(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 132 กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 132 กล้องวงจรปิด



    หนูและแมลงสาบแม้จะสงบนิ่งอยู่กับที่ แต่ความเป็นจริงแล้ว พวกมันกลับลุกลี้ลุกลนด้วยความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา สายตาของพวกมันต่างแสดงออกถึงความหวาดกลัวที่ต้องพบเจอกับเจ้าโปริ่ง

    ที่กำลังสะกดพวกมันให้อยู่ในการควบคุม โดยพวกมันได้เกาะกุมอยู่บนร่างกายของกลุ่มลูกค้าทั้งสาม ที่พยายามปัดป้องแต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกขยะแขยงกับสภาพของตนเองที่มี หนูและแมลงสาบเกาะกุมอยู่หลายสิบตัว



    “พูดบ้าอะไร? พูดแบบนี้มันกล่าวหากันชัดๆ ...ร้านของพวกแกมันสกปรกแล้วยังจะควบคุม หนูและแมลงสาบพวกนี้มากลั่นแกล้งพวกฉันอีกเหรอ?!”

    “ทุกคนก็เห็นกันใช่ไหม? หนูและแมลงสาบพวกนี้ มันอยู่ในร้านมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะพวกมันใช้พลังเวทเมื่อครู่นี้ จึงทำให้หนูและแมลงสาบพวกนี้ ต้องมนต์สะกดและมากลั่นแกล้งพวกเรา”



    ลูกค้าทั้งสามต่างร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวาย พยายามด่าทอร้านอาหารของไลท์อย่างต่อเนื่อง แม้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะผิดไปจากที่พวกมันวางแผนเอาไว้มากพอสมควร แต่พวกมันก็ยังควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี


    ลูกค้าคนอื่นๆ ต่างลุกฮือกันออกห่างจากพวกมัน บางคนวางไปหลบอยู่ที่มุม บางคนจิตใจแข็งแกร่งและไม่กลัวต่อ หนูและแมลงสาบ ก็ยืนมองดูอยู่ห่างๆ แต่ทว่าลูกค้าส่วนใหญ่ก็พากันวิ่งหนีออกไปจากร้าน

    ก่อนจะยืนมุงดูเหตุการณ์ที่กำลังวุ่นวายนี้จากด้านนอก พร้อมๆ กับนักผจญภัยที่เริ่มเข้ามามุ่งดูกันมากยิ่งขึ้น



    “หยุดใส่ร้ายร้านของเชฟไลท์ได้แล้ว หากพวกแกไม่อยากเจ็บตัวก็รีบยอมรับสารภาพมาเสียดีๆ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน” โทมัสเริ่มที่จะอดรนทนไม่ไหวแล้ว กลิ่นอายและจิตสังหารของเจ้าชายหนุ่มใกล้จะปะทุออกมาเต็มทน



    หลังจากถูก ลูกค้าทั้งสามกล่าวหาอย่างหน้าไม่อาย จนลูกค้าภายในร้านต่างวิ่งหนีหายกันไปหมดเช่นนี้



    ร้านอาหารสามเวลา มีแต่จะเสียกับเสีย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่า โทมัส จิม เอลล่า แอล คาห์นและแมท หรือแม้แต่สองตายายที่เป็นเจ้าของร้านโดยแท้จริง ก็สุดที่จะทนได้เช่นเดียวกัน

    เว้นก็แต่ ไลท์ เพียงคนเดียวที่ยังคงเยือกเย็น สงบนิ่ง ยืนประจันหน้ากับลูกค้าที่ก่อเรื่องอย่างไม่หวั่นเกรงใดๆ



    “ทุกคนช่วยพวกเราด้วย คนพวกนี้จะทำร้ายพวกเราแล้ว?!” “ร้านอาหารสกปรก แถมยังใช้วิธีสกปรก นี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่า ร้านอาหารได้อีกเหรอ?!”

    “ร้านแบบนี้ ใครจะกินต่อก็เชิญ...แต่ส่วนพวกเรา จะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีกเป็นอันขาด และพวกเราจะแจ้งเรื่องนี้ ต่อศาสนจักรแห่งแสงให้มาตรวจสอบร้านอาหารแห่งนี้อีกด้วย คอยดู!” พวกมันทั้งสาม ต่างรับส่งลูกล่อลูกชนกันอย่างรู้ใจ



    คนหนึ่งทำตัวน่าสงสารเหมือนกำลังถูกรังแก อีกคนไล่ด่าทอทุกสิ่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยกเอาศาสนจักรแห่งแสงขึ้นมา ขู่ ดั่งเช่นที่เคยทำมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

    และในทุกครั้ง แผนของพวกมันก็ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จไปเสียทุกครั้ง



    แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เจ้าของร้านกระทะทองและเหล่าเจ้าของร้านรวงต่างๆ พวกมันกำลังยืนหัวเราะด้วยความสะใจอยู่อีกฟากของร้าน กันอย่างครื้นเครง

    พลางหวังที่จะเดินเข้าไป เติมเชื้อไฟให้เรื่องนี้ ร้อนแรงมากขึ้นไปอีก


    หากแต่ว่า...ยังไม่ทันที่พวกมันจะเดินเข้าไปสุมไฟ จู่ๆ ปากทางเข้าป่าดาราฉาย ก็พลันมีเสียงอันทรงพลังจากท่านไวทเคานต์นิค ดังขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้น...ทำไมถึงมีคนมายืนอยู่ที่หน้าร้านของท่านไลท์เยอะแยะแบบนี้ หรือว่า ท่านไลท์เปิดขายเมนูใหม่อย่างนั้นเหรอ? โชคดีจริงๆ ที่รีบกลับออกมาจากป่า”



    ท่านไวทเคานต์นิคเดินถือ เนื้อเสียบไม้ กินเล่นไปด้วย...ก่อนจะเดินเข้ามาสมทบกับลูกค้าที่ยืนออกันอยู่ที่หน้าร้าน ประหนึ่งคิดว่าลูกค้าที่ยืนออกันหน้าร้านเหล่านั้น คือ แถวลูกค้าที่กำลังจะต่อคิวเข้าร้านกันนั่นเอง



    โดยเบื้องหลังของท่านไวทเคานต์นิค ก็พลันมีหัวหน้าหน่วยและองครักษ์ผู้ติดตามอีกนับหลายสิบคน เดินติดตามมาด้วย



    “ท่านไวทเคานต์กลับมาแล้วเหรอครับ...เหตุใดถึงเข้าไปเร็วจังครับ หรือว่าปราบอสูรหมาป่า ตนนั้นได้แล้ว?” คาห์นเมื่อเห็นไวทเคานต์นิคกำลังเดินตรงมาที่ร้าน ก็ได้รีบออกไปรับหน้า พลางบดบังไม่ให้ไวทเคานต์นิครู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับร้าน


    เพราะเกรงว่า หนูและแมลงสาบที่เป็นสัตว์สกปรก อาจจะทำให้ท่านไวทเคานต์ไม่พอใจกับร้านอาหารของไลท์นั่นเอง



    “ฉันไม่เจอร่องรอยใดๆ เหมือนกับรายงานที่เจ้าส่งมาเช่นกัน จึงสันนิษฐานเอาเองว่ามันอาจจะจำศีล หรือไม่ก็อยู่ในส่วนลึกของป่า หากจะติดตามเข้าไปสำรวจก็เกรงว่าจะกลับมาไม่ทันอาหารเย็นของท่านไลท์นะสิ?” ไวทเคานต์นิคแสดงสีหน้าผิดหวังไปเล็กน้อย เมื่อต้องพูดถึงอาหารของไลท์ ที่อาจจะพลาดไป โดยหารู้ไม่ว่า สถานการณ์ในตอนนี้ของร้านอาหารสามเวลาที่ต้องเผชิญ ก็เสี่ยงที่จะต้องปิดร้านเพื่อทำความสะอาดร้านยกใหญ่อยู่ไม่น้อย


    “ว่าแต่ นี้ก็เลยเวลาอาหารเที่ยงมานานแล้ว เหตุใดถึงมีลูกค้ายืนออกันเต็มไปหมดแบบนี้ หรือท่านไลท์มีเมนูใหม่ๆ อีกแล้ว” ดวงตาของไวทเคานต์นิค สว่างวาบเป็นประกาย

    มันคือสายตาอันสดใส ราวกับเด็กน้อยที่ชื่นชอบของอร่อยๆ



    อย่างไรก็ตามคำตอบของคาห์นและสิ่งที่ทุกคนได้เผยให้เห็นไวทเคานต์เห็นตรงหน้า กลับเป็น ร่างของลูกค้าสามคนที่ร่างกายเต็มไปด้วย หนูและแมลงสาบเกาะอยู่ทั่วตัว



    “นี้มันอะไรกัน?” ดุจฟ้าผ่าลงกลางวันแสกๆ ไวทเคานต์นิคแทบจะทรุดฮวบลงไปกับพื้น ประหนึ่งว่า โลกได้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา

    “ท่านไวทเคานต์โปรดอย่าเข้าใจผิด ท่านไวทเคานต์ก็น่าจะรู้ว่าท่านไลท์รักษาความสะอาดมากสักแค่ไหน…ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น จะเป็นฝีมือของลูกค้าทั้งสามคนนั้นต่างหากครับ” คาห์นรีบเข้าไปพยุงปีกของไวทเคานต์นิคเอาไว้ พร้อมๆ กับหัวหน้าหน่วยที่เข้ามาประคองช่วยอีกข้าง


    “จริงครับท่านไวทเคานต์ ตั้งแต่ผมได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารของท่านไลท์ ข้าน้อยยังไม่เคยเห็นแมลงวันสักตัวเดียวผ่านเข้ามาในร้านได้เลย ทั้งๆ ที่ร้านอาหารเปิดโล่งรับลมและแสงแดดเช่นนี้...เช่นนั้นแล้วหนูกับแมลงสาบ จะผ่านเข้ามาได้อย่างไร?”

    หัวหน้าหน่วยที่เข้ามาช่วยพยุงปีก รีบเข้ามากล่าวเสริม



    “เข้าใจแล้ว...งั้นฉันจะเข้าไปสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง” ไวทเคานต์นิคสูดหายใจเข้าไปคำโต เพื่อเรียกสติ ก่อนจะเดินก้าวอาดตรงเข้าไปในร้าน ที่ตอนนี้แต่ละคนต่างยืนจ้องมองกันไปมา โดยมีลูกค้าทั้งสามที่เป็นคนก่อเรื่องก่อราว ยืนโหวกเหวกโวยวายจนน่ารำคาญ

    “ข้าจะตัดสินสิ่งที่เกิดขึ้นเอง!” ทันทีที่ไวทเคานต์นิค เข้ามาในร้านอาหารสามเวลา ขุนนางวัยกลางคน ก็เข้ามาแทรกกลางระหว่างลูกค้าและไลท์เอาไว้



    แม้ลูกค้าทั้งสามคนจะไม่เคยเห็นไวทเคานต์นิคกันมาก่อน แต่จากที่ได้รับแจ้งมาจากเจ้าของร้านกระทะทอง ที่เป็นผู้ว่าจ้าง ก็พอจะรับรู้ได้ว่า ชายที่โผล่เข้ามาในร้านและมีพลังเวทที่แกร่งกล้าเช่นนี้คงจะเป็น ไวทเคานต์นิค ขุนนางที่ทรงอำนาจอย่างแน่นอน

    และนี้เอง ก็เข้าแผนของพวกมันพอดิบพอดี


    พวกมันรีบชิ่งตัดหน้า แจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับไวทเคานต์นิค ตั้งแต่ต้นจนจบ...แน่นอนใบหน้าของไวทเคานต์นิคที่ยืนฟังเรื่องของพวกมัน ต่างแสดงออกถึงความรังเกียจและขยะแขยงกับหนูและแมลงสาบมากทีเดียว


    “พวกเจ้าพูดกันจบแล้วหรือยัง? ถ้าจบแล้ว งั้นข้าขอฟังคำในส่วนของท่านไลท์ ชี้แจงบ้าง”


