เจ็ดวันต่อมา
กู้หลินหอบข้าวของพะรุงพะรังราวกับย้ายบ้านเพื่อจะได้เข้ามาอยู่ในเรือนพักของหน่วยราชองครักษ์ ข้าง ๆ มีโจวหยางอิงเดินตามมาติด ๆ
“เ้าอย่ารีบเดินนักสิ รอข้าด้วย” โจวหยางอิงะโเรียกเพราะอีกฝ่ายอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เจอกับตงฟางฮุ่ยหลิง
“ข้าก็บอกให้เ้ารีบมาอยู่นี่ไงเล่า แล้วจะหอบของพวกนั้นมาทำไมกัน” กู้หลินพยายามบอกให้เขาขนมาเท่าที่จะไหวเพราะขาดเหลืออย่างไรค่อยให้บ่าวในจวนมาส่งเพิ่มภายหลัง
“ของข้าที่ไหนกัน นี่มันของเ้าทั้งนั้น” ถึงจะบ่นกระปอดกระแปด แต่นั่นก็เป็ของที่เขาเตรียมเอาไว้เผื่อกู้หลินจำเป็ต้องใช้ทั้งสิ้น
เสียงะโพูดคุยของทั้งสองดังมาตลอดทาง จนกระทั่งถึงหน้าหน่วยราชองครักษ์
ผู้สอบผ่านในปีนี้มีแค่เพียงยี่สิบคนเท่านั้น แต่ละคนล้วนมีฝีมือดี ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังมีไหวพริบ นับว่าเป็หน้าเป็ตาของหน่วยอย่างมาก
“เ้าตัวเล็กนี่ก็ผ่านอย่างนั้นหรือ” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นกู้หลินยิ้มหน้าระรื่นเดินเข้าไปข้างใน ทั้งยังไม่เชื่อว่าเขาจะผ่านเข้าไปโดยง่าย ดูอย่างไรก็เหมือนตระกูลขุนนางที่เอาแต่หาความสำราญ
“อย่าพูดอย่างนั้นเชียว รู้หรือไม่ว่าหัวหน้าหน่วยคัดคนด้วยตัวเอง ถ้าเห็นว่าเขามาวันนี้ แสดงว่าสอบผ่านนั่นแหละ” ชาวบ้านอีกคนกระซิบบอก ย้ำเตือนให้พูดคุยเล่าลือพอหอมปากหอมคอ
“หัวหน้าตงฟางน่ะหรือ” เขาเลิกคิ้วแล้วพยักหน้ายอมรับ “ถ้าอย่างนั้นเ้าตัวเล็กคงจะเก่งจริง ๆ กระมัง”
เฉินป๋อเห็นท่าทางเบิกบานใจของกู้หลินจึงเอ่ยปากสะกิดหัวหน้าตนเองที่นั่งรอองครักษ์ใหม่ในศาลา
“พลังแห่งรักมาแล้วขอรับ” คำพูดของเขาทำให้ตงฟางฮุ่ยหลิงดึงดาบออกจากฝักมาครึ่งหนึ่ง “หัวหน้า ใจเย็นก่อน... ตัวป่วนหัวหน้ามาแล้วขอรับ”
“พี่เฉิน เข้าข้างออกหน้าออกตาปานนี้ ตกลงอยู่ข้างผู้ใดหรือ” อาโปผู้เป็น้องเล็กสุดถามเขา
เ้าตัวจึงแอบกระซิบไม่ให้หัวหน้าตนเองได้ยินว่า “ข้าเบื่อหน้าตายของหัวหน้า มีคนมากวนใจเขาแล้วรู้สึกสนุกดีออก”
“จะอู้งานอีกนานหรือไม่” ตงฟางฮุ่ยหลิงเอ่ยปากเมื่อเห็นว่าลูกน้องทั้งสองยังคงไม่ไปไหน “เงินเดือนไม่เอาแล้วใช่หรือไม่”
“ไปเดี๋ยวนี้แหละขอรับ” ทั้งคู่จึงรีบวิ่งไปสมทบกับชุนิด้านล่างเพื่อนำทางองครักษ์ใหม่ไปที่เรือนพักและแนะนำสถานที่ข้างในอย่างเป็ทางการ
กู้หลินหันมายิ้มให้ตงฟางฮุ่ยหลิงอย่างเคย ถึงแม้เขาจะไม่เคยปรายตามองก็ตาม ใจแข็งจริง ๆ ฮุ่ยหลิงนะฮุ่ยหลิง
เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงได้เห็นตารางการฝึกสุดโหด พวกเขาต้องฝึกฝนทั้งดาบ ธนู มีดสั้น ปืนยาวและยาพิษ
การฝึกแต่ละวันแบ่งออกเป็ส่วน ๆ มี่เวลาพักเที่ยงและวันหยุดทุกเจ็ดวัน
แม้จะเหน็ดเหนื่อยไปบ้าง แต่พอได้เห็นหน้าใครบางคน กู้หลินกลับหายเหนื่อยไปได้ อีกทั้งยังมีสหายรู้ใจอย่างโจวหยางอิงอยู่เคียงข้าง กลายเป็ว่ามีความสุขไปเสียอย่างนั้น
“การประลองวันนี้ ข้าจะเป็คนฝึก” ตงฟางฮุ่ยหลิงพูดขึ้น สายตากวาดมองไปยังเหล่าองครักษ์ฝึกหัดที่ยืนอยู่ข้างหน้า ยามปกติแล้วจะมีใครสักคนเป็ตัวแทนมาประลองกับครูฝึก แต่หนใดที่ครูฝึกผู้นั้นเป็ตงฟางฮุ่ยหลิง ไม่มีใครกล้าก้าวขาออกมาสักคน ยกเว้น...
“เ้าอีกแล้วหรือ” เฉินป๋อเห็นโจวหยางอิงก้าวขาออกมาข้างหน้า พลันนึกถึงเื่ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ยามใดที่มีการประลองระหว่างตงฟางฮุ่ยหลิงและโจวหยางอิง พวกเขาจะต้องเข้ามาห้ามอยู่ร่ำไป ไม่อย่างนั้นคงได้มีใครถูกหามเข้าโรงหมอแน่นอน
กู้หลินที่เห็นด้วยกับเฉินป๋อขยิบตาส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายจับตัวโจวหยางอิงเอาไว้ แล้วรีบฉวยโอกาสนั้นวิ่งไปประจันหน้ากับหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์แทน
“กู้หลิน ทำไมเ้าดื้ออย่างนี้” โจวหยางอิงส่ายหน้า รู้ทั้งรู้ว่าเขาอยากอยู่ใกล้ชิดกับใครอีกคน แต่นี่คือการประลองและตงฟางฮุ่ยหลิงไม่เคยออมมือให้ผู้ใด ในใจคิดกังวลเป็ห่วงว่าจะได้รับาเ็
กระนั้น รอยยิ้มกว้างของกู้หลินก็ทำให้เขาใจอ่อนจนได้ พลางพูดกับครูฝึกสุดโหดว่า “ถ้าเ้าทำให้เขาาเ็ ข้าจะเอาคืน”
“เ้านี่ มีที่ไหนการฝึกที่ไม่าเ็” ชุนหลิงเอ่ยปาก “ฝึกเป็องครักษ์นะ ไม่ใช่ฝึกร่ายรำแสงเทียน”
เฉินป๋อรู้ทันกระซิบว่า “อย่าห่วงไปเลย หัวหน้าน่ะไม่กล้าทำอะไรเ้าตัวเล็กหรอก”
ถึงลูกน้องคนสนิทจะพูดกล่อมเขาเช่นนั้น แต่โจวหยางอิงก็ยังไม่วางใจ เพราะทุกครั้งที่ประลองกัน พวกเขาทั้งคู่ต้องพักรักษาร่างกายคราวละสามวันเป็อย่างต่ำกว่าจะฟื้นตัว
กู้หลินตั้งสมาธิ ใจจดจ่อกับคนตรงหน้า มือกระชับด้ามดาบเอาไว้แน่น
ท่วงทำนองเพลงดาบประจำตัวของตงฟางฮุ่ยหลิงถูกนำออกมาใช้เป็การพิเศษเพื่อกู้หลินโดยเฉพาะ
“เอ่อ หัวหน้า...” เฉินป๋อกับชุนิมองหน้ากันโดยปริยายแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สั่งอาโปนำเชือกมามัดโจวหยางอิงเอาไว้ ดูท่าแล้ววันนี้กู้หลินคงจะเืตกยางออกไม่น้อย
หากแต่เ้าตัวยังคงทำใจดีสู้เสืออยู่ พร้อมรับทุกอย่างที่จะถาโถมเข้ามา
แม้จะเคยฝึกมาก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่เพลงดาบนี้เป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของตงฟางฮุ่ยหลิง เขาไม่มีทางรับได้ทุกกระบวนท่าจึงถูกคมดาบกรีดแขนกรีดขาจนมีเืซึมไปบ้างเล็กน้อย นั่นนับว่าเป็ความปรานีที่อีกฝ่ายมอบให้
“ไปฝึกมาอีก แต่หากไม่ไหว ลาออกไปเสีย” คำพูดของหัวหน้าหน่วยเป็การย้ำเตือนกู้หลินให้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะใช้วิธีนี้มาใกล้ชิดกับเขา เพราะหนทางข้างหน้า การฝึกจะยิ่งดุเดือดขึ้นมากกว่าเดิม และเขาจะไม่อ่อนข้อให้อีกต่อไป
“อ้าว เฮ้ย!” เฉินป๋อะโโวยวายเพราะทำโจวหยางอิงหลุดมือ อีกฝ่ายรีบวิ่งไปดูกู้หลินด้วยความร้อนรนใจ
“เ้า... รีบทำแผลก่อน” สีหน้าของโจวหยางอิงปิดไม่มิด
“นิดหน่อยเอง เ้ากังวลมากไปแล้ว ตอนเ้าประลองกับเขาน่ะ ข้าหัวใจจะวายอยู่เรื่อย เืของเ้าน่ะไหลจนข้าคิดว่าเป็น้ำป่าไหลหลากเสียอีก”
กู้หลินได้ทีระบายความในใจเวลาที่เห็นทั้งคู่ประลองดาบกัน ทั้งเป็ห่วง ทั้งกังวล ทายาให้โจวหยางอิงเสร็จก็เอายาไปให้ตงฟางฮุ่ยหลิงอยากจะช่วยทำแผล แม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธไม่ออกมาให้เห็นหน้าก็ตาม
หลังจากนั้น โจวหยางอิงจึงพากู้หลินไปทำแผล สายตามองไปที่คู่กรณีอย่างไม่วางตา คิดในใจว่าครั้งหน้าจะขอประลองแล้วสั่งสอนเสียให้หลาบ
“ข้ารู้นะว่าเ้าคิดอะไร” กู้หลินดักทางเอาไว้ก่อน “ข้าฝึกองครักษ์นี่นา เื่แค่นี้เล็กน้อย เ้าคงยังไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าข้าเจอเื่อื่นมาหนักหนากว่านี้มาก”
“เวลานี้มีข้าอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้เ้าเป็อะไรไปอีกแล้วกู้หลิน” โจวหยางอิงมักจะพูดความในใจของตัวเองออกมาตรง ๆ เช่นนี้ทุกครั้ง มีหรือกู้หลินจะไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตนเอง
ทว่า หัวใจดวงน้อยมีพื้นที่ว่างให้ได้แค่คนเดียวแม้ต้องใช้เวลารอคอยอีกแสนนานก็ตาม
เขาจึงได้แต่พูดเปลี่ยนเื่ไปทุกครา “ภรรยาเ้าคงจะเป็คนที่โชคดีมาก ๆ ที่ได้เ้าเป็คู่ครอง ทั้งดูแลดี เอาใจใส่ ไหนจะเก่งกาจ หน้าตาหล่อเหลาแถมร่ำรวยเงินทอง”
“ข้าก็รอคนผู้นั้นมองข้าบ้างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเงินทอง อำนาจ แผ่นดินหรือบัลลังก์ ข้าจะหามาประเคนให้ทุกอย่าง” เขากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง พูดออกไปอย่างที่คิดจริง ๆ และคน ๆ นั้นที่เขารอก็อยู่ตรงหน้านี้เอง