บทที่ 67
อยากจะเจอกับอะไรที่ตื่นเต้นกว่านี้ไหม?
“เอ่อ...ฉันคือ….”
ทุกอย่างมันกะทันหันมากๆ ในตอนแรกเขาคิดว่าคนทำความสะอาดมาถึงแล้ว แต่มันกลับกลายเป็นว่าเมื่อเปิดประตูก็เป็นกลุ่มของชายชุดดำร่างใหญ่และเซลล์สาวคนนี้แทน สิ่งเหล่านี้มันทำให้อู๋ตี้สับสนมากๆ
แต่เขานั้นไม่ใช่คนโง่ นี่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆที่คนเหล่านี้มาอยู่ที่นี่ตอนนี้
โชคยังดีที่เซลล์สาวคนนั้นจำเขาไม่ได้ หลังจากที่มีอะไรบางอย่างวิ่งเข้ามาในหัว อู๋ตี้ก็ตัดสินใจที่จะแสร้งทำอะไรบางอย่างเพื่อหาให้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
สายตาของเขามองไปยังไม้ถูพื้นที่อยู่ในมือของตนก่อนจะรีบนำมันไปถูพื้น 2 ครั้งและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “โอ้ ผมคือคนทำความสะอาดครับ นี่ผมมาทำความสะอาดห้อง มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”
ชายหน้าบากประหลาดใจและขมวดคิ้วมองไปยังเซลล์สาว
“ไม่ใช่ว่าเธอบอกว่าอู๋ตี้ตายไปแล้วเหรอ? คนตายแล้วจะเรียกคนทำความสะอาดขึ้นมาทำความสะอาดได้ยังไง?”
ปฏิกิริยาของชายหน้าบากนั้นดูแปลกไป เซลล์สาวจึงรีบมองอู๋ตี้ด้วยตาเป็นประกายก่อนจะถามด้วยความตกใจ “ไม่ใช่ว่าเจ้าของห้องนี้ตายไปแล้วเหรอ? หรือว่าเขายังอยู่?”
ชัดเจนเลยว่าเซลล์สาวคนนี้หวังว่าอู๋ตี้นั้นยังไม่ตาย เพราะอันดับแรกเลย เธอจะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องการเป็น ”ฆาตกร” ด้วย และอย่างที่สอง ในเมื่อชายชุดดำพวกนี้มาเพื่อหาอู๋ตี้ ถ้าหากพวกเขาได้ตัวอู๋ตี้ไป บางทีพวกเขาอาจจะปล่อยเธอไปก็ได้
“อ่า?” ในการที่ต้องเผชิญหน้ากับคนสองคนที่ต่างความรู้สึกกัน อู๋ตี้ก็เลิ่กลั่ก แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้จู่ๆเขาก็คิดถึงเรื่องที่ซูหลี่เหยาคุยกับเขาได้ขึ้นมา
‘ตระกูลเย่นั้นกำลังตามหาตัวนายอยู่ และนายถือเป็นคนที่ต้องการมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งเลย ตราบใดก็ตามที่นายถูกพวกเขาจับได้ นายตายแน่ๆ’
ชายชุดดำพวกนี้มาจากตระกูลเย่งั้นเหรอ?
คิดได้ดังนั้นอู๋ตี้ก็เริ่มสั่นกลัวขึ้นมาแล้ว
ไม่มีทาง! ถ้าเป็นแบบนั้นเขาห้ามเปิดเผยตัวตนเด็ดขาด!
