ตอนที่ 32 : เมืองติดทะเลธาลัส! [ R ]
“อือ–– บะ บาร็อค จะ ใจเย็นๆ สิ อ๊ะ อื๊ออ––”เอลฟาครางเเผ่ว เธอนอนหงายอยู่บนโซฟาโดยมีผมที่เพิ่งกลับมาจากการลาดตระเวนกำลังค่อยๆ ขย่มกายร่อนท่อนเนื้อกระทั้นกับร่องรักของเธอ
––พอเห็นเธอนอนเล่นอยู่คนเดียวก็ต้องรีบคว้าโอกาสเอาไว้
“ฉันไม่ค่อยได้ทำกับเธอเท่าไร เธอคงไม่ว่ากันนะ”ผมเอ่ย ขณะยันตัวกับเบาะและมองหน้าเอลฟาที่ขวยเขิน ผมสั้นพอดีบ่าสีน้ำตาลของเธอช่างเข้ากับรูปหน้าน่ารัก ดวงตากลมโตของเธอสั่นระริก เป็นท่าทีที่กระตุ้นผมชะมัด
ผมจับหน้าอกกำลังพอดีมือของเธอเเละออกเเรงขยำจนเเน่นนุ่ม เอลฟาครางเร่าด้วยความเสียว เมื่อผมทั้งบีบเค้นหน้าอกของเธอ ขณะเดียวกันก็เคลื่อนท่อนทำรักกับเธออยู่เนืองๆ
“ฉะ ฉันจะว่าบาร็อคได้ไง อ๊า––!! อ๊า บาร็อค––”เอลฟาตอบเสียงกระเส่า ใบหน้าน่ารักแดงระเรื่อ ลมหายใจร้อนผ่าวของผมกับเธอถูกพ่นเเผ่วเบาผสมรวมกับความเร่าร้อนของกิจกรรมรักที่ขับเหงื่อจนชุ่มร่าง
“อื้อ อืมม––”ผมโน้มตัวลงจูบเธอ บดริมฝีปากกับเธออย่างนุ่มนวลเเละร้อนเเรง เธอเองก็เล่นลิ้นตอบรับกับผม ลิ้นเธอช่างนุ่มละมุนเวลาตวัดสู้
“อื้อ!! อื้ออ––”เอลฟาที่ถูกประกบปากอยู่ครางอู้อี้ในลำคอ สองมือเธอกอดเเผ่นหลังผมเเน่น ขณะที่ผมออกเเรงกระทั้นท่อนหนักขึ้นจนโซฟาเริ่มส่งเสียง
ไม่นานเธอก็สัมผัสได้ถึงน้ำกามร้อนๆ ของผมที่ทะลักอยู่ในร่องสวาทของเธอ เอลฟากระตุกสะโพกด้วยความเสียวซ่าน เมื่อท่อนเนื้อที่เสียดเเทงทำรักเพิ่งปล่อยน้ำกามจนเธอร้อนรุ่มไปทั้งร่าง
“น้ำนาย..เยอะจัง..”เอลฟาเอ่ย เธอหอบหายใจเหนื่อย
“เเล้วชอบไหมล่ะ?”ผมถาม เขยิบมานอนเบียดเธอบนโซฟายาวและกอดเธอ
“ชะ ชอบล่ะมั้ง”เอลฟาตอบโดยไม่มองหน้า เธอเขยิบตัวมานอนซบบนแผ่นอกผม
คืนนี้เลยจบตรงที่ผมโอบกอดเธอเเละนอนกันอยู่บนโซฟาทั้งอย่างนั้น
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะร้ายกาจแบบนี้นะเนี่ย”เลเซียโพล่งขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมาเจอเอลฟานอนกอดผมอยู่บนโซฟา นาเทียร์ที่ตื่นขึ้นมาเตรียมมื้อเช้าเห็นอยู่ก่อนเเล้วเเต่ก็ไม่ได้คิดปลุก เเละคิดไว้เเล้วว่าเลเซียต้องโวยวายตามประสากับสิ่งที่เห็นแน่จึงผุดยิ้มเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด
“ฉันประมาทเธอไม่ได้เเล้วสินะ”เลเซียว่า พลางเบือนหน้าเเละเดินหนีไปทางห้องครัว เอลฟาที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็หน้าเเดง ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำโดยเร็วทั้งๆ ที่อยู่ในร่างเปลือยใช้ชุดนอนปิดอกแค่นั้น
วันนี้เธอตื่นเต้นเพราะจะได้ออกเดินทางไปยังธาลัสพร้อมกับทุกคน หาดทรายและทะเลที่นั่นสวยงามมากๆ จนเธออยากให้ถึงเร็วๆ
“พวกเธอเตรียมของกันพร้อมเเล้วใช่ไหม?”ผมลุกขึ้นมาด้วยกางเกงขาสั้นตัวเดียวเเละเดินมานั่งหัวโต๊ะเหมือนเช่นทุกที
“พร้อมหมดเเล้วย่ะ เหลือเเค่นายนั่นเเหละ”เลเซียว่า พลางตักข้าวต้มเข้าปากเเละเคี้ยวตุ้ยๆ
ทำธุระจิปาถะกันอยู่อีกพักใหญ่ ในที่สุดพวกเราก็ได้เริ่มออกเดินทางโดยมีผมเป็นคนคุมบังเหียนม้า ส่วนสามสาวนั่งอยู่ในรถเกวียน พวกเธอนั่งพูดคุยส่งเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนานตามประสา โชคดีที่วันนี้เเดดไม่เเรงมากไม่อย่างนั้นผมคงเพลียเเดดตายก่อนถึงธาลัสแน่
ว่าแต่นี่คือหน้าที่ของเจ้านายอย่างผมสินะ
––กว่าจะมองเห็นกำเเพงหินของเมืองธาลัส ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปเเล้ว เเสงสว่างของดวงไฟจากผลึกเเสงเเห่งจิตวิญญาณสว่างโร่อยู่ตามเสาไฟที่ติดตั้งตามทางเดินเเละตามหน้าอาคาร
ผมบอกกับทหารเฝ้าประตูว่ามาเที่ยว ก่อนจะถูกตรวจสัมภาระนิดหน่อย ทหารบอกทางให้ผมนำรถม้าไปจอดไว้ในที่ส่วนร่วมซึ่งต้องเสียค่าบริการ
อาคารส่วนใหญ่ของเมืองธาลัสทำด้วยหินเป็นหลักเเละเสริมด้วยไม้ ผู้คนเดินกันขวั่กไขว่ มีหลากหลายเผ่าพันธุ์สมกับเป็นเมืองเปิด ที่นี่ผมเห็นทั้งมนุษย์ ปิศาจ มนุษย์ครึ่งสัตว์ ไปจนกระทั่งก็อบลิน
“โรงแรมนี้นี่น่าจะเหมาะที่สุดเเล้วล่ะ อยู่ใกล้ทะเลด้วย”ผมว่า เมื่อผมพาสามสาวเดินชมเมืองยามค่ำ ผมเองก็ตื่นตาตื่นใจไม่เเพ้พวกเธอ เเต่ก็ต้องเตือนตัวเองไว้ว่ายังต้องหาที่พักอยู่
ที่พักของพวกเราเป็นอาคารหิน โรงเเรมระดับสามดาวที่เเน่นอนว่าราคาเเพงทีเดียว ผมจองห้องใหญ่ที่ด้านในเเยกเป็นสองห้องเล็กๆ เเละมีห้องรวมตรงกลาง ด้านในตกเเต่งสวยงามด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีต้นไม้เล็กๆ วางประดับและกรอบรูปงานศิลปะวิวทิวทัศน์บนผนัง
“เห็นทะเลด้วยล่ะ!”เลเซียพูดอย่างตื่นเต้น ก่อนจะพาเอลฟามายืนรับกระเเสลมเย็นสบายตรงระเบียงห้อง ดวงจันทร์ที่ขึ้นอยู่เหนือท้องทะเลช่างสวยงามต่างกับภาพที่เห็นในป่าลิบลับ
“ไปหาอะไรกินกันเถอะบาร็อค”นาเทียร์ที่เก็บข้าวของเสร็จจนเหลือดาบติดตัวเอาไว้เอ่ยขึ้น เลเซียกับเอลฟาเองก็พกอาวุธติดตัวไว้เช่นกัน
“อย่าหลุดใช้พลังนะ”เอลฟาเตือนผม เธอพยายามทำหน้าดุ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม
“นี่ไง ฉันเอาดาบออกมาเเล้ว ถุงเงินก็อยู่นี่”ผมเอ่ย ปกติอยู่กับพวกเธอผมมักไม่ค่อยพกของกับตัวเพราะติดนิสัยใช้พลังมิติที่สะดวกสบายและให้พวกเธอถือของแทน
“ดีมาก ไปกัน ฉันอยากกินอาหารทะเลแล้ว!”เอลฟาบอก ดูเธอจะชอบทะเลเอาเรื่องเพราะตื่นเต้นกว่าทุกทีที่เห็น เลเซียกับนาเทียร์เองก็ร้องอยากกินขึ้นเช่นเดียวกัน
“หมดตัวเเน่ตู”ผมพึมพำกับตัวเอง ก่อนนาเทียร์จะได้ยินเข้า เธอตบบ่าแบบปลอบประโลมเหมือนเข้าใจ เเต่สีหน้ากลับยิ้มย่องด้วยความดีใจขัดกันสุดๆ
“ตั้งใจทำงานเข้าล่ะบาร็อค”เธอเอ่ยก่อนจะเดินตามสองสาวออกไปจากห้อง ปล่อยให้ผมเดินรั้งท้ายและดูว่าเงินในถุงจะพอจ่ายหรือเปล่า
––หรือผมควรจะมาคนเดียวตั้งแตกแรกหว่า?
บนถนนคนเดินที่เนืองแน่นไปดูร้านรวงตั้งเรียงกันไปตลอดสองข้างทาง มีกลุ่มชายนิรนามสามคนในชุดผ้าคลุมสีดำเข้ม ยืนพิงกำแพงแฝงตัวมองกลุ่มนักผจญภัยที่กำลังเดินดูของตามร้านค้าต่างๆ ไปมา
“นั่นเหรอเจ้านายของเลเซียกับนาเทียร์ ดูไม่เห็นจะเก่งเท่าไร”หนึ่งในสามคนเอ่ย
“เดี๋ยวก็ได้รู้ ถ้าไม่ฆ่าพวกมันเราก็ไม่มีทางได้ตัวพวกเธอกลับมาหรอก ส่วนนักเวทนั่นก็จับขายเป็นทาสไป ตอนนี้เราต้องการข้อมูลภายในเมืองที่พวกเธอรู้ อย่าลืมซะล่ะ”อีกคนกำชับ
“รู้แล้วน่า แต่ยังไงก็ขอทักทายแม่สองคนนั้นหน่อยนะ ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว”คนที่สามกล่าว
“งานนี้สนุกแน่ว่ะ ฮ่าๆๆ”
(จบตอน)