    ไวทเคานต์นิคไม่ได้ตัดสินทุกอย่าง ด้วยการฟังความข้างเดียว...ขนาดพ่อครัวกามินที่ทำงานเป็นพ่อครัวประจำตระกูลมานานหลายปี กว่าไวทเคานต์นิคจะลงดาบตัดสินไล่ออก

    ขุนนางผู้นี้ก็ยังต้องไตร่ตรองและพิจารณาจากหลักฐานที่มีเสียก่อน ถึงจะตัดสินด้วยความเป็นธรรม

    ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นกัน หลังจากฟังความจากฟังของลูกค้าทั้งสาม ที่มีหลักฐานเป็นหนูและแมลงสาบเกาะกุมอยู่ทั่วตัวของพวกมัน



    ท่านไวทเคานต์ก็ได้หันมาหาไลท์ ที่ยืนสงบนิ่ง ราวกับไม่ยีระต่อคำพูดที่ถูกกล่าวหาเมื่อครู่นี้เลยสักนิด



    “หลักฐาน? ท่านไวทเคานต์อยากจะได้จริงๆ เหรอครับ?” ไลท์ชี้นิ้วไปยังเจ้าโปริ่ง ก่อนจะทำท่าทางคลอบหัวเป็นท่าประกอบ

    เมื่อเห็นดังนั้น ไวทเคานต์นิคก็ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว ขุนนางผู้นี้ยังคงจดจำภาพอันแจ่มชัดที่เห็นได้จากเมื่อวานได้อยู่เลย


    ภาพที่กามินขโมยและเหยียบย่ำแปลงผักของไลท์ จนถูกเจ้าโปริ่งปล่อยแก๊สที่เหม็นเน่า หรือจะเรียกว่าตดอันหน้า...ลำพังแค่นึกถึงภาพนั้น ไวทเคานต์นิคก็จุกอกอยากจะอาเจียนออกมาแล้ว


    “ช้าก่อนท่านไลท์ เอ่อ...พอจะมีวิธีไหน ที่ข้าจะไม่ต้องทนเห็นภาพพวกนั้นด้วยตัวเองอีกไหม” ไวทเคานต์นิค ยกมือร้องห้าม เมื่อเห็นว่าไลท์กำลังถือเจ้าโปริ่งเดินมาหาตนเอง

    “มีครับ...ถ้าเช่นนั้น คนอื่นๆ อยากจะเห็นหลักฐานกันไหมครับ ว่าร้านอาหารของผมไม่ได้มีหนูและแมลงสาบ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง” คำถามนี้ไลท์ไม่ได้ถามกับไวทเคานต์นิคเพียงลำพัง

    แต่เขาถามคำถามนี้กับกลุ่มลูกค้าที่ยืนมุงกันอยู่หน้าร้าน ต่างหากและแน่นอน ไลท์ได้มองไปทางเจ้าของร้านกระทะทอง ด้วยสายตาที่เว้าวอน พร้อมกับแฝงความหมายผ่านทางสายตาเอาไว้ดังนี้



    ‘อยู่กันดีๆ ก็ดีอยู่แล้ว...แต่เป็นเพราะพวกคุณเอง ที่บีบให้ผมต้องทำแบบนี้’



    ไลท์ปรายตามองไปยังกลุ่มเจ้าของร้านรวง ก่อนที่ในเวลาต่อมา เขาจะอุ้มเจ้าโปริ่งไปวางไว้ที่โต๊ะ พร้อมกับหันหน้าของเจ้าโปริ่ง จ้องไปยังกำแพงของร้าน



    “ทุกคนเข้ามาใกล้ๆ ครับ และจ้องมองไปที่กำแพงด้านนั้นและเชิญรับชม หลักฐานของผมด้วยครับ” เมื่อไลท์พูดจบ กลุ่มลูกค้าที่ยังคงงุนงงก็พลันหันหน้าไปยังกำแพงเปล่าๆ ตามคำบอก



    ไม่นานนัก ‘พรึ่บ!’ ไลท์ได้แตะไปที่เจ้าโปริ่งเบาๆ กระซิบให้เจ้าโปริ่งใช้พลังเวท ‘ถ่ายทอดเนตรนัยน์ตา’ ที่เจ้าโปริ่งร่างแยก ได้ทำตัวเป็นกล้องวงจรปิด ฉายภาพทั้งหมดของวันนี้ออกมา



    มันคือภาพของลูกค้าทุกคนที่เข้ามาในร้านในช่วงเที่ยง ไล่ตั้งแต่ภรรยาของท่านไวทเคานต์ที่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย รวมไปถึงภาพของลูกค้าหลายๆ คนที่ บางคนกำลังยืนมุงกันอยู่ภายนอกของร้าน โดยพวกเขาได้กินอาหารเสร็จกันไปแล้ว ก่อนที่จะเกิดเรื่องนั่นเอง


    “นั้นตัวฉันไม่ใช่เหรอ? ภาพบนกำแพงนั้นเป็นของจริง...ดูสิ อีกเดี๋ยวฉันกำลังจะดูดนิ้วมือที่เปื้อน” หนึ่งในลูกค้าที่กำลังยืนตะลึงกับภาพบนกำแพง ต่างร่ำร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

    เมื่อจู่ๆ คำพูดของหนึ่งในลูกค้าบนกำแพงกำลังดูดนิ้วมืออย่างที่เขาพูดไว้ ไม่มีผิด

    ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่คนเดียว ลูกค้าที่อยู่ในภาพต่างก็พูดตรงกันแทบเหมือนกันหมด



    ‘บ้าไปแล้ว...พลังของท่านไลท์ สามารถล่วงรู้อดีตได้ด้วยเหรอเนี่ย?!’ ทุกคนอึ้งกันไปหมดแล้ว แม้แต่คาห์น แมท หัวหน้าหน่วยและคนอื่น ทุกคนต่างตกตะลึง ทุกคนจ้องมองไปยังไลท์


    ก่อนจะอุทานตามคำบอกเล่า ในก่อนหน้านี้กันออกมาว่า ไลท์คือ ‘ผู้อาวุโสเร้นกาย’



    ภาพบนกำแพงยังคงสะท้อนสิ่งๆ ต่างที่เกิดขึ้นในภายในร้าน จวบจนกระทั่งการมาถึงของลูกค้าทั้งสามคน ที่ตอนนี้ยืนแข็งค้างกันไปแล้ว

    เพราะภาพทั้งหมดบนกำแพง ได้ฉายไปยังกระเป๋าของพวกมันอยู่ตลอดเวลา และภายในกระเป๋านั้น มีสิ่งมีชีวิตกำลัง ขยุกขยิกไปมา จนเผยให้เห็นอย่างเด่นชัด

    และสิ่งที่ลูกค้าทั้งสามกำลังซ่อนไว้ก็ถูกเผยออกมา เมื่อพวกมันเอื้อมมือไปปลดกระเป๋า เพื่อปลดปล่อย หนูและแมลงสาบ ออกมาจากกระเป๋าของพวกมัน



    ทั้งนี้ไลท์ได้กดไปที่หัวของเจ้าโปริ่งเบาๆ และภาพบนกำแพงก็ถูกหยุดเอาไว้อย่างนั้น ภาพที่ลูกค้าทั้งสามเอื้อมมือไปปลดปล่อยหนูและแมลงสาบ


    อี้! ทุกคนต่างร่ำร้อง แต่จะมาขยะแขยงเอาตอนนี้ก็ดูจะเร็วเกินไป


    ไลท์ใช้มือลูบเจ้าโปริ่งเบาๆ ก่อนที่ภาพบนกำแพงที่หยุดค้างไว้ จะซูมภาพกันให้เห็นอย่างแจ่มชัด


    “ยังมีใครคิดว่า ร้านของผมมีหนูและแมลงสาบอยู่ไหมครับ ถ้ายังมี ผมจะได้ชี้แจงหลายๆ มุม”

    ไลท์เอ่ยถาม ก่อนจะปรับเปลี่ยนมุมมองภาพเดิม ไปยังภาพอีกมุมที่คราวนี้เป็นภาพที่ถ่ายมาจากด้านหลังของลูกค้าทั้งสามคน ซึ่งเห็นการกระทำของพวกเขาชัดยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy 

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน