ตอนที่127 :แม่ตัวปลอมของเยว่เยว่
ที่ห้องรับรองส่วนตัวหลังเวที
หลี่เมิ้งอีนั่งกอดเยว่เยว่อยู่บนโซฟา ใบหน้าที่งดงามเต็มไปด้วยความโกรธ
“คุณแม่คะ ทำไมคนพวกนี้ไม่โหวตให้พ่อล่ะคะ ? ” เยว่เยว่เอียงศีรษะถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะพวกเขาเป็นคนเลวไงล่ะ! ” หลี่เมิ้งอีพูด “พวกเขาทุกคนเป็นคนเลว ! ”
หลี่เมิ้งอีไม่อยากให้เด็กสัมผัสกับด้านมืดของสังคมก่อนวัยอันควรเรื่องบางเรื่องก็ให้พวกเธอที่เป็นผู้ใหญ่แบกรับไปเถอะ
“หึคนเลว คนเลวทั้งหมดเลย ! ”เยว่เยว่ทำเสียง หึ “แม่คะ พวกเราไปหาคุณลุงตำรวจกันเถอะ ให้คุณลุงตำรวจจับคนเลวพวกนี้ไปให้หมดเลย”
ในความเข้าใจของเด็กน้อย คนเลวควรถูกคุณลุงตำรวจจับ
หลี่เมิ้งอีที่โกรธอยู่แต่เดิม เมื่อได้ยินคำพูดของเยว่เยว่ก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
จะต้องโกรธไปทำไม? จือเซียจัดการได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยนี่
หลังจากคิดได้ดังนั้น หลี่เมิ้งอีก็ยิ้มและลูบหัวของเยว่เยว่พร้อมกับพูดว่า “เยว่เยว่พูดถูก รอรายการจบแล้ว ไปเรียกคุณลุงตำรวจมาจับพวกเขาไปให้หมดเลยเนอะ”
“ใช่ค่ะแล้วพ่อก็จะชนะ ! ” เยว่เยว่มีความสุขมาก คนเลวถูกจับ พ่อก็จะชนะอย่างแน่นอน
“กริ๊งกริ๊ง ! ”
ในตอนนั้นเอง เสียงมือถือของหลี่เมิ้งอีก็ดังขึ้น เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเฉิงซือฉีโทรมา
“ฮัลโหล พี่ซือฉีฉันกำลังจะโทรหาพี่พอดีเลย”
หลี่เมิ้งอีหยิบมือถือขึ้นมาพูดด้วยรอยยิ้ม “คืนนี้ฉันไม่กลับไปที่โรงแรมนะ พรุ่งนี้คนของรายการรันนิ่งแมนจะจัดทัวร์ทะเลสาบซีหู ฉันอยากพาเยว่เยว่ไปเที่ยวเล่นที่ทะเลสาบซีหูด้วย”
“อืม เข้าใจแล้ว” เสียงของเฉิงซือฉีหงุดหงิดเล็กน้อย “เมิ้งอีพี่จะบอกเธอเรื่องหนึ่ง อย่าโกรธ อย่ากังวลล่ะ”
หลี่เมิ้งอีนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วถามอย่างสงสัยว่า “เรื่องอะไรหรือ ? ”
“คืออย่างงี้” เฉิงซือฉีพูด “ในอินเทอร์เน็ตมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เฉียนซินอวี่ โผล่ออกมาโพสต์วิดีโอบนเวย์ป๋ออ้างตัวว่าเป็นแม่ที่ให้กำเนิดเยว่เยว่ และยังโพสต์หลักฐานอีกเยอะแยะบอกว่าจือเซียใช้วิธีการที่ไร้ยางอายขโมยเยว่เยว่ไปจากเธอ ! ”
“อะไรนะ ? ” เสียงของหลี่เมิ่งอี้สูงขึ้นทันที “พี่ซือฉี เมื่อกี้บอกว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อเฉียนซินอวี่หรือ? ”
“ใช่ ! ” เฉิงซือฉีกล่าว “ทำไม เธอรู้จักหรือ ? ”
“รู้จัก! ” หลี่เมิ้งอีเบิกตากว้าง ฟันขาวแทบจะขบกันจนแตก “ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ในช่วงที่อยู่มหา’ลัย เรายังคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีด้วย! ”
“ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้รู้ใช่ไหมว่าเธอคือแม่ของเยว่เยว่ ? ” เฉิงซือฉีรู้สึกแปลกใจ และรีบถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าตอนนี้หลี่เมิ้งอีจะเป็นซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าในแวดวงภาพยนต์และละคร แต่เทียบกับนักแสดงใหญ่ ๆ ตัวพ่อตัวแม่ของวงการบันเทิงแล้วก็ยังห่างไกลนัก
ถ้าเรื่องที่หลี่เมิ้งอีเป็นแม่ของเยว่เยว่ถูกเปิดเผยออกไปตอนนี้ มันจะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในอาชีพของหลี่เมิ้งอีเท่านั้น แต่ยังทำร้ายอาชีพของหลิวจือเซียด้วย
“ไม่! ” หลี่เมิ้งอีพูดด้วยความแน่ใจ “คนที่รู้ว่าฉันกับเยว่เยว่เป็นแม่ลูกกัน นอกจากพี่กับพี่จิงแล้ว ก็มีแค่ประธานหลางจากเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เท่านั้น ! ”
เฉิงซือฉีไม่เข้าใจ “งั้นทำไมเธอ…”
“เฉียนซินอวี่เป็นเพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยของฉัน และยังอยู่หอพักเดียวกัน เข้าสภานักศึกษาด้วยกัน”
หลี่เมิ่งอี้อธิบายว่า “ฉันเป็นประธาน ส่วนเธอเป็นรองประธาน คนๆ นี้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องแข่งกับฉัน แย่งกับฉัน ! จนพี่ซือฉีมาพาฉันเข้าวงการบันเทิงนั่นแหละ พวกเราเลยขาดการติดต่อกัน”
“งั้นก็บังเอิญจริงๆ ! ” เฉิงซือฉีหัวเราะ “ครั้งนี้ยัยนั่นก็จะมาแย่งลูกของเธออีกแล้ว ! ”
“ทุกครั้งฉันจงใจปล่อยเธอไป แต่ครั้งนี้เธอทำเกินไปแล้ว! ” สีหน้าของหลี่เมิ้งอีเย็นชา เยว่เยว่คือเกล็ดย้อนของเธอ ใครก็แตะต้องไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็จะพรากเยว่เยว่ไปจากเธอไม่ได้ !
“เธอจะทำยังไง? ” เฉิงซือฉีเข้าใจจิตใจของหลี่เมิ้งอี
“เรื่องนี้ฉันออกหน้าเองก็ไม่เหมาะ รอจือเซียอัดรายการวันนี้เสร็จก่อน แล้วให้เขาตัดสินใจ” แม้ว่าหลี่เมิ้งอีจะโกรธมาก แต่เธอก็ไม่สามารถออกหน้าในเรื่องนี้ได้จริงๆ
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะ” เฉิงซือฉีพูดขึ้น “เพนกวินมิวสิคออกประกาศถอดเพลงลิขสิทธิ์ทั้งหมดของหลิวจือเซียออกจากแพลตฟอร์มของเพนกวินมิวสิค! ”
“เพนกวินมิวสิคบ้าไปแล้วหรือ? ” หลี่เมิ้งอีพูดอย่างสงสัย “ตอนนี้กระแสของจือเซียกำลังขึ้น ต่อให้จือเซียไม่ได้ปล่อยเพลงบนเพนกวินมิวสิคในอนาคต แค่เพลงพวกนี้ก็ทำเงินให้พวกเขาได้มากพอแล้วนะ”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าบ้าหรือเปล่า รู้แค่ว่าเรื่องของเฉียนซินอวี่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเพนกวินมิวสิค”
เฉิงซือฉีวิเคราะห์ว่า “เป็นไปไม่ได้ที่เฉียนซินอวี่จะอัพโหลดวีดีโอแล้วเพนกวินมิวสิคก็ถอดเพลงของจือเซียทันทีเลยใช่ไหมล่ะ ? พวกเขาจะไม่ตรวจสอบความจริงของเรื่องนี้หน่อยหรือ? ถ้าให้ฉันพูดนะ พวกเขาแค่หาเหตุผลสักอย่างมาถอดเพลงของจือเซียเท่านั้นแหละ”
“ช่างเถอะ วันนี้เกิดเรื่องเยอะเกินไปแล้ว ไม่อยากคิดมากแล้ว” หลี่เมิ้งอีเริ่มปวดหัว
“เยอะเกินไปหรือ ? ” น้ำเสียงเฉิงซือฉีแปลกไปเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้นอีก ? ”
“มันอธิบายให้ชัดเจนตอนนี้ไม่ได้เอาแบบนี้แล้วกัน พี่ซือฉี” หลี่เมิ้งอีพูด “พวกพี่เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมตอนนี้ ฉันจะจองห้องให้พวกพี่ที่โรงแรมฉีหมิงฮอลิเดย์ ตอนกลางคืนเราค่อยคุยกัน”
“โอเค ! ” เฉิงซือฉีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “แล้วก็ ฉันโทรหาตาแก่หลางแล้ว เขากำลังมาที่อวี๋หาง จะถึงในอีก2 ชั่วโมง เธอจองห้องให้เขาด้วยนะ”
“ได้ ! ” หลี่เมิ้งอีตอบรับ จากนั้นก็วางสาย
“แม่คะ แม่ซือฉีโทรมาหรือคะ ? ” เยว่เยว่กระพริบตามองหลี่เมิ้งอี
หลี่เมิ้งอีบีบแก้มยุ้ยของเด็กน้อยและพูดว่า “แม่ซือฉีกับป้าจิงจิงของหนูจะมาหาคืนนี้ หนูดีใจไหม? ”
“จริงหรือคะ ? ! ” เยว่เยว่กระโดดออกจากอ้อมแขนของหลี่เมิ้งอีอย่างตื่นเต้น “เยว่เยว่ดีใจที่สุดเลย ! คราวก่อนแม่ซือฉีสัญญากับหนูว่า…”
……………………
ที่กลางเวทีในสตูดิโอ
เฉียวเฉี่ยวได้สติกลับมาแล้ว การเผชิญหน้ากับผู้ชมที่กำลังคลั่งและคำว่า‘ขี้โกง’ ที่ดังก้องอยู่ในหูนั้น ทำให้เฉียวเฉี่ยวรู้สึกเหนื่อยใจอย่างมาก !
กรรมการพวกนี้ทำให้คนอื่นต้องกังวลจริงๆ สร้างปัญหาอะไรขึ้นมาเนี่ย ?
“เฉียวเฉี่ยว เฉียวเฉี่ยว คุมสถานการณ์ด้วย ! ” เสียงของผู้กำกับหวงเค่อซินดังขึ้นจากหูฟัง
คุมบ้านป้าแกหรือ ?
ใบหน้าของเฉียวเฉี่ยวดำทมึน เขามองผู้ชมชายร่างกำยำมากกว่า30 คนแล้วอยากจะร้องไห้
เขาเข้าวงการมานานกว่า20 ปี ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เลย จะรังแกกันแบบนี้ไม่ได้สิ
“ทุกคน ฟังผมหน่อยครับ! ”
ตอนนั้นเอง หลิวจือเซียก็ก้าวออกมา เขามองไปที่ผู้ชมด้วยสีหน้าสงบนิ่งและพูดว่า “เพลงก็มีทั้งคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบ พวกเราจะบังคับให้คนอื่นชอบเพลงของผมไม่ได้หรอกนะครับ ! ”
พูดถึงตรงนี้ หลิวจือเซียก็กวาดสายตามองหน้าพวกกรรมการไปทีละคน
กรรมการบางคนก็มองกลับมาอย่างสงบ บางคนก็ให้กำลังใจ บางคนก็รู้สึกผิด บางคนก็ก้มหน้า… ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ก็คงไม่กลัวผีมาเคาะประตูหรอก !
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารอบต่อไปจะเป็นการPK กับทีมเฉินอี้เจี๋ยของเรา! ” หลิวจือเซียฉีกยิ้ม “รอบต่อไปผมจะไม่ทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนผิดหวังอย่างแน่นอนครับ ! ”
ว้าว !
