หลังจากที่เอเดนเริ่มฟื้นตัวจากอาการซึมเศร้าอย่างสมบูรณ์ และ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเมโลดี้ก็ก้าวเข้าสู่่เวลาที่มั่นคง และ อบอุ่น เมโลดี้สังเกตเห็นว่าเอเดนเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขาบ่อยขึ้น และดวงตาที่เคยหม่นหมองก็กลับมามีประกายแห่งความสุข
วันหนึ่ง เมโลดี้เสนอความคิดที่จะไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน
“คุณเอเดนคะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะลองพักผ่อนบ้างนะคะ” เมโลดี้กล่าวในเซสชั่นบำบัดครั้งสุดท้ายของเอเดน
“คุณทำงานหนักมาตลอดหลายเดือนแล้ว”
เอเดนยิ้ม "ผมก็คิดอยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่รู้จะไปไหนดี"
“ฉันมีที่หนึ่งที่อยากแนะนำค่ะ” เมโลดี้กล่าว ดวงตาของเธอเป็ประกาย
“เป็บ้านพักเล็กๆ กลางป่า ที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัวมากค่ะ อากาศดีมากเลยนะคะ”
เอเดนลังเลอยู่ชั่วขณะ เขาไม่เคยไปเที่ยวพักผ่อนกับใครเลยนับั้แ่ลูน่าจากไป แต่ความคิดที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับเมโลดี้ในสถานที่ที่เงียบสงบก็ดึงดูดใจเขา
“คุณจะไปด้วยกันไหมครับ” เอเดนถาม
เมโลดี้ยิ้มกว้าง “แน่นอนค่ะ ฉันก็อยากไปพักผ่อนเหมือนกัน”
พวกเขาตกลงที่จะไปเที่ยวด้วยกันในสัปดาห์ถัดไป เป็เวลาสามวันสองคืน เอเดนจัดการเื่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขา ส่วนเมโลดี้ก็จัดการเื่งานที่คลินิก
เช้าวันเดินทาง อากาศสดใส แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอย่างอบอุ่น เอเดนขับรถไปรับเมโลดี้ที่คลินิกของเธอ เมโลดี้สวมชุดลำลองสบายๆ ดูเป็ธรรมชาติและน่ารักกว่าที่เอเดนเคยเห็น เธอถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ และ มีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า
“พร้อมไหมคะคุณเอเดน” เมโลดี้ถาม
เอเดนยิ้ม “พร้อมครับ”
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เอเดนเปิดเพลงเบาๆ ในรถ เมโลดี้ฮัมเพลงตามอย่างมีความสุข พวกเขาพูดคุยกันถึงเื่ราวต่างๆ มากมาย ทั้งเื่งาน เื่ชีวิตประจำวัน และ เื่ความฝันที่กำลังจะกลายเป็จริง
ระหว่างทาง เมโลดี้มักจะชี้ชวนให้เอเดนดูวิวทิวทัศน์ข้างทาง เธอตื่นเต้นกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ฝูงวัวที่กำลังเล็มหญ้า หรือ ก้อนเมฆรูปทรงแปลกๆ บนท้องฟ้า เอเดนมองเมโลดี้ด้วยรอยยิ้ม เขาไม่เคยเห็นใครที่มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้มากเท่าเมโลดี้มาก่อน
“คุณเมโลดี้ดูมีความสุขมากเลยนะครับ” เอเดนกล่าว
เมโลดี้ยิ้ม “ก็ฉันมีความสุขจริงๆ นี่คะ การได้ออกไปเห็นโลกกว้าง ได้ัักับธรรมชาติ มันเป็ความรู้สึกที่ดีมากเลยนะคะ”
เอเดนพยักหน้า “ครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ”
หลังจากขับรถมาหลายชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงบ้านพักกลางป่า บ้านหลังเล็กๆ ที่สร้างจากไม้ ดูอบอุ่นและกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านหน้าบ้าน ส่งเสียงซู่ซ่าเบาๆ ที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
“ว้าว! สวยมากเลยค่ะคุณเอเดน” เมโลดี้อุทานด้วยความตื่นเต้น เธอรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อสำรวจทุกซอกทุกมุม
เอเดนมองเมโลดี้ด้วยรอยยิ้ม เขาไม่เคยเห็นเมโลดี้แสดงออกถึงความตื่นเต้นได้มากขนาดนี้มาก่อน เธอเป็คนที่ดูสงบและเป็ผู้ใหญ่เสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับดูเหมือนเด็กสาวที่กำลังค้นพบโลกใบใหม่
พวกเขาเก็บสัมภาระเข้าที่ แล้วออกไปเดินเล่นรอบๆ บ้านพัก อากาศในป่าสดชื่น และ บริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมของดิน และ ต้นไม้ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงนกร้องขับกล่อมบรรยากาศ และ เสียงลำธารที่ไหลริน ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ขณะที่เดินเล่น เมโลดี้มักจะหยุดดูดอกไม้เล็กๆ ข้างทาง เธอจะก้มลงไปดมกลิ่นดอกไม้เ่าั้อย่างชื่นชม และบางครั้งก็จะหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายภาพดอกไม้เ่าั้อย่างตั้งใจ เอเดนสังเกตเห็นว่าเมโลดี้เป็คนที่มีความละเอียดอ่อนและ ช่างสังเกต เธอสามารถมองเห็นความงามในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวได้เสมอ
“ดอกไม้นี้สวยมากเลยนะคะคุณเอเดน” เมโลดี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “คุณว่าไหมคะ”
เอเดนยิ้ม “ครับ สวยมากครับ”
แต่ในขณะเดียวกัน เอเดนก็เริ่มสังเกตเห็นนิสัยบางอย่างของเมโลดี้ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น การที่เธอชอบทิ้งของไว้ไม่เป็ที่ หรือ การที่เธอชอบฮัมเพลงเสียงดังขณะทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เอเดนที่ชอบความเงียบสงบรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
“คุณเมโลดี้ชอบฮัมเพลงตลอดเลยนะครับ” เอเดนพูดขึ้นมาในคืนนั้น ขณะที่พวกเขากำลังนั่งดูดาวอยู่หน้าบ้านพัก
เมโลดี้หัวเราะเบาๆ “อ๋อเหรอคะ ฉันไม่รู้ตัวเลยค่ะ มันเป็นิสัยที่ติดมาั้แ่เด็กค่ะ พี่ลูน่าก็ชอบฮัมเพลงเหมือนกันค่ะ”
เอเดนยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกอบอุ่นในใจเมื่อได้ยินเมโลดี้พูดถึงลูน่าอย่างเป็ธรรมชาติ
ในอีกด้านหนึ่ง เมโลดี้เองก็เริ่มสังเกตเห็นนิสัยบางอย่างของเอเดนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน เช่น การที่เขาเป็คนเ้าระเบียบมากเกินไป การที่เขามักจะคิดมากกับเื่เล็กๆ น้อยๆ หรือ การที่เขาชอบเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว
วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมอาหารเช้า เอเดนก็จัดเรียงจานชาม และ อุปกรณ์ต่างๆ อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย เมโลดี้มองเอเดนด้วยรอยยิ้มขบขัน
“คุณเอเดนเป็คนเ้าระเบียบมากเลยนะคะ” เมโลดี้กล่าว
เอเดนยิ้มเล็กน้อย “ครับ ผมชอบให้ทุกอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยครับ”
“บางทีคุณก็ควรจะผ่อนคลายบ้างนะคะ” เมโลดี้กล่าว
“ชีวิตคนเรามันไม่ได้เป็ระเบียบเรียบร้อยไปซะทุกเื่หรอกค่ะ”
เอเดนเงียบไป เขานึกถึงคำพูดของเมโลดี้ เขารู้ว่าเมโลดี้พูดถูก บางครั้งเขาก็ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบมากเกินไป จนทำให้ตัวเองต้องเครียด
แต่ไม่ว่าจะเป็นิสัยที่น่ารักหรือไม่น่ารัก ทั้งเอเดน และ เมโลดี้ต่างก็ยอมรับในตัวตนของกันและกัน พวกเขาเข้าใจว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และ ความไม่สมบูรณ์แบบเ่าั้แหละที่ทำให้แต่ละคนมีเสน่ห์และน่ารักในแบบของตัวเอง
การเดินทางครั้งนี้ทำให้พวกเขาทั้งสองได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ได้เห็นแง่มุมที่ไม่เคยเห็น และ ได้ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของกัน และ กัน
ในคืนสุดท้ายของการเดินทาง พวกเขานั่งอยู่หน้าบ้านพัก มองดูดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับเต็มท้องฟ้า เสียงลำธารที่ไหลริน และ เสียงจิ้งหรีดที่ร้องขับกล่อมบรรยากาศ ทำให้พวกเขารู้สึกสงบ และ ผ่อนคลาย
เอเดนเอื้อมมือไปจับมือของเมโลดี้เบาๆ มือของเมโลดี้ยังคงอบอุ่น และ อ่อนนุ่ม ความรู้สึกอบอุ่นแล่นผ่านปลายนิ้วของพวกเขาทั้งสอง
“ขอบคุณนะครับเมโลดี้” เอเดนพูดเสียงแ่
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”
เมโลดี้ยิ้มอ่อนโยน “ฉันก็ต้องขอบคุณคุณเอเดนเหมือนกันค่ะ ที่ให้โอกาสฉันได้อยู่เคียงข้างคุณ”
พวกเขาต่างเงียบงัน ปล่อยให้ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจ แต่ในความเงียบนั้น ความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าเดิมก็เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ความเชื่อมโยงที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยความรัก ความเข้าใจ และการยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน
เอเดนรู้ว่าเส้นทางการเยียวยาของเขายังอีกยาวไกล แต่เขาก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว เขามีเมโลดี้อยู่เคียงข้าง มีใครสักคนที่เข้าใจความเ็ปของเขา และพร้อมที่จะเดินเคียงข้างเขาไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แสงจันทร์ส่องสว่างลงมาต้องพวกเขา ทำให้เงาของพวกเขาทอดยาวออกไปบนสนามหญ้า มันเป็ภาพที่สวยงามและอบอุ่น ราวกับกำลังบอกว่าแม้ความมืดมิดจะเคยปกคลุม แต่แสงสว่างแห่งความหวังก็ยังคงอยู่เสมอ
Alice คนชอบทะเล