คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 42 :เยว่เยว่มีแฟนคลับ

    ตอนที่ 42:เยว่เยว่มีแฟนคลับ

     

            "เด็กคนนี้เก่งมากจริง ๆ ! "

     

            หลางเวิ่นซิงที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมที่ไม่โดดเด่นในแถวหน้าของโรงละครและกำลังถือกล้องวิดีโอเอาไว้ในมือก็พึมพำกับตัวเองว่า "น่าเสียดายจริง ๆด้วยระยะทางขนาดนี้ทำให้ถ่ายวิดีโอออกมาไม่ชัดเลยคงต้องเรียกจือเซียมาอัดวิดีโอการแสดงนี้อีกครั้งซะแล้ว ! "

     

            หลางเวิ่นซิงต้องการบันทึกการแสดงของหลิวจือเซียในครั้งนี้เพื่อนำไปสร้างหนังสั้นโปรโมทหลิวจือเซียหลังจากกลับไปที่บริษัท

     

            เพราะในโรงละครนี้มีผู้ชมจำนวนมากที่ยกโทรศัพท์มือถือและกล้องขึ้นมาเพื่อบันทึกวิดีโอของการแสดงครั้งนี้

     

            สิ่งที่ผู้ชมเหล่านั้นต้องการก็คือนำวิดีโอนี้ไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตอย่างเช่นเวยป๋อ

             

            ……………………

     

            เมื่อเสียงเปียโนของหลิวจือเซียจบลง

     

            ทั้งโรงละครก็เต็มไปด้วยเสียงปรบมือแม้แต่ผู้ตัดสินด้านหน้าทั้งหกคนก็ปรบมืออย่างชื่นชม

     

            "หลิวจือเซีย ชายคนนี้ไม่ทำให้พวกเราผิดหวังจริง ๆ "

     

            เฝิงเจิ้งผู้อำนวยการสาขาการแสดง เป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบต้นๆ รูปร่างไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ “ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพาเด็กผู้หญิงคนนี้มาหาผมก็คิดว่าหลิวจือเซียจะเป็นคนที่ไม่เอาไหนแต่ใครจะไปคิดกันว่าเขาจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ และดูตอนนี้สิคนที่แต่งเพลงแบบนี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบและรักเด็กคนนั้นมากอย่างแน่นอน"

     

            “โชว์นี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ”เฉินซีผู้อำนวยการวิทยาลัยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม“ไม่ว่าจะเนื้อเพลงหรือว่าอารมณ์เพลงเห็นได้ชัดว่าหลิวจือเซียมีความรักอย่างลึกซึ้งให้กับสิ่งนั้นเด็กผู้หญิงคนนี้ช่างโชคดีจริง ๆ ที่มีคนคนนี้เป็นพ่อ”

     

            "วงการบันเทิงในอนาคตชายหนุ่มคนนี้จะต้องได้แสดงฝีมือให้พวกเราเห็นมากกว่านี้อย่างแน่นอน ! "รองศาสตราจารย์เฉินกังพยักหน้า

     

            ขณะที่พูดอยู่นั้น เฉินกังก็หันไปหาหลิวฉีฉี "ฉีฉีอย่าว่าผมพูดมากเกินไปเลยนะ หลิวจือเซียคนนี้มีความสามารถมากทีเดียวผมขอแนะนำว่าให้เขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณ ! "

     

            หลิวฉีฉีพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรออกมา

     

            “ฉีฉี” หลี่อ้ายกังพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม“คราวนี้คุณพบเพชรเม็ดงามเข้าแล้ว เขาเป็นทั้งนักร้องและนักแต่งเพลงหากเก็บเขาไว้ล่ะก็ พวกเราจะต้องได้เห็นสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน”

     

            หลิวฉีฉีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงเพลง‘ได้เจอเธอพอดี’ และเพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’ เธอก็รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะรีบกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณที่ช่วยเตือนฉัน”

     

            ผู้ชมในโรงละครไม่สนใจว่าผู้ตัดสินกำลังพูดอะไรกันพวกเขายังคงปรบมือด้วยความตื่นเต้นและตามมาด้วยเสียงตะโกนดังลั่นออกมาเพียงแค่สามคำ

     

            “หลิวจือเซีย ! ”

     

            “หลิวจือเซีย ! ”

     

            “หลิวจือเซีย ! ”

     

            บนเวที เมื่อเห็นฉากตรงหน้านี้หลิวจือเซียก็รู้สึกถึงความคุ้นเคยที่ห่างหายไปนาน เพราะในชีวิตก่อนหน้านี้หลิวจือเซียก็ได้ขึ้นไปยังจุดสูงสุดของวงการบันเทิงและวงการดนตรี และในโลกนี้เขาก็มั่นใจมากว่าจะสามารถสร้างความรุ่งโรจน์แบบนั้นขึ้นมาได้อีกครั้ง

     

            เสียงเชียร์ดังลั่นของผู้ชมทำให้เยว่เยว่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเพราะเธอไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน จากนั้นร่างเล็ก ๆของเธอก็เอนเข้าหาหลิวจือเซียอย่างไม่ได้ตั้งใจและจับมุมเสื้อของหลิวจือเซียเอาไว้แน่น

     

            เมื่อหลิวจือเซียได้สติ เขาก็ก้มหน้าลงมามองเยว่เยว่ที่กำลังรู้สึกประหม่า

     

            เมื่อเห็นเช่นนั้น หลิวจือเซียก็กอดเยว่เยว่ให้แน่นขึ้นและก้มลงไปกระซิบข้างหูของเธอว่า “เยว่เยว่ ไม่เป็นไรนะ พ่อจะอยู่ข้าง ๆ ลูกเสมอ”

     

            เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือเซีย เยว่เยว่ก็พยักหน้าน้อย ๆของเธอและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

     

            หลังจากโค้งขอบคุณให้ผู้ชมแล้วหลิวจือเซียที่อุ้มเยว่เยว่ในอ้อมแขนก็หมุนตัวเตรียมเดินลงจากเวทีไป

     

            แต่คนเหล่านั้นจะปล่อยให้หลิวจือเซียจากไปง่าย ๆ แบบนี้งั้นหรือ? แน่นอนคำตอบก็คือ ไม่ จากนั้นพวกเขาก็ตะโกนขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกันว่า

     

            “หลิวจือเซีย ขออีกเพลง ! ”

     

            “ร้องเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ ให้พวกเราฟังทีเถอะ ! ”

     

            ในขณะนั้นซุ่ยเหมินรุ่ยก็เดินขึ้นมาบนเวทีและหยุดหลิวจือเซียเอาไว้“รุ่นพี่หลิวจือเซีย โปรดรอสักครู่”

     

            หลิวจือเซียที่โดนขวางเอาไว้ก็มองซุ่ยเหมินรุ่ยด้วยความประหลาดใจ

     

            “ผู้ชมทุกท่าน ได้โปรดเงียบก่อน”ซุ่ยเหมินรุ่ยหมุนตัวและกล่าวกับผู้ชม“ทุกคนอยากรู้ไหมว่าลูกสาวของรุ่นพี่หลิวจือเซียชื่อว่าอะไร ?ทุกคนอยากฟังเสียงอันน่ารักของลูกสาวของของรุ่นพี่หลิวจือเซียอีกครั้งไหม ? ”

     

            “แน่นอน ! ”

     

            “ซุ่ยเหมินรุ่ย เธอช่างรู้ใจพวกเราจริง ๆ ! ”

     

            “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม เอาใจพวกเราไปเลย ซุ่ยเหมินรุ่ย ! ”

     

            ดูเหมือนว่าซุ่ยเหมินรุ่ยจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปลุกใจอย่างแท้จริงเพราะด้วยคำพูดแค่ไม่กี่ประโยคก็ทำให้ผู้ชมทุกคนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาได้แล้ว

     

            ซุ่ยเหมินรุ่ยหัวเราะเบา ๆก่อนจะหันไปหาหลิวจือเซียและถามขึ้นว่า “รุ่นพี่หลิวจือเซียฉันขอถามคำถามสักสองสามคำถามกับลูกสาวของคุณได้ไหม ? ”

     

            หลิวจือเซียยิ้ม เขารู้สึกประทับใจในฝีมือของพิธีกรคนนี้ไม่น้อย

     

            หลิวจือเซียหันไปหาเยว่เยว่และถามขึ้นว่า “เยว่เยว่ตอบคำถามพี่สาวคนนี้สักสองสามคำถามหน่อยได้ไหม ? ”

     

            เยว่เยว่พยักหน้ารับ

     

            “ช่างเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักอะไรแบบนี้”เพราะผู้หญิงมักจะต้านทานความน่ารักของเด็กและสัตว์ไม่ไหวและเยว่เยว่ก็เป็นเด็กที่น่ารักมาก “หนูน้อย หนูชื่อว่าอะไรงั้นหรือ ? ”

     

            “หนูชื่อเยว่เยว่ค่ะ” เยว่เยว่ตอบกลับอย่างฉะฉาน “พี่สาวคุณก็สวยมากเช่นกัน”

     

            ซุ่ยเหมินรุ่ยยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินคำตอบของเยว่เยว่จากนั้นเธอก็ถามต่อว่า “เยว่เยว่ช่วยบอกพี่สาวคนนี้ได้ไหมว่าใครเป็นคนสอนหนูร้องเพลงนี้ ? ”

     

            เยว่เยว่ยิ้มและตอบว่า “คุณพ่อสอนหนูร้องเพลงนี้หนูฝึกแค่สองครั้งก็ร้องเพลงนี้ได้แล้ว ! ”

     

            “ว้าว เยว่เยว่เก่งมาก ! ” ซุ่ยเหมินรุ่ยยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้กับเยว่เยว่ และถามต่ออีกว่า“พี่สาวได้ยินมาว่าหนูและคุณพ่อเพิ่งจะอยู่ด้วยกันได้ไม่นานหนูช่วยบอกพี่สาวหน่อยได้ไหมว่าใครคือคุณแม่ของหนู ? ”

     

            พิธีกรสาวคนนี้ฉลาดมาก !

     

            หลิวจือเซียส่ายหัวเล็กน้อยความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้จริง ๆ !

     

            เยว่เยว่ขมวดคิ้วด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้าไปหาหลิวจือเซียและหันกลับมาที่ซุ่ยเหมินรุ่ยจากนั้นก็ตอบกลับด้วยดวงตาอันสดใสของเธอว่า “คุณแม่บอกว่าเรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับระหว่างคุณแม่ เยว่เยว่ และคุณพ่อเท่านั้นจะเล่าให้คนอื่นฟังไม่ได้เด็ดขาด แต่หนูสามารถบอกพี่สาวได้ว่าคุณแม่ของหนูสวยที่สุดในโลก ! ”

     

            เมื่อได้ยินคำตอบอันไร้เดียงสาของเยว่เยว่ผู้ชมทุกคนต่างก็ปรบมือขึ้นมาพร้อมกัน

     

            ทุกคนรู้สึกชื่นชมหนูน้อยตัวเล็กที่มารยาทดีราวกับหลุดมาจากหนังสือสอนกริยามารยาทยังไงยังงั้น

     

            ในสายตาของพ่อแม่ ลูก ๆ ของพวกเขาย่อมน่ารักที่สุดในโลกและในสายตาของลูก พ่อแม่ของพวกเขาก็ย่อมเป็นคนที่สวยและหล่อที่สุดในโลกเช่นกัน

     

            “หลิวจือเซีย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมขอสมัครเป็นลูกเขยของคุณ! ”

     

            “หลิวจือเซีย ต่อจากนี้ให้ผมเรียกคุณว่าพ่อตาเถอะ ! ”

     

            “หลิวจือเซีย ฉันขอประกาศว่าฉันไม่ใช่แฟนคลับของคุณแล้วที่หนึ่งในใจของฉันตอนนี้ก็คือ เยว่เยว่ เท่านั้น ! ”

     

            ขณะนี้ เหล่าผู้ชมก็หลงในความน่ารักของเยว่เยว่ไม่ไหวจนโดนตกไปในที่สุดและผู้ชมส่วนใหญ่ก็ยังคิดอีกว่าถ้าหากพวกเขามีลูกก็จะต้องเป็นลูกสาว !

             

            ……………………

     

            การแสดงยังคงดำเนินต่อไป และการแสดงถัด ๆไปก็ไม่ได้แย่ไปกว่าการแสดงของหลิวจือเซียสักเท่าไหร่เลยแต่ความสนใจของเหล่าผู้ชมก็ยังติดอยู่ที่เพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’

     

            เนื่องจากว่านักศึกษาที่เตรียมตัวแสดงจะต้องเตรียมตัวอยู่ด้านหลังเวทีเช่นนั้นพวกเขาจึงไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ด้านหน้าเวทีเป็นอย่างไร

     

            แต่ผู้เข้าแข่งขันบางคนก็ส่ายหัวเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจบ้างก็อยากยกเลิกเมื่อได้ยินว่าหลิวจือเซียเข้าแข่งขันด้วย

     

            เพราะเมื่อเทียบกับหลิวจือเซียแล้ว พวกเขาเทียบไม่ติดจริง ๆ !

     

            หลังจากการแสดงอีกห้ารอบผ่านไป อารมณ์ที่เรียบเฉยของผู้ชมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

     

            เพราะตอนนี้ถึงคิวการแสดงของจางหนิง !

     

            จางหนิงเป็นนักแสดงหน้าใหม่ในวงการบันเทิงอีกทั้งเขายังมีฐานแฟนคลับในวิทยาลัยอยู่แล้วจึงทำให้อารมณ์ของผู้ชมตอนนี้ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

     

            “ต่อไป เป็นการแสดงของจางหนิง รุ่นพี่จางได้โลดแล่นในวงการบันเทิงมาสองปีแล้วและวันนี้ เขาจะนำเพลงที่เพิ่งปล่อยล่าสุดอย่างเพลง ‘ปลดปล่อยพลัง’มาให้พวกเรารับชมรับฟังอีกด้วย ! ”

             

            หลินเซียงหยาง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งซึ่งสวมชุดสูทสีดำยิ่งทำให้เขาดูดีขึ้นเป็นอย่างมากและใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก็ยิ้มแย้มอยู่เสมอ

     

            ทันทีที่ หลินเซียงหยาง พูดจบผู้ชมทั้งหมดก็พากันส่งเสียงเชียร์ทันทีตอนนี้พวกเขาพร้อมที่จะรับชมการแสดงที่น่าตื่นเต้นนี้เต็มทีแล้ว

             

            “ShowTime ! ”

     

            “ถ้าเช่นนั้น เชิญรับชมรับฟังได้ ! ”

     

            ด้วยเสียงลำโพงที่ดังสนั่นขึ้นท่วงทำนองที่สามารถปลุกไฟนักเต้นในใจของผู้ชมก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งโรงละคร!

     

            ทันทีที่เสียงนั้นค่อย ๆ เบาลงชายหนุ่มสี่คนในชุดยีนส์สไตล์ร็อคที่เด่นชัดที่นำโดยจางหนิงก็เดินขึ้นเวทีด้วยออร่าแบดบอยกระชากใจสาว ๆ

     

            ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ประเทศจีนก็เริ่มมีเพลงแนวร็อคแอนด์โรลและเฮฟวี่เมทัลจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาเข้าจนทำให้วงการเพลงจีนต้องสั่นสะเทือน

     

            ส่วนเหล่าผู้คนที่ฟังเพลงร็อคเร้าอารมณ์อยู่แล้วรวมถึงเหล่าคนที่รักในเสียงดนตรี ก็เริ่มมีบทบาทในสังคมมากขึ้น

     

            แต่พวกเขาไม่ได้นำมาปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลงมาเป็นแนวของตัวเองกล่าวได้ว่าพวกเขาเลียนแบบสไตล์แบบยุโรปและอเมริกาโดยไร้กลิ่นอายของประเทศจีน ทำให้เพลงร็อคที่ผลิตออกมาจึงออกไปทางยุโรปและอเมริกาโดยสมบูรณ์

     

            แต่แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น ก็ใช่ว่าประเทศจีนจะไม่มีเพลงร็อคดี ๆเลย

     

            สำหรับจางหนิงเพลงของเขาก็เป็นเพลงที่สามารถทำให้ผู้ฟังเดือดพล่านได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งจังหวะความเร้าใจ และเสียงลำโพงแน่น ๆ มันช่างน่าโยกหัวจริง ๆ

     

            แม้ว่าในโรงละครนี้จะไม่ได้ร้อนเลยแต่เสียงดนตรีจากจางหนิงก็ได้ทำให้บรรยากาศมันเร่าร้อนขึ้นมา !

     

            “ชายหนุ่มคนนี้ไม่เลวเลย ! ” ตรงที่นั่งของผู้ตัดสิน ต่งลี่ที่นั่งข้าง ๆ หลิวฉีฉีก็ถามขึ้น “ฉีฉี ชายหนุ่มคนนี้มีฝีมือมากทีเดียวหากเก็บเขาไว้ก็น่าสนใจไม่น้อย”

     

            หลิวฉีฉีพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกและเสียงตอบรับจากผู้ชมเขาก็สามารถเป็นหนึ่งในตัวเลือกได้ แต่ทักษะการร้องเพลงของเขาแย่เล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะคุณไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการร้องเพลงเพื่อเล่นมิวสิควิดีโอ

     

            “ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน ? ”หลี่อ้ายกังที่เห็นการแสดงของจางหนิงก็รู้สึกสนใจขึ้นมา

     

            มีร่องรอยดูหมิ่นบนใบหน้าของฮั่นซี จากนั้นเขาก็กล่าวว่า“พี่เขยของเขาคือเฉินลั่วแห่งฮัวเยว่มีเดียก่อนหน้านี้เฉินลั่วได้จ้างนักแต่งเพลงด้วยราคาสูงลิ่วอีกทั้งยังจ้างคนออกแบบท่าเต้นจากเฉิงกวงมีเดีย อีกฉันคิดว่าที่เขาทำแบบนั้นก็น่าจะเพื่องานนี้”

     

            “เฮ้อ ! ” หลี่อ้ายกังถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดายเพราะด้วยความสามารถเช่นนี้ อีกทั้งอีกฝ่ายยังอยู่ในวงการมาสองปีแล้วแต่ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่โด่งดังเท่าไหร่

     

            หลี่อ้ายกังส่ายหัวเล็กน้อยเพื่อสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

     

            ในโรงละคร ผู้ชมก็ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

     

            “ฉันคิดว่าเพลงนี้จะต้องดังแน่ ! ”

     

            “ผู้ชายคนนี้มีของดีจริง ๆไม่งั้นเขาคงจะไม่กล้าพนันกับเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น”

     

            “ฮ่าฮ่า น่าสงสารไป่เหลียนเฉิงจริง ๆคราวนี้เขาคงจะต้องได้วิ่งแก้ผ้าโชว์แล้ว ! ”

             

            ……………………

     

            ในไม่ช้า การแสดงเพลงปลดปล่อยพลัง ก็จบลงผู้ชมในโรงละครต่างก็ปรบมือและส่งเสียงเชียร์ดังสั่นไปทั่วทั้งโรงละครแต่เมื่อเปรียบเทียบกับการแสดงของหลิวจือเซียแล้ว ก็ยังคงต่างกันมาก

     

            เมื่อได้ยินเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องจากผู้ชมในโรงละครอย่างไม่รู้จบจางหนิงก็หัวเราะอย่างภาคภูมิและพูดว่า “ไอ้หน้าขาวไป่ ครั้งนี้ฉันไม่ทำพลาดแน่นอนนายเตรียมตัววิ่งแก้ผ้าได้เลย ! ”

     

            แต่จางหนิงผู้โชคร้ายยังไม่รู้ว่าหลิวจือเซียเป็นเพื่อนร่วมหอพักของไป่เหลียนเฉิงไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะไม่ยิ้มออกมาแบบนี้อย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน