ทันทีที่คิมบีโฮเอ่ยชื่อกระบวนท่า..
ทั้งสนามก็เหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ..!
ไม่รู้ว่าพวกนายเคยรู้สึกแบบนี้ไหม..
แค่ได้ยินชื่อท่า..
แต่เหมือนขาทั้งสองข้างจะเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ตามเนื้อตามตัวเหมือนถูกใครเอาน้ำแข็งยัดเข้าไปในกระดูก
ใช่.. มันเย็นขนาดนั้นเลย..
โดยเฉพาะถ้าคนที่เป็นตัวเต็งอย่างคิมบีโฮเพิ่งใช้วิชาโจมตีเป็นครั้งแรก!
ไอพลังที่แผ่ออกมาจากหมอนั่นไม่ใช่แค่ความเย็นธรรมดา!!
มันคือความเงียบงันแบบที่เย็นเฉียบ อย่างกับขั้วลมหนาวมาเยือนก่อนฤดูกาลอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ปราณวารีที่เคยแค่เคลือบอยู่บนดาบทาจิเล่มยาวก็เปลี่ยนไป
ตอนนี้แน่นจนกลายเป็นแสงสีฟ้าใส ๆ ที่วาบเข้าตาจนรู้สึกเหมือนกับดวงตาของผมกำลังแข็งและหลุดออกจากเบ้า
พวกนายคงคิดว่า 'แสงสีฟ้าใส? มันจะน่ากลัวตรงไหน?'
ขอบอกเลย..
ถ้าได้ดูอยู่ข้างผมตรงนี้ จะรู้ว่ามันคือความบริสุทธิ์แบบโคตรอำมหิต
“ประกายครามแห่งเกล็ดมังกร หนึ่งดาบปิดนที!”
ทันทีที่เสียงนั้นหลุดจากปากคิมบีโฮ!
เสี้ยววินาทีถัดมา คมดาบก็ชักพรวดออกมาราวกับสายฟ้าฟาด
มันเร็วเกินไป!!
เร็วจนไร้เสียงหวีดของอากาศรอบตัวที่ถูกตัดผ่าน จนทำให้ผมที่แค่นั่งดูอยู่ยังรู้สึกเหมือนโดนตัดไปด้วย
ไม่มีเสียงอะไรเลย ไม่มีแม้แต่เสียงของดาบตัดลมหรือเสียงการเฉือนดาบ
ราวกับว่าเสียงทั้งหมดถูกดูดกลืนหายเข้าไปในเส้นแสงสีครามที่ตามหลังปลายดาบเส้นนั้นมา
มันเป็นเส้นสายที่บางเฉียบจนนึกว่าลมหายใจของคนทั้งสนามพร้อมจะขาดห้วง..
แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนรอยแยกของโลกจริง ๆ
ผมรู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่แค่การฟัน มันคือการฉีกช่องว่างของมิติด้วยดาบเพียงเล่มเดียว และคมดาบนั่นก็กำลังมุ่งหน้าไปยังซุนโหวหวังในจังหวะที่มันเพิ่งตั้งหลักได้พอดี
มือของผมเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว!
เส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างกับมันจะระเบิดออกจากฝ่ามือ หัวใจเต้นรัวเหมือนจะระเบิด จิตในใจผมแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสียงตะโกน
“โหวหวัง! หลบสิวะ! อย่าไปปะทะกับมันตรง ๆ หลบ!”
แต่ไอ้หมอนั่น..
โหวหวังน่ะ..
มันไม่ใช่คนที่ถอยหรือหนีเป็นถ้าตัดสินใจที่จะสู้แล้ว
ความเป็นนักสู้ในตัวมันไม่เคยยอมให้ทำแบบนั้น ต่อให้มีดาบจะพุ่งมาแทงกลางอกก็เถอะ
ไอ้บ้าเอ๊ย!
แทนที่จะหลบ..
มันกลับคำรามออกมาสุดเสียงเหมือนจะเอาให้เวทีสั่น!
“ฤทธิ์กระบองบ้านสกุลซุน กระบวนที่ 3 กำแหงสุดกู่!!
โฮกกกกกกกก!!”
เสียงนั้น..
ถ้าจะบอกว่ามันคือเสียงของสัตว์ป่าก็คงไม่ผิด แต่มันไม่ใช่สัตว์ป่าทั่วไป
มันคือเสียงคำรามของวานรที่ผมรู้จักดี เสียงที่เต็มไปด้วยดิบเถื่อน ดื้อรั้น และไม่คิดจะยอมใครหน้าไหนทั้งนั้น
เปลวนิพพานสีขาวบริสุทธิ์ที่เคยโอบล้อมรอบตัวของมัน กลับมาปะทุอีกครั้ง
เหมือนมันไปเติมน้ำมันใส่กองเพลิงสีขาวให้โหมแรงหนักขึ้นมาอีกรอบ
โหวหวังไม่แค่ต้าน..
แต่เลือกจะ 'โต้กลับ'
มันใช้ท่า 'กำแหงสุดกู่' ท่าที่บ้าดีเดือดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจากมัน
เพื่อปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวให้ตื่นเต็มร้อย แล้วควงกระบองเหล็กดำที่ลุกโชนด้วยไฟสีขาว พุ่งเข้าปะทะกับคมดาบของคิมบีโฮโดยตรง!
บ้าไปแล้ว..
ไอ้บ้านั่นเลือกจะเอาไฟแลกกับน้ำแข็งแบบซึ่ง ๆ หน้า!
ตูมมมม! เคร้งงงงง! ซ่าาาาาา!
เสียงระเบิดโครมครามดังขึ้นติดกันสามชั้น ซ้อนกันเหมือนมีคนเอาลาวาโยนลงไปใน..ไนโตรเจนเหลว
เสียงแรก.. เสียงพลังปราณปะทะกันดังตึงตัง
เสียงสอง.. โลหะเสียดสีกันชนิดที่แทบจะแซะลูกกระเดือกให้กระเด็น
และเสียงสุดท้าย..
เสียงไอน้ำเดือดปุด ๆ จากไฟกับน้ำแข็งที่ไม่มีใครยอมใคร
แรงปะทะหนักจนพื้นเวทีที่ว่าทนยังแตกร้าวเป็นวง เศษหินปลิวว่อนไปหมดเหมือนพายุกวาด
หมอกสีขาวหนาทึบค่อย ๆ คลุมเวที ราวกับเทพเจ้ากำลังจะให้คำตัดสินสุดท้าย..!
และเมื่อม่านนั้นเริ่มจางลง..
สิ่งที่ผมเห็น มันทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นไปเฉย ๆ
โหวหวังถูกอัดจนกระเด็นไปไกลเป็นสิบก้าว พื้นหินข้างล่างนั่นถูกลากด้วยฝ่าเท้าจนเป็นรอยเส้นยาวเหมือนมีใครเอาแปรงขัดเหล็กมาขูดไว้
หมอนั่นยืนหอบฮัก ๆ
สีหน้าของมัน..
ซีดจนนึกว่ากำลังจะแปลงร่างเป็นลิงผีอยู่รอมร่อ
แต่ที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจไม่ใช่แค่สภาพของเพื่อนผม!!
มันคือภาพที่ผมเห็นที่ปลายกระบองของโหวหวัง..
ตรงนั้นมีเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าใสเกาะอยู่!
ใช่..
น้ำแข็งนั่น..
กำลังแช่ปลายกระบองเพลิงของเพื่อนผมอยู่!
มันกำลังลามอย่างช้า ๆ ราวกับเชื้อโรคที่กลืนกินทุกอย่างทีละนิด..
ทีละนิด..
บอกเป็นนัยชัด..
ว่าปราณน้ำแข็งของบีโฮเหนือกว่าจนสามารถดับเปลวนิพพานที่เป็นถึงราชินีแห่งปวงเพลิงให้มอดได้..!
ทั้งสนามเงียบสนิทอย่างกับโดนดูดเสียงไป..
ไม่มีแม้แต่เสียงซุบซิบ!
ทุกคนจ้องภาพตรงหน้านิ่งเหมือนโดนสาปให้ยืนค้าง
แม้แต่โหวหวังเองก็หน้าเปลี่ยนสีแบบไม่ปิดบัง
มันมองปลายกระบองที่เริ่มโดนแช่แข็ง สลับกับมองไปยังคิมบีโฮที่ยังยืนนิ่งเหมือนไม่ได้ทำอะไร
สายตาของโหวหวังในตอนนั้นบอกทุกอย่าง..
มันรู้แล้ว..
คิมบีโฮที่ว่าเหนือกว่า..
มันเหนือกว่าจนแม้แต่โหวหวังยังเทียบไม่ติด
“บ้าน่า..”
ผมได้ยินเสียงของท่านผู้เฒ่าซุนต้าชิงพึมพำเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ
เสียงเบาจนแทบกลืนกับลมหายใจ
มือท่านกำแน่นจนสั่นเทาแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนจากคนแบบท่าน
และพูดตรง ๆ
ผมเองก็ไม่ได้ต่างกันนัก
นี่มันเกินไปแล้ว เกินกว่าที่ผมคิดไว้เยอะมาก
พลังแบบนี้..!
ไม่ควรจะโผล่มาในคนที่ยังนับว่าอยู่ในรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ
แล้วในตอนที่ผมกำลังมองโหวหวังอยู่..
ไอ้หมอนั่น..
มันก็หันมามองผมแล้วก็ผงกหัวให้ผมทีนึง..
การกระทำนั้นของมันทำให้ผมหวนนึกถึงคำพูดของมันเมื่อคืนนี้..
'แต่ก่อนที่มันจะล้มฉันได้.. อ้ายพันธุ์นั้นจักต้องใช้วิชาออกมาสักครึ่งนึงที่มันมีเสียก่อน ฉันจึงจะยอมพ่าย..'
ไอ้เพื่อบ้าของผมคนนี้..
มันรู้ตัวแล้วว่าแพ้แน่ ๆ แต่ยังจะสู้อีก..
สู้.. เพื่อทำให้คิมบีโฮเปิดไผ่ให้ผมเห็นจนหมดมือ..
ไอ้บ้าเอ้ย..!
คิมบีโฮเห็นว่าโหวหวังยังยืนได้อยู่ก็แค่ควงดาบในมือเบา ๆ ปัดเกล็ดน้ำแข็งออกเหมือนเป็นเศษฝุ่น
ไม่มีคำพูด ไม่การแสดงสีหน้าอะไรทั้งนั้น
ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย หมอนั่นไม่คิดจะให้โหวหวังได้พักหายใจเลยด้วยซ้ำ
“ประกายครามแห่งเกล็ดมังกร หนึ่งกระเพื่อมในบึงเงา!”
ในฉับพลัน! หินบนสนามประลองก็ค่อย ๆ ถูกปราณวารีที่อ่อนยวบจากตัวของบีโฮเคลือบไว้
ทำให้สนามประลองที่เคยเป็นพื้นหินแข็ง กลับกลายเป็นหนองน้ำขนาดย่อม ๆ จากพลังปราณธาตุวารีของไอ้คางบุ๋มคนนั้น
ฟุ่บ!
อยู่ดี ๆ ร่างของคิมบีโฮก็หายวับไปจากกรอบสายตาของผม!
ความเร็วที่หมอนั่นใช้แทบจะเรียกได้ว่า รวมจุดเด่นของท่าร่างอาชาเหินวายุมอบของตระกูลหม่าและมังกรเคลื่อนสมุทรของตระกูลตงเอาไว้ด้วยกัน
มันระเบิดความเร็วต้นออกมาได้น่ากลัว แถมความเร็วปลายยังเรียกว่า 'โคตรอันตราย'
นี่ขนาดผมอยู่บนอัฒจันทร์ ได้เห็นภาพมุมกว้างยังเรียกว่ามองยาก
แล้วโหวหวังล่ะ..