นี่แหละอิทธิพลของดารา คำพูดของหลิวจือเซียสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ขึ้นจนทำให้ผู้ชมทุกคนสงบลง จากนั้นก็ส่งเสียงเชียร์กึกก้อง
“จือเซีย พวกเราสนับสนุนคุณนะ ! ”
“กรรมการขยะพวกนี้ ไม่ต้องสนใจพวกมันหรอก ! ”
“เรื่องใหญ่เชียวนะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครจัดการ! ”
ผู้ชมพากันโบกมือและส่งเสียงตะโกนจนคอเป็นเอ็น คลื่นเสียงนี้สามารถพลิกสตูดิโอ ของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงได้เลย
“ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนครับ ! ”
หลิวจือเซียโค้งคำนับผู้ชมและพูดติดตลกว่า “เพื่อน ๆ โปรดอยู่ในความสงบด้วยครับ เราอุตส่าห์เสียเงินซื้อตั๋วเข้ามาแล้ว รายการก็ยังต้องอัดต่อ จะปล่อยให้เงินหลายร้อยหยวนของเราสูญเปล่าไม่ได้ใช่ไหมครับ ? ”
“ฮ่าๆๆ พี่เซียของฉันพูดถูก พวกเราจะเสียเงินไปเปล่าๆ ไม่ได้ ! ”
“พี่ยี่กลับมาเร็ว มานั่งดูการแสดงต่อ ! ”
“เห็นแก่จือเซียของฉัน ครั้งนี้จะปล่อยพวกแกไป พวกแกระวังตัวให้ดีเถอะ ! ”
ผู้ชมพากันหัวเราะอย่างใจดี และผู้ชมชายตัวโตๆ ที่เดินขึ้นไปหาพวกกรรมการก็กลับมานั่งที่เดิม
หลังจากเรื่องทั้งหมดออกมาเป็นเช่นนี้ พวกกรรมการที่ไม่ได้ลงคะแนนให้หลิวจือเซียต่างหวาดกลัวกันมาก
แต่ละคนหน้าซีดขาว เหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาบนหน้าผาก
กรรมการเหล่านี้รู้สึกเสียใจอย่างที่สุด ทำไมตอนนั้นพวกเขาถึงยอมรับผลประโยชน์จากทางเฉิงกวงมีเดียมา ตอนนี้ก็เลยมี‘หนุ่มกำยำ’ หลายคนจ้องพวกเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง
ถ้าหลิวจือเซียปรากฏตัวในรอบต่อไป แล้วพวกเขาไม่โหวตให้อีก เกรงว่าพวกเขาคงไม่สามารถเดินออกจากสตูดิโอไปแบบมีชีวิตได้แล้ว
ที่นี่น่ากลัวจัง ฉันอยากกลับบ้าน แม่จ๋า!
“เฉียวเฉี่ยว ขอโทษด้วยนะครับ คุณดำเนินรายการต่อได้แล้ว” หลิวจือเซียไม่มองไปที่กรรมการพวกนั้นอีก และกลับมาที่กลางเวทีพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
“ครับ ขอบคุณคุณผู้ชมทุกท่านที่ให้ความร่วมมือนะครับ ! ”
เฉียวเฉี่ยวพยักหน้าขอบคุณหลิวจือเซีย และมองไปที่ผู้ชมที่สงบลงแล้วพร้อมกับกล่าวว่า “การต่อสู้แบบทีมรอบนี้ ทีมเฉินอี้เจี๋ยชนะ ขอเชิญหลิวจือเซียขึ้นไปบนสะพานอันทรงเกียรติเลยครับ! ”
หลิวจือเซียโบกมือให้ผู้ชมและเดินไปที่สะพานเกียรติยศทางด้านซ้าย
“งั้นเรามาดูจำนวนเด็กฝึกที่เหลืออยู่ในแต่ละทีมกันครับ ! ”
เฉียวเฉี่ยวฟื้นคืนความเป็นพิธีกรที่มีเสน่ห์ของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงกลับมา “ทีมหลิวเยว่มีเด็กฝึก 8 คน ทีมหยูเฉิงหมิงมีเด็กฝึก9 คน ทีมอู๋อิงมีเด็กฝึก8 คน และทีมเฉินอี้เจี๋ยมีเด็กฝึก9 คนครับ ! ”
ผู้ชมมองไปที่ตัวเลขที่ขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ และมีเสียงปรบมือเพียงเบาบางเท่านั้น
“การต่อสู้แบบทีมรอบต่อไป! ” เฉียวเฉี่ยวไม่แปลกใจ จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ถ้าพวกผู้ชมมีความสุขได้ก็คงแปลกแล้ว !
“ทีมเฉินอี้เจี๋ยปะทะกับทีมอู๋อิง! ”
อยากจะร้องไห้จริงๆ !
กรรมการพวกนั้นก็อยากจะร้องไห้ ทำไมเป็นทีมของเฉินอี้เจี๋ยอีกแล้วล่ะ ?
เฉินอี้เจี๋ยและอู๋อิงที่อยู่ตรงที่นั่งเมนเทอร์มองหน้ากัน จากนั้นก็เอื้อมมือไปที่กล่องพร้อมกัน
เฉินอี้เจี๋ยไม่ต้องคิดอะไรมาก ยังไงก็คือหลิวจือเซียอยู่แล้ว ส่วนคนที่อู๋อิงเลือกก็คือจ้าวเผิงชู !