ภาพที่เกิดขึ้นมีใครบ้างไม่ตกใจทัณฑ์จักรพรรดิเซียนกลับสามารถสังหารจักรพรรดิเทพได้ นี่มันออกจะน่ากลัวมาก ที่จริงทัณฑ์ครั้งนี้ของฉางเฟิงมันได้ไปใกลเกินขอบเขตของจักรพรรดิเซียนนานแล้วเพราะรอบๆตัวฉางเฟิงมีตัวตนระดับเทพถึงจักรพรรดิเทพมากเกินไปทำให้ทัณฑ์จักรพรรดิเซียนเปลี่ยนแปลงกลายเป็นทัณฑ์จักรพรรดิเทพและเพราะแบบนั้นฉางเฟิงจึงไม่ได้ถูกเพ่งเล็กมากนักเพราะฉางเฟิงยังเป็นแค่เซียนเท่านั้น
สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนฉางเฟิงกำลังหลอกให้ทัณฑ์จักรพรรดิเซียนสับสนและโจมตีผิดตัวและตอนนี้เป้าหมายหลักของทัณฑ์จักรพรรดิเซียนก็กลายเป็นจักรพรรดิเทพทั้งหสด
ฝ่ายของพวกตงจวิ้นได้ถอยออกไปนานแล้วเมื่อเห็นฉางเฟิงปรากฎตัวพร้อมกับทัณฑ์จักรพรรดิเซียน
“ปรากฎตัวก็เล่นใหญ่เลยนะนายน้อย”เสี่ยวจิตื่นเต้น
ตอนนี้ภาพตรงหน้าเหมือนกับหายนะวันสิ้นโลกสายฟ้าได้โจมตีใส่จักรพรรดิเทพอย่างบ้าคลั่ง
“ถอยถอยออกมาให้หมด” ระดับผู้นำต่างพากันคำรามให้ออกจากพื้นที่ของทัณฑ์เซียนของฉางเฟิงหลังจากนั้นไม่นานทัณฑ์เซียนก็หายไป แม้ฉางเฟิงจะไม่ได้รับการชำระล้างจากสายฟ้าอย่างเต็มที่แต่ก็ถือว่าแผนการสำเร็จด้วยดี
“ไอ้เจ้าบัดซบนั่นมันสังหารคนของพวกเราไปมากมาย”
“ฆ่าฆ่ามันเดี๋ยวนี้” คนของวังสวรรค์ที่เหลืออีก 3คนพุ่งเข้าหาฉางเฟิง
“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าที่ได้รับบาดเจ็บหนักไปแล้วไม่มีทางทำอะไรนายน้อยของข้าได้หรอก”เสี่ยวจินผนึกมิติเอาไว้อีกครั้งส่วนตงจวิ้นก็ลงมือต่อเช่นกัน
“ใสหัวไปให้หมด”คนของวังสวรรค์นำสมบัติออกมาและร่วมมือกันโจมตีใส่พวกตงจวิ้นทันที
“คิดว่ามีแค่พวกเจ้าที่มีสมบัติงั้นเหรอ”ตงจวิ้นและเสี่ยวจินเองก็นำสมบัติของตนออกมาโดยเฉพาะเสี่ยวจินสมบัติที่นำออกมาล้วนแต่เก่าแก่โบราณมากเห็นได้ชัดว่าเสี่ยวจินได้รับสมบัติมากมายในช่วงที่ติดตามหาวิญญาณของโลก
“ทางนั้นฝากพวกเจ้าทั้งสองด้วยละ”ฉงาเฟิงโบกมือและพุ่งเข้าหาจักรพรรดิเซียนและระดับเทพ
“มันพึ่งเป็นจักรพรรดิเซียนเท่านั้นรากฐานยังไม่มั่นคงเพราะงั้นไม่ต้องกลัว”เมื่อเห็นฉางเฟิงเข้ามาก็พากันพุ่งเข้าหาเช่นกัน
“วิชาเก้ากระบี่สังหาร”ฉงาเฟิงโบกมือกระบี่บินจำนวน 9 เล่มบินออกมาจากกล่องไม้และพุ่งออกไปด้วยความเร็ว
“วิชากระบี่บินงั้นเหรอน่าขันคิดจะใช้กระบี่ต่อสู้กับผู้ฝึกฝนกระบี่อย่างพวกเรางั้นเหรอ” ศิษย์ของนิกายเทพกระบี่พากันเย้ยหยัน
“ถ้างั้นก็รองรับกระบี่ของข้าดู”ฉางเฟิงควบคุมกระบี่อย่างชำนาญกระบี่บินเข้าโจมตีศิษย์ของนิกายเทพกระบี่จากทุกทิศทางและหั่นร่างของอักฝ่ายเป็นชิ้นๆโดยที่ไม่สามารถป้องกันได้เลยแม้แต่น้อย
“อะไรกันเต๋ากระบี่ของเจ้านั่นบรรลุเกือบถึงเทพกระบี่แล้ว”
“เป็นไปไม่ได้เดี๋ยวก่อนเจ้านั่นหน้าคุ้นๆ”
“ไม่ผิดแน่เจ้านั่นคือเจ้าของร้านอาหารสวนบุปผาในเมืองแห่งการค้าที่มันทำลายแผนการของพวกเรา”
“ที่แท้เจ้านั่นก็เป็นคนของโลกนี้”
“ถูกต้องแล้วเอาละข้าจะมอบรางวัลให้กับพวกเจ้าเดี๋ยวนี้” ร่างของฉางเฟิงปะทุสายฟ้าและเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอย่างมากพริบตาก็ปรากฎอยู่กลางกลุ่มของศิษย์นิกายเทพกระบี่
“เขตแดนกระบี่เขตแดนโกลาหล เปิด!!!!!!!!” ฉางเฟิงปลดปล่อยสองเขตแดนออกมาพร้อมๆกัน
“แย่แล้วพลังในร่างของข้ากำลังปั่นป่วน”
“ไม่รากฐานของข้ากำลังพังทลาย”
“นี่มันวิชามารอะไรกัน”หลายคนพากันกรีดร้องโดยเฉพาะพวกที่รากฐานไม่มั่นคงอยู่แล้วถูกทำลายรากฐานทันที
“สังหาร!!!!!!!”กระบี่บินพุ่งออกไปและเข้าโจมตีคนจำนวนมาก
“พวกเราใช้ค่ายกลร้อยพิษเร็วเข้า”คนของนิกายพิษพากันสร้างค่ายกลร้อยพิษโจมตีไปยังฉางเฟิง
“เจ้ากำลังล้อเล่นข้ามีกายาหมื่นพิษคิดว่าพิษแค่ร้อยชนิดจะทำอะไรข้าได้” ฉางเฟิงเย้ยหยัน
“ถ้าเป็นพวกเราละ”คนของสมาคมผู้ใช้พลังจิตพากันโจมตีดวงจิตฉางเฟิงทันที
“ไม่รู้สึกคันเลยแม้แต่น้อย”ฉางเฟิงยิ้มเยาะ
“ไม่จริงพลังจิตของเจ้านั่นแข็งแกร่งมากถ้างั้น”คราวนี้ปรมาจารย์ผู้ใช้ยันต์เริ่มโจมตีด้วยยันต์ออกไป
ยันต์ระเบิดยันต์ผนึก และการโจมตีจำนวนมากพุ่งเข้าหาฉางเฟิง ฉางเฟิงไม่ได้หลบกายาเซียนมารขนาดใหญ่เท่าภูเขาปรากฎออกมาและป้องกันการโจมตีของศัตรูได้อย่างง่ายดาย
“ถึงคราวข้าบ้าง”ฉางเฟิงขยับร่างจำแรงเซียนมารบดขยี้กลุ่มของนิกายพิษและสมาคมผู้ใช้พลังจิตทันที
“อ๊ากกกกกกกกเจ้านี่แข็งแกร่งเกินไปไม่ใช่สิ่งที่เซียนหรือจักรพรรดิเซียนจะรับมือได้”
“ต้องให้ระดับเทพลงมือแล้ว”
หลายคนที่เห็นพลังของฉางเฟิงก็พากันหนีอย่างบ้าคลั่งส่วนระดับเทพของสนามนิกายเองก็เหลือไม่มากแล้วเพราะส่วนใหญ่ล้วนตกตายไปในสงครามกับเผ่ามาร
หลังจากต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายสุดท้ายกองทัพของสามนิกายก็พ่ายแพ้เพราะถึงอย่างไรฝ่ายของฉางเฟิงก็เตรียมตัวมานานแล้วไม่ว่าจะปืนใหญ่สังหารเทพหรือระเบิดเพลิงสังหารล้วนแต่ทำให้พวกเขาเสียหายย่อยยับ