มันอยู่ในสนามประลอง..
มุมและวีถีสายตาย่อมแคบกว่าผม!
สำหรับโหวหวังคงเห็นว่าบีโฮมันได้หายไปแน่ ๆ !!
หัวใจผมกระชากวูบจนต้องตะโกนในใจแบบไม่ทันคิด
“ข้างหลัง! อยู่ข้างหลังเจ้าโหวหวัง!”
โชคดีที่เพื่อนของผมมันไวพอ มันหันกระบองกลับไปตั้งรับได้ทัน!
แต่สิ่งที่เจอกลับมีแค่..
อากาศว่างเปล่า..
แบบว่างเปล่าจริง ๆ
แต่ในช่วงจังหวะที่โหวหวังรวมถึงผมไม่ทันสังเกต..
ก็ได้มีคมดาบวาดเข้าใส่ตัวของโหวหวังจากอีกฝั่ง
“ประกายครามแห่งเกล็ดมังกร หนึ่งเกล็ดสะท้านคลื่น!”
วงดาบที่ว่องไวจนมองไม่ทันวาดกรีดผ่านจนเห็นแค่เส้นแสงระยิบของปราณเหมันต์ทิ้งไว้ตามวิถีดาบ
ฉัวะ!
ดาบมันมาโผล่ทางซ้าย!
ฟาดสวนตอนโหวหวังหันผิดทาง ไอ้หมอนั่นคำนวณจังหวะไว้เป๊ะจนน่ากลัว
โหวหวังต้องรีบสะบัดกระบองกลับมาแบบแทบไม่ทัน
คำว่าพัลวันไม่พอหรอก..!
คือหืดขึ้นคอระดับต้องใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ เลยนั่นแหละ
เคร้ง!
โหวหวังรับไว้ได้ก็จริง แต่แรงดาบมันหนักเกินกว่าจะยืนต้านได้สนิท
ตัวของเพื่อนผมเซถอยไปนิดหน่อย แบบที่ดูเหมือนไม่เยอะ..
แต่ข้างในน่ะ..
ผมรู้เลยว่ามันสะเทือนถึงตับไตแน่ ๆ !
และนั่นมันแค่เปิดม่านฉากแรกเท่านั้น
หลังจากนั้นไอ้คางบุ๋มนั่นก็เริ่ม 'ระบำดาบ' ของจริง
ที่ผมเรียกแบบนี้เพราะมันทั้งเร็ว ทั้งลื่นไหล แล้วก็ดูโคตรไร้ความปรานี
คิมบีโฮเคลื่อนตัวรอบโหวหวังเหมือนนักล่าที่กำลังหยอกเหยื่อให้วิ่งวนในกรง
เดี๋ยวโผล่เดี๋ยวหายไปจากสายตา แล้วโผล่มาในจุดอับ และทุกครั้งจะปล่อยคลื่นดาบเย็นจัดเข้าใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว
ส่วนโหวหวัง..
ที่ตอนนี้เหมือนวานรคลั่งจริง ๆ มันคำรามลั่นด้วยความหงุดหงิดจากการถูกปั่นหัวสลับไปมาแบบเดาทิศทางไม่ได้
และดูเหมือนมันจะรู้สึกรำคาญไม่น้อย
“ฤทธิ์กระบองบ้านสกุลซุน กระบวนที่ 5 แผดสะบัดเพลิง”
โหวหวังหมุนกระบองเพลิงเป็นวงกว้างเหมือนระเบิดพลังออกทุกทิศ
หวังใช้เพลิงไฟกดดันให้คนที่เคลื่อนตัวไวมีพื้นที่จำกัดในการเข้าโจมตี
แต่เอาจริงนะ..
เหมือนมันจะไม่ได้ผล..
แม้แต่ชายเสื้อของบีโฮ มันยังแตะไม่ได้เลย
นี่ไม่ใช่การสู้กันด้วยพลังอย่างเดียวแล้ว..
แต่มันคือภาพของความต่างชั้นในเชิงกลยุทธ์แบบสุดขั้ว
คิมบีโฮใช้แรงแค่นิดเดียว แต่บีบให้โหวหวังต้องระเบิดทุกอย่างออกมาแบบไม่มีทางเลือก
“อ้ายบ้าเอ๊ย!
เลิกหนีแล้วมาสู้กันซึ่ง ๆ หน้าเสียที!”
โหวหวังตะโกนลั่น เสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจนแทบจะสะบัดพายุออกมาได้
แต่สิ่งที่ได้กลับมา..
ไม่ใช่คำตอบ ไม่ใช่คำอธิบาย
มันคือคมดาบจากมุมอับที่พุ่งเข้ามาอีกระลอก
เหมือนคิมบีโฮ.. หมอนั่นกำลังบอกว่า 'ไม่เอาหรอกไอ้วานร ข้าเล่นในแบบของข้าสนุกกว่าเยอะ'
ภาพที่ผมเห็นตอนนั้น..
พูดเลยว่าหนักใจมาก ๆ สำหรับเพื่อนคนหนึ่งที่เห็นเพื่อนรักกำลังลำบาก
โหวหวังมันกำลังถูกไล่กินทุกทางแบบไม่เหลือช่องให้หายใจ
ถ้ายังปล่อยให้บีโฮลากไปตามเกมแบบนี้..
อีกไม่นานมันจะหมดแรงและร่วงคาสนามแน่ ๆ
แต่แล้วอยู่ดี ๆ ไอ้เพื่อนเวรของผมก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่ามันจะกล้าทำ..!
อยู่ ๆ มันก็ 'หยุด'
ใช่..!
หยุดนิ่งอยู่กลางเวที สองเท้าจิกลงกับพื้นหินจนเกิดรอยร้าว แล้วตั้งป้อมหมุนกระบองสร้างเกราะเพลิงขึ้นรอบตัวเองเหมือนนักรบโบราณที่รอคอยเพียงจังหวะเดียว..
จังหวะจะสู้กลับสุดแรงที่มี
เสี่ยงน่ะเหรอ..
แน่นอนว่ามันโคตรเสี่ยง!
แต่ถ้าถามว่ากล้าหาญไหม..
ผมบอกได้คำเดียว..
เป็นผมก็จะทำแบบโหวหวังถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
คิมบีโฮที่เห็นแบบนั้นก็หยุดขยับเช่นกัน เพราะตอนนี้รอบตัวของโหวหวังไม่ต่างกับมีเกาะไฟสีขาวลามอยู่ทั่วทั้งตัว
หมอนั่นยืนมองโหวหวังที่ตั้งท่าแน่นปึ้กอยู่กลางเวทีด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังประเมินหมากตัวสุดท้ายบนกระดาน
แล้วมุมปากของไอ้คางบุ๋มคนนั้นก็ยกขึ้นเล็กน้อย..
ไม่ใช่รอยยิ้ม ไม่ใช่ความชื่นชม
แต่มันคือรอยเหยียดที่เย็นเฉียบจนรู้สึกหนาวขึ้นมาทั้งตัว
“ประกายครามแห่งเกล็ดมังกร หนึ่งปราการเวียนวารี!”
พื้นน้ำที่นองอยู่บนพื้นตอนแรกก็นิ่งสะงัด
แต่ในตอนที่คิมบีโฮใช้ท่าใหม่..
อยู่ ๆ ก็เกิดน้ำวนขึ้นบนสนามประลองหลายหย่อม
“อะไรกัน..”
ผมพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาในตอนที่คิมบีโฮวาดดาบทาจิกลางอากาศเป็นวงกว้าง
แล้วปลดปล่อยปราณวารีสีครามออกมารัว ๆ แบบไม่ยั้ง!
ซ่าาาา!
ดาบฟาดออกไปในแนวโค้ง และสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแทบทำผมต้องหลุดปากสบถอีกครั้ง
วังวนน้ำได้แปรสภาพกลายเป็นวังวนน้ำแข็งขนาดมหึมา ที่หมุนควงขึ้นมาทันทีต่อหน้าต่อตา ราวกับพายุทอร์นาโดขากขั้วโลกใต้ที่ไม่ใช่แค่หมุน..
แต่มันพร้อมจะทำลายด้วยคมเขี้ยวของเกล็ดน้ำแข็ง!!
หมอนั่นสร้างพายุหมุนเยือกแข็ง แล้วฟาดมันใส่โหวหวังเหมือนจะบดขยี้ให้แหลกเป็นผง
โหวหวังเบิกตาโพลง ใบหน้าพูดแทนปากประมาณว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ถึงจะตกใจแทบตาย..!
ไอ้เพื่อนหน้าขนของผมก็ยังรวบรวมพลังทั้งหมดขึ้นมาต้านไว้อย่างสุดแรง
ตูมมมมมม!
เสียงระเบิดก้องสนั่นทั่วสนามตอนที่วังวนเยือกแข็งกระแทกเข้ากับวงป้องกันเพลิงนิพพานอย่างแรงจังจนผมเผลอกัดฟันแน่นไม่รู้ตัว
ร่างโหวหวังทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นอย่างแรงเหมือนถูกทับด้วยภูเขาทั้งลูกในฉับพลัน
เป็นบีโฮและดาบของมันที่กดใส่กระบองของโหวหวัง ทำให้เกิดภาพแบบนั้นขึ้น
เพื่อนของผม.. มันยังพยายามยันตัวไว้สุดแรง พยายามดันคลื่นพลังบ้าคลั่งนั่นออกจากตัวอีกครั้ง
แม้จะเริ่มสั่นแทบยืนไม่อยู่
ไอเย็นจากวังวนมันซึมเข้าไปทุกอณูของร่างโหวหวัง
ผมเห็นเส้นผม เส้นคิ้ว เริ่มเปลี่ยนสีเป็นขาวอย่างช้า ๆ เหมือนมีใครมาโรยเกล็ดน้ำแข็งลงบนตัวของมันทีละน้อย
เพื่อนของผมใกล้จะไม่ไหวแล้ว..!
ผมรู้..
และตัวมันเองก็น่าจะรู้..
แต่สิ่งที่ยังไม่หายไปจากดวงตาของหมอนั่น..
คือคำว่า 'ยอมแพ้'
ประกายนัยน์ตาของมันบอก..
ว่ามันไม่มีอยู่เลย.. คำ..คำนั้น..
โหวหวังรู้ดีว่านี่แหละ..
คือเดิมพันสุดท้ายของมัน
“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
โหวหวังสูดลมหายใจลึก รวบพลังทั้งหมด
ใช่..!!!
ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่าง ทั้งปราณ ทั้งเปลวนิพพาน!!
ทุกหยาดหยดที่ยังพอขูดมาใช้ได้ มันเอามารวมกันหมด
แล้วมันก็คำรามขึ้นฟ้าอีกครั้งแบบสุดเสียง เหมือนจะทิ้งทุกอย่างไว้ในการตะโกนครั้งนั้น
หมอนั่นกำลังจะทุ่มหมดหน้าตัก ใช้กระบวนท่าสุดท้ายที่มันมี..
กระบวนท่าที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อแค่สู้!
แต่เกิดมาเพื่อเปล่งประกายให้โลกจดจำ!!
“ฤทธิ์กระบองบ้านสกุลซุน กระบวนที่ 9 วิถีวานร ตีฟ้าให้จำชื่อ!”
ร่างโหวหวังในตอนนั้น..
เหมือนตะวันดวงสุดท้ายที่ยอมลุกไหม้เพื่อปล่อยแสงสุดท้ายให้โลกจดจำ
เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ลุกโชนจนแสบตา
ร้อนแรงจนเหมือนจะแผดเผาแม้แต่แผ่นฟ้า
มันค่อย ๆ ดันดาบที่กดลงมาให้ออกไป
ลุกขึ้นยืนอย่างทระนงทั้งที่ร่างแทบจะยืนไม่ไหว ก่อนสะบัดคมดาบของอีกฝ่ายออกแล้วฟาดกระบองลงตรงใจกลางวังวนน้ำแข็งอย่างสุดแรง
เดิมพันหมดหน้าตักในกระบวนท่าเดียว!
และนั่นแหละ..
คือภาพที่ทั้งงดงามและโคตรเศร้า..
ภาพของวานรที่ยอมเผาร่างตัวเองเพื่อจะได้ส่องแสงเป็นครั้งสุดท้าย
วินาทีนั่นแหละ..
หมอนั่นปล่อยทุกอย่างที่เหลืออยู่ในร่างออกมาไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว
คิมบีโฮยังยืนนิ่งอยู่ตรงขอบวังวน
เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม
แต่ผมรู้ว่าเขากำลังทำในสิ่งเดียวกับโหวหวัง
หมอนั่นก็กำลังรวบรวมพลังทั้งหมดของตัวเองเหมือนกัน..
และผมหมายถึง 'ทั้งหมด' จริง ๆ
ปราณวารีสีครามเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา บัดนี้ข้นจนแทบกลายเป็นสีดำ
มันถาโถมอยู่ที่คมดาบเหมือนจะทำลายทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นน้ำแข็ง
บรรยากาศรอบกายมันนิ่งสนิท เย็นยะเยือกจนนาฬิกาเหมือนจะหยุดเดิน
ก่อนที่มันจะหลับตา เพื่อสูดลมหายใจเพียงครั้งเดียว
จากนั้นก็ลืมตาขึ้น
แล้วปลดปล่อยท่าที่ผมมั่นใจว่า..
นั่นแหละ!!
คือของจริง!!
“ประกายครามแห่งเกล็ดมังกร หนึ่งเหมันต์ตัดสิ้นแสงตะวัน”
แสงสีครามจากคมดาบของบีโฮวาววับขึ้นมาแรงจนตาผมแทบมืดแทน
ก่อนที่ตัวของมันจะพุ่งฉีกผ่านวังวนน้ำแข็งของตัวเองแบบไม่ลังเล
เหมือนตัดทุกอย่างออกเพื่อจะทะลุเข้าไปถึงเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
แล้วมันก็ปะทะเข้ากับกระบองเพลิงของโหวหวัง!
แล้ววินาทีนั้น..
ทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาววาบในชั่วพริบตาเดียว..
เพลิงขาวบริสุทธิ์ของโหวหวัง กับปราณครามลึกจนแทบเป็นสีขาวของคิมบีโฮ พุ่งใส่กันอย่างไม่มีใครถอย
และมันระเบิดใส่กันตรงกลางสนามแบบไม่เผื่อใครหน้าไหน
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น..!
แล้วในตอนที่เสียงหายไป..
เหมือนโลกกลืนมันลงไปพร้อมแสงที่สว่างจ้าจนตาผมพร่า ร่างกายสั่นเพราะแรงระเบิด สะเทือนขนาดที่พื้นสนามมันโยกเหมือนจะถล่ม
ผมพยายามยกมือขึ้นมาป้องแสงและหรี่ตาดู
ภาพที่ผมเห็นคือเงาร่างสองร่างที่ทอดยาวบนสนามประลอง
และภาพทุกอย่างก็ดับวูบลง..
เพราะดวงตาของผมไม่อาจทนแสงการปะทะนั่นได้อีกต่อไป..