บทที่ 5 ดอกไม้สีขาวช่างน่าสงสาร
สาวน้อยที่ทำหน้าที่จดคะแนนงานอายุแค่สิบหกสิบเจ็ด ที่จริงแล้วเธอคือ เฉาซู่เฟิน ลูกสาวคนเล็กของเลขาธิการหมู่บ้าน
เธอเหลือบมองเฉินเชี่ยนเชี่ยนที่ทำท่ากร่างใส่ ก่อนจะพยักหน้ารับ
"ตกลง ถ้าอย่างนั้นพวกเธอแบ่งกันทำคนละห้าแนว ใครทำเสร็จก่อนก็พักก่อน"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นเฉินเชี่ยนเชี่ยนกับเพื่อนของเธอ จ้าวเหวินที่ทำหน้างงๆ เพราะพวกเธอไม่เคยทำนา
เฉินเชี่ยนเชี่ยนโวยวายทันที "ไหนบอกว่าต้องสามัคคีกันไง คนอื่นเขาช่วยกันทำหมด ทำไมพวกเราต้องแยกกันทำด้วย?"
เสิ่นตัวอวี๋เยาะเย้ย "ก็นั่นเพราะพวกเราสามัคคีกันไม่ได้ยังไงล่ะ เฉินเชี่ยนเชี่ยน เธอน่ะมีจิตสำนึก เคยคิดถึงคนอื่นๆ บ้างไหม?"
"ทำไมฉันจะไม่มี!" เฉินเชี่ยนเชี่ยนตวาดใส่เฉาซู่เฟิน
"เธอตั้งใจกลั่นแกล้งพวกเราที่เป็ยุวปัญญาชนใช่ไหม?"
เด็กสาวโกรธจนน้ำตาคลอเบ้า "พวกเธออยากทำอะไรก็ทำไปเลย ฉันไม่สนแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องเกี่ยวข้าวให้เสร็จถึงจะได้กินข้าว!"
พูดจบ เธอก็เช็ดน้ำตาแล้วเดินหนีไป เหล่ายุวปัญญาชนพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ
เฉินเชี่ยนเชี่ยนเชิดหน้าขึ้น ทำเป็ไม่สนใจ คิดเหรอว่าจะใช้เื่ผลประโยชน์ส่วนรวมมาข่มเธอได้
เสิ่นตัวอวี๋กลับไม่โกรธ แถมยังยิ้มออกมา "ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือทำงานกันเถอะ!"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนยิ่งเชิดหน้าสูงขึ้นไปอีก เห็นมั้ย สุดท้ายก็ต้องมาง้อเธออยู่ดี
"ฉันไม่ทำ แล้วเธอจะทำไม?" เฉินเชี่ยนเชี่ยนจงใจยั่วโมโหเสิ่นตัวอวี๋
เสิ่นตัวอวี๋ยิ้ม "เธอไม่ทำใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน คนอื่นก็ไม่ทำ!"
เซี่ยเยว่เหมยพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ ใครก็ห้ามทำ!"
ทุกคนในนากำลังง่วนอยู่กับการทำงาน มีเพียงพวกผู้หญิงสี่คนนี้ที่หยุดงานประท้วง
เซี่ยเยว่เหมยนั่งลงใต้ร่มไม้ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ซวยจริงๆ ต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกับคนแบบนี้"
"เราจะทำยังไงดี?" เธอถามเสิ่นตัวอวี๋
เสิ่นตัวอวี๋ยิ้มบางๆ "พี่เยว่เหมย ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ ดื่มน้ำก่อน"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนกับจ้าวเหวินหนีไปแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านเดินมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง "เสิ่นตัวอวี๋ เกิดอะไรขึ้น?"
เสิ่นตัวอวี๋น้ำตาคลอ ทำท่าทางเหมือนคนน่าสงสาร "พวกเราก็อยากตั้งใจทำงานค่ะ แต่ดันอยู่กลุ่มเดียวกับเฉินเชี่ยนเชี่ยนกับจ้าวเหวิน พวกหล่อนหนีไปเที่ยวแล้ว... ฮือๆ..."
"งานของพวกเรามันทำไม่ทัน เลยไม่ทำมันซะเลย"
หัวหน้าหมู่บ้านหมู่บ้านหมั่นโถวพูดอย่างหัวเสีย "เฉินเชี่ยนเชี่ยนนี่ก็จริง ๆ เลย จะเอายังไงกันแน่? ไม่อยากมาอยู่ชนบทก็ไม่ต้องมาสิ ดันมาทำตัวเป็คุณหนูเอาแต่ใจไปได้ เดี๋ยวฉันไปคุยกับหัวหน้ากองผลิตให้"
เสิ่นตัวอวี๋รีบพยักหน้า ตอนนี้เธอต้องทำตัวเป็ดอกไม้สีขาวผู้น่าสงสาร
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่า กู้เหลียน กำลังมองเธออยู่ เสิ่นตัวอวี๋รีบเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มให้เขา
กู้เหลียนหน้าแดง แล้วรีบก้มหน้าลงไปทำงานต่อ
สักพักหัวหน้าหมู่บ้านก็พาเฉาซู่เฟินกลับมา
เฉาซู่เฟินมองเสื้อผ้าของเสิ่นตัวอวี๋ "พรุ่งนี้อย่าใส่ชุดนี้มาทำงานอีกนะ สีสันฉูดฉาดขนาดนี้ อยากจะอ่อยใครกัน พวกเธอทำตรงนี้ 10 แนวให้เสร็จก็ไปกินข้าวได้"
พูดจบ เธอก็ทำท่าทางขึงขังใส่แล้วเดินจากไป
เธอไม่ชอบพวกยุวปัญญาชน แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาด คงไม่ใช่คนดีอะไร
เสิ่นตัวอวี๋ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเฉาซู่เฟิน เด็กคนนี้ร้ายกาจมาก ภายหลังเหมือนเธอจะแต่งงานกับตู้คัง
ทั้งสองคนทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน เธอเป็เหมือนนางปีศาจ ตู้คังแค่พูดกับผู้หญิงคนอื่นก็โดนเธอตบหน้าแล้ว
เสิ่นตัวอวี๋กับเซี่ยเยว่เหมยเริ่มเกี่ยวข้าว เสิ่นตัวอวี๋เกี่ยวข้าวเร็วดูคล่องแคล่วมาก
เซี่ยเยว่เหมยก็เร็วไม่แพ้กัน เธอพูดด้วยรอยยิ้ม "ฉันนึกว่าเธอเป็ในคนเมือง จะไม่รู้จักทำงานเสียอีก"
เสิ่นตัวอวี๋ส่ายหน้า ชาติที่แล้วเธอเกี่ยวข้าวมานานหลายปี จะไม่เป็ไปได้ยังไง
คนอื่นเกี่ยวข้าวใช้เวลาครึ่งวัน แต่พวกเธอใช้เวลาแค่ชั่วโมงครึ่งก็เสร็จแล้ว
ทันใดนั้นก็เห็นเฉินเชี่ยนเชี่ยนกับจ้าวเหวินวิ่งกลับมา พอเห็นพวกเธอนั่งดื่มน้ำอยู่ใต้ต้นไม้ก็โวยวาย "พวกเธอเป็บ้าหรือไง ทำไมไม่ทำงาน ยังมีเวลามานั่งกินน้ำอีก"
เมื่อเห็นว่าเสิ่นตัวอวี๋กับเซี่ยเยว่เหมยไม่สนใจ เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็พุ่งเข้ามาหา แต่โดนเสิ่นตัวอวี๋ผลักออกไป "เฉินเชี่ยนเชี่ยน อยากมีเื่หรือไง"
เธอไม่กลัวเฉินเชี่ยนเชี่ยน ถึงแม้ฝีมือการต่อสู้ของเธอจะไม่เก่ง แต่สิบกว่าปีที่เป็ิญญาที่ถูกขังไว้ ตำราแพทย์ของลู่จวินเธออ่านมาหมดแล้ว ทั้งที่อ่านได้และไม่ได้
ิญญาไม่ต้องนอน ก็เลยพอมีฝีมือการต่อสู้ติดตัวบ้าง แถมยังศึกษาเื่หุ้นกับกองทุนด้วย
ตอนนั้น ลู่จวินมีแต่หนังสือเกี่ยวกับการลงทุน เขาไม่เหมาะกับการเรียนแพทย์ แต่กลับมีพร์ด้านการลงทุน
พอคิดถึงลู่จวินคนสารเลวนั่น เสิ่นตัวอวี๋ก็หงุดหงิดขึ้นมาในใจ จะทำยังไงให้หมอนั่นเสียชื่อเสียงพังพินาศได้นะ?
แล้วจะทำยังไงให้เสิ่นตัวิ่ไปพัวพันกับเขาได้?
ตอนนี้คิดเื่พวกนี้ยังเร็วไปหน่อย ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนะโว่า
"กินข้าวได้แล้ว!"
เสิ่นตัวอวี๋รีบดึงเซี่ยเยว่เหมยไปที่โรงอาหาร ซึ่งที่จริงแล้วก็คือกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่ง
เฉินเชี่ยนเชี่ยนกับจ้าวเหวินก็หน้าด้านหน้าทนเดินตามมาด้วย อาหารกลางวันแย่มาก เป็ข้าวต้มผักใส่กับแป้งแผ่น
แป้งแผ่นนี้มีให้แค่เฉพาะยุวปัญญาชนเท่านั้น คนในหมู่บ้านเห็นแล้วก็ตาลุกวาว เพราะมันทำจากแป้งขาวที่หายากมาก
เสิ่นตัวอวี๋ตักข้าวต้มผักได้ครึ่งชามกับแป้งแผ่นหนึ่ง เซี่ยเยว่เหมยก็ได้ส่วนของตัวเอง
พอถึงคิวเฉินเชี่ยนเชี่ยนกับจ้าวเหวิน ป้าแม่ครัวก็พูดว่า "ไม่มีชื่อพวกเธอ พวกเธอรับอาหารกลางวันไม่ได้"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนกับจ้าวเหวินงงเป็ไก่ตาแตก เฉินเชี่ยนเชี่ยนโวยวายขึ้นมาทันที "ทำไมพวกเราถึงไม่ได้กินข้าว ทีพวกนั้นยังกินได้?"
ป้าแม่ครัวหัวเราะเยาะ "เขาก็ทำงานกันไง มีบันทึกไว้ตรงนี้ พวกเธอไม่ได้ทำงาน ก็ไม่มีข้าวกิน"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนโกรธจนน้ำตาไหลพราก เสิ่นตัวอวี๋กินแป้งแผ่นไปพลางแล้วพูด "อืมม แป้งแผ่นนี่อร่อยดีเหมือนกันนะ"
อร่อยที่ไหนกันล่ะ? เคี้ยวก็แทบไม่ออก แม้ในใจจะรังเกียจ แต่ปากก็ยังพูดอีกอย่าง
ป้าแม่ครัวเอ่ยชมอย่างยินดี "หนูนี่ช่างรู้จักของดีจริง ๆ หน้าตาก็น่ารักน่าเอ็นดู"
เสิ่นตัวอวี๋เป็คนที่สวยอยู่แล้ว ท่ามกลางเหล่ายุวปัญญาชนด้วยกัน นับเธอว่าโดดเด่นที่สุด
ชาติก่อนเพราะเธอมักจะเอาแต่ก้มหน้า ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง ไม่มีแชมพูสระ เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น ทำให้ดูโทรมไม่น้อย
แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกัน แชมพูสองขวดของเสิ่นตัวลี่ เธอเอามาด้วยหมด แถมยังมีสบู่สองก้อนอีก
ถึงจะอยู่ชนบท เธอก็ต้องสวยและหอมอยู่ตลอด
ผู้หญิงต้องดูแลตัวเอง หลังกินข้าวเสร็จ เสิ่นตัวอวี๋ก็ลูบท้องตัวเอง
"อิ่มจัง กินจนจุกเลย"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนที่ยืนอยู่ไม่ไกล เห็นแบบนั้นก็โกรธจนเืขึ้นหน้า พุ่งเข้ามาหาเธอ เสิ่นตัวอวี๋หลบได้อย่างรวดเร็ว เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็เลยพุ่งไปหน้าคว่ำลงไปในคูน้ำเล็กๆ ข้างทาง
เสิ่นตัวอวี๋หัวเราะชอบใจ แต่บนใบหน้ากลับแสดงสีใ "เฉินเชี่ยนเชี่ยน เธอคิดอะไรอยู่ ถึงได้ะโลงคูน้ำเนี่ย?
ถึงจะไม่ได้กินข้าวจริงๆ เธอก็ไม่ควรคิดสั้นแบบนี้สิ โอ๊ย! ในนั้นมีขี้วัวด้วย... แหวะ..."