“มันจบสิ้นแล้ว”บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่มองซากศพของเหล่าศิษย์ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ใช่แล้วมันจบแล้วเพราะพวกเจ้าทำร้ายนายน้อยของข้าความเมตตาจึงไม่ให้กับพวกเจ้า” เสี่ยวเฮ่ยคำรามและปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่ทำให้มิติสั่นสะเทือนฟ้าดินสั่นไหวร่างของผู้นำสามนิกายถูกเพลิงทมิฬแผดเผาจนเป็นผุยผง
บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่เองก็ไม่เว้นเมิ่งฝู่ที่เห็นภาพนี้ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดายถึงอย่างไรนั่นก็เป็นตัวตนระดับพระเจ้าถ้ายังเหลือศพก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อนิกายซากศพมาก
“พวกเจ้าแพ้แล้วเพราะงั้นยอมจำนนแต่โดยดี”เสี่ยวเฮ่ยคำรามออกมา
“เจ้าคิดจะทำอะไรพวกเราคือคนของวังสวรรค์ไม่นานเมื่อประตูโบราณหายไปวังสวรรค์จะต้องส่งคนมาจัดการพวกเจ้าแน่”คนของวังสวรรค์ที่เหลือ 3 คนพากันหน้าซีดด้วยความกลัว
“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ เจ้านี่มันอ้างอำนาจของวังสวรรค์” เสี่ยวจินเย้ยหยัน
“ไอ้บัดซบเพราะพวกเจ้าวังสวรรค์นั่นแหละที่ทำให้พวกเราตกต่ำถึงขนาดนี้และยังตัดขาดการฟื้นฟูกับพวกเราอีกทำให้พวกเราไม่สามารถที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้กว่านี้อีกแล้ว”
“ใช่แล้วตอนนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องหวาดกลัววังสวรรค์อีกต่อไป อย่างน้อยประตูโบราณก็จะอยู่อย่างต่ำอีก100 ปี”
“เหอะตอนนี้โลกของพวกเรามีระดับพระเจ้าแล้วพวกเราไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้กับวังสวรรค์อีกต่อไป”
“ใช่แล้วฆ่าคนของวังสวรรค์ให้หมด”
“ไม่พวกเราต้องทรมานมันก่อนเผื่อจะได้ข้อมูลดีๆ”เสียงคำรามดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนฝ่ายของโลกกระบี่เมื่อระดับผู้นำตายพวกเขาก็ได้ทิ้งอาวุธและยอมแพ้ไปแล้วพวกเขาไม่มีทั้งบ้านให้กลับและไม่มีอำนาจที่จะต่อสู้อีกต่อไปฉางเฟิงถอนหายใจอย่างน้อยหลายคนเหล่านี้ก็ยังพอเป็นกำลังให้กับโลกโกลาหลได้ซึ่งในอนาคตเมื่อเผ่ามารคิดจะเดินทางจากโลกกระบี่ผ่านประตูโบราณมายังโลกโกลาหลคนเหล่านี้ก็สามารถใช้งานได้อยู่
หมอ : ตาข้างขวาอักเสบมากอย่าพึ่งเล่นคอมหรือโทรศัพท์สักพัก
ผม : คิดไอเดียขึ้นมา ซื้อที่ปิดตามาซะเลยแล้วปิดมันซะส่วนอีกข้างไม่เป็นไรโดนแสงคอมได้555 หมอห้ามแต่คนมันมึน
หมอ :………..