บทที่ 3 นี่เขาทะลุมิติได้จริงๆ หรือ?
เสียงผู้คนมากมาย กำลังร้องประกาศขายสินค้า อึกทึกครึกโครมดังก้องไปทั่วใช่ที่นี่คือตลาด เสียงพ่อค้าแม่ค้าต่างร้องขายสินค้าของตน บ้างก็ะโเรียกลูกค้า บ้างก็คุยเจรจาบ้างต่อรองราคา ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาเพื่อก็เพื่อจับจ่ายซื้อของกินของใช้ เสียงเด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับกัน เสียงหัวเราะคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสัน
ิซัวหลงมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ความคิดของเขาวิ่งย้อนกลับไปกลับมา สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขานั่งอยู่ที่ห้องนอนพร้อมกับถือหยกที่ชายชราคนนั้นให้มา เขาเพียงคิดอยากจะลองดูตามที่ชายชราคนนั้นบอกเท่านั้นเอง…ตราหยกอย่างนั้นหรือ!!!! ใช่มันต้องเกี่ยวข้องกับตราหยกชิ้นนั้นอย่างแน่นอน และตราหยกนั่นยังคงอยู่ในมือของเขา ชายหนุ่มก้มมองหยกที่อยู่ในมืออีกครั้งพลางคิดว่า นี้คือความจริงเช่นนั้นหรือ หยกชิ้นนั้นพาเขาทะลุมิติ เหมือนกับพวกนิยายออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ชอบเขียนถึงจริงๆ หรือนี้? ในขณะที่ยังยืนมึนงงอยู่ท่ามกลางความโกลาหลและความจอแจ เขามองไปด้านซ้ายทีและด้านขวาที ตึกแถวทรงเล็กๆ ในถนนแคบๆ รอบตัวเขาผู้คนเดินผ่านไปมามากมาย ส่งเสียงร้องอย่างคึกคัก ิซัวหลงเขาพยายามเดินหาทางออก แต่ก็เหมือนเขาเดินวนกลับมาที่เดิม ิซัวหลงเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
"เ้าหนุ่ม เ้าหนุ่ม "
มีเสียงเรียกจากด้านหลังของเขา เมื่อิซัวหลงหันไปมองเขาเห็นชายชราเ้าของหยกที่ตอนนี้เขาก็ยังแต่งกายด้วยชุดโบราณชุดเดิม ชายชราเดินช้าเข้ามาหาเขา
“คุณ ….คุณทำไมถึงได้อยู่ที่นี่ได้ แล้วทำไมผมถึงได้มาอยู่ที่นี่ด้วย?”
คำถามที่ถามออกไปนั้นไม่แน่ใจว่าถามใครกันแน่ ชายชราผมขาวยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า
“เ้าลองมองรอบๆ ดูสิ" ชายชราคนนั้นพูดต่อ
"เ้ารู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้หรือไม่?"
ิซัวหลงเริ่มตั้งสติและสังเกตเห็นบางอย่างเขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างตั้งใจจากนั้น เขาก็เริ่มหันมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง และสายตาของเขามาหยุดที่อาคารหลังที่อยู่ตรงหน้า
นั้น …นั่นมัน…นั่นมันบาร์ของเขานี่นาเขาคิด
"ผมจำอาคารหลังนั้นได้ นั้นคือร้านของผมนี่น่า"
เขาพูดออกมาถึงแม้ว่าในตอนนี้อาคารหลังนี้จะดูใหม่มากกว่าที่เขาเคยเห็นก็ตามแต่ว่าทั้งรูปทรง หน้าต่างประตู ของร้านนั้น เขาก็จำได้อย่างแม่นยำ
"อ้อ..นั่นน่ะคือโรงเหล้าตระกูลจ้าว ท่านคงจำได้แล้วสิ"
ชายหนุ่มชราพูดเขายังไม่ทันละสายตาจากอาคารไม้หลังนั้น แต่หันเมื่อเขาหันกลับมาอีกครั้งชายผู้นั้นก็เดินหายไปกับผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ไปมาซะแล้ว เขาเริ่มตั้งสติและคิดทบทวนความคิด นี่แสดงว่าตราหยกแผ่นนี้นำเขามาที่นี่ เขายืนมองตึกหลังนั้นอย่างพินิจ และไม่รอช้าเขารีบเดินตรงเข้าไปยังตึกหลังนั้นทันที
ชายชรามิได้เดินไปไหนไกลเขาไปยืนแอบอยู่ตรงมุมถนนมองตามิซัวหลงที่รีบร้อนเดินเข้าไปที่ตึกแห่งนั้น จากนั้นมุมปากของชายชราก็ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินลับไป
ป้ายขนาดใหญ่ของบ้านตระกูลจ้าว ตั้งตระหง่านอยู่เหนือบริเวณประตูทางเข้า ถัดออกไปเล็กน้อยเป็ประตูข้างที่ใช้เข้าออก ที่ตอนนี้คนงานกำลังขนสัมภาระเข้าออกในตัวบ้าน ิซัวหลงเลือกเดินเข้าไปปะปนกับกลุ่มคนเ่าั้ ขณะที่คนในบ้านต่างสาระวนอยู่กับวัตถุดิบมากมายที่กองอยู่เต็มลานไม่มีใครสนใจเขาที่เข้ามาในบ้านได้แล้ว เพราะว่าพวกเขาคิดว่าชายคนนี้คือคนที่เอาของมาขายเช่นเดียวกับชาวบ้านหลายคนที่บ้างก็แบกตะกร้าไว้ด้านหลัง บ้างก็หิ้วเป็กระสอบเก่าๆ ยืนรอคิวประหนึ่งว่า นี่คือสินค้าที่ทางร้านสั่งเอาไว้
และพวกชาวบ้านเตรียมของมาเพื่อขายให้กับโรงต้มสุราแห่งนี้ ในขณะที่ทุกคนในบ้านต่างคนต่างตรวจดูวัตถุดิบสมุนไพรมากมาย พร้อมเสียงเจรจาต่อรองอยู่นั้น ไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็นว่าชายหนุ่ม ในชุดกางเกงยีน เสื้อแจ็คเก็ตสีเทาดำได้เดินปะปนเข้าไปกับชาวบ้านกลุ่มนั้นเลยิซัวหลงสอดส่ายสายตาของเขาเหมือนกำลังมองหาใครสักคน และแล้วสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ หญิงสาวคนหนึ่ง ขณะนั้นเหมือนกับเวลาหยุดนิ่งอยู่กับที่ ิซังหลงหลับตาและเพ่งมองไปที่หญิงสาวคนนั้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“เย่วชิง นั้น…เป็คุณจริงๆ หรือใช่คุณจริงๆ หรือ”
ชายหนุ่มพูดเสียงแหบเบากับตัวเอง เขาจำเธอได้ทันทีเธอคือแฟนสาวของเขานั่นเอง เธอกำลังสั่งให้คนงาน จัดการกับวัตถุดิบ ที่ชาวบ้านนำมาขายให้กับทางร้านอย่างคล่องแคล่ว….. ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจของเขาเต้นรัวแรง ไม่เป็จังหวะ ร่างกายของเขาสั่นเทาเขาไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือเจียงเย่วชิง แฟนสาวของเขาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีก่อนทำไมเธอถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้…และทำไมพวกเขาถึงได้สวมชุดแบบคนโบราณเหมือนที่เขาเห็นในทีวี….ทำไม….
****ทะลุมิติมาแบบงงๆ จริงๆ***