พวกเควินใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมงบนหลังของวิหควายุครามแต่ในระหว่างนั้นเองก็เกิดบทสนทนาจากทั้งอาริเชียและลาเวเรียจนทั้งสามคนทำความเข้าใจกันได้ ทั้งสามคนทำข้อตกลงซึ่งกันและกันกลายเป็ว่าหากเควินจะทำอะไรให้บอกกล่าวแก่พวกเธอก่อนโดยเฉพาะเื่เกี่ยวกับความเป็ตายของตนเองและคนรอบข้าง
การเดินทางมาตลอดสองชั่วโมงในที่สุดก็เดินทางมาจนถึงเมืองวารีลื่นไหลเมืองที่เป็นด่านทางเข้าไปแดนใต้ วิหควายุครามสยายปีกอันใหญ่โตร่อนลงพื้นล่างด้วยความรวดเร็วไม่นานก็ถึงพื้นดินอย่างนุ่มนวล เมืองแห่งนี้ยังมีอีกชื่อที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมคนมากมายให้ความสนใจมันได้ชื่อว่าเมืองแห่งสายธาราเพราะเมืองนี้มีจุดรวมแม่น้ำจากทุกลำธารที่ไหลบ่าเข้ามารวม ณ ที่แห่งนี้ก่อนจะลงไปในทะเลทำให้บรรยากาศของเมืองเป็นดั่งเช่นจักรวรรดิหยาดพิรุณที่มีฝนตกเกือบตลอดทั้งวัน
ฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมาเป็นระลอกอย่างเบาบางให้ความสดชื้นแก่บรรยากาศการเดินทางของพวกเควิน การที่เข้ามาในอาณาเขตฝนทำให้อาริเชียกับลาเวเรียตื่นเต้นต่อการมาในที่แบบนี้นั่นก็เพราะจักรวรรดิรุ่งอรุณเนิ่นนานกว่าสองปีถึงจะมีฝนเม็ดเล็กตกลงมาสักครั้ง แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่นานมากนักก็หายไปแทนที่ด้วยแสงอรุณอันอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้าเช่นเดิม
ดังนั้นพวกเธอที่ได้เข้ามาในที่แห่งนี้ถึงได้รู้สึกตื่นเต้นกับหยดน้ำฝนที่ตกโปรยปรายอย่างไม่ขาดสาย พวกเควินเมื่อลงมาจากหลังของวิหควายุครามตัวของมันก็หดกลายร่างกลายเป็นนกขนาดเล็กด้วยเวทย์แปลงกายทำให้มันดูน่ารักไปในทันที เมื่อมันกลายร่างเป็นนกตัวเล็กน่ารักแล้วมันก็โดนอาริเชียพุ่งเข้ามาอุ้มโอบกอดมันเอาไว้กับตัวเธอ
"เควินเจ้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้มันเลยใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นข้าขอตั้งนะ" อาริเชียตาเป็นประกายเธอรู้สึกตืื่นเต้นกับนกตัวเล็กทั้งที่จริงแล้วมันคือวิหควายุครามขนาดย่อส่วน ร่างนกตัวเล็กน่ารักของวิหควายุครามมันที่เวลาปกติน่าเกรงขามสูงส่งหยิ่งในศักดิ์ศรีแต่เมื่อมันใช้เวทย์แปลงกาย กลายร่างเป็นนักตัวเล็กน่ารักนั้นมันก็ทำให้อาริเชียหลงรักทันที มันรู้สึกว่าตัวมันคิดผิดที่ใช้เวทย์แปลงกายแต่มันก็ไม่มีทางเลือก
เควินทำท่าทางลำบากใจ "แต่ว่าข้าแค่จะใช้เจ้านี่พาไปส่งพวกเราให้ถึงจุดหมายเท่านั้นนะ"
อาริเชียไม่สนใจคำกล่าวของเควิน "ต่อไปนี้เจ้ามีชื่อว่า วินวิน"
"เอ่อ…"เควินได้แต่อ้ำอึ้งไม่สามารถหยุดอาริเชียที่มีนิสัยสาวน้อยที่ชื่นชอบของน่ารักได้
ลาเวเรียกับเรทีน่าก็ไม่น้อยหน้าเข้ามาขออุ้มเจ้าวิหควายุครามไม่ใช่สิมันชื่อว่าวินวินไปแล้วพวกเธอทั้งสามผลัดกันชวนพูดคุยกันเกี่ยวกับมันทำให้บรรยายกาศกลายเป็นเรื่องเจ้าวินวินไปในทันที
ทางด้านวิหควายุครามหรือเจ้าวินวินส่งสายตาอ้อนวอนมาที่เควินว่าให้ช่วยมันออกไปจากผู้หญิงพวกนี้ทีแต่มันก็เป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆเท่านั้น เควินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้แล้วส่งกระแสเสียงกล่าวสั้นๆว่า "เจ้าอยู่แบบนั้นแหละถูกแล้ว"
หลังจากการพูดคุยของสามสาวเกี่ยวกับเจ้าวินวินจบลงไปพวกเขาทั้งหมดก็เดินเข้าไปในเมืองโดยยื่นบัตรสมาชิกกิลด์นักผจญภัยทำให้ผ่านเข้าเมืองมาอย่างง่ายดายถึงแม้ตอนแรกพวกทหารที่ปกป้องกำแพงจะสงสัยว่าทำไมเพียงแค่แรงค์ G ถึงเดินทางมาตั้งไกลแต่ก็ผ่านไปด้วยดีด้วยความสามารถที่น่ากลัวของลาเวเรียที่ใช้สยบเหล่าทหารชายที่เฝ้าประตูเมือง
ด้วยความสามารถของลาเวเรียไม่เพียงแต่จะผ่านเข้ามาภายในเมืองอย่างง่ายดายแต่ก็ได้ข้อมูลสำคัญมาด้วยนั่นคือเมืองแห่งนี้กำลังจัด "เทศกาลวีรชนวารีลื่นไหล"
เทศกาลนี้จะจัดให้ผู้คนที่สนใจใน "เคล็ดวิชาวารีลื่นไหล" ของวีรชนวารีไหลลื่นที่โด่งดังวงการผู้ฝึกฝนธาตุน้ำพวกคนที่มาหวังจะได้เข้าร่วมบททดสอบเพื่อที่จะสืบทอดหนึ่งในสามเคล็ดวิชาวารีที่ทรงพลังที่สุดบนโลกใบนี้
ในบททดสอบไม่ได้มีเพียงวิชาเดียวแต่มันยังมีเคล็ดวิชาของอสูรวิณญาณบรรพกาลซ่อนอยู่ภายในบททดสอบนั่นคือ "เคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็ง" ซึ่งเควินเองก็เคยศึกษาความเป็นมาและประวัติของเคล็ดวิชานี้เพียงแต่ก็ไม่สามารถรู้ว่าเคล็ดวิชานี้มีอยู่จริงหรือไม่เพราะในบันทึกต่างๆของผู้ฝึกฝนธาตุน้ำมันจะโยงมาเชื่อมกับเคล็ดวิชานี้เป็นส่วนใหญ่
"เควินวางแผนจะอยู่ที่นี่กี่วันกันละ" ลาเวเรียกล่าวถาม
“พรุ่งนี้ออกเดินทางต่อกันเลยดีกว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ยังไงพวกเราที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดก็ไม่มีใครใช้ธาตุน้ำได้เลยนี่สิ” ถึงแม้ว่าเขาอยากจะได้คนที่มีความสามารถธาตุน้ำเข้าร่วมทีมแต่จะหาคนที่เชื่อใจได้จริงๆคงเป็นเรื่องที่ยาก ถ้ามีเพื่อนสนิทที่เขารู้จักที่ใช้ธาตุน้ำมาที่นี่ได้ละก็จะเป็นอะไรที่ดีมาก
………...
ห่างออกไปจากจุดที่พวกเควินยืนอยู่เล็กน้อย ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
“หัวหน้า มีพวกหน้าใหม่ห้าคนที่เข้ามาในเมืองนี้ด้วย เป็นชายสองหญิงสามดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นขุนนางจากจักรวรรดิ และข้าคิดว่าหญิงสาวพวกนี้น่าจะงดงามเป็นอย่างมากดูจากอายุและรัศมีพลังเข้าอัจฉริยะของพวกตระกูลใหญ่ได้เลย” ลูกน้องคนสนิทที่สวมชุดคลุมสีน้ำตาลถือลูกแก้วมิติวิ่งมาด้วยความรีบร้อนเขานำมันมาให้หัวหน้าของเขาได้ดู
ชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าสวมชุดคลุมสีดำเขาจ้องมองเข้าไปในลูกแก้วมิติ “งั้นเหรอ ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าไปจับตาดูพวกมันเอาไว้ก่อน หากพวกมันคิดจะออกเมืองนี้เมื่อไหร่รีบแจ้งให้ข้ารู้ทันที”
“รับทราบ”
ชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าเขามีชื่อว่าทีราซอ เดลโลน เขาหยิบผลึกคริสตัลสีม่วงบางอย่างขึ้นมา ทีราซอลูบมันอย่างทะนุทนอมราวกับเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลไม่อยากแม้ให้มันมีรอยขีดขวน
“อีกไม่นานข้าก็จะได้กลายเป็นผู้บุกเบิกดินแดนพวกมนุษย์เสียที เมื่อถึงเวลานั้นเผ่าพันธุ์ของข้าก็จะสามารถบุกโจมตีโลกเบื้องบนได้ สุดท้ายแล้วราชาที่แท้จริงก็มีแต่เผ่าพันธุ์ของข้า ฮ่า ฮ่า”
ไม่นานนักทีราซอก็เก็บผลึกคริสตัลสีม่วงลงไป ทันใดนั้นภายในความมืดก็ปรากฎหญิงสาวลักษณะดั่งเช่นมนุษย์เพียงแต่มีใบหูที่แหลมใบหน้าปิดไว้ด้วยผ้าปิดหน้า ตัวเธอแผ่กลิ่นอายที่ให้ความรู้สึกดั่งฤดูใบไม้ผลิที่พึ่งมาเยือน
“ทีราซอข้ารู้สึกได้ว่าห้าคนที่เข้ามาอาจเป็นสายของราชสำนักส่งมาก็ได้ เพราะฉนั้นให้ข้าไปจัดการพวกมันเถอะ” หญิงสาวกล่าว
“เทียร่า เอลฟ์อย่างพวกเจ้าไม่ต้องมายุ่งอยู่เฉยๆไปซะเถอะ ถึงเวลาที่ข้าได้ทุกอย่างมาเจ้าจะได้ทำงานให้กับข้าแน่” ทีราซอหันกายเดินจากไปในทันที
“รับทราบ” ประสานมือโค้งคำนับเล็กน้อย เพียงแต่ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจทำไมเธอจะจำไม่ได้ถึงแม้ว่าเขาจะมาในลักษณะเวทย์แปลงโฉมมาก็ตามแต่นั่นคือ เควิน คาร์เวีย คนที่เธอเรียกได้ว่าคือเพื่อนสนิทของเธอที่มีไม่กี่คน
เทียร่ากัดริมฝีปากที่อวบอิ่มอย่างแผ่วเบา"เขามาทำอะไรที่นี่เขาควรจะพักผ่อนอยู่ในโรงพยาบาลสิ"
เจ้ากับข้าสัญญากันเอาไว้แล้วไม่ใช่รึว่างานด้านมืดเจ้าให้ข้าจัดการส่วนงานด้านสว่างเจ้าเป็นคนลงมือแต่ทำไมเจ้าต้องเข้ามาในจังหวะเช่นนี้แสดงว่าเจ้าไม่รู้เลยอย่างนั้นเหรอว่าข้าอยู่ที่นี่ เจ้ามาในครั้งนี้มีเป้าหมายอะไรกันแน่
ร่างกายของเทียร่าพลันไร้เรี่ยวแรงไปชั่วขณะเพราะเพื่อนของเธอกำลังเดินเข้าในวังวนแห่งความตายเพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นมาต่อจากนี้มันคือพิธีกรรมเซ่นสังเวยที่จะนำประชาชนในเมืองแห่งนี้ทุกคนสังเวยเพื่ออัญเชิญปีศาจระดับจักรพรรดิลงมาที่แห่งนี้
ภารกิจนี้เป็นพ่อของเธอที่บอกให้เธอมาทำในครั้งนี้ด้วยการหยุดการอัญเชิญโดยการทำลายเสาคริสตัลสีม่วงที่พวกนี้จะทำการตั้งเป็นสื่ออัญเชิญปีศาจ แต่เมื่อเห็นเควินเข้ามาเธอก็กลายเป็นห่วงกังวลถึงเขามาในทันที ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นภารกิจเธอได้ส่งจดหมายไปหาเขาแล้วแต่ดูเหมือนว่าเขาคงจะไม่ได้อ่านมัน
ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งก็จริงเมื่อไม่นานมานี้ที่เธอได้รับข่าวคราวของเขาระบุว่าเขาสูญเสียพลังทั้งหมดไปแล้วและไม่สามารถฝึกฝนพลังได้อีกต่อไปมันทำให้เธอต้องตกใจคนที่ถูกเรียกว่าวีรบุรุษสีแดงแต่กลับกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอรู้สึกเศร้าเสียใจ
เทียร่าเธอตัดสินใจตั้งแต่เธอกับเขากลายเป็นเพื่อนกันต่อให้เขาไม่มีใครอยู่ข้างเขาเธอก็จะไปอยู่ตรงนั้น ต่อให้ทั้งโลกมองเขาเป็นศัตรูเธอก็จะยังมองเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเสมอ
ดังนั้นเมื่อเสร็จภารกิจนี้แล้วเธอคิดว่าจะกลับไปหาเควิน แต่ว่าเมื่อสักครู่ที่พบเขาบนลูกแก้วมิติมันทำให้เธอต้องแสดงท่าทางหดหู่ไร้ทางออก
……….
ตึง!
ภารกิจประอาชีพแวมไพร์ :-ค้นหาแท่นผลึกคริสตัลสีม่วง-ดูดกลืนคริสตัลสีม่วง
รางวัลภารกิจ : เลื่อนเลเวลทันที 3 เลเวลตำราเวทมนตร์????
ตึง!
ท่านได้เข้าสู่เขตโซนอันตรายพิธีกรรมเซ่นสังเวย โปรดระมัดระวังอาจมีผู้ประสงค์ร้ายต่อท่านและปาร์ตี้ของท่าน
"นี่มันไม่น่าเชื่อ...ได้ภารกิจประจำเผ่าครั้งแรก ว่าแต่อะไรคือพิธีกรรมเซ่นสังเวยกันนะ จากที่ "แถบสถานะ"ได้บอก เหมือนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดเสี่ยงที่อันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน ไม่น่าเชื่อจริงๆว่า "แถบสถานะ" จะน่าสนใจขนาดนี้ถึงขนาดสามารถประเมินสถานการณ์โดยรอบออกมาได้ดีขนาดนี้" เควินรู้สึกพอใจกับ "แถบสถานะ" ที่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง
พวกเควินได้เข้ามายังภายในเมืองวารีลื่นไหลเป็นที่เรียบร้อยก็มองหาที่พักซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมสำหรับพักอาศัยก่อนออกเดินทางในวันพรุ่งนี้กันต่อไป เมื่อใช้เวลาไปราวหนึ่งชั่วโมงก็สามารถหาโรงเตี๊ยมที่เหมาะแก่การเข้าพัก พวกเควินก็ได้แยกย้ายกันพักผ่อนตามห้องต่างๆที่ได้เช่าเอาไว้
........