้ได้ ดวงตาคู่สายฝนสะท้อนภาพดาบพลังงานมืดเข้มข้นขนาดใหญ่ที่กำลังเข้าใกล้ หัวใจเต้นแรง ถี่ไม่เป็นจังหวะ ตามร่างกายปรากฏเหงื่อเย็นเต็มไปหมด ความกลัวไร้สิ้นสุดกัดกินหัวใจ สัญชาตญาณความกลัวตายถูกกระตุ้นทำงาน


    ///


       ตูมมมมมมมมมมมมมม! พลังงานมืดมหาศาลที่เข้มข้นถูกปลดปล่อยออกมา ในพลังงานความมืดมีความกระหายเลือดและความบ้าคลั่งแฝงอยู่ หากมนุษย์ที่ระดับตํ่ากว่าระดับสามโดนเข้ามีโอกาสตายไม่ก็กลายเป็นบ้าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โครงกระดูกยักษ์หัวเราะชั่วร้ายภายในใจ ‘มาดูกันว่าครั้งนี้มนุษย์อย่างเจ้าจะรอดชีวิตมั้ยเมื่อโดนการโจมตีความแข็งแกร่งสูงสุดของข้าเข้าไป’


       พลังงานมืดที่เข้มข้นค่อยๆสลายหายไป เผยให้เห็นสิ่งก่อสร้างที่สลายหายไปเป็นจำนวนมาก บริเวณที่ดาบพลังงานมืดโจมตีแทบไม่เหลือสิ่งใด เหลือเพียงโครงกระดูกยักษ์และมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีสภาพเลือดท่วมตัว ดูแล้วน่ากลัวเป็นอย่างมาก มนุษย์คนนี้คงเป็นใครอื่นไปไม่ได้ เขาคือสายฝน


       ก่อนที่ดาบพลังงานมืดจะถึงตัวเขา สายฝนก็ได้กระตุ้นใช้งานความสามารถอักษรลี้ลับ“คงกระพัน” เป็นผลให้ตอนนี้เขายังคงรอดชีวิตอยู่ ถ้าเขากระตุ้นความสามารถอักษรลี้ลับไม่ทัน ตอนนี้เขาน่าจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว คิดเช่นนั้นสายฝนก็อดหวาดกลัวไม่ได้ ความตายอยู่ไม่ไกลเลยซักนิด มันอยู่ใกล้มาก!


       ‘ฉันต้องไม่ตาย’ สายฝนกำหมัดแน่น ขณะนี้พลังสายเลือดทำงานอยู่ดังนั้นเรี่ยวแรงเขาจึงฟื้นฟูกลับคืนมาด้วยความรวดเร็ว ไม่นานเรี่ยวแรงก็กลับมาเต็มเปี่ยม พลังสายฝนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่ยอมหยุด เรียกได้ว่าตอนนี้นอกจากสายฝนจะมีเรี่ยวแรงที่ไม่มีวันหมดแล้ว เขายังมีพลังมหาศาลอีกด้วย นี่คือความสามารถสูงสุดของสายเลือดเทพปีศาจที่สายฝนใช้ได้ในปัจจุบัน!


       ‘พลังสายเลือดนี่น่าเบื่อจริงๆ บางครั้งก็ทำงานบางครั้งก็ไม่ทำงาน’ คิดเช่นนั้นพลางเงยหน้าใช้สายตาจับจ้องไปยังโครงกระดูกตัวสูงเท่าบ้านสองชั้นซึ่งเวลานี้กำลังมองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ


       ก่อนหน้านี้ในสายตาโครงกระดูกยักษ์สายฝนก็เป็นแค่มนุษย์ระดับหนึ่งที่มันจะสังหารทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเอาจริง ทว่าตอนนี้สายฝนในสายตามันเปลี่ยนไป มันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าชายคนนี้ใช่มนุษย์จริงหรือไม่ มนุษย์ระดับหนึ่งที่อ่อนแอจะรอดจากการโจมตีด้วยความแข็งแกร่งสูงสุดของมันได้อย่างไร? หรือว่าแท้จริงอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นอันเดธรูปร่างมนุษย์?


       โครงกระดูกยักษ์และสายฝนจ้องมองกันอยู่นาน ภายนอกสายฝนมองโครงกระดูกยักษ์ ภายในใจเขากำลังคิดหาทางหนีออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือดอยู่ ‘พลังสายเลือดที่ถูกใช้ถึงขีดสุดมันรุนแรงเกินไป ฉันไม่สามารถใช้งานนานได้ ยิ่งฉันใช้นานเท่าไหร่ร่างกายฉันก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัสมากขึ้น ปัจจุบันฉันยังไม่สามารถใช้เกินสิบนาทีได้ไม่งั้นฉันได้ตายแน่’


    ---


    จบบทที่ 110 พลังสายเลือดเทพปีศาจ