ทะลุมิติไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย พร้อมคลังอาวุธสุดเทพ

    บทที่ 30 ปีศาจตนนี้แกร่งกล้านัก

    บทที่ 30 ปีศาจตนนี้แกร่งกล้านัก

    ​

    ​เจียงเหลียนจูไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะเปิดประตู

    ​

    ​แต่กลับถูกต้าเป่าขวางไว้ "ท่านแม่ อย่าเปิดประตูให้พวกนางเลยขอรับ"

    ​

    ​ทว่าคนด้านนอกกลับมีท่าทีดึงดันหมายจะบุกเข้ามาในบ้านให้ได้ ประตูรั้วที่ทรุดโทรมถูกทุบอย่างรุนแรงจนเศษไม้ร่วงกราวเกรงว่าคงจะยันไว้ได้อีกไม่นาน

    ​

    ​เห็นชัดว่าผู้ที่มาไม่ได้หวังดี!

    ​

    ​เจียงเหลียนจูไม่ใช่คนขี้ขลาดอยู่แล้ว "ไม่เป็นไร พวกเราไปดูว่าพวกนางคิดจะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรกันแน่ พวกเจ้าถอยไปด้านข้างก่อนเถอะ"

    ​

    ​ทันทีที่เปิดประตูสะใภ้สามกับยายเฒ่าหวังหลิวที่ยืนมุงอยู่ด้านนอกก็ถลาเข้ามาข้างในทันที

    ​

    ​ยายเฒ่าหวังหลิวร้องโวยวายเสียงดังลั่น "เจ้าตัวดีถูกผีสิง! คิดจะทำร้ายข้าอีกแล้ว! หมอผีกู่ เป็นนางนี่แหละ นั่งอยู่นี่! นางคือสะใภ้ห้าของข้า พอตกน้ำไปเมื่อวันก่อน ฟื้นมาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งจิตใจเหี้ยมโหด แรงเยอะผิดคน แถมยังไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านรีบดูทีว่าพอจะขับไล่ผีพรายในร่างนางออกไปได้หรือไม่"

    ​

    ​เบื้องหลังของยายเฒ่าหวังหลิวมีผู้คนตระกูลหวังติดตามมาเป็นกลุ่ม

    ​

    ​อีกทั้งยังมีหมอผีวัยราวสี่สิบถึงห้าสิบปีสวมชุดคลุมยาวลายแปดทิศ ในมือถือกระดิ่งแขวนโบราณหนึ่งพวงและกระบี่ไม้ท้อหนึ่งเล่ม

    ​

    ​สีหน้าเคร่งขรึมและเย็นชา

    ​

    ​เจียงเหลียนจูเข้าใจกระจ่างแล้วว่าเหตุใดก่อนหน้านี้คนตระกูลหวังถึงนำยันต์กระดาษสีเหลืองมาฝังไว้รอบบ้าน ที่แท้พวกเขาก็เชิญหมอผีมาเพื่อกำจัดนางนั่นเอง

    ​

    ​นี่... จะได้ผลหรือ?

    ​

    ​นางเป็นผู้ทะลุมิติมานะ

    ​

    ​ต้าเป่ารีบก้าวขึ้นมาขวางหน้าเจียงเหลียนจูทันที "พวกท่านคิดจะทำอะไร! อย่าคิดมาใส่ร้ายท่านแม่ของข้านะ ท่านแม่ไม่ได้ถูกผีพรายสิง ท่านแม่ปกติดี พวกท่านออกไปเดี๋ยวนี้ หากไม่ออกไปข้าจะไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาตัดสินความให้พวกเรา"

    ​

    ​เอ้อร์เป่าตั้งสติได้เช่นกัน "ใช่! ไสหัวออกไปจากบ้านของพวกเราเดี๋ยวนี้ ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกอย่างพวกท่านมาวุ่นวาย ท่านแม่ปกติดี พวกท่านต่างหากที่ถูกผีพรายสิง ใครคิดจะทำร้ายท่านแม่ ข้าจะปล่อยตะขาบให้กัดมันจนตาย!"

    ​

    ​ซานเป่ายิ่งตรงไปตรงมานางคว้าเคียวที่วางอยู่บนพื้นขว้างใส่ยายเฒ่าหวังหลิวทันที

    ​

    ​"คนเลว! ไปให้พ้น!"

    ​

    ​ยายเฒ่าหวังหลิวหลบเคียวได้ทันโกรธจนตัวสั่น "พวกเจ้าดูสิ ดูเอาเถิด หากนี่ไม่ใช่การถูกผีสิงแล้วจะเป็นอะไร แม้แต่เด็กสามคนยังถูกล้างสมองจนหมดสิ้น หมอผีกู่! ท่านรีบดูเร็วเข้า ว่าถูกสิงหรือไม่!"

    ​

    ​ในเวลานี้ ชาวบ้านที่ยังไม่ได้เข้าป่าไปเก็บผลไม้ต่างพากันมามุงดูเรื่องสนุก

    ​

    ​เรื่องอื้อฉาวเช่นนี้หาดูได้ยากยิ่งในหมู่บ้าน

    ​

    ​ถึงขั้นเชิญหมอผีมาได้ ตระกูลหวังยอมทุ่มทุนทรัพย์มหาศาล เพราะหมอผีกู่ผู้นี้เป็นหมอผีที่มีชื่อเสียงที่สุดในแถบนี้ หากจะเชิญนางมาสักครั้งหากไม่มีเงินห้าร้อยอีแปะนางย่อมไม่มีทางยอมตกลง

    ​

    ​มิน่าเล่าเจียงซื่อถึงนิสัยเปลี่ยนไป หรือว่าจะถูกผีพรายสิงเข้าจริง ๆ?

    ​

    ​ทุกคนต่างหันไปมองหมอผีกู่

    ​

    ​เจียงเหลียนจูไม่ได้วู่วาม นางอยากจะดูว่าหมอผีกู่ผู้นี้จะเล่นตลกอะไร

    ​

    ​เรื่องลงไม้ลงมือนางไม่กลัวอยู่แล้ว แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเชิญหมอผีมา เพื่อความไม่ประมาท หากหมอผีนั่นมีวิชาอาคมบังคับนางได้จริง เรื่องคงได้ยุ่งยากแน่

    ​

    ​ต้าเป่าเห็นว่าขวางไว้ไม่ได้จึงรีบวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อไปตามหัวหน้าหมู่บ้าน

    ​

    ​หมอผีกู่ตั้งแต่เข้ามาก็จ้องมองเจียงเหลียนจูด้วยสายตาคมกริบ หมายจะกดดันเจียงเหลียนจูทางจิตวิทยา ซึ่งกลยุทธ์นี้ย่อมใช้ไม่ได้ผลกับเจียงเหลียนจู

    ​

    ​จากนั้นหมอผีกู่ก็ท่องมนตร์ไม่กี่ประโยคแล้วเริ่มเขย่ากระดิ่งเก่า ๆ ในมือ เสียงกระดิ่งทึบและแหบพร่าฟังแล้วชวนให้รู้สึกไม่สบายหู

    ​

    ​เจียงเหลียนจูขมวดคิ้ว ให้ตายเถอะเสียงช่างระคายหูเสียจริง!

    ​

    ​ทันใดนั้นหมอผีกู่ก็กระโดดวูบหนึ่ง

    ​

    ​กระโดดออกจากกลุ่มคน มายังพื้นที่ว่างข้างกายเจียงเหลียนจูพร้อมกับขับขานบทเพลงร่ายรำตามแบบฉบับหมอผี

    ​

    ​"เจ้าปีศาจ! ข้าหมอผีผู้นี้มาถึงแล้ว เจ้ายังไม่รีบปรากฏตัวและออกจากร่างของเจียงซื่ออีกหรือ!"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูกลัวว่านางจะก้าวพลาดล้มลงจนทำให้ซานเป่าตัวน้อยได้รับบาดเจ็บ จึงอุ้มซานเป่าไปไว้ด้านหลัง

    ​

    ​"ข้าว่าเจ้านั่นแหละที่เป็นปีศาจ รำจนไม่เหนื่อยบ้างหรือ อยากพักดื่มน้ำสักอึกแล้วค่อยรำต่อหรือไม่"

    ​

    ​หมอผีกู่เอากระดิ่งเก่า ๆ มาแกว่งไปมาตรงหน้าเจียงเหลียนจู แกว่งอย่างแรงจนเจียงเหลียนจูเริ่มรำคาญ จึงตบกระดิ่งนั้นจนกระเด็นหายไป

    ​

    ​"แย่แล้ว ปีศาจตนนี้พลังช่างแกร่งกล้านัก ยันต์เทพทั้งสี่จงทำงาน ไท่ซ่างเหล่าจวินเบื้องบน โปรดประทานบัญชา กระบี่เทพจงสำแดงฤทธิ์ ช่วยข้าสยบปีศาจตนนี้ในคราเดียว"

    ​

    ​เมื่อไม่มีกระดิ่ง หมอผีกู่ก็ยังเหลือกระบี่ไม้เก่า ๆ หนึ่งเล่ม นางถ่มน้ำลายลงบนกระบี่แล้วลูบหนึ่งที

    ​

    ​จากนั้นก็ฟันลงไปที่หัวของเจียงเหลียนจูอย่างแรง!

    ​

    ​เจียงเหลียนจูดูละครจนพอใจหมอผีพรรค์นี้ตอนแรกทำให้นางระวังตัวอยู่บ้างแต่ที่แท้ก็แค่พวกมือสมัครเล่น

    ​

    ​ในขณะที่กระบี่ไม้ฟันลงมา เจียงเหลียนจูใช้สองนิ้วคีบกระบี่ไม้ท้อเอาไว้ได้ แล้วออกแรงบิดเบา ๆ

    ​

    ​แกร๊ก!

    ​

    ​กระบี่ไม้ท้อหักออกเป็นสองท่อน

    ​

    ​หมอผีกู่ร้องลั่น "ใครก็ได้ รีบมาช่วยกันจับปีศาจตนนี้ไว้ มัดนางไว้ก่อนแล้วข้าจะทำพิธีต่อ"

    ​

    ​พวกผู้ชายตระกูลหวังเตรียมพร้อมอยู่แล้ว บางคนถือเชือกป่าน บางคนถือกระสอบ

    ​

    ​คิดจะคลุมตัวเจียงเหลียนจูแล้วมัดนางไว้

    ​

    ​เอ้อร์เป่าร้อนใจ "ท่านแม่ ระวังขอรับ พวกเขาจะมาจับท่านแล้ว"

    ​

    ​ในเวลานี้ เขาโกรธตัวเองที่ตัวเล็กเกินไปจนช่วยอะไรไม่ได้มาก จึงพุ่งเข้าไปหาหวังเหล่าซานเพื่อขวางไว้ แต่ทว่าอู่หลางแห่งตระกูลหวังเล็งไว้ก่อนแล้ว จึงรีบเข้าไปกอดรัดเขาไว้ไม่ให้เอ้อร์เป่าเคลื่อนไหว เอ้อร์เป่าอายุน้อยกว่าอู่หลางหลายปีย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้

    ​

    ​"ไม่ต้องตกใจ แค่พวกเขาน่ะหรือจะจับข้าได้ ฝันไปเถอะ!" เจียงเหลียนจูปลอบเอ้อร์เป่า

    ​

    ​นางราวกับมีตาหลังหลบการลอบโจมตีของหวังเหล่าเอ้อร์และหวังเหล่าซานได้อย่างคล่องแคล่ว

    ​

    ​ซ้ำยังใช้หมัดและเท้าซัดจนพวกเขาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น

    ​

    ​ผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์ถึงกับอ้าปากค้าง

    ​

    ​หญิงสาวผู้อ่อนแอสามารถเอาชนะชายฉกรรจ์สองคนได้อย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?

    ​

    ​เจียงซื่อช่างเก่งกาจยิ่งนัก!

    ​

    ​หมอผีกู่เองก็ตกตะลึง เห็นท่าไม่ดีเลยตั้งใจจะเผ่นหนีไป วันนี้ดวงซวยดันมาเจอคนจริงเข้าให้แล้ว!

    ​

    ​แต่เมื่อคิดได้ว่ายังไม่ได้รับเงินอีกครึ่งหนึ่ง จึงฝืนใจหยิบกระดิ่งเก่า ๆ ที่ถูกเจียงเหลียนจูตบกระเด็นขึ้นมาเขย่าอีกครั้ง "ปีศาจ เจ้ามันคือปีศาจ! จงยอมจำนนเดี๋ยวนี้!"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูไม่เกรงใจนางอีกต่อไป

    ​

    ​"เจ้านั่นแหละปีศาจ ปีศาจต้มตุ๋นหลอกกินเงินชาวบ้าน หมอผีอย่างเจ้านี่ใช้ไม่ได้จริง ๆ รีบกลับบ้านไปฝึกฝนใหม่เถอะ  ฝีมือยังไม่ถึงขั้นแล้วยังกล้าออกมาขายหน้าอีก! รำก็รำไม่สวย ยายแก่ที่รำไทเก๊กตามลานกว้างยังรำได้ชำนาญและดูดีกว่าเจ้าเสียอีก พวกเจ้าไสหัวไปให้หมดเลยนะ"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูหิ้วคอของนางแล้วเหวี่ยงข้ามกำแพงออกไปนอกรั้วบ้านอย่างแรง

    ​

    ​ได้ยินเพียงเสียงหมอผีกู่ร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวด

    ​

    ​คราวนี้ ยายเฒ่าหวังหลิวและคนอื่น ๆ เห็นแล้วต่างพากันตกใจกลัว หวังเหล่าเอ้อร์และหวังเหล่าซานถูกเจียงเหลียนจูซัดจนนอนร้องโอดครวญอยู่ข้าง ๆ ลุกไม่ขึ้น และไม่กล้าก้าวเข้ามาอีก

    ​

    ​ยังคงมีเพียงยายเฒ่าหวังหลิวที่อาศัยฐานะแม่สามีตวาดว่า "เจ้าปีศาจ เจ้าถึงกับเอาชนะหมอได้ เจ้าคืนเจียงซื่อสะใภ้ห้าของข้ามาเดี๋ยวนี้นะ"

    ​

    ​เจียงเหลียนจูถือกระบี่ไม้ท้อที่หักเล่นในมือ พลางก้าวเข้าไปหายายเฒ่าหวังหลิวทีละก้าว "ใครหรือเป็นปีศาจกัน ใครหรือถูกผีพรายสิง ข้าว่าตระกูลหวังของพวกท่านนั่นแหละ ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์เห็นพวกเราอยู่ดีกินดีก็เกิดอิจฉา ปล้นตรง ๆ ก็ไม่ได้ สู้ก็ไม่ได้ พอเห็นว่าพวกเราไม่อยู่บ้านก็แอบมาฝังยันต์รอบบ้านข้า เชิญหมอผีจะมาจับข้า พวกท่านยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า หากไม่อยากเป็นคนแล้วข้าจะใช้กระบี่ไม้ท้อเล่มนี้กำจัดยายเฒ่าใจดำอย่างท่านเสีย!"

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย พร้อมคลังอาวุธสุดเทพ ที่คุณอ่าน