แข่งรวยใครๆก็แข่งได้
ทั้งสี่พ่อลูกกลับถึงจวนแล้วด้วยอารมณ์ชื่นมื่นชื่นบานพร้อมสองไม้สองมือที่หอบหิ้วข้าวของมาทำอาหารสำหรับเย็นนี้กันอย่างมากมายโดยเฉพาะสองแฝดนี่ตัวดีเลยอยากกินไปเสียทุกอย่างไม่รู้ว่าจะกินครบทุกอย่างหรือเปล่าเพราะอาจจะอิ่มก่อนได้
“หอบอะไรกันมาเยอะแยะกันเนี่ย”นางลี่จูเอ่ยถามออกมา
“เย็นนี้เราจะจัดงานเลี้ยงขอรับท่านพ่อเลื่อนขั้นพลังปราณได้แล้ว” หมิงลู่เอ่ยออกมา
“เจ้าก็เกินไปพ่อไม่ได้เลื่อนระดับสักหน่อย” จิ้นสิงเอ่ยออกมาอย่างเขินๆ เมื่อภรรยาก็มองเขาอย่างยิ้มยินดีมาให้
“มาๆแม่จะไปเตรียมอาหารรอแล้ว เยอะขนาดนี้ต้องใช้เวลาสักหน่อย”นางลี่จูเอ่ยออกมาแล้วเดินนำเข้าครัวทันที
ด้านชิงเถาก็แยกออกมาปลูกต้นไม้กินแมลงที่นางได้มาทันทีนางนำมันมาปลูกไว้ไม่ไกลกันกับต้นหญ้าไผ่หยกขาวนัก เพราะมันอาจจะมีอะไรพิเศษขึ้นมาได้เหมือนกับต้นตะขาบเขียวที่ก็งอกต้นตะขาบเงินจะขาบทองขึ้นมาให้หลายต้น
‘ทำอะไรน่ะ’เชี่ยนเชี่ยนที่พึ่งจะกลับมาถึงจึงเอ่ยถามชิงเถาที่กำลังนำต้นไม้กินแมลงลงปลูกอย่างเบามือที่สุดที่จะทำได้
“ข้าได้ต้นไม้มาน่ะเลยนำกลับมาปลูกด้วย” ตอบออกไปแต่สองมือยังคงกวาดดินลงไปฝังหลุมต้นไม้ให้เต็ม
‘ไหนดูสิเจ้าได้ต้นอะไรมาปลูก’ เชี่ยนเชี่ยนบินเข้ามาดูใกล้ๆที่ชิงเถากำลังทำ
“ที่โลกข้ามันเรียกว่าหม้อข้าวหม้อแกงลิงน่ะหรืออาจจะเรียกว่าต้นไม้กินแมลงก็ได้นะ ดูสิมันเก่งขนาดไหนทั้งๆที่ในดินไม่มีสารอาหารให้มันกินมันก็สามารถวิวัฒนาการมากินพวกสัตว์ตัวเล็กได้”
‘แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่โลกนี้เรียกว่าอะไร’เชี่ยนเชี่ยนถามออกมาเสียงเครียดกับสิ่งที่สหายผู้นำพานางมากำเนิดยังโลกในนี้ออกมา
“ฮึทำไมหรือที่นี่มันมีชื่อเรียกที่ต่างออกไปว่าอย่างไรกัน” นางถามออกมาอย่างสงสัยถ้าเชี่ยนเชี่ยนว่ามาอย่างนี้มันก็ต้องมีชื่อเรียกที่ต่างออกไปแน่นอน
‘ต้นไม้กินคน’เสียงเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกมาเสียงเย็นพร้อมมีลมพัดวูบหนึ่งผ่านมาพอดี
“ต้นไม้กินคน”ชิงเถาเอ่ยทวนออกมาอย่างเสียงเบาตานางลอยไปไกลแล้วจากคำที่ได้ยินมาจนนางเดินกลับมายังห้องนอนยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำมีเพียงร่างกายนางที่ขยับไปเอง
“ต้นไม้กินคน” “โต้นม้ายกินโคนนนน” ชิงเถานอนบ่นงึมงำอยู่บนเตียงออกมาคนเดียวหรือว่าตอนนี้นางจะถูกเจ้าต้นไม้นั้นกินนางไปแล้วจริงๆ นะถึงได้มีท่าทางเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปเสียแล้ว
‘นี่เจ้าเป็นอะไรไปเนี่ย’เชี่ยนเชี่ยนที่พึ่งขึ้นมาบนห้องถามนางออกมานางเพียงหายไปครู่เดียวกลับมาชิงเถาเป็นบ้าไปเสียแล้ว
“ก็เจ้าบอกข้าว่าต้นไม้ที่ข้าเอามาเป็นต้นไม้กินคน”ชิงเถาร้องออกมาพร้อมนางก็ลุกตัวขึ้นมานั่งพรึบอย่างเร็วแม้แต่เชี่ยนเชี่ยนยังตกใจบินหนีนางออกจนติดผนัง
‘โอ๊ะผู้เป็นเจ้า ข้าตกใจหมดเลย’ เชี่ยนเชี่ยนร้องตกใจออกมาพร้อมมือนางที่ยกขึ้นมาทาบอก
“ข้าจะทำอย่างไรดีกับต้นไม้นั่น”ชิงเถาถามออกมาอย่างกังวลไม่ใช่ว่าวันดีคืนดีนางเข้าไปอยู่ในถุงใส่น้ำย่อยของเจ้าต้นไม้นั่นหรอกนะ
‘ก็ไม่ต้องทำอะไรเพียงดูแลมันให้ดีก็พอ’ นางบอกออกมาเหมือนเป็นเรื่องง่ายทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังถามพูดกับชิงเถาเสียงเครียดอยู่เลย
“แต่ว่านั่นมัน”ชิงเถาอยากจะเอ่ยแย้งออกมา
‘ทุกอย่างย่อมมีทั้งประโยชน์และโทษเดี๋ยวให้ข้าไปหาข้อมูลมาให้ละเอียดก่อน เราค่อยมาดูอีกทีว่าจะทำยังไงกับมัน’เชี่ยนเชี่ยนบอกออกมา ชิงเถาก็พอเบาใจลงได้ อย่างนี้หน่อยสินางจึงจะหายใจได้ทั่วท้องหน่อย
วันต่อมาชิงเถากลับมาสดใสเช่นเดิม เมื่อเรื่องเมื่อวานฝากเรื่องไว้กับเชี่ยนเชี่ยนที่เป็นความหวังของหมู่บ้านส่วนตัวนางก็มาดูการก่อสร้างร้านใหม่ที่เริ่มดำเนินการแล้ว ส่วนคนอื่นๆวันนี้ก็เริ่มไปที่ลำธารเพื่อฝึกปราณเช่นกัน ถือว่าสลับหน้าที่กันก็แล้วกันนะ
“คุณหนูวันนี้มาตรวจงานหรือขอรับ”นายช่างคนเดิมที่รู้จักคุ้นเคยกันดีกับครอบครัวนางเพราะได้รับงานหลายงานแล้ว
“เจ้าค่ะนายช่างใหญ่เฉินวันนี้คนอื่นๆ ไปฝึกปรานกันหมด ข้าที่แอบหนีไปฝึกมาหลายวัน วันนี้จึงเข้ามาดูแทน”นางบอกเขาไปอย่างสนิทสนม
“ขยันจริงๆนะขอรับครอบครัวพวกท่าน อีกสักหน่อยคงไม่ได้ออกท่องยุทธภพกันแล้วหรือ” นายช่างใหญ่เฉินเอ่ยแซวออกมาอย่างขบขันกับนาง
“ก็ไม่ขนาดนั้นเจ้าค่ะฝึกไว้เพียงรักษาสุขภาพ”นางก็เอ่ยออกมาไปอย่างถ่อมตน จากนั้นก็พูดคุยกับเขาเรื่องงานอีกเล็กน้อยจึงดินแยกออกมาปล่อยให้เขากลับไปคุมงานต่อ
“คุณหนูที่ร้านมีเรื่องนิดหน่อยขอรับข้าจึงอยากจะให้คุณหนู” หานตงเดินมาหานางเพื่อมาเรียกนางไปจัดการเรื่องที่ร้าน
“ข้าเข้าใจแล้วเดินนำไปเถิด” นางเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจแล้วเร่งเดินกลับร้านที่อยู่ข้างกันทันที
ในร้านที่ตอนนี้ต้องมาเพิ่มชุดโต๊ะเก้าอี้เข้าไปเพื่อจะได้ขายอาหารต่อได้ไม่ขาดตอนแม้จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายไม่เช่นนั้นคงจะลำบากทั้งกับตัวพ่อครัวแม่ครัวที่ว่างงาน และกลุ่มลูกค้าที่เริ่มมีลูกค้าประจำหลายคนแล้วแต่ถ้าเปิดไปเฉยๆ คนอาจจะลืมเลือนไปได้พวกเขาจึงย้ายมาขายต่อที่ร้านเดิมแต่เปิดขายไม่กี่โต๊ะแทน
“ข้าเอาขาหมูอีกชาม”
“เอาปลาต้มพริกให้ข้าสอง”
“กุ้งอบวุ้นเส้นในข้าอีกสอง”
“ลี่กันชอบของหวานเอาบัวลอยไข่หวานมาสามชามใหญ่” สองเสียงร้องตะโกนสั่งอาหารแข่งกันไปมาจนลูกค้าคนอื่นๆพากันหยุดนิ่งดูพวกเขากันเลยทีเดียว
“นี่พวกเขา”ชิงเถาที่ยืนดูพวกเขาสองคนทั้งมี่หนิงหยางและเยี่ยนเทียนฉินกำลังร้องตะโกนสั่งอาหารข่มกันไปมาโดยมีลูกค้าคนอื่นนั่งเฝ้าดูอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ
“พวกเขาเป็นอย่างนี้มาสักพักแล้วขอรับจนอาหารที่สั่งบนโต๊ะไม่มีที่วางแล้ว” หานตงเอ่ยกับนางออกมาซึ่งเรื่องนี้แหละที่เขาจัดการไม่ได้จนต้องไปตามนางมา
“ก็ดีแล้วหนิขายได้เยอะ เราก็ได้เงินมากขึ้นเจ้าจะกังวลทำไม” ชิงเถาหันไปถามเขาอย่างสบายๆ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย
“ก็ใช่อยู่ขอรับ เพียงแต่ว่า” เขาเข้าใจที่นางว่ามาแต่นี่พวกเขาจะสั่งมาเพียงอวดแบ่งความร่ำรวยกันมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสั่งมาแล้วไม่กิน มันดูเหมือนอาหารร้านพวกเขาไม่มีคุณค่าให้ลิ้มลองเลยนะ
“ดูไปก่อนก็แล้วกันดูว่าพวกเขาจะหยุดสั่งตอนไหน ยังไม่ต้องรีบทำมาก็ได้” นางบอกออกไปหานตงก็รีบไปจัดการตามที่นางสั่งทันที
“ข้าวหมกใบบัวห้าห่อข้าจะเอาไปฝากที่บ้าน” เสียงเยี่ยนเทียนฉินเอ่ยดังออกมาอีก
“ที่จวนข้ามีคนเยอะเอาไก่ทอดกับมันทอดสิบชุด” ตามมาด้วยเสียงของมี่หนิงหยางที่ตามมาติดๆ
“ที่จวนข้าก็มีคนเยอะเช่นกันข้าเอายี่สิบชุด”เยี่ยนเทียนฉินก็ไม่ยอมด้อยกว่าจึงสั่งเพิ่มออกมาอีกและต้องมากกว่าด้วย
“ข้าเพิ่มเป็นสามสิบดูแล้วที่จวนคงจะกินไม่อิ่ม”มี่หนิงหยางก็ไม่ยอมอย่างไรเขาก็ต้องเป็นฝ่ายเหนือกว่าอยู่แล้ว
“อ่อคือว่าที่ร้านสามารถขายไก่ให้พวกท่านได้คนละสิบชุดเท่านั้นขอรับต้องขออภัยด้วยของที่ร้านมีเท่านี้จริงๆ ขอรับ”คนงานที่ยืนรับคำสั่งจากพวกเขาเอ่ยออกมาเสียงอย่างกลัวๆ
“ไม่เป็นไรข้าจะเอายี่สิบตัว ข้าให้ราคาเป็นสองเท่า”มี่หนิงหยางเสนอออกมาอย่างไรคนที่ให้เงินได้มากกว่าก็ต้องได้ของไปอยู่แล้ว
“นี่เจ้ากล้า”เยี่ยนเทียนฉินว่าเขาออกมาอย่างโกรธแค้น สองเท่าเป็นเงินเท่าไหร่กันถ้าเขาได้ซื้อไปเรื่องถึงหูผู้เป็นมารดา เขาคงได้หูยานกันพอดี
“หึ ถ้าเช่นนั้นข้าเป็นผู้ชนะสินะ”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอีกฝ่ายอย่างกับตัวร้ายในโรงงิ้ว
“ข้ายังไม่”อีกฝ้ายเหมือนจะยังไม่ยอม แต่เขาคงสู้เรื่องเงินๆ ทองๆ กับอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆก็เขาเพียงลูกหลานขุนนางไหนเลยจะสู้บุตรบุญธรรมฮ่องเต้ที่แต่ละปีได้รับพระราชทานแก้วแหวนเงินทองมากมายจนจะหมดท้องพระคลังอย่างเขาได้
“ฮ่ะๆๆๆในที่สุดข้าก็ชนะ เช่นนั้นข้าจะต้องได้กินขนมแป้งอบฉลองวันเกิดฝีมือชิงเถา”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างผู้มีชัยชนะถึงแม้ว่าของรางวัลจะดูไม่สมกับความภาคภูมิใจของเขาไปเสียหน่อยก็เถอะ