เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 140 ซุนหงอคงมองหากองทัพ

            อนาเธอร์ลองอ่านทักษะสกิลเล่มนี้ให้ละเอียดขึ้นอีกครั้ง กระทั่งพบว่าทักษะนี้จำเป็นต้องใช้เวลา ควบคู่ไปกับการต่อสู้


            เมื่อเปิดใช้วงแหวนอัสนีสะท้านภพ บริเวณแผ่นหลังของเขาจะมีวงแหวน โดยที่ด้านในจะมีเข็มที่ลักษณะคล้ายคลึงกับนาฬิกา


            การหมุนทวนจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดสี่ระดับ ระดับที่หนึ่ง ความรุนแรงจะเทียบเท่ากับทักษะสกิลระดับกลาง และถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกเล็กน้อย เข็มสายฟ้าจะเปลี่ยนไปเป็นระดับที่สอง ความรุนแรงจะเทียบเท่ากับทักษะสกิลระดับสูง ส่วนระดับที่สามจะเทียบกับระดับตำนาน


            พอเข็มสายฟ้าหมุนวนครบรอบวงแหวน ทักษะสกิลระดับตำนานนี้จะมีความรุนแรงเทียบเท่ากับทักษะสกิลของเทพเจ้าที่แท้จริง


            หนึ่งการโจมตีสามารถกวาดล้างศัตรูจำนวนมากได้อย่างมหาศาล เผลอๆถ้าเทพเจ้าใช้ พวกเขาอาจล้างบางได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว


            “เอ่อ.. ทักษะสกิลนี้มันก็ไม่เลวแฮะ”


            “ถ้าตอนเริ่มต้นต่อสู้ ฉันก็เพียงแค่เปิดวงแหวนอัสนีสะท้านภพทิ้งเอาไว้ รอให้มันเข็มสายฟ้าหมุนทวนตามวงแหวนครบ เมื่อนั้นฉันค่อยปลดปล่อยพลังของมันออกมาเพื่อปิดฉาก!”


            อนาเธอร์พึงพอใจกับหนังสือระดับตำนานเล่มนี้มาก ยิ่งมันถูกระบุเอาไว้ว่ามีเพียงแค่เล่มเดียว มันก็หมายความว่าหลังจากนี้มันจะไม่มีหนังสือสกิลวงแหวนอัสนีสะท้านภพปรากฏขึ้นมาอีก


            แม้แต่เทพเจ้าเองก็ยังไม่อาจครอบครองได้ เป็นทักษะของเขาเพียงแค่ผู้เดียวเท่านั้น


            “ต่อไป.. หนังสือสกิลที่่ได้รับมาจากภารกิจเล่มสุดท้าย!”


            【หนังสือสกิลระดับตำนาน นิมิตฝันแปรเปลี่ยนเป็นผีเสื้อ ทักษะสกิลภาพลวงตาที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมจิตใจ ผู้ครอบครองจะสามารถควบแน่นค่าจิตวิญญาณ และแปรเปลี่ยนพวกมันให้กลายมาเป็นผีเสื้อสีฟ้าครามนับร้อยตัว เมื่อผีเสื้อนิมิตฝันก่อตัวขึ้น พวกมันจะปลดปล่อยละอองเกสรใส่เป้าหมายที่ต้องการควบคุม คนที่โดนละอองเกสรเหล่านี้เข้าไปจะตกอยู่ในมนตร์สะกดของนิมิตฝัน ร่างกายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ】


            “อะไรน่ะ? ทักษะสกิลที่เกี่ยวข้องกับภาพลวงตา”


            อนาเธอร์ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที


            และในตอนนั้น ภาพใบหน้าที่งดงามของนางมารร้ายเฟรย่าก็ได้ปรากฏขึ้นในหัวของเขา


            อันที่จริงทักษะสกิลพวกนี้มันไม่เหมาะสมสำหรับเขาเลยซักนิด ส่วนนึงก็เป็นเพราะภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของซุนหงอคงและโอดิน


            “ไอรินคงไม่ต้องการ.. ”


            “ส่วนคริสติน่าก็มีพลังอำนาจที่เหลือล้นอยู่แล้ว แม้แต่ทานาทอสก็ยังต้องขยาดเมื่อได้เห็นภรรยาของฉันปรากฏตัว”


            เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่นึง พลางไปปรึกษาว่าภรรยาทั้งสองต้องการทักษะสกิลเล่มนี้หรือเปล่า


            ซึ่งคำตอบนั้นก็เป็นอย่างที่เขาคิด


            “นิมิตฝันแปรเปลี่ยนเป็นผีเสื้อ?”


            “ไม่ละคุณสามี ทักษะนี้ไม่เหมาะสมสำหรับผู้มีอาชีพนักฆ่าเช่นเราหรอก”


            ไอรินปฏิเสธมันเป็นคนแรก


            ส่วนคริสติน่าก็ประหลาดใจที่อนาเธอร์ดันได้รับหนังสือสกิลนี้จากภารกิจระดับ 7 ดาว


            “งั้นเอาไปให้เฟรย่าเถอะคะ ได้ยินมาว่าเธอคนนั้นเป็นเทพีแห่งความงดงาม ส่วนที่ว่าเธอคนนั้นจะมาเป็นภรรยาของท่านด้วยอีกคน... ”


            “ข้าก็ไม่ปฏิเสธมันหรอกนะ”


            คำพูดของคริสติน่าแทบทำให้ชายหนุ่มต้องสำลักในลำคอ เขาได้แต่อ้าปากค้างและจ้องมองไปยังภรรยาของตน


            “เชอะ ช่วยไม่ได้! งั้นก็เอาหนังสือสกิลนี้ไปให้กับเธอคนนั้นละกัน”


            ขณะเดียวกัน ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลงมาบนหุบเขาผลไม้ ซุนหงอคงนอนหงายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของเขามืดมนและบึ้งตึง ความหงุดหงิดที่สะสมอยู่ทำให้กัดผลไม้ในมือจนหมดเกลี้ยง


            ขณะที่สายตาคู่นั้นแฝงไปด้วยความเดือดดาลอันแรงกล้า ตัวเขาจำได้ดีถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับอนาเธอร์ ผู้สืบทอดที่เขาเองก็เริ่มยอมรับในความสามารถและมุ่งมั่น


            แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะให้ใครมาทำร้ายลูกศิษย์สืบทอดโดยที่เขาเองจะนิ่งเฉยอยู่ได้


            “ข้าเคยพูดไว้แล้วว่าจะเอาคืน”


            “แล้วข้าจะไม่ผิดคำสัญญานั้น!”


            ซุนหงอคงเอ่ยขึ้นกับตนเองอย่างแน่วแน่ ก่อนจะตีลังกาจากท่านอนลุกขึ้นยืน


            เขากวาดสายตามองไปรอบๆอย่างสงบนิ่งเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่รอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์จะปรากฏบนใบหน้าของเขา


            “ถึงเวลาที่ข้าจะสนุกแล้วสิ! นานแล้วที่เลือดของข้าไม่ได้เดือดพล่านเช่นนี้”


            ทันใดนั้น ซุนหงอคงได้ใช้ทักษะ “หนึ่งก้าวทะยานฟ้า” วิชาก้าวย่างที่ลึกลับซึ่งสามารถทะลุผ่านห้วงมิติได้อย่างง่ายดาย


            เสี้ยววินาทีหลังจากนั้น ร่างเขาก็หายวับไปจากหุบเขาผลไม้ ราวกับไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน


            ย้อนกลับมาอีกด้าน ดินแดนแอสการ์ดที่ลอยอยู่เหนือธรรมชาติที่กว้างใหญ่และสวยงาม


            ทว่าภายในอาณาเขตที่ลึกลับนี้ กลับมีบางสิ่งที่รอคอยอย่างเงียบงัน และในวันนี้ได้มีแขกที่ไม่พึงประสงค์บุกมาท่ามกลางความสงบแห่งนี้


            ทันทีที่ร่างของซุนหงอคงทะลุมิติไปถึงดินแดนแห่งแอสการ์ด ดินแดนแห่งตำนานที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของอำนาจและความสูงส่ง เขายืนอยู่ท่ามกลางลานกว้างที่โอบล้อมไปด้วยปาติมากรรมอันยิ่งใหญ่มากมาย


            อย่างไรก็ตาม เมื่อซุนหงอคงมาถึง ดวงตาของเขาก็พลันจับจ้องไปยังเหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่รอคอยตนอยู่ก่อนแล้ว


            เหล่าเทพแห่งแอสการ์ดที่มีทั้งสีหน้าตกตะลึงและแสดงอาการไม่พอใจ


            โอดินผู้ยิ่งใหญ่ลอยอยู่ตรงกลาง กลับแสดงสีหน้าหนักอกหนักใจยิ่งนัก ราวกับคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น


            ตัวของชายชราได้แต่ยืนมองซุนหงอคงที่ยืนยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขายกมือขึ้นกุมขมับและถอนหายใจเบาๆ ราวกับรู้สึกหมดหนทางในการรับมือกับแขกที่ไม่พึงประสงค์นี้


            “เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”


            โอดินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะสงบ แต่แฝงไว้ด้วยความหนักใจ แม้ว่าโอดินจะรู้จักซุนหงอคงในฐานะเทพเจ้าแห่งความกล้าและความบ้าบิ่น แต่การที่ซุนหงอคงปรากฏตัวที่แอสการ์ดในเวลานี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีนัก


            รอบแรกเพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน


            นี่เขามาอีกแล้วเรอะเนี่ย


            “ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! ไม่เห็นต้องถามเลยตาแก่”


            ซุนหงอคงไม่รีรอให้มากความ เมื่อโอดินถามว่าตนต้องการสิ่งใด ราชาวานรก็แสยะยิ้มแฝงความเย้ยหยันเล็กน้อย พลางพยักหน้าอย่างสบายๆก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่กึ่งหยอกล้อ


            “ข้ามาที่นี่เพื่อบอกให้เจ้ารู้”


            “ผู้สืบทอดของเจ้าและข้าถูกแทรกแซงโดยเทพเจ้าดาบปีศาจ ทานาทอส!”


            คำพูดของซุนหงอคงทำให้โอดินต้องหรี่ตาลง ดวงตาคมลึกฉายแววของการไตร่ตรอง


            “เรื่องนั้นข้ารับรู้แล้ว.. ”


            “มันจะทำไมกันละ?”


            ในฐานะเทพเจ้าผู้ทรงอำนาจ


            โอดินรู้ดีว่าอนาเธอร์ ผู้สืบทอดของเขาก็ได้ผ่านการเผชิญหน้ากับอันตรายมากมายจากทานาทอส การแทรกแซงของทานาทอสในเรื่องนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่โอดินคาดไม่ถึง แต่มันก็ทำให้เขาต้องขบคิดว่าทานาทอสต้องการอะไรกันแน่


            ถึงจะน่าหงุดหงิดใจกับเรื่องนี้อยู่บ้าง โอดินก็ยังไม่คิดที่จะเคลื่อนไหวใดๆ


            อนาเธอร์ ผู้สืบทอดของเขายังสามารถรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัยหลังจากการช่วยเหลือของเทวทูตลำดับสูงสุดเช่นคริสติน่า


            อีกทั้งท่าทีของอนาเธอร์ก็ไม่ใช่ผู้ที่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคได้ง่ายๆ โอดินจึงเลือกที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงในขณะนี้ เขาแค่เฝ้ามองอยู่ห่างๆโดยไม่ลงมืออะไร จนกระทั่งซุนหงอคงบุกมาหาเขาถึงที่นี่


            ตอนนั้นชายชรายืนนิ่ง จ้องมองซุนหงอคงที่ยืนถือพลองยาว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยโสและเจ้าเล่ห์


            “แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่”


            “รีบเข้าเรื่องซะ ซุนหงอคง?”


            โอดินถามอย่างเคร่งขรึม เสียงของเขาแฝงด้วยความสงสัยและความสำรวมอันทรงอำนาจ


            “ฮ่าฮ่าฮ่า ก็ไม่เห็นต้องถามอีก..”


            ซุนหงอคงแสยะยิ้มมุมปากและหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ก่อนจะเหวี่ยงพลองขึ้นพาดบนบ่าด้วยท่าทางที่เย้ยหยัน


            “ข้าจะไปถล่มอาณาเขตราซาลัส เพื่อเอาคืนพวกที่แทรกแซงเรื่องของผู้สืบทอดแห่งข้า และตาแก่เช่นเจ้าจะไปกับข้าด้วยหรือไม่ล่ะ?”


            “นานๆที่ได้ออกกำลังกายมั้ง.. ”


            “แบบนั้นมันก็ไม่เลวเลยใช่ไหม?”



            ..

            ห๊ะ ใจเย็นว้อย 555+

    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน