ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง

    ตอนที่ 42 คุณชายสามเฉิน

            เสี่ยวเฟิงเห็นเจ้านายกลับมาก็โล่งใจ การกระทำของบ่าวรับใช้สร้างความขบขันให้กับฮั่วหนานอัน

            “เจ้าคงกลัวว่าข้าจะก่อเรื่องสิท่า”

            “ข้าน้อยกลัวนายท่านถูกหาเรื่องต่างหาก ไม่รู้ว่าคนที่นายท่านทำขาหัก จะส่งคนออกตามล้างแค้นหรือไม่”

            “อย่ากังวลไปเลย”

            กล่าวจบก็ผลักประตูเข้าไปในห้อง จึงพบว่าบุตรสาวทั้งสองกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง โดยมีมารดาคอยพัดวีให้

            “พวกนางหลับไปนานหรือยัง” ออกเดินทางกันมาตั้งแต่เช้า เด็กทั้งสองคงอ่อนเพลีย

            “หลับไปสักพักแล้ว ท่านทำธุระเสร็จหรือยัง”

            “เสร็จแล้ว” ยื่นตั๋วเงินปึกหนึ่งให้กับภรรยา “ขายมันได้ห้าร้อยตำลึง”

            “ท่านขายมันได้มากเพียงนี้เชียวหรือ”

            หยกแขวนชิ้นนั้น ราคาซื้อขายที่เมืองหลวงคงไม่เกินสามร้อยตำลึง ไม่คิดเลยว่าโรงรับจำนำในอำเภอจางหลินจะจิตใจงดงามถึงขนาดยอมขาดทุน

            “การขายสิ่งของขึ้นอยู่ที่การพลิกลิ้น ข้าเพียงหลอกล่อว่าหยกถูกแกะสลักโดยปรมาจารย์หยาง ตาเฒ่าผู้นั้นก็เชื่อว่ามันคือเรื่องจริง”

            ฮั่วหนานอันยกมือขึ้นป้องปาก หัวเราะเสียงแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของบุตรสาวทั้งสอง

            หวังซื่อนึกถึงหยกแขวนชิ้นนั้น ผู้ใดที่ไม่คุ้นเคยกับผลงานของปรมาจารย์หยวน มักจะถูกหลอกโดยของลอกเลียนแบบ และฝีมือการแกะสลักหยกแขวนที่สามีของนางเก็บได้ คล้ายคลึงกับฝีมือของปรมาจารย์หยวนราวกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียว

            สำหรับหวังซื่อที่คุ้นเคยกับฝีมือปรมาจารย์ชื่อเสียงโด่งดังในด้านการแกะสลักหยก มองเพียงแวบแรกก็รู้แล้วว่ามีหนึ่งจุดที่แตกต่าง ไม่คิดว่าสามีของนางก็มองเรื่องนี้ออก จนนำไปสู่การหลอกลวง สักวันบุรุษผู้นี้จะถูกคนที่ไปหลอกตามมาเอาเรื่อง

            “ข้าจะปลุกพวกนางให้ตื่น”

            “เจ้าปลุกพวกนางลุกขึ้นเถิด ข้าจะพาพวกเจ้าไปกินมื้อเที่ยงที่ภัตตาคารฟู่หยวน หลังจากนั้นเดินเลือกซื้อข้าวของอีกสักหน่อย ค่อยเดินทางกลับ”

            คำว่าภัตตาคารฟู่หยวน ทำให้มือของหวังซื่อที่กำลังจะยื่นไปปลุกบุตรสาวทั้งสองชะงัก “อาหารที่ภัตตาคารฟู่หยวนราคาแพง พวกเรากินมื้อเที่ยงที่ร้านแผงลอยก็ได้”

            เขายอมเสียเงินเพื่อให้พวกตนพักรออยู่ในโรงเตี๊ยม แล้วยังคิดจะไปกินอาหารในภัตตาคารหรูหราอย่างฟู่หยวน เงินที่ได้มาจากการขายหยกคงถูกใช้หมดลงภายในไม่กี่วัน

            ฮั่วเจินจูกับฮั่วหมิงจูไม่ต้องให้มารดาปลุก พวกนางทั้งสองก็ตื่นขึ้นมาเอง เพราะได้ยินเสียงของบุพการีทั้งสองพูดคุยกัน

            “ท่านพ่อจะพาพวกเราไปกินมื้อเที่ยงที่ภัตตาคารฟู่หยวนหรือเจ้าคะ”

            ฮั่วหมิงจูยกมือขึ้นลูบใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มของตนเอง

            “ใช่แล้วล่ะ วันนี้ท่านอาสามเฉินของพวกเจ้าสองคนเดินทางมายังภัตตาคารฟู่หยวน สาขาจางหลินด้วยล่ะ”

            มีเพียงฮั่วหมิงจูเท่านั้นที่ทราบว่าคุณชายสามเฉินคือสหายของบิดา ส่วนฮั่วเจินจูสงสัยว่าตนมีญาติสกุลเฉินตั้งแต่เมื่อไหร่

            ฮั่วหนานอันยอมจ่ายค่าโรงเตี๊ยมหนึ่งร้อยอีแปะ เพื่อเปิดห้องให้กับภรรยาและบุตรพักผ่อนเพียงครึ่งชั่วยาม หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางมายังภัตตาคารฟู่หยวน

            เสี่ยวเอ้อที่เคยจัดแถวต้อนรับอยู่หน้าภัตตาคารหายไป แสดงว่าคนที่ตนต้องการพบเดินทางมาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “ยินดีต้อนรับทุกท่าน มิทราบว่าต้องการ……”

            “ข้าต้องการห้องส่วนตัวที่มองเห็นสวนดอกไม้”

            เสี่ยวเอ้อยังกล่าวไม่จบ ฮั่วหนานอันก็แจ้งความประสงค์ขึ้นเสียก่อน ภัตตาคารฟู่หยวนทุกแห่งถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ด้านหลังคือห้องส่วนตัวที่มองเห็นสวนดอกไม้และน้ำตกจำลอง บรรยากาศเช่นนี้ถูกตกแต่งอยู่ในภัตตาคารฟู่หยวนทุกสาขา

            “เชิญทุกท่านขอรับ”

            เสี่ยวเอ้อไม่ได้สงสัยเลยว่าคนพวกนี้มีเงินหรือไม่ ดูจากการแต่งกาย พวกเขาแต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น

            แต่สิ่งที่เสี่ยวเอ้อยอมพาพวกเขาไปยังห้องส่วนตัวด้านหลังร้านที่มีราคาแพง เพราะคิดว่าพวกเขาเป็นบุคคลร่ำรวยที่ปลอมตัวมาท่องเที่ยว ดูจากหน้าตาและผิวพรรณ ชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะมีผิวพรรณดีเช่นนี้ แถมหน้าตาของพวกเขาก็งดงามราวกับเทพเซียน

            “ท่านพี่”

            หวังซื่อพยายามเตือนสติสามี ให้นึกถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกตนในตอนนี้ เงินที่ได้มาจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมิได้ ไม่รู้ว่าพวกตนจะต้องทนลำบากอยู่ในชนบทอีกนานเท่าใด

            “ท่านแม่ไม่ต้องห่วง รับรองว่ามื้อนี้พวกเราไม่ต้องจ่ายสักอีแปะแน่นอน” ฮั่วหมิงจูแหงนหน้าบอกกับมารดา

            เสี่ยวเอ้อที่เดินนำทางหยุดเดินกะทันหัน จนคนด้านหลังเกือบชน

            “เจ้าหยุดเพราะเหตุใด” ฮั่วหนานอันเสียงแข็ง ส่งสายตาตำหนิให้กับเสี่ยวเอ้อของภัตตาคารฟู่หยวน

            “ข้าน้อยขออภัยทุกท่านด้วยขอรับ” เสี่ยวเอ้อไม่รู้จะทำอย่างไร คำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยเมื่อสักครู่ คล้ายกับพวกที่ชอบชักดาบ

            มิต้องจ่ายเงินสักอีแปะ! ฟังดูแล้วต้องจับตาครอบครัวนี้เอาไว้ให้ดี อย่าให้กินเสร็จแล้วหลบหนีโดยไม่จ่ายเงิน

            “ว้าว! สวนดอกไม้งามมากเจ้าค่ะ”

            ฮั่วหมิงจูชะเง้อคอมองสวนดอกไม้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าร้านอาหารจะสร้างบรรยากาศคล้ายคลึงกับอุทยานดอกไม้

            ท่าทางและแววตาที่คนในครอบครัวแสดงออกมา ทำให้ฮั่วหนานอันคิดไม่ผิดที่พาพวกเขามาที่นี่ ถ้าอยู่ที่จวนภาพพวกนี้คงเห็นมันทุกวันจนเบื่อ แต่พอต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านประมงขนาดเล็ก วันๆ เห็นแต่ทะเลกับภูเขา

            “ทุกคนสั่งอาหารเร็วเข้า” ฮั่วหนานอันบอกกับคนในครอบครัว

            “วันนี้กินดื่มให้เต็มที่ กินอิ่มแล้วพวกเราจะสั่งกลับไปให้แม่นมเจียงด้วย”

            มีเพียงฮั่วหมิงจูที่กระตือรือร้นในการสั่งอาหาร หวังซื่อกับบุตรสาวคนโตนั่งนิ่งไม่กล้าสั่งอาหารราคาแพงหูฉี่ อาหารในภัตตาคารฟู่หยวนถูกสุดคือราคาจานละหนึ่งตำลึง แพงสุดคือจานละหนึ่งร้อยตำลึง

            เสี่ยวเฟิงไม่แตกต่างจากสองแม่ลูกสักเท่าไหร่ เขายังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง กวาดสายตามองราคาอาหารแต่ละจาน

            ฮั่วหนานอันไปกระซิบบางอย่างกับเสี่ยวเอ้ออยู่สักพัก แล้วค่อยกลับมานั่งที่เดิม

            “พวกเจ้าจะนั่งมองอีกนานหรือไม่ อยากกินอะไรก็สั่งเร็วเข้า มากับฮั่วหนานอันไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน”

            “ยามที่ท่านพ่อออกไปเที่ยวเตร่ ท่านใช้เงินแบบนี้เองหรือ มิน่าล่ะท่านป้ารองถึงได้บ่นว่าท่านใช้เงินสิ้นเปลืองราวกับน้ำไหลหลาก”

            ฮั่วเจินจูเคยได้ยินท่านป้ารองรายงานท่านย่าถึงการใช้เงินมือเติบของบิดา ท่านย่าได้ฟังเกือบเป็นล้มหมดสติ จึงเรียกท่านพ่อไปตักเตือน ท่านพ่อหาได้ฟังคำเตือนไม่ ท่านแม่จึงต้องนำสินเดิมออกมาใช้ ไม่ยอมแตะต้องเบี้ยหวัดที่บ้านสามได้จากส่วนกลางแม้แต่น้อย เบี้ยหวัดบ้านสามจึงไปตกอยู่ในมือของท่านพ่อเพียงคนเดียว

            “เด็กน้อย เจ้าจะไปรู้อันใด มีเงินก็ต้องใช้ออกไป เก็บไว้มากเดี๋ยวผู้คนจะอิจฉา เกิดพวกเราถูกยึดทรัพย์ขึ้นมาจะไม่เสียดายแย่หรือ” ฮั่วหนานอันหันไปสั่งสอนบุตรสาวคนโต

            หวังซื่อแสดงออกทางสีหน้าว่าไม่พอใจกับคำสั่งสอนของสามี ทว่านางยังคงความเป็นสตรีที่พูดน้อย หรืออาจเหนื่อยในการโต้แย้งกับสามีไม่ได้ความผู้นี้

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง ที่คุณอ่าน