สวรรค์นิรันดร์กาล

    พลังของเมิ่งฝู่

            ขณะที่ทุกคนกำลังรอให้ทางเข้านครใต้พิภพเปิดออกรุ่นเยาว์ของสองขุมอำนาจก็เริ่มมีการท้าทายกัน พวกเขาแน่นอนว่าเป็นศัตรูกันเมื่อเจอหน้าย่อมต้องอยากจะลงมือต่อสู้

            “เป็นอย่างไรบ้างโจวฟ่านอาการบาดเจ็บหายดีแล้วงั้นเหรอ” เมิ่งฝู่ปรากฎและกล่าวขึ้น

            “เมิ่งฝู่ไอ้หมาลอบกัด ถ้าเจ้าไม่ลอบโจมตีข้าละก็ข้าไม่มีวันเสียท่าให้เจ้าแน่” โจวฟ่านคำราม

            ในฐานะอัจฉริยะของราชวงศ์โจวตนเองกลับถูกเล่นงานจนย่อยยับจนต้องให้พวกฉางเฟิงออกหน้าช่วยเหลือแถมยังต้องเป็นหนี้ชีวิตอาณาจักรสวรรค์อีกด้วย

            “จุ๊จุ๊ขยันแก้ตัวจริงๆ เจ้าคิดว่าถ้าข้าไม่มีลอบโจมตีเจ้าจะสามารถต่อสู้กับข้าได้ น่าขำตัวข้าในตอนนี้สามารถควบคุมทหารศพระดับจักรพรรดิขั้นที่9 ได้แล้วตัวเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า” เมิ่งฝู่กล่าวและยกยิ้มเย้ยหยัน

            “เจ้า!!!!!!!!!”พวกโจวฟ่านหน้าซีดลง

            หลังจากที่ได้กินเม็ดยาของฉางเฟิงพวกโจวฟ่านก็ทะลวงระดับจักรพรรดิแต่ถึงแบบนั้นพลังของพวกเขาก็ไม่สามารถเทียบกับเมิ่งฝู่ที่ควบคุมทหารศพได้

            “อย่าได้อวดดีไปหน่อยเลยเป็นแก่กากแดนของกลุ่มขี้แพ้แท้ๆ” อัจฉริยะจากทวีปเซียนคนหนึ่งเย้ยหยันออกมา

            “ขี้แพ้งั้นเหรอน่าขำในตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะพวกเจ้าตระกูลและนิกายเซียนพากันรวมหัวกันมีหรือจะทำอะไรนิกายซากศพของข้าได้คนที่น่าสมเพชมันคือพวกเจ้านั่นแหละ เอาแต่เกาะกลุ่มเหมือนพวกขี้แพ้” เมิ่งฝู่เย้ยหยัน

            “รนหาที่ตาย”เซิ่งมู่ อัจฉริยะจากตระกูลเซิ่งคำรามด้วยความโกรธ

            ตระกูลเซิงเองก็เป็นตระกูลเซียนที่เคยเข้าร่วมการกวาดล้างนิกายซากศพในสมัยนั้นด้วย

            “ทำไมอยากจะลงมือเขามาสิแล้วข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้เองว่าความแข็งแกร่งของนิกายซากศพของข้านั้นเหนือกว่าพวกเจ้าเมื่อสู้กันตัวต่อตัว”เมิ่งฝู่ท้าทายทันที

            “อย่าได้ไปรับคำท้าเด็ดขาดอีกฝ่ายแม้จะเป็นเพียงระดับจักรพรรดิขั้นที่ 1 แต่ก็ควบคุมทหารศพระดับจักรพรรดิขั้นที่9 ได้ถึงสองตน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านควบคุมศพที่หาได้ยากในช่วงหมื่นปีมานี้”หญิงสาวจากตระกูลเจี้ยนกล่าว

            “น้องสาวเจี้ยนอี้เจ้าจะไปกลัวพวกขี้แพ้ทำไม ไปแสดงให้มันเห็นเลยเซิ่งมู่ว่าพวกเรานั้นไม่เหมือนกับเมื่อหมื่นปีก่อนแล้ว”ชายหนุ่มจากตระกูลจูกล่าว

            “ถ้าเจ้าไม่ลงมือข้าจะลงมือเอง”ชายหนุ่มจากตระกูลหู่กล่าว

            “……” ส่วนหญิงสาวที่มีท่าทางเย็นชาและไม่เคยพูดมาตลอดกทำเพียงจ้องมองไปที่เมิ่งฝู่ก่อนจะละสายตามาที่ฉางเฟิงหญิงสาวคนนี้ไม่ได้มาจากตระกูลเซียนแต่มาจากนิกายเซียน ซึ่งนามนิกายนั้นคือนิกายธารวารี นางนั้นสามหน้ากากเอาไว้ตลอดเวลาเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นใบหน้าของนางแม้แต่คนที่มาด้วยก็ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางเลยบวกกับนิกายไม่ชอบคุยกับใครทำให้ไม่มีใครสนใจนางมากนัก

            แต่ที่นางเดินทางมาที่นี่เพราะนางได้รับคำทำนายหนึ่งจากผู้อาวุโสในนิกายของนางว่าโชควาสนาของนางอยู่ที่นี่

            “วันนี้ข้าจะแสดงให้นิกายซากศพของเจ้าได้เห็นว่าตระกูลเซียนแข็งแกร่งพอจะบดขยี้นิกายของเจ้า”เซิ่งมู่คำรามและพุ่งออกไป

            “ฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความกล้าที่ไม่เลว” เมิ่งฝู่ประกบมือทั้งสองข้างโลงศพทั้งสองก็ปรากฎออกมากลิ่นอายจักรพรรดิขั้นที่9 แผ่ออกมาจนทำให้ใบหน้าของเซิ่งมู่ต้องขมวดคิ้ว

            “ศพของจักรพรรดิโบราณ”โจวกวนตกใจ

            “ฮ่าฮ่า โจวกวนการประลองของรุ่นเยาว์เจ้าคงไม่คิดจะสอดมือเข้ามายุ่งหรอกใช่ใหม เพราะไม่งั้นข้าเองก็คงต้องเอาไม้ตายของข้าออกมาจัดการกับเจ้าซะตอนนี้”ผู้นำนิกายซากศพหัวเราะชั่วร้ายและขู่ออกมา

            “ผู้อาวุโสกวนไม่ต้องลงมือเองหรอกไม่ว่ายังไงข้าก็จะไม่แพ้” เซิ่งมู่ทำหอกออกมาและเข้าโจมตีทหารศพทั้งสองทันที

            “ไม่เจียมตัวจริงๆ”เมิ่งฝู่เผยรอยยิ้มออกมา

            ทหารศพทั้งสองเคลื่อนใหวพร้อมกันทั้งสองหนึ่งใช้ดาบหนึ่งใช้กระบี่เข้าโจมตีเมื่อการโจมตีของทั้งสองถูกปลดปล่อยออกมามันก็สอดประสานกลายเป็นการโจสตีผสานที่น่าหวาดกลัว

            “นั่นมันการผสานการโจมตีแย่แล้ว” เซิ่งมู่ตกตะลึงพร้อมกับสวมชุดเกาะระดับจักรพรรดิทันที

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!”

