ช่วงเวลาบ่ายสามโมงแดดปลายวันส่องลอดกระจกร้านฟิตเนสจนเกิดเงาไล้ทาบไปตามพื้นไม้ขัดมันเงานั้นทอดผ่านเครื่องออกกำลังกายที่เรียงรายเป็นระเบียบพนักงานบางคนกำลังจัดการเช็ดอุปกรณ์ ฝ่ายต้อนรับกำลังคุยกับลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาบรรยากาศภายในร้านดูคึกคักแต่เป็นระเบียบ
เสียงเพลงบีทช้าๆ คลอเบา ๆ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ทุกเสียงเหมือนจะเงียบลงในชั่วพริบตาเดียวเมื่อประตูบานเลื่อนหน้าร้านเปิดออก
ร่างสูงของกชกรปรากฏขึ้นที่ทางเข้า
หลังกลับจากสถานีตำรวจและไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านบัดนี้เธอสวมชุดรอมเปอร์ออกกำลังกาย รัดรูปแนบเนื้อสีโทนดำเทาเนื้อผ้ากระชับไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบด้านหลังเว้าลึกเผยแผ่นหลังขาวผ่องและแนวเอวคอดกิ่ว ช่วงอกเว้าต่ำเผยเนินเนื้อเต็มตึงที่แม้จะถูกเสื้อรัดไว้อย่างแนบแน่นแต่กลับยิ่งขับเน้นให้เห็นความอวบฉ่ำมากกว่าเดิม
สะโพกกลมกลึงงอนเด่นส่วนโค้งรับกับต้นขาที่แข็งแรงแต่ยังคงความเรียวระหงเส้นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนอ่อน ๆ เผยให้เห็นความแข็งแรงและเย้ายวนในคราเดียว
บนศีรษะสวมหมวกแก๊ปแบรนด์ดังสีดำ เพิ่มความทะมัดทะแมงและเสน่ห์แบบสปอร์ตที่ดึงดูดสายตาใบหน้าสดไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม กลับยิ่งขับผิวพรรณให้ดูนวลเนียนหมดจด โหนกแก้มสูงเล็กน้อยรับกับคางมนได้รูป ดวงตาคมลึกที่อันเยือกเย็น
ทุกย่างก้าวของเธอสง่างามแต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยความเร้าอารมณ์ที่ยากจะละสายตา ไม่ทำให้ดูเยือกเย็นจนไม่น่าคบหาแต่กลับให้ความรู้สึกเรียบหรูดูแพง
ผู้ชายหลายคนที่อยู่แถวนั้นหยุดชะงักสายตาเลื่อนจากใบหน้าของเธอลงไปยังเนินอกและสะโพกงอนกลมกลึงอย่างช่วยไม่ได้แววตาพวกเขาเต็มไปด้วยความกระหาย เงี่ยนง่าน และเกรงขามปะปนกันมองร่างของกชกรราวกับกำลังมองเทพีที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมถึงแต่ก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงรูปร่างภายใต้ชุดรอมเปอร์ที่แนบเนื้อจนเหมือนไม่สวมอะไรเลยนั่น
หญิงสาวบางคน ที่กำลังออกกำลังกายหรือพูดคุยกันอยู่แถวนั้นก็มองตามด้วยความรู้สึกหลากหลายบ้างชื่นชม บ้างริษยา แม้ใครต่อใครในที่นี้จะรู้ว่าเธอเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วแต่ก็ไม่มีชายใดที่ไม่หวังจะได้เย็ดเธอสักครั้งในชีวิต
รูปร่างของกชกร…น่าเอาควยเข้าไปแนบ ทาบทามทุกส่วนอย่างร้ายกาจในสายตาของบุรุษเพศทุกคนในที่นี้ กลีบสะโพกที่โค้งงอนจนเกินพอดีซ่อนความแน่นหนึบที่จินตนาการได้ชัดเจนถึงแรงรัดของโพรงเนื้อด้านในหากได้สอดใส่สักครั้ง
ทรวงอกที่กระเพื่อมเบาๆ ตามจังหวะเดิน ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหลายคนเผลอกลืนน้ำลายบางคนเผลอขยับสะโพกตามราวกับจิตใต้สำนึกสั่งให้ขยายพื้นที่ในกางเกงเพื่อรองรับความพองของกระเจี๊ยวซุกซนที่กำลังขยายตัวเพราะความเงี่ยน
ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากทักทายหรือแม้แต่สบตาเธอตรงๆ ความเยือกเย็นและอำนาจที่แผ่ออกมาจากสายตาคมลึกของกชกรทำให้พวกเขาได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ อย่างผู้ชื่นชมที่รู้ตัวดีว่าไม่คู่ควร
...แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าหญิงสาวแม่ลูกหนึ่งคนนี้ กำลังเก็บซ่อนความเงี่ยนโหยหาต่อควยของลูกชายอันรุนแรงที่สุดเอาไว้ภายใต้ท่าทีสงบเยือกเย็นเหล่านั้น
เมื่อกชกรก้าวเข้าสู่โซนเครื่องออกกำลังกายพนักงานและเทรนเนอร์ทุกคนหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเธอโดยอัตโนมัติ เสียงพูดคุยเบาๆ ที่มีอยู่เมื่อครู่ถูกกลืนหายไปความคึกคักก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันและแรงกดดันที่สัมผัสได้
ในโลกของงานกชกรไม่ใช่เพียงเจ้าของที่ดูสง่างามและเยือกเย็น เธอคือเจ้านายผู้มีมาตรฐานสูงสุด ความผิดพลาดไม่เคยได้รับการยกเว้นไม่ว่ากับใคร
ความเข้มงวดของเธอไม่ได้ใช้แค่กับพนักงานแต่กับทุกคนในชีวิต... รวมถึงลูกชายของเธอเอง
พนักงานรู้ดีว่าหากเธอมองเห็นข้อบกพร่องเล็กน้อยทุกคนจะได้รับบทเรียนแม้แต่ลูกชายที่เธอรักที่สุดก็ไม่เคยได้รับการยกเว้นจากกฎเหล็กนี้กชกรไม่ใช่แม่ที่ตามใจ แต่เป็นผู้หญิงที่ปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพแก่ทุกคนรอบตัว
เธอเดินทอดสายตาช้าๆ ไล่มองทุกจุด เครื่องออกกำลังกายที่เรียงอย่างเป็นระเบียบ ความสะอาดของพื้นพนักงานแต่ละคน ลูกค้าที่ใช้บริการ ไม่มีรายละเอียดใดหลุดรอดสายตาทุกจุดถูกตรวจสอบด้วยความแม่นยำและเฉียบขาด
ใคร ๆต่างก็รู้ว่า เวลาที่ไม่ได้คุยเรื่องจริงจังนั้น กชกรเป็นคนน่ารักแม้จะไม่ค่อยยิ้มและติดจะเย็นชานิด ๆ แต่ไม่เคยจู้จี้กับเรื่องอะไรเลย
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องจริงจังที่เกี่ยวกับอาชีพการงานขึ้นมาเมื่อไรเธอจะกลายเป็นนางพญาที่ไม่ยอมให้มีอะไรปล่อยผ่านเพียงแค่ใช้สายตาจ้องมองโดยไม่ต้องพูดจา ก็ทำให้คนถูกมองหวดกลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาได้แล้ว
แต่สถานการณ์เหมือนจะไม่ค่อยถูกเท่าไหร่...
ทำไม...
สายตาที่ทุกคนมองฉันถึงดูแปลกๆ ล่ะ?
ตั้งแต่ตอนที่เดินผ่านโซนออฟฟิศรวมของเหล่าลูกค้าที่คุ้นหน้าคุ้นตาข้างนอกพวกผู้ชายต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองฉันโดยพร้อมเพรียงสายตาพวกเขาไม่ใช่แค่ชื่นชมเหมือนทุกที แต่แฝงไปด้วยความคลุมเครือมีทั้งความกระหาย ความเงี่ยน และความเจ้าชู้ปะปนกันอยู่ในแววตา... แต่ที่ประหลาดยิ่งกว่านั้นคือท่าทีที่ดูเกรงอกเกรงใจมากกว่าปกติราวกับว่าพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรง ๆแต่ก็ไม่อาจละสายตาจากรูปร่างของฉันได้เลย
ผู้ชายบางคนที่ฉันคุ้นหน้าและเคยทักทายอย่างเป็นกันเองกลับหลบสายตาไปเสียเฉยๆ ขณะที่อีกหลายคนโดยเฉพาะพวกหนุ่ม ๆที่ดูเหมือนจะเป็นลูกค้าหน้าใหม่ต่างกลืนน้ำลายลงคอและขยับตัวเปลี่ยนท่ายกมือขึ้นปาดเหงื่อทั้งที่ยังไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายนัก
ส่วนสายตาของสาวๆ ในโซนเดียวกันนั้นยิ่งประหลาดกว่าเดิมอีกหลายเท่า
บางคนมีแววตาหวาดหวั่นบางคนมองฉันด้วยแววตายำเกรงแต่ที่น่าประหลาดที่สุดคือสายตาของหญิงสาววัยรุ่นสองสามคนที่มองมาทางฉันด้วยแววตาเป็นประกายปิ๊งๆ ราวกับกำลังกรี๊ดหนุ่มในดวงใจเสียอย่างนั้น... พวกเธอมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าสายตาหยุดนิ่งอยู่ที่สะโพกและหน้าอก แล้วเลื่อนกลับขึ้นมาสบตาด้วยสีหน้าหลงใหลและเคลิบเคลิ้มจนฉันอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
'วันนี้คนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด...?'
ฉันพึมพำในใจพลางเดินตรงไปยังหน้าห้องทำงานที่พิมพ์ลภัสควรจะอยู่
พอเดินมาถึงหน้าห้องทำงานฉันพบว่าแม้แต่เพื่อนสนิทของฉันเองก็เป็นไปกับเขาด้วย
พิมพ์ลภัสซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับพนักงานหญิงคนหนึ่งใบหน้าของทั้งสองคนดูจริงจังเหมือนกำลังหารือเรื่องงานอย่างตั้งใจพนักงานหญิงคนนั้นถือแฟ้มเอกสารอยู่ในมือท่าทีเกรงใจและคอยพยักหน้าตอบรับคำพูดของพิมพ์ลภัสเป็นระยะแต่เมื่อพนักงานหญิงเห็นกชกรเดินเข้ามา เธอก็รีบสะกิดแขนพิมพ์ลภัสเบา ๆพิมพ์ลภัสหันหน้าตามแรงสะกิด ก่อนที่สายตาจะสบเข้ากับร่างสูงของฉันทันทีร่างทั้งร่างก็เหมือนจะเด้งลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทางตื่นเต้นแทน
“ตุ๊ก!”
พิมพ์ลภัสร้องเรียกเสียงใสแล้วไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว เธอพุ่งเข้ามาหาฉันราวกับเด็กสาวที่เห็นดาราคนโปรดในระยะประชิด
ก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัวเพื่อนสาวของฉันก็โถมตัวเข้ามากอดฉันแน่นแขนทั้งสองข้างโอบรัดเอวของฉันอย่างแน่นหนาใบหน้าของพิมพ์ลภัสฝังแนบเข้ากับร่องอกของฉันโดยไม่รีรอ หัวของเธอถูไถไปตามร่องนมที่ดันแน่นอยู่ภายใต้ชุดรอมเปอร์ออกกำลังกายจนฉันถึงกับสะดุ้งด้วยความรู้สึกจั๊กจี้ปนขำ
"พิมพ์... เดี๋ยวสิ... จั๊กจี้นะ"
เธอพยายามยกมือขึ้นดันหัวอีกฝ่ายออกแต่เพราะไม่ได้ออกแรงจริงจังอีกทั้งแรงของพิมพ์ลภัสที่โถมเข้ามาก็หนักหน่วงกว่าที่คิดฉันจึงไม่สามารถผลักเธอออกไปได้
พิมพ์ลภัสเงยหน้าขึ้นดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับริมฝีปากยกยิ้มอย่างคนที่ทั้งหมั่นเขี้ยวและชื่นชมในเวลาเดียวกัน
"วันนี้พวกเธอไปโดนยาตัวไหนกันมาหรือไงฮึ?"
ฉันถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจนิ่งๆ พร้อมกับเลิกคิ้วสูง ในขณะที่พิมพ์ลภัสหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้เรื่อง
"ไม่ได้โดนยาตัวไหนหรอกย่ะ แต่เธอต่างหากที่... เท่มากเลยน่ะรู้ตัวไหม!"
น้ำเสียงของพิมพ์ลภัสเต็มไปด้วยความชื่นชมและตื่นเต้น
ฉันกระพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง สายตากวาดมองไปทั่วโซนอีกครั้งและยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าแม้แต่พนักงานและลูกค้าหลายคนก็ยังคงแอบมองมาทางฉันด้วยสายตาแปลกๆ ไม่เลิก...
เรื่องนี้ต้องย้อนไปตั้งแต่เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา
ที่ไหนมีข่าวพวกนักข่าวย่อมพากันโผล่หัวออกมาอย่างว่องไว ดังนั้นเหตุการณ์มือมีดแทงคนปล้นขิงทรัพย์ในย่านกลางเมืองจึงมีนักข่าวไปสัมภาษณ์แทบจะทันที
อีกทั้งสื่อในปัจจุบันพัฒนาไปไกลถึงไหนต่อไหนแค่โพสต์ลงโซเซียลไม่ทันไร แม้ตอนกลางคืนอาจยังไม่มีคนเห็นแต่พอรุ่งเช้ามาก็ดังเปรี้ยงแล้ว
เริ่มจากมีการพูดถึงผู้หญิงดุที่จัดการมือมีดได้อยู่หมัดในโซเชียลแต่ก็เป็นเพียงกระแสที่เกิดขึ้นบาง ๆ เท่านั้น
จนกระทั่งตอนช่วงสายเมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดตรงร้านชานมถูกเปิดเผยออกมาความร้อแรงทุกระดับได้ระเบิดตู้มต้ามอีกครั้ง
ภาพความยาวคลิปไม่ถึงหนึ่งนาทีในวิดิโอแม้ไม่คมชัดมากจนถึงขนาดเห็นใบหน้า แต่นับว่าลุ้นระทึกและสะเทือนขวัญ
ลูกชายถูกแทงคนเป็นแม่พุ่งเข้าไปช่วย พอเตะคนร้ายคว่ำแล้วก็จับหัวอีกฝ่ายกระแทกพื้นอย่างหมดจดก่อนจะเหยียบข้อมือคนร้าย เตะมีดทิ้งแล้วจึงหันไปจัดการคนร้ายอีกคนที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดาย
เหตุการณ์ทุกอย่างถูกเปิดเผยรวดเดียวจบ
ถ้าเป็นผู้ชายก็ว่าไปอย่างประเด็นคือเพราะเป็นผู้หญิงนี่ล่ะ!
แถมยังเป็นสาวสวยสุดแกร่งในชุดออกกำลังกายรัดรูปสุดเซ็กซี่ด้วย
ช่างเท่บาดใจหาใดเปรียบอะไรอย่างนี้
ทันทีที่คลิปเผยแพร่มันถูกแชร์ไปนับหมื่นอย่างรวดเร็วนอกจากเสียงเรียกร้องให้มีการลงโทษผู้ร้ายสถานหนักแล้วหัวข้อของผู้คนจำนวนมากต่างแตกประเด็นออกไป
ยังมีคอมเมต์แถวหนึ่งที่กรีดร้องตะโกน
'โอ๊ยผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ฉันอยากได้เธอเป็นผัวจริง ๆ'
'แค่ดูหุ่นก็รู้แล้วว่าใบหน้าจะต้องสวยแค่ไหน... แต่งค่ะ'
'อ๊าย เอาฉันไปทอดที ฉันจะตายแล้ว!'
หรืออีกประเภทที่สุดขั้วหน่อยก็
'เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วจริงดิ!? ทำไมหุ่นน่าเชี๊ยะแบบนี้!'
'ไม่เห็นตอนผู้หญิงคนนั้นยกขาเตะเหรอ... ก้นนี่อย่างเด้งเลย ลูกหนึ่งแล้วไงโคตรน่าจับซอยให้ลืมลูกลืมผัว!'
'สะดือสุดสยิวกับรักแร้เกลี้ยงเกลาสุดเนียนนั่นแม่งโคตรน่าเลียเลยว่ะต่อให้โดนเตะสักทีก็ยอมล่ะงานนี้'
'วาร์ป! วาร์ป! ฉันต้องการวาร์ป!ใครก็ได้เปิดวาร์ปผู้หญิงคนนี้ทีวอมข้อมือรอไม่ไหวแล้ว'
คำว่า 'คลิปกล้องวงจรปิดร้านชานม' พุ่งติดสุดยอดฮอตเสิร์ชตั้งแต่เริ่มแรกมาจนตอนนี้ที่พิมพ์ชนกเล่ากับกชกรแม้จะเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนผ่านกล้องวงจรปิด แต่ชุดที่กชกรใส่ก็ทำให้คนที่ร้านฟิตเนสเมื่อวานที่เจอเธอนั้นจำได้จึงบอกต่อ ๆ กัน
ต่อมาพอฉันยกมือถือเข้าไปดูในโซเซียลเธอพบว่าคำค้นหานี้ยังคงติดท็อปอันดับหนึ่งอยู่จริง ๆ
เป็นเพราะคลิปนี้วันนี้คนในร้านเลยมองเธออย่างหลงใหลงั้นเหรอ?
"ไม่ใช่กับพวกผู้ชายเท่านั้นนะตอนนี้พวกผู้หญิงเองก็อยากได้เธอเป็นผัวกันทั้งนั้น"
ฉันถอนหายใจปลายตาค้อนค้อนคู่สนทนาด้วยสีหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งอย่างไม่คิดจะเห็นด้วย
"ไรสาระจริงๆ"
ฉันทำหน้ามุ่ยไม่ได้คลิกเข้าไปดูเนื้อหาในฮอตเสิร์ชต่อในขณะที่พิมพ์ลภัสก็หัวเราะใส่เพื่อนสนิทด้วยความเห็นใจแกมเอ็นดู
พิมพ์ลภัสต้องยอมรับว่าเพื่อนตัวเองนั้นสวยเซ็กซี่ขยี้ใจในแบบที่มีเซ็กซ์แอพพีลรุนแรงมากไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงคนไหนก็คงต้านไม่อยู่
"ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากชีวิตอันสงบสุขก็แล้วกันว่าแต่... เนเขาอาการเป็นยังไงบ้าง"
พิมพ์ชนกถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับจ้องเธอด้วยสายตาแปลก ๆ
"ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะมีดไม่แทงถูกเส้นเลือดสำคัญ แต่ก็ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นแขนข้างที่ถนัดของเขาน่ะ"
"อาได้ฟังอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย...แต่เธอตอนนี้ก็ระวังตัวหน่อยล่ะทั้งหญิงแท้ชายแท้มีคนจ้องอยากจะได้เธอเป็นผัวเป็นเมียเพียบ... ฉันคิดว่า เน...เอ่อ หมายถึงผัวเธอต้องหึงมากแน่ ๆ เลย"
"โอ๊ย ป่านนี้คุณวิทจะมาหึงอะไรฉันอีกล่ะไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว"
ระหว่างที่พิมพ์ลภัสกับกชกรกำลังคุยกันอยู่นั้นประตูด้านข้างก็ถูกผลักออกเบา ๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งปราดเข้ามา
"แม่!"
เด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นวิ่งเข้ามาเกาะขาของพิมพ์ลภัส แขนเล็ก ๆ โอบขารัดแน่นตามประสาเด็กที่ยังติดแม่ใบหน้ากลม ๆ เงยขึ้นพร้อมกับดวงตากลมโตเป็นประกาย
"โอ๊ะ... ฟิว มาทำอะไรตรงนี้ลูก ไม่ดูการ์ตูนต่อแล้วเหรอ?"
พิมพ์ลภัสก้มลงลูบหัวลูกชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดูทว่าสายตาของเด็กชายกลับไม่หยุดอยู่ที่แม่ของเขา...ดวงตากลมโตของฟิวเบนไปยังร่างสูงสง่าของกชกรแทน
เขาไม่ได้มองที่ใบหน้าหากแต่...สายตากลับไล่ต่ำลงไปยังเรือนร่างภายใต้ชุดรอมเปอร์ออกกำลังกายรัดรูปแนบเนื้อที่ขับสัดส่วนสะโพกและเนินอกของหญิงสาวอย่างชัดเจน
สายตานั้นไม่ใช่สายตาของเด็ก...
มันเหมือนสายตาเดียวกับชายหนุ่มทั้งหลายที่กำลังจ้องมองกชกรในร้านเวลานี้ทั้งกระหายใคร่ทั้งหลงใหล
ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยรู้สึกแปลกใจกับแววตาของเด็กชาย แต่เธอก็สลัดความรู้สึกนั้นออกจากหัวอย่างรวดเร็วเธอคิดว่าคงเป็นเพราะอุปทานไปเองหรือไม่ก็เป็นความซุกซนตามประสาเด็กผู้ชายที่เริ่มสนใจเพศตรงข้ามแม้ว่าน้องฟิวจะยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ก็ตาม
พิมพ์ลภัสที่สังเกตเห็นแววตาของลูกชายรีบย่อตัวลงแตะไหล่ลูกและกระซิบเตือนเบา ๆ
"ฟิวลูก... ไหว้น้าตุ๊กสิคะ"
เด็กชายพยักหน้าก่อนจะยกมือขึ้นพนมไหว้กชกรอย่างว่าง่าย
"สวัสดีครับ น้าตุ๊ก"
เสียงของเด็กชายใสและไร้เดียงสาอย่างที่สุดแต่สายตากลับยังไม่ยอมละไปจากเนินอกและสะโพกของหญิงสาว
กชกรยิ้มบาง ๆพลางพยักหน้ารับไหว้ ก้มลงยื่นมือหนึ่งยื่นออกไปลูบศีรษะของเด็กชายเบา ๆ
"สวัสดีจ้ะน้องฟิวไม่ได้เห็นแปบเดียวโตขึ้นเยอะเลยนะ"
เด็กชายยิ้มแป้นแต่ถ้อยคำถัดมากลับทำให้ทั้งกชกรและพิมพ์ลภัสต้องชะงัก
"ฟิวอยากชวนน้าตุ๊กไปเล่นเกมด้วยกันครับ... น้าตุ๊กไปเล่นเกมกับฟิวไหม"
เสียงเล็ก ๆเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
"ฟิวอยากให้น้าตุ๊กเล่นเกมกับฟิวเหมือนที่แม่กับพี่เนเคยเล่นกัน เราจะได้เล่นสี่คนพร้อมกันเลย!"
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ลภัสถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเธอรีบยกมือแตะริมฝีปากลูกชายเบา ๆ พร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน
"โอ๊ะ...ฟิว ลูก พูดอะไรแบบนั้น น้าตุ๊กเขายุ่งอยู่ ต้องทำงานนะลูก ไม่มีเวลามาเล่นเกมหรอกนะ"
ฉันเห็นพิมพ์หันมามองฉันด้วยสายตาที่ทั้งตกใจปนลนลานเล็กน้อยก่อนจะเสริมต่อด้วยน้ำเสียงร่าเริงกลบเกลื่อน
"พี่เนเองก็ยังป่วยอยู่ด้วยไว้พี่เนหายดีเมื่อไร ค่อยชวนน้าตุ๊กมาเล่นเกมพร้อมกันที่หลังเนอะ"
เด็กชายพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายแม้จะยังมีแววเสียดายในดวงตา
ฉันมองภาพแม่ลูกคู่นั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่ในใจก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้
"เล่นเกมอะไรกันหรือพิมพ์?"
เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
พิมพ์ลภัสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบอย่างกลบเกลื่อน
"ก็... บอร์ดเกมทั่วๆ ไปของเด็กที่ฮิตกันอยู่ช่วงนี้นั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก"
เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องด้วยการลูบหัวลูกชายก่อนจะชวนฉันคุยเรื่องเกี่ยวกับเอกสารที่ได้ให้เตรียมการไว้
แต่ในใจของฉันยังคงคาใจไม่หายแม้จะไม่คิดอะไรมากนัก แต่สายตาของเด็กชายเมื่อครู่ มันไม่เหมือนเด็กเอาเสียเลย
หลังจากพูดคุยและตรวจตรางานร่วมกับพิมพ์ลภัสจนถึงเวลาเกือบห้าโมงเย็นฉันก็เริ่มต้นบทบาทที่สองของตัวเองในวันนี้ บทบาทของเทรนเนอร์ส่วนตัวสำหรับลูกค้าระดับVIP ที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า
หญิงสาวเปลี่ยนจากบทบาทผู้บริหารที่เคร่งขรึมมาเป็นโค้ชที่เปี่ยมไปด้วยความชำนาญและความใส่ใจในรายละเอียดลูกค้าของเธอในวันนี้เป็นสุภาพสตรีวัยสามสิบกลาง ๆผู้บริหารบริษัทโฆษณาชั้นนำที่ต้องการฟื้นฟูรูปร่างหลังคลอดกชกรออกแบบตารางฝึกพิเศษ เน้นทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่นโดยใช้เครื่องออกกำลังกายผสมผสานกับเวทเทรนนิ่งเธอใส่ใจทุกท่วงท่า คอยจับจังหวะการหายใจและแรงกดของกล้ามเนื้อให้เหมาะสมที่สุด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วทั้งสองใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการฝึกฝนพนักงานและลูกค้ารายอื่นที่เดินผ่านไปมาต่างแอบมองกชกรด้วยความชื่นชมและเกรงขามแม้ในยามที่เธอสวมบทโค้ชร่างสูงสง่าที่โอบอุ้มพลังและความเย้ายวนเอาไว้ในทุกท่วงท่ายังคงสะกดทุกสายตา
เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกในช่วงเย็นกชกรตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่อีกครั้ง ไล่เช็คงานพนักงานในแต่ละโซนอย่างละเอียดแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยอย่างความสะอาดของมุมพักผ่อนหรือการจัดเรียงอุปกรณ์เสริมเธอก็ไม่ปล่อยให้พลาดสายตา
แต่วันนี้เธอไม่อาจอยู่จนร้านปิดได้เหมือนเคย
ก่อนจะออกจากฟิตเนสฉันเอ่ยฝากฝังร้านกับเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเกรงใจ เธออธิบายสั้น ๆว่าคืนนี้จำเป็นต้องออกก่อนเวลา พิมพ์ลภัสพยักหน้ารับเข้าใจโดยไม่ซักถามพร้อมยิ้มบาง ๆ ให้กำลังใจและรับปากจะดูแลร้านต่อจนถึงเวลาปิด
ฉันเปลี่ยนมาใส่แจ็คเก็ตกีฬาคลุมปกปิดรูปร่างของตัวเองแล้วเดินออกจากร้านไปยังรถยนต์ SUV สีดำคันหรูของเธอเส้นทางจากอโศกมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯใช้เวลาไม่นานนัก แต่การจราจรในช่วงหัวค่ำทำให้การเดินทางช้าลงกว่าปกติ
ระหว่างทางเสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลออยู่ในรถ เธอปล่อยให้ความคิดวนเวียนไปถึงใบหน้าของลูกชาย
เวลาประมาณ 20.30 น.
รถยนต์ของกชกรเคลื่อนเข้าสู่ลานจอดรถของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำอาคารสูงโปร่งและสว่างไสวด้วยไฟโทนอุ่นผนังกระจกสะท้อนแสงนีออนจากถนนและไฟทางเดินจนดูหรูหราและเงียบสงบรปภ.ที่ทางเข้าก้มศีรษะทักทายเธอด้วยท่าทีให้ความเคารพอย่างสูง
เธอเดินผ่านโถงล็อบบี้ที่ปูด้วยหินอ่อนขาวสะอาดเฟอร์นิเจอร์หนังแท้และไม้เนื้อดีจัดวางอย่างประณีต กลิ่นหอมอ่อน ๆของลาเวนเดอร์จากเครื่องพ่นกลิ่นสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบผู้มาเยี่ยมบางตาเพราะเป็นช่วงค่ำแล้ว มีเพียงพนักงานต้อนรับและพยาบาลประจำเคาน์เตอร์ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยรอยยิ้ม
ฉันไม่จำเป็นต้องแจ้งชื่อพนักงานทุกคนรู้จักเธอดีในฐานะแม่ของป่วยและเป็นผู้ดูแลหลัก กชกรเดินตรงไปยังลิฟต์พิเศษที่ใช้สำหรับผู้ป่วยVIP เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอก้าวเข้าไป ปลายนิ้วกดชั้นห้องพักของลูกชาย
ลิฟต์เคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลทุกอย่างเงียบจนได้ยินเพียงเสียงกลไกเบา ๆ ของลิฟต์และเสียงหัวใจของเธอเองที่ดังเต้นอย่างสงบ
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกกชกรก้าวออกมาเผชิญกับโถงทางเดินที่เงียบสงบ ปูพรมโทนสีครีมและทอง ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าและภาพวาดศิลปะร่วมสมัยผนังด้านข้างติดป้ายบอกห้องพักอย่างหรูหรา จนมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วยของลูกชาย มือเรียวแตะลูกบิดเบาๆ
เสียงบานประตูเลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบขาของเธอก้าวเข้าสู่ภายในห้องพักผู้ป่วย
ห้องพักระดับ Platinum Room ของโรงพยาบาลเอกชนบนชั้นนี้ ตกแต่งอย่างหรูหราและทันสมัยผนังสีครีมตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีโคมไฟทรงโมเดิร์นบนเพดานสาดแสงโทนอุ่นนุ่มนวลไปทั่วทั้งห้องพื้นไม้ลามิเนตเงางามสะท้อนเงาของเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นอย่างเรียบหรู
พื้นที่ภายในกว้างขวางมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจนด้านหนึ่งเป็นเตียงไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วยซึ่งตั้งอยู่ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถเปิดม่านรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ในขณะที่อีกด้านหนึ่งจัดเป็นมุมรับแขกและรับประทานอาหารมีโซฟาหนังแท้สีครีมขนาดใหญ่ โต๊ะกาแฟ และโต๊ะอาหารพร้อมชุดจานชามดีไซน์ร่วมสมัย
ถัดไปอีกเล็กน้อยคือพื้นที่สำหรับญาติมีเตียงเสริมคุณภาพดีสำหรับพักผ่อน ตู้เสื้อผ้าบิลต์อินขนาดใหญ่ พร้อมด้วยตู้เย็นกระติกน้ำร้อน ไมโครเวฟ และเครื่องชงกาแฟขนาดเล็กทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและสะท้อนถึงความเอาใจใส่ของโรงพยาบาลที่ต้องการให้ผู้ป่วยและญาติรู้สึกสะดวกสบายราวกับอยู่บ้าน
ในมุมห้องน้ำที่มองเห็นจากประตูทางเข้าประตูไม้บานใหญ่เปิดออกสู่ห้องน้ำขนาดใหญ่ซึ่งปูพื้นด้วยกระเบื้องกันลื่นผนังติดกระจกใสและมีราวจับสแตนเลสอย่างแน่นหนาภายในมีทั้งม้านั่งอาบน้ำและฝักบัวสายอ่อนพื้นที่กว้างพอสำหรับการเคลื่อนไหวได้อย่างไม่อึดอัด แม้แต่ในกรณีที่ต้องใช้รถเข็น
บนโต๊ะข้างเตียงมีแจกันดอกไม้สดสีสันของมันช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับห้องพักซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆของลาเวนเดอร์จากเครื่องพ่นกลิ่น
และที่เตียงผู้ป่วยนั้นสายตาของฉันหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลูกชาย ซึ่งนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาดดวงหน้าซีดเซียวลงเล็กน้อยจากปกติ เปลือกตาปิดสนิท ขนตายาวทอดเงาลงบนโหนกแก้มริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง สีผิวอ่อนลงเพราะพิษไข้และการพักฟื้นที่ยืดเยื้อ
แขนซ้ายของลูกซึ่งเป็นข้างถนัด ถูกพันผ้าพันแผลอย่างแน่นหนาและต่อเข้ากับชุดสายน้ำเกลือบริเวณแขนมีเฝือกพลาสติกใสแบบพิเศษบุวัสดุรองนุ่มสีขาวสะอาดคลุมตั้งแต่ใต้ข้อศอกจนถึงข้อมือ เฝือกช่วยพยุงแขนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมป้องกันการเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ได้รับการผ่าตัดเย็บซ่อมเส้นผิวของลูกชายที่โผล่พ้นจากเฝือกดูซีดจางกว่าปกติแต่ยังคงเผยให้เห็นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่หล่อหลอมจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องอย่างแน่นหนาและต่อเข้ากับชุดสายน้ำเกลือเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ได้รับบาดเจ็บยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
แม้ท่าทางจะสงบนิ่งแต่กล้ามเนื้อช่วงไหล่และอกยังคงขยับตามจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอแต่แผ่วเบาช่วยยืนยันกับแม่อย่างฉันว่าหัวใจของลูกชายยังคงเต้นอยู่
ฉันถอนสายตากลับมามองสามีที่นั่งหลับคอพับอยู่บนเก้าอี้โซฟาข้างเตียงแล็ปท็อปบนตักเปิดค้างไว้ เผยให้เห็นงานขียนที่ยังทำค้างไม่เสร็จความอ่อนล้าปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของชายสูงวัย
เธอเดินเข้าไปหาเขาอย่างเงียบเชียบค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ ยื่นมือออกไปแตะแขนสามีเบา ๆก่อนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเข้มงวดตามนิสัย
“คุณคะ...ตื่นได้แล้ว”
สามีของฉันขยับตัวเล็กน้อยเปลือกตาค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ ใบหน้ายังมีร่องรอยความง่วงงุนชัดเจน
“อืม... ตุ๊กเหรอ นี่กี่โมงแล้ว?”
“ยังไม่ดึกมากหรอกค่ะ คุณกลับบ้านไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ตุ๊กจะเฝ้าลูกเอง”
สามีส่ายหน้าเบาๆ เอ่ยค้านด้วยเสียงแหบแห้งของคนที่อดนอนมาทั้งวัน
“พ่อยังไหว วันนี้ก็นั่งอยู่เฉยๆ เอง ไม่ได้หนักหนาอะไรหรอก”
ฉันถอนหายใจเบาๆ เม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อยอย่างที่ทำทุกครั้งเวลาไม่พอใจแต่ก็ยังคงน้ำเสียงหนักแน่นและแฝงความห่วงใย
“ไม่ได้ค่ะ คุณนั่งหลังขดหลังแข็งเฝ้ามาทั้งวันแล้ว ตุ๊กไม่อยากให้คุณพาลป่วยไปอีกคนเข้าใจไหม”
สามีทำท่าจะค้านอีกครั้งแต่ฉันเอานิ้วชี้จิ้มที่ปากของเขา จากนั้นใช้สายตาจ้องมองอย่างจริงจังจนเขาต้องยอมจำนน
“ก่อนกลับก็ล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยนะ สภาพคุณตอนนี้ดูไม่ได้เลยใครเห็นเข้าจะเสียมาดนักเขียนมีชื่อหมด แถมเขาจะคิดว่าคุณเป็นคนไข้เสียเองด้วย”
คนเป็นสามีถอนหายใจยาวก่อนจะยิ้มจาง ๆ ออกมาอย่างยอมแพ้ลุกขึ้นเตรียมเดินไปยังห้องน้ำตามคำสั่งของภรรยาอย่างว่าง่าย
“แม่ก็ยังเข้มงวดเหมือนเดิม...แล้ววันนี้งานที่ร้านเป็นยังไงบ้างล่ะ ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
ฉันพยักหน้ารับเบาๆ
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีตุ๊กกับพิมพ์ช่วยกันดูแล ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง คุณไปพักผ่อนให้เต็มที่ดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
เสียงประตูห้องน้ำปิดลงอย่างเงียบเชียบปล่อยให้ห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
กชกรยืนอยู่ข้างเตียงของลูกชายแสงไฟโทนอุ่นละมุนที่ส่องอยู่ภายในห้องขับเน้นให้ภาพที่ปรากฏดูอบอุ่นอ่อนโยนทอดสายตามองลูกที่หลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงหา นิ้วเรียวยาวของเธอค่อย ๆเอื้อมไปลูบเรือนผมที่ยุ่งเหยิงของเขาอย่างแผ่วเบา
สัมผัสที่นิ้วมือของเธอแตะลงบนเส้นผมของลูกชายทำให้หัวใจของกชกรกระตุกวูบความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันมากเกินกว่าความรักของแม่ลูกธรรมดา มันอ่อนหวาน ลึกซึ้งและแฝงไปด้วยความโหยหาที่ซ่อนเร้นเอาไว้ใต้หน้ากากของแม่ที่เข้มแข็งมาตลอดชีวิต
ฉันไล้ปลายนิ้วผ่านแก้มที่อบอุ่นของเขาอย่างอ้อยอิ่งรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วเบาของลูกที่กำลังหลับภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความรักที่ลึกล้ำเกินกว่าคำว่าแม่ลูกแต่มันกลับชัดเจนและมั่นคงจนเธอไม่อาจปฏิเสธหรือหักห้าม
สิ่งที่ทำให้กชกรเสียเปรียบมาโดยตลอดก็คือถึงโกรธมากเท่าไหร่เธอก็หัวร้อนแป๊บเดียวหายต่อให้เศร้ายังไงอาการก็ไม่ชัดเจนเท่าคนอื่น ไม่ว่าเสียใจแค่ไหนก็บีบน้ำตาได้ยากเย็นเหลือเกินหรือเจอเรื่องเลวร้ายจะแทบแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ เธอก็ไม่เคยสลดให้ใครเห็น คนส่วนใหญ่เลยมองไม่ออกว่าจริงๆ แล้วเธอรู้สึกอย่างไรบ้าง
เธอเลยถูกเอาเปรียบเพราะใครๆ ต่างก็คิดว่า คนที่โชคดีเหมือนมีความสมบูรณ์พร้อมเช่นเธอเป็นคนแข็งแกร่งและเสียใจไม่เป็น ทั้งที่จริงเธอก็เหมือนคนทั่วไปที่เศร้าใจ น้อยใจและทุกข์ใจได้ไม่ต่างกัน แต่พอไม่เคยคร่ำครวญออกมา ไม่ค่อยแสดงออกให้ใครรับรู้เลยมักจะถูกมองข้ามความรู้สึกอยู่บ่อยครั้ง
พอเจออะไรแบบนี้มากๆ เข้าจึงทำให้ชาชินจนเฉยเมยต่อไปทีละน้อย
ทว่านับตั้งแต่เธอตั้งครรถ์และคลอดลูกออกมาเธอก็เลิกใส่ใจต่อปมปัญหานี้ และให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งพอได้ประสบพอเจอเหตุการณ์ที่ลูกต้องเฉียดตายความรู้สึกทั้งหมดที่ถูกความชาชินกดทับก็พรั่งพรูออกมาพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่าทำไมถึงไม่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองให้มากกว่านี้
ฉันโน้มตัวลงช้าๆ ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของลูกอย่างนุ่มนวลความรักและความโหยหาเอ่อล้นออกมาจากหัวใจที่เต้นระรัว จากนั้นเลื่อนริมฝีปากลงมาแตะสันจมูกไล้ปลายจมูกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของลูก ฉันหลับตา ค่อย ๆกดจูบอย่างอ่อนโยนความรู้สึกอันลึกซึ้งที่เก็บซ่อนอยู่ภายในถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสนั้น
แต่ในขณะที่กำลังจะผละออกสัมผัสที่ริมฝีปากกลับเปลี่ยนไปเธอรู้สึกถึงความร้อนของปลายลิ้นที่แทรกเข้ามาในโพรงปากของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
“...!”
ดวงตาที่เพิ่งลืมขึ้นมีแววปรารถนาเข้มข้นแม้ยังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นมือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บค่อย ๆ ยกขึ้นประคองท้ายทอยของฉัน ก่อนจะดึงใบหน้าของฉันลงมามากขึ้นลิ้นของลูกแทรกเข้ามาเกี่ยวพันกับลิ้นของฉันอย่างชำนาญและเร่าร้อน
ปลายลิ้นของลูกวนไล้แตะตามเพดานปากและเกี่ยวกระหวัดลิ้นของฉันความนุ่มหยุ่นและแรงดูดที่เขาใช้ทำเอาหัวใจของคนเป็นแม่เต้นระส่ำ เสียงครางอือ ๆอา ๆ ของพวกเราแม่ลูก แผ่วเบาหลุดออกจากลำคออย่างไม่อาจหักห้าม
“อื้อ...”
ฉันพยายามจะผละหนีแต่ลิ้นของลูกกลับตามติดไม่ปล่อย ลากไล้และเกี่ยวกระหวัดอย่างรุนแรงขึ้นทุกทีความเร่าร้อนที่แลกเปลี่ยนกันผ่านโพรงปากทำให้สติของฉันเริ่มพร่าเลือนลมหายใจถี่กระชั้น ริมฝีปากเผยอรับการจู่โจมของลูกชายอย่างเต็มใจโดยไม่ทันรู้ตัว
โพรงปากของทั้งสองเต็มไปด้วยเสียงแลกเปลี่ยนกามอารมณ์อันดังชัดเจนเสียงลิ้นพันเกี่ยวกันและเสียงหายใจที่หนักหน่วงฮืดฮาดทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความกระหายเสียงดูดริมฝีปากและเสียงน้ำลายที่แลกเปลี่ยนกันยิ่งปลุกเร้าให้ความต้องการทางเพศของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ลูกใช้ปลายลิ้นกระหวัดลิ้นของฉันอย่างหนักหน่วงก่อนจะดูดแรง ๆ จนเธอสะดุ้ง ร่างกายสั่นไหวมือของเขาที่ประคองท้ายทอยเลื่อนลงมาที่เอวของเธอ กดให้ร่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น
มือของฉันที่เผลอไปวางลงบนหัวหน่าวของลูกรู้สึกถึงความแข็งขืนของแท่งเอ็นลูกชายที่ดุนดันอยู่ใต้ผ้าห่มความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้ฉันขนลุกวาบความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นกลับร้อนแรงเกินกว่าจะต่อต้านริมฝีปากเผยอรับการจูบอย่างเร่าร้อน ลิ้นของเธอเกี่ยวตอบอย่างเผลอไผล
เสียงหายใจหนักหน่วงของทั้งสองดังก้องในความเงียบสงัดของห้องพักทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยแรงปรารถนาเสียงริมฝีปากที่ดูดกลืนและเสียงน้ำลายที่เชื่อมโยงโพรงปากของทั้งสองดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
คืนนี้...ความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครควรล่วงรู้ กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ความเงียบงันของห้องพักที่มีพ่อแม่ และลูกชาย กับความต้องการที่ไม่อาจหักห้าม