เซียวฉีสยงพยักหน้า เอ่ยกำชับ “ต้องระมัดระวังตัวในทุกเรื่องโดยเฉพาะงานเลี้ยงในตอนค่ำ”
เซียวอวี้ยิ้มรับความมั่นใจแรงกล้าในรอยยิ้มทำให้เซียวฉีสยงลอบทอดถอนใจลึกๆ ทีหนึ่งลูกชายของตนเองคนนี้ทำอะไรเป็นลำดับขั้นตอน จำเป็นที่ตนเองจะต้องกังวลใจอีกหรือ
นอกจวนสกุลเซียวซูเฮ่าพิงกำแพงอย่างเอ้อระเหยลอยชายหลังจากเห็นเซียวอวี้เดินออกมาดวงตาเปล่งประกายขึ้นทันควัน รีบเดินตรงเข้ามา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ให้ตายสิ สหายเซียว ข้ารอเจ้านานแล้วนะ”
เซียวอวี้เหลือบมองซูเฮ่าเอ่ยขึ้นเรียบเฉย “พูดจาให้มันรู้เรื่องหน่อย”
“บ้าเอ๊ยไปคฤหาสน์บนเขาจูเชวี่ยเป็นเพื่อนหน่อย ข้าดันประหม่าน่ะ”
ทั้งคู่ก้าวขึ้นรถม้าหรูหราที่ซูเฮ่านำมาเซียวอวี้พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าเจ้านัดกับหลี่เสียวอวี่ แล้วให้ข้าไปทำอะไร”
“ครั้งก่อนหลังเจอนางแล้วข้าถามใจตัวเองหลายครั้งหลายหน” ซูเฮ่ากำลังจะพล่ามบ่นไร้สาระไปเรื่อยไม่หยุดเซียวอวี้ทนไม่ไหวเตรียมจะลงจากรถ เขาจึงรีบเอ่ยขึ้น “ก็ได้ข้ายอมรับว่าข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับนาง ครั้งนี้ข้าจะไปยกเลิกสัญญาหมั้นหมายพาเจ้าไปด้วย เพราะมีจุดประสงค์สองประการ ถึงอย่างไรยกเลิกการหมั้นหมายก็เป็นเรื่องน่าอับอายข้าจำเป็นต้องพาคนไปเป็นกำลังใจให้ อีกอย่างข้ารู้สึกว่านางสนใจเจ้ามากถ้าสามารถเป็นพ่อสื่อให้พวกเจ้าได้ นั่นก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันนะ”
เซียวอวี้เอ่ยด้วยความหน่ายระอา“เอาเถอะ ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าก็ได้ แต่สำหรับความหวังดีของเจ้าข้าขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่เจ้ามีให้กับครอบครัวข้า”
ซูเฮ่าหัวเราะแห้งๆเอ่ยขึ้น “สหายที่ดีต้องมีน้ำใจกว้างขวางข้ารู้ว่าเจ้าน่ะหมกมุ่นกับการฝึกบำเพ็ญเพียร ไม่ได้สนใจความรักเลยแม้แต่นิดเดียวแถมต่อให้สน อีกฝ่ายก็คงเป็นแม่นางหวงฝู่กระมัง”
ครั้งนี้เซียวอวี้ไม่ปฏิเสธ
ซูเฮ่าเห็นสีหน้าของเขาสีหน้ากลับเคร่งขรึมเล็กน้อยสำรวมกิริยาที่เอาแต่เล่นไม่ยี่หระต่อกฎเกณฑ์อย่างหาได้ยากยิ่งเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ข้าสืบความได้ว่างานเลี้ยงในคืนนี้ จั่วอู๋เซี่ยงเป็นคนดำเนินงาน”
แววตาของเซียวอวี้หม่นลงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าเดาได้อยู่แล้ว”
ซูเฮ่าพึมพำ“ตอนค่ำต้องระวังตัว เจ้าแย่งคู่หมั้นของเขานั่นไม่ใช่เล่นๆ นะ”
เซียวอวี้ยิ้มโดยไม่ได้ตอบรับและปฏิเสธ“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ”
“กลัวก็บ้าน่ะสิ!”