            ร่างของเซิ่งมู่กระเด็นออกไปพร้อมกับเสื้อเกาะแตกสลายออกไปเซิ่งมู่จ้องมองไปยังทหารศพทั้งสองก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้าง

            “ปรมาจารย์ดาบกระบี่ศพทั้งสองคือคู่สามีปรมาจารย์ดาบกระบี่ในตำนาน” เซิ่งมู่กรีดร้อง

            เมื่อหมื่นปีก่อนได้มีอัจฉริยะคู่หนึ่งเป็นสามีภรรยากันทั้งสองหนึ่งใช้กระบี่หนึ่งใช้ดาบสร้างการโจมตีที่น่าหวาดกลัวว่ากันว่าถ้าหากทั้งสองกลายเป็นเซียนจะต้องทำให้โลกสั่นสะเทือน แต่ว่าทั้งสองกลับต้องตายก่อนจะกลายเป็นเซียนด้วยน้ำมือของศัตรูของพวกเขา

            “ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าถึงกับพบศพของทั้งสอง”เจี้ยนอี้เผยสีหน้าตกใจเช่นกันนางไม่คิดว่านิกายซากศพแม้จะตกต่ำแต่ยังมีไพ่ตายเหลืออยู่อีก

            “เอายังไงต่อดีจะสู้ต่อใหมเพราะถ้าสู้ต่อข้าคงออมมือให้ไม่ได้แล้ว”เมิ่งฝู่หัวเราะออกมา

            “บัดซบ!!!!!”เซิ่งมู่หวาดกลัวทันที

            เพียงแค่การโจมตีเดียวก็ทำลายชุดเกาะจักรพรรดิได้แล้วนี่แสดงให้เห็นว่าการโจมตีนี้เหนือกว่าระดับจักรพรรดิไปแล้ว

            “อย่าได้วู่วามต่อเลยถ้าสู้กันตัวต่อตัวคงยากที่จะรับมือกับทหารศพทั้งสองมีเพียงร่วมมือกันสองคนเท่านั้น” หู่หวางกล่าว

            “อ้าแบบนี้ไม่ดีนะ นี่การประลองแบบยุติธรรมและเป็นการประลองตัวต่อตัวหรือพวกเจ้าคิดจะทำตัวหมาหมู่แบบเมื่อหมื่นปีก่อน”เมิ่งฝู่กล่าว

            “เจ้า!!!!!!!!!”หู่หวางกัดฟันทันที

            เพราะตอนนี้สายตาของผู้คนตางมองพวกเขาอยู่ในตอนแรกที่พวกเขามาถึงพวกเขาก็ถูกมองด้วยสายตาชื่นชมและนับถือเพราะถึงอย่างไรก็มาจากตระกูลเซียนแต่ถ้าตระกูลเซียนอย่างพวกเขาต้องร่วมมือกันเอาชนะเมิ่งฝู่แน่นอนว่าจะทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาเสียหาย

            “ถอยก่อนรอให้เข้าไปในนครใต้พิภพแล้วค่อยลงมือ” เจี้ยนอี้กล่าว

            ในกลุ่มนางเป็นหญิงสาวที่เจ้าเล่ห์มากที่สุดและนางยังแข็งแกร่งมากอีกด้วยพวกหู่หวางต่างเชื่อฟังนางกันทั้งหมด ส่วนจูหมิงนั้นยังไม่คิดจะลงมือและเก็บออมพลังฝีมือเอาไว้

            “เหอะตระกูลเซียนก็ได้เท่านี้ อะจริงสิ สหายฉางเฟิงไม่ใช่ว่าราชวงศ์โจวและสี่นิกายติดหนี้น้ำใจอาณาจักรสวรรค์ของเจ้าอยู่งั้นเหรอพวกนั้นได้ตอบแทนบ้างหรือยัง” เมิ่งฝู่กล่าว

            “แน่นอนว่ายัง”ฉางเฟิงยกยิ้ม

            “อะไรกันราชวงศ์โจวติดหนี้อาณาจักรสวรรค์เรื่องอะไรงั้นเหรอ”

            “ข้าไม่รู้ไม่เห็นจะมีข่าวอะไรส่งออกมาเลย” หลายคนเริ่มซุบซิบนินทากันทันที

            สำหรับคนที่ถามว่าผมจะหยุดสงกรานต์ตอนใหนผมจะหยุดตั้งแต่วันที่ 13-15 นะครับ หยุดช่วงเล่นสงกรานต์เลยแล้วเจอกันอีกทีวันที่16 ครับ

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน