บทที่ 27 การพบปะของสองตระกูล
สีหน้าของแม่เฒ่าเว่ยดูแย่มาก
นางโกรธจนแทบระงับไว้ไม่อยู่ อยากจะตรงไปเผชิญหน้ากับนางผูเสียประเดี๋ยวนี้ แต่ก็ไม่อยากให้หลานสาวตัวน้อยต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่สกปรกเช่นนี้ จึงได้แต่ข่มความโกรธไว้ พาอวี้หย่งไหวและซิ่งซิ่งกลับไปยังบ้านสกุลอวี้ก่อน จากนั้น แม่เฒ่าเว่ยก็ให้หลานชายคนโตไปตามพ่อเฒ่าอวี้ที่กำลังทำนาอยู่กลับมา
หลังจากที่แม่เฒ่าเว่ยพูดกับพ่อเฒ่าอวี้ไม่กี่คำ สีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนไป
ทั้งแม่เฒ่าเว่ยและพ่อเฒ่าอวี้มีสีหน้าเคร่งเครียด ต่างกำชับหลี่ชุนฮวาว่า “หากค่ำนี้พวกเรายังไม่กลับ พวกเ้าไม่ต้องรอก็ได้ กินข้าวกันไปก่อนเลย”
หลี่ชุนฮวาไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยังคงตอบรับ
ทั้งสองคนจึงรีบตรงไปยังตระกูล ผ่านไปครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งพระจันทร์ลอยขึ้นเหนือยอดไม้ ซิ่งซิ่งก็หลับไปบนเตียงแล้ว สองคนสามีภรรยาเฒ่าจึงรีบเร่งกลับมา
ซิ่งซิ่งหลับ ๆ ตื่น ๆ ในใจของนางก็ยังคงเป็ห่วงปู่ย่าตลอดเวลา จึงนอนหลับไม่สนิท
ดังนั้น เมื่อแม่เฒ่าเว่ยกับพ่อเฒ่าอวี้เข้ามาในห้อง แม้ว่าจะพูดกันด้วยเสียงเบา เด็กน้อยก็ตื่นขึ้นมา
นางขยี้ตา และได้ยินเสียงป้าสะใภ้ใหญ่ หลี่ชุนฮวา กำลังตักข้าวที่อุ่นไว้บนเตาให้แม่เฒ่าเว่ยกับพ่อเฒ่าอวี้
“พ่อ แม่ กินข้าวกันก่อนเถอะ กำลังร้อน ๆ เลย” หลี่ชุนฮวากระซิบ
ซิ่งซิ่งยังคงนอนหลับตาแกล้งทำเป็หลับต่อ ไม่ขยับเขยื้อน เพื่อไม่ให้เป็การรบกวนปู่ย่ากินข้าว
ม่านประตูถูกเปิดออกแล้วปิดลงอย่างแ่เบา เป็หลี่ชุนฮวาที่ออกไปแล้ว
เฒ่าอวี้กับย่าเฒ่าเว่ยเริ่มคุยกันเสียงเบา ขณะที่กินข้าวไปด้วย
"นางผูนี่ร้ายกาจเกินไปแล้ว! ตลอดครึ่งปีมานี้ เ้าอวี้หลังค่อมทุ่มเทให้หล่อนแค่ไหน เงินที่หามาได้อย่างยากลำบากก็เอาไปให้หล่อนรักษาตัวจนหาย หมดไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่… สุดท้ายได้ผลลัพธ์แบบนี้มาอย่างนั้นหรือ!"
"หล่อนช่างกล้าจริง ๆ ตะไบเลื่อยบันไดทุกวัน! รอวันที่เ้าอวี้หลังค่อมพลาดตกบันไดตายเหมือนอย่างวันนี้!"
ซิ่งซิ่งฟังไม่ค่อยรู้เื่ คิดอย่างงุนงงว่า ทำไมท่านย่าถึงดูโกรธขนาดนั้น
พ่อเฒ่าอวี้ดื่มโจ๊กแล้วถอนหายใจเบา ๆ “ชีวิตเ้าอวี้หลังค่อมช่างน่าสงสาร”
แม่เฒ่าเว่ยยังคงไม่หายโกรธ “...นางผูคงคิดไม่ถึงว่า พวกเราจะรู้เื่ชู้รักของหล่อนสินะ ถึงยังกล้าเถียงข้าง ๆ คู ๆ! ถุย! คนในหมู่บ้านเห็นหล่อนกับชู้กลิ้งเกลือกอยู่บนกองฟางกับตา!”
"ใจเย็น ๆ ก่อน" พ่อเฒ่าอวี้ปลอบโยนภรรยา "ตอนนี้นางผูกับชู้รักโดนจับมัดขังไว้ในห้องเก็บฟืนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยสอบสวน ตระกูลเราก็ต้องทวงความเป็ธรรมให้เ้าอวี้หลังค่อมอยู่แล้ว"
แม่เฒ่าเว่ยยังคงโศกเศร้า "ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะซิ่งซิ่ง ...ไม่แน่ว่าตอนที่เ้าอวี้หลังค่อมตายไปแล้ว นางสารเลวนั่นกับชู้รักยังคงลอยนวลอยู่ในบ้านที่เ้าอวี้หลังค่อมเก็บเงินครึ่งค่อนชีวิตกว่าจะสร้างได้..."
นางพูดอย่างเศร้าสร้อย ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"กินข้าวก่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยไปกัน" พ่อเฒ่าอวี้ปลอบใจแม่เฒ่าเว่ย "อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการอดอาหารเลย"
แม่เฒ่าเว่ยบ่นพึมพำอีกสองสามประโยคก็ไม่พูดอะไรอีก บรรยากาศในห้องเหลือเพียงเสียงช้อนและชามกระทบกัน
ซิ่งซิ่งฟังอย่างงุนงง พอแม่เฒ่าเว่ยกับพ่อเฒ่าอวี้เบาเสียงลง นางก็เริ่มรู้สึกเคลิ้มแล้วผล็อยหลับไป
พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็วันใหม่แล้ว
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ พ่อเฒ่าอวี้กับแม่เฒ่าเว่ยเล่าเื่นายอวี้หลังค่อมกับนางผูให้ฟัง อวี้ต้าหนิวถึงกับโกรธจนเืขึ้นหน้า "เื่นี้ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้!"
พ่อเฒ่าอวี้ดื่มโจ๊กคำสุดท้าย แล้วเช็ดปาก "วันนี้พ่อกับแม่ตกลงกันว่า พวกเราจะไปกันหมด คาดว่าวันนี้คงต้องไปทะเลาะกับทางบ้านนั้น พวกเราไปช่วยกันหน่อยนะ"
เื่นี้ไม่ใช่แค่เื่ของนายอวี้หลังค่อมกับนางผู แต่ยังมีเื่ของชู้รักที่นามสกุลเซี่ยงอีกด้วย
สถานที่ที่มีประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามกลับเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น ทางตระกูลจำเป็ต้องจัดการแน่นอน
มิฉะนั้น เมื่อถึงเวลา คนที่มีแซ่เดียวกันเดินออกไปข้างนอกก็จะเสียหน้า ถูกผู้คนชี้นิ้วนินทา
ผู้หญิงคนอื่น ๆ เวลาจะแต่งงานเข้ามาในตระกูลนี้ ก็ต้องคิดให้ดี ๆ ว่าการแต่งเข้าตระกูลที่ไม่เอาไหนเช่นนี้ ต่อไปถ้ามีเื่อะไรเกิดขึ้น คนในตระกูลนี้จะยืนหยัดปกป้องพวกหล่อนหรือไม่
ดังนั้น เื่ที่ตระกูลผูเกี่ยวข้องกับการวางแผนทำร้ายนายอวี้หลังค่อม ดูเหมือนจะเป็เื่ส่วนตัว แต่ที่จริงแล้วเป็เื่สำคัญที่สุดของทั้งตระกูลอวี้ในตอนนี้
ผู้ชายที่เป็ผู้ใหญ่ในตระกูลอวี้ต่างพยักหน้ารับ ทุกคนกำหมัดแน่น
ส่วนเด็ก ๆ ในตระกูลอวี้ แม้พวกเขาจะอายุน้อย แต่เมื่อตระกูลเกิดเื่ใหญ่เกี่ยวกับการวางแผนฆ่าคนเช่นนี้ พวกเขาในฐานะลูกหลานตระกูลอวี้ ย่อมต้องไปด้วยแน่นอน
เด็ก ๆ หลายคนเคยเห็นนายอวี้หลังค่อมมาก่อน เมื่อได้ยินว่าเขาถูกภรรยาใหม่ทำร้ายจนเกือบตาย ทุกคนต่างโกรธจนทนไม่ไหว พูดด้วยความแค้นเคืองว่าจะต้องไปช่วยอารองเรียกร้องความยุติธรรมให้ได้!
มีเพียงซิ่งซิ่งที่ไม่รู้เื่อะไรเลย
ทุกคนกำลังพูดอะไรกันนะ ดูเหมือนจะตื่นเต้นกันมากเลย...
ซิ่งซิ่งมองสิ่งนี้ทีสิ่งนั้นทีด้วยความสับสน
เมื่อทุกคนในตระกูลอวี้ต้องออกไป ซิ่งซิ่งก็ต้องถูกพาไปด้วยเช่นกัน
ถึงแม้อวี้หย่งหลิ่วจะดูบอบบาง แต่เขาก็เป็คนช่างสังเกตและฉลาดเฉลียว พวกเขาจึงวางใจในตัวเด็กชายเสมอ แม่เฒ่าเว่ยจึงกำชับอวี้หย่งหลิ่วว่าให้พาซิ่งซิ่งอยู่ห่างจากผู้คน
อวี้หย่งหลิ่วพยักหน้ารับคำ
ทุกคนในตระกูลอวี้มุ่งหน้าไปยังหุบเขาเป่ยหม่าง
เมื่อทั้งครอบครัวไปถึง ญาติคนอื่น ๆ ในตระกูลอวี้ก็ทยอยกันมาสมทบ
แม้ทุกคนในตระกูลจะยังมาไม่ครบ แต่ก็มีคนในตระกูลอวี้มารวมตัวกันเกือบร้อยคนแล้ว พวกเขามารวมตัวกันที่ลานตากข้าวในหุบเขาเป่ยหม่างอย่างคับคั่ง
เหล่าบุรุษยืนอยู่ด้านใน ทุกคนล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม
ส่วนเหล่าสตรี เื่สำคัญของตระกูลมักให้พวกนางเพียงแค่แสดงตัว พวกนางจึงจับกลุ่มคุยกันด้วยเสียงเบาอยู่รอบนอกวงของเหล่าบุรุษ พูดคุยเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเมื่อใดก็ตาม
ส่วนเด็ก ๆ ในตระกูลอวี้ก็รวมกลุ่มกันเอง อวี้หย่งหลิ่วพาซิ่งซิ่งไปทักทายพี่ชายและพี่สาวในตระกูลก่อน
เด็ก ๆ หลายคนมองซิ่งซิ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นี่หรือ น้องสาวที่ท่านปู่ห้ารับมาเลี้ยง" เด็กคนหนึ่งในตระกูลอวี๋พูดอย่างตรงไปตรงมา "ก็ไม่ได้ต่างอะไรนี่ ก็มีสองตา จมูกเดียว ปากเดียวเหมือนกัน มีอะไรแปลก?"
อวี้หย่งหลิ่วไม่พอใจ
จะว่าเขาไม่ดีอย่างไรก็ได้ แต่ถ้ามาว่าน้องสาวเขาไม่ดีล่ะก็ ขอโทษด้วย เราไม่จบกันแน่!
อวี้หย่งหลิ่วจูงมือซิ่งซิ่งด้วยท่าทางองอาจ "ดูไม่ออกรึไง? น้องซิ่งซิ่งคือนางฟ้าประจำบ้านเราเลยนะ!"
เด็กชายเริ่มเล่าเื่ราวต่าง ๆ นับั้แ่ที่บ้านเขารับเลี้ยงซิ่งซิ่งมา
ลีลาการเล่าเื่ของอวี้หย่งหลิ่วค่อนข้างต่างจากแบบที่อวี้หย่งไป๋ชอบเล่าแบบตื่นเต้นเร้าใจ
ลีลาของอวี้หย่งหลิ่วจะทำให้คนฟังรู้สึกว่า "โอ้โห ถึงจะฟังไม่ค่อยรู้เื่ แต่ฟังแล้วรู้สึกว่ามันต้องสุดยอดมากแน่ ๆ"
เื่เล่าของเขาทำให้พี่น้องในตระกูลต่างพากันอ้าปากค้าง เมื่อตั้งสติได้ก็พากันชื่นชม และมองซิ่งซิ่งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป บางคนถึงกับเอื้อมมือมาลูบมือเล็ก ๆ ของซิ่งซิ่ง บอกว่าขอััโชคลาภหน่อย!
ซิ่งซิ่งเป็เด็กใจกว้าง ไม่ถือสา แม้จะมีคนพูดจาไม่ค่อยดีกับนาง แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจ ยิ้มร่าแล้วแบมือออกให้เขาจับ
ฝั่งตระกูลอวี้กำลังอลหม่านเสียงดังโหวกเหวกโวยวายกันใหญ่ ไม่นานนัก ฝั่งตระกูลเซี่ยงก็ยกคนมาสมทบ
ตระกูลอวี้นั้นตั้งรกรากอยู่บริเวณูเาหลางเสินแห่งนี้มานานหลายชั่วอายุคน ลูกหลานล้นฟ้าแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วทั้งหุบเขา ตระกูลเซี่ยงนั้นแม้จะมีจำนวนไม่น้อย แต่หากเทียบกับตระกูลอวี้แล้วยังถือว่าเป็รองอยู่หลายขั้น
พวกเขาจึงไปเชื้อเชิญตระกูลน้อยใหญ่ที่สนิทสนมกันเป็อย่างดี แม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านจากหุบเขาเป่ยหมางโกวก็ยังมา
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าฝั่งตระกูลเซี่ยงจะมีเพียงไม่กี่สิบคน แต่ตอนยกขบวนมาก็ดูยิ่งใหญ่อลังการราวกับกองทัพนับพันนับหมื่น
ตระกูลอวี้เองก็ไม่ใช่หมูที่จะให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ ทั้งสองฝ่ายจึงเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด
ผู้าุโที่เป็ตัวแทนของตระกูลเซี่ยงในครั้งนี้ เป็ชายชราผมหงอกเคราขาว
ซิ่งซิ่งมองจากที่ไกล ๆ แล้วรู้สึกว่าท่านปู่ผู้นี้ช่างมีรูปร่างหน้าตาประหลาด ใบหน้าของเขาดูคล้ายกับตั๊กแตน
นางจึงแอบกระซิบถามอวี้หย่งหลิ่ว พอเด็กชายได้ฟังก็หลุดขำออกมา ก่อนจะตอบนางอย่างมั่นใจว่า "ใช่แล้ว นั่นน่ะตั๊กแตนชัด ๆ!"