ซูเฮ่าหัวเราะลั่นแล้วเอ่ย“พวกเราสองสหายร่วมมือกันจัดการโอรสแห่งเทพเทวาบ้าบอคอแตกนั่น ถ้าบังอาจมายั่วยุล้มมันให้คว่ำทั้งหมดนั่นแหละ”
เซียวอวี้เกิดความอบอุ่นขึ้นในใจมิตรสหายที่รู้จักในชาตินี้ เป็นเหมือนดั่งเมื่อชาติก่อน
ตอนที่ทั้งคู่นั่งรถม้ามุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยภายในลานที่เงียบสงัดงดงามตระการตา ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวคนหนึ่ง กำลังจิบชาอย่างสุขุมลุ่มลึกตู้เสี่ยนและคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาต่างแย่งกันพูดเสียงเซ็งแซ่ไม่หยุดไม่หย่อน
“พี่ใหญ่จั่วหวังว่าท่านจะตัดสินให้พวกเราได้ กำราบไอ้พันทางชั้นต่ำนั่น” ตู้เสี่ยนมีสีหน้านอบน้อม เผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าแววตาของเขาเปี่ยมด้วยความบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาววางถ้วยชาลงช้าๆใบหน้าที่หล่อเหลาเย้ายวนนิ่งสงบมาก บนกายของเขามีบุคลิกพิเศษแบบหนึ่งสามารถชะล้างจิตใจผู้คน แม้ไม่ได้แสดงอำนาจอะไรออกมา ทว่านัยน์ตาเรียบนิ่งคู่นั้นกลับมีพลังอำนาจที่ทำให้คนไม่กล้าสบตามองโดยตรง
โดยรอบหมู่แมกไม้งามเขียวชอุ่มเป็นพุ่มพฤกษ์มวลบุปผางามชูช่อบานสะพรั่งเป็นสีสัน จั่วอู๋เซี่ยงยิ้มบาง แกล้งยกแขนขึ้นสักพักตู้เสี่ยนและคนที่เหลือไม่กล้าโวยวายเอะอะอะไรอีกในทันที
“เรื่องของเซียวอวี้ข้ารับรู้แล้ว พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ” จั่วอู่เซี่ยงหัวเราะเบาๆพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สะทกสะท้าน
ตู้เสี่ยนยังอยากจะพูดอะไรแต่จั่วอู๋เซี่ยงขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ทำเขาตกใจจนปิดปากเงียบกริบทันควันผู้คนต่างไม่กล้าพูดอะไรอีกทั้งสิ้น พากันประกบสองมือขึ้นคารวะขอตัวลา
จั่วอู๋เซี่ยงมองแผ่นหลังของพวกเขาที่เดินจากไปใบหน้าที่หล่อเหลาเย้ายวนพลันเผยความเหี้ยมเกรียม ชั่วพริบตาดอกไม้ใบหญ้าโดยรอบพากันเหี่ยวแห้งโรยรากลิ่นอายชั่วร้ายเหนือคำบรรยายกระจายออกมาจากร่างของเขา
“คิดจะวัดบารมีกับข้าเจ้ามีคุณสมบัตินั้นหรือ” ความโหดเหี้ยมอำมหิตในแววตาจั่วอู๋เซี่ยงมลายหายไปแล้วเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มท่วงท่าสง่างามดั่งเทพเซียน พึมพำขึ้ม “หลิงซีเป็นของข้าเพียงคนเดียวชั่วนิรันดร์ ข้าจะพานางไปจากอาณาจักรต้าถังไปจากทวีปอวี้ซวี กลายเป็นเซียนเหาะเหินด้วยกัน”
โครม!
กลิ่นอายน่าครั่นคร้ามปรากฏวาบขึ้นนัยน์ตาทั้งสองของจั่วอู๋เซี่ยกลายเป็นอุโมงค์มืดมิดทั้งสองไอพลังที่ดุร้ายแตกต่างไปจากแนวทางของสำนักกระบี่เสวียนหวง
ณ คฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ย
หลี่เสียวอวี่ที่สวมชุดกระโปรงยาวสีแดงอ่อนมาต้อนรับเซียวอวี้และซูเฮ่าด้วยความอบอุ่น
“พี่เซียวกับพี่ซูมาเยี่ยมถึงเรือนวันนี้คงไม่ใช่แค่เพื่อคุยเรื่องเก่าๆ หรอกกระมัง” หลี่เสียวอวี่มีท่าทีร่าเริงเป็นธรรมชาติพอสวมชุดกระโปรงยาวยิ่งอ่อนหวานชดช้อย เจอกับคู่หมั้นคู่หมายในนามก็ไม่เคอะเขิน
เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“วันนี้มาโดยไม่ได้รับเชิญก็เสียมารยาทมากพอแล้ว แต่ในเมื่อเสียมารยาทแล้วเช่นนั้นข้าก็จะขอพูดแทนซูเฮ่าเจ้าหมอนี่ก็แล้วกัน”
“เจ้าบ้านี่ไม่รู้เป็นบ้าอะไรคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับจวิ้นจู่ก็เลยอยากจะหารือกับจวิ้นจู่ว่าจะสามารถยกเลิกสัญญหมั้นหมายได้หรือไม่”
เดิมทีซูเฮ่าเอาแต่ก้มหน้าเห็นว่าเซียวอวี้อธิบายความไปแล้ว จึงเงยหน้าขึ้นทันควันพลางเอ่ย “จวิ้นจู่ครั้งนี้ข้ายกเลิกสัญญาหมั้นก็รู้ว่าบุ่มบ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่ข้าไม่อยากแต่งงานเร็วขนาดนั้นจริงๆครั้งนี้ข้าทำผิดกับเจ้า หากเจ้าอยากจะต่อว่าหรือจะตบตีข้าซูเฮ่าจะไม่มีทางโกรธเคืองอย่างแน่นอน”
หลี่เสียวอวี่อึ้งงันไปก่อนต่อมาใบหน้างดงามเลิศล้ำเผยรอยยิ้มบาง แล้วเป่าปากโล่งใจพลางเอ่ยขึ้น “ที่แท้ก็เรื่องนี้ พี่ซูคิดเหมือนกันกับข้า”
“จริงๆแล้วข้าก็พบว่าตัวเองกับพี่ซูไม่ค่อยจะเหมาะกันนักกำลังกลัดกลุ้มว่าจะหาวิธีปฏิเสธงานแต่งคราวนี้อย่างไรดีในเมื่อเราสองคนผู้เกี่ยวข้องล้วนไม่เห็นด้วยข้าคิดวายกเลิกสัญญาหมั้นหมายไปดีกว่านะ”
“หา?”
ซูเฮ่าอึ้งงันสีหน้ากระอักกระอ่วน “ที่แท้จวิ้นจู่ก็ไม่ได้ถูกใจข้า?”
หลี่เสียวอวี่ปิดปากหัวเราะเบาๆ“พี่ซูเองก็ไม่ได้ถูกใจข้าเหมือนกันไม่ใช่หรือ”
ซูเฮ่าเกาศีรษะหัวเราะแห้ง“จวิ้นจู่เปิดเผยตรงไปตรงมาแม้พวกเราชาตินี้ไม่อาจเป็นสามีภรรยา แต่ข้านับว่าเจ้าเป็นสหายแล้ว”
ใบหน้างดงามผ่องแผ้วของหลี่เสียวอวี่เผยรอยยิ้มเอ่ยขึ้น “ได้เป็นเพื่อนสนิทรู้ใจพี่ซูและพี่เซียวได้ก็นับว่าเป็นโชคของเสียวอวี่แล้ว ไม่ขอปิดบังพี่ทั้งสอง ข้ามีคนในใจแล้วละ”
“หา?”
ซูเฮ่าตกตะลึงถามด้วยความใคร่รู้ “ใครกันคงไม่ใช่เซียวอวี้เจ้าหมอนี่หรอกกระมัง”
เซียวอวี้เตะซูเฮ่าจนคว่ำหลี่เสียวอวี่เผยรอยยิ้มบาง ส่ายหน้าแล้วตอบ “พี่เซียวเป็นยอดคนแห่งยุคข้ามิกล้าอาจเอื้อม”
เซียวอวี้ส่ายหน้าหัวเราะแล้วเอ่ยขึ้น“จวิ้นจู่พูดตลกแล้ว”
เพียงแต่ในใจของเขายังคงนึกสงสัยหลี่เสียวอวี่จวิ้นจู่ที่ไม่ธรรมดาคนนี้ เชี่ยวชาญในการมัดใจผู้คนความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเมืองฉังอานก็ยอดเยี่ยม อีกทั้งตบะในตัวก็ไม่ธรรมดาบรรลุถึงขั้นก่อนกำเนิดแปดชั้นฟ้า โฉมสคราญงามล้ำล่มเมืองแห่งยุคคนนี้บุรุษที่พึงใจจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน
“คนที่ข้าชอบจะปรากฏตัวในการประลองใหญ่สองแคว้นถึงตอนนั้นพวกท่านสามารถลองเดาดูได้” แววตาหลี่เสียวอวี่เป็นประกายซุกซนเผยความเจ้าเล่ห์
ซูเฮ่าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“จวิ้นจู่บอกมาก่อนดีกว่า ถ้าเกิดข้าไปเจอเข้าไม่ระวังลงไม้ลงมือกับเขา เจ้าคงจะเกลียดข้าไปชั่วชีวิต”
แววตาของหลี่เสียวอวี่อ่อนโยนดั่งธารน้ำไหลเผยรอยยิ้มหวานงามล้ำ “ไม่แน่ว่าพี่ซูจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ถ้าพวกท่านพบกัน สุดท้ายคนที่โดนตีอาจจะเป็นท่าน”
ซูเฮ่ามองค้อนตาคว่ำไม่ได้สนทนาประเด็นนี้ต่อไปด้วยความหลักแหลมชายหนุ่มที่อยู่ในใจของหญิงสาวมักจะดีเลิศเหนือกว่าผู้ใดเพียงแต่ในเมื่อเป็นผู้ชายที่หลี่เสียวอวี่ถูกใจ นั่นก็จะต้องมีความสามารถอยู่บ้าง
ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์บนเขาจูเชวี่ยนานนักหลี่เสียวอวี่ก็รู้ว่าจั่วอู๋เซี่ยงจะจัดงานเลี้ยงรับรองผู้กล้าของสองแคว้นในค่ำคืนนี้เช่นกันก็เลยไม่ได้รั้งพวกเขาไว้
ก่อนจะไปหลี่เสียวอวี่พูดขึ้นทันควัน “พี่เซียวช่วงนี้ระวังตัวด้วย ข้าได้ยินว่าตู้เฉินจะกลับมาแล้ว เขาเป็นพี่ใหญ่ของตู้เสี่ยนฝึกบำเพ็ญตนในสำนักกระบี่หลิงเซียวมาหลายปี ความสามารถน่าสะพรึงแม้นในปีนั้นจะพ่ายแพ้ให้จั่วอู๋เซี่ยง แต่ก็เป็นหนึ่งในสุดยอดผู้กล้าของเมืองหลวง”
เซียวอวี้ยิ้มสบายอารมณ์“จวิ้นจู่มีน้ำใจแล้ว ข้าจะระวังตัว”
หลี่เสี่ยวอวี้ยิ้มละไม“อันที่จริงเมื่อครู่ข้าคงกังวลใจโดยใช่เหตุพี่เซียวจะไปสนใจตู้เฉินได้อย่างไร ในใจของพี่ เกรงว่าคู่ต่อสู้คงมีเพียงจั่วอู๋เซี่ยงกระมัง”
เซียวอวี้หัวเราะลั่นดังฮ่าๆไม่ได้โต้แย้งและก็ไม่ได้ยอมรับ หลังจากบอกลาหลี่เสียวอวี่ เขากับซูเฮ่าก็ออกไปจากคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ย