ด้วยกระบวนการคิดในสมองที่รวดเร็ว เขามองไปยังเซลล์สาวและได้ไอเดียขึ้นมา
“โอ้ ไม่ใช่คุณเจ้าของห้องหรอกครับที่เรียกผมมาทำความสะอาดที่นี่ พอดีผมโดนส่งตัวมาน่ะครับ ดูเหมือนว่าที่นี่เมื่อวานจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผมเลยต้องมาทำความสะอาดวันนี้” อู๋ตี้พูดด้วยเสียงจริงจัง
“หือ อุบัติเหตุอะไรน่ะ?” ชายหน้าบากถามด้วยความสนอกสนใจ
“ที่เขาเล่ากันคือ ชายที่อยู่ในห้องนี้ ไม่รู้ว่าดื่มมากเกินไปหรือเกิดอะไรขึ้น ตัวเขาเกิดไหม้ที่ห้องนอนน่ะครับ หลายๆคนบอกว่าเขาเผาตัวเอง ฟังแล้วน่าสยดสยองมากๆเลย ตำรวจมาที่นี่เมื่อเช้านี้ และหลังจากรวบรวมหลักฐานไปหมดแล้วพวกเขาก็พบว่าคนคนนั้นตายโดยอุบัติเหตุจึงปิดเรื่องนี้ไว้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้จัดการเลยสั่งให้ผมมาทำความสะอาดที่นี่ ตอนนี้เหลือแค่ห้องนอนแล้วที่ยังไม่ได้ทำอะไร” อู๋ตี้พูดชัดเจน เขาเอาเรื่องที่เซลล์สาวเข้าใจผิดว่าเขาตายนั้นมาต่อยอด และพูดเสริมให้คนของตระกูลเย่คิดว่าเขาตายแล้ว อย่างน้อยๆเขาจะได้เอาตัวรอดจากสถานการณ์แบบนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นแล้วว่าสิ่งที่เขากังวลเกี่ยวกับที่ ซูหลี่เหยาอาจจะแค่มาขู่นั้นไม่ใช่เรื่องจริง มันก็ทำให้เขาได้รู้ว่า ซูหลี่เหยาไม่ได้หลอกลวงเขาแต่อย่างใด
ดีล่ะ
“ไหน พาพวกฉันไปดูห้องนอนที่ว่านั่นซิ” ชายหน้าบากพูดด้วยเสียงเยือกเย็นกับอู๋ตี้
อู๋ตี้เองก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายนัก เขารีบนำคนเหล่านี้ไปยังห้องนอนทันที
เมื่อทั้งหมดมาถึงหน้าห้องนอน ประตูห้องนอนมันก็เปิดขึ้น พื้นภายในห้องนั้นมันดำสนิท และทั่วทั้งห้องก็มาซากของขี้เถ้าและฝุ่นผงกระจายไปทุกๆที่
“เห็นใช่ไหม? ขี้เถ้าพวกนั้น ดูน่าอนาถมากเลย ซากที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้ว”
ระหว่างที่พูดแบบนี้ อู๋ตี้เองก็ยังรู้สึกแปลก เพราะมันคือการพูดถึงตัวเอง แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาจำเป็นต้องระวังคำพูดไม่ให้มันเผลอทำร้ายเขาให้ดีที่สุด
ชายหน้าบากขมวดคิ้วเมื่อเห็นขี้เถ้าเหล่านั้นกองอยู่บนพื้นในขณะที่เซลล์สาวนั้นเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
ถ้ามันถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่านแบบนี้ แสดงว่าการตายครั้งนี้ก็จะไม่มีหลักฐานอะไร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติเลยถ้าเธอจะดีใจ อย่างน้อยๆก็จะไม่มีใครรู้ว่าเธอนั้นเป็นฆาตกรอีกต่อไปแล้ว
เธอนั้นเดาว่าอู๋ตี้ที่กำลังเจ็บปวดนั้นอาจจะเผลอไปสัมผัสกับรูปลั๊กหรือไม่ก็อะไรที่เป็นต้นเหตุให้เกิดไฟไหม้ จากนั้นเขาก็โดนไฟนั้นเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านไป
แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงได้อย่างไร เธอก็ไม่ได้สนอะไรอยู่แล้ว ตราบใดที่เรื่องนี้มันสาวมาไม่ถึงตัวเธอ ทุกอย่างถือว่าโอเค
อู๋ตี้มองรอยยิ้มที่ค่อยปริขึ้นมาบนใบหน้าของเซลล์สาวพร้อมกับเดาได้เลยว่าเธอนั้นกำลังคิดอะไร ยิ่งเห็นก็ยิ่งขยะแขยงยัยงูพิษนี่เรื่อยๆเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ที่นี่ยังมีพวกตระกูลเย่อยู่เต็มไปหมด เพราะงั้นถ้าจะทำอะไรมันคงไม่สะดวกสักเท่าไหร่
“นาย แล้วก็นาย ไปหาถุงมาแล้วโกยเอาพวกขี้เถ้านี้กลับไปด้วยให้หมดเลย”
ชายหน้าบากสั่ง และชายชุดดำอีก 2 คนก็รีบแยกกันไปหาถุงมาเพื่อเริ่มเก็บซากเถ้าถ่านบนพื้นทันที
มันใช้เวลากว่า 10 นาทีถึงจะเก็บเถ้าสีดำพวกนั้นไปจนหมด
“ไป กลับไปหาท่านเฉินได้แล้ว!” ชายหน้าบากสั่งอีกครั้ง
“นายท่านตี๋อู้ครับ แล้วจะทำยังไงกับ 2 คนนี้ดี?”
ชายชุดดำคนหนึ่งที่มีใบหน้าหื่นกามกำลังจ้องไปยังเซลล์สาวจนน้ำลายไหล เขาหลงใหลในเรือนร่างของเธอจนทำให้ต้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่หลายครั้ง ชัดเจนเลยว่าในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่แน่ๆ
“ไอ้บ้าเอ๊ย! ความคิดเน่าๆนี่เปลี่ยนไม่ได้สักทีนะ! ครั้งนี้เรามาเพื่อสืบเรื่องของคนที่ต้องการเป็นอันดับแรกของตระกูล มันสำคัญมากๆดังนั้นถ้างานเสร็จก็ต้องรีบกลับไปรายงานผลก่อน ถ้าหากพวกเราชักช้าล่ะก็ ท่านเฉินเอาตายแน่ ไอ้เรื่องใต้สะดือในหัวของแกน่ะ ไว้หลังจากนี้ค่อยกลับมาทำก็ยังไม่สาย!”
ชายหน้าบากตบเข้าไปที่หัวชายชุดดำคนนั้นแรงจนเขางุนงงขึ้นมาเลย
แรงตบระดับนั้นมันทำให้ชายผู้ที่โดนตบไปไม่กล้าพูดอะไรอีกและยอมถอยกลับไปกับกลุ่มของเขาเอง
เห็นดังนั้นแล้วชายหน้าบากคนเดิมก็มองมายังเซลล์สาวและอู๋ตี้ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่กดต่ำ “พวกแกทั้งสองคนน่าจะรู้ดี ว่าไม่ควรเอาเรื่องในวันนี้ไปแพร่งพรายกับคนอื่น ไม่งั้นแล้ว ตราบใดที่แกยังอยู่ในตงหลิง พวกเรามีวิธีนับร้อยแปดพันวิธีที่สามารถจัดการแกได้ รู้ไว้ซะด้วย!”
ได้ยินคำขู่ เซลล์สาวก็พยักหน้ารัวๆราวกับไก่จิกข้าวเลยในขณะที่อู๋ตี้นั้นก็ยืนเงียบๆมาตลอดเวลา
“กลับกันได้แล้ว กลับไปหาท่านเฉินกัน”
ไม่นานนัก เหล่าชายชุดดำก็ออกไปจากที่แห่งนั้นเหลือทิ้งไว้เพียงเซลล์สาวและอู๋ตี้เท่านั้น
*ตุ้บ*
ในทันทีทันใด ร่างของหญิงสาวก็ทรุดนั่งลงไปบนพื้น หญิงสาวผู้น่าสงสารกำลังร้องไห้ออกมา
ตลอด 2 วันที่ผ่านมานี้ มีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นกับเธอมากมาย ตั้งแต่การที่เธอกลายเป็นฆาตกรเมื่อวาน และจากนั้นก็ถูกกลุ่มชายชุดดำกระชากผมขึ้นรถเพื่อลักพาตัวมายังที่แห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้เธอหวาดกลัวมาเรื่อยๆจนกระทั่งตอนนี้ แต่อย่างน้อยๆเธอก็ยังไม่ตาย
อู๋ตี้ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งมองไปยังเซลล์สาวที่ลงไปนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นโดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไรบนใบหน้า
หลังจากที่เธอร้องไห้อยู่เป็นเวลานาน เซลล์สาวก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดกับอู๋ตี้ด้วยความโกรธ “นายเป็นคนประเภทไหนกันน่ะ? เห็นผู้หญิงร้องไห้แบบนี้แต่กลับไม่ยอมเข้ามาปลอบใจ นี่นายยังมีความเป็นมนุษย์อยู่อีกไหม?”
เขานั้นอยากจะหัวเราะออกมา ฮ่าๆๆๆ ฉันน่ะเพิ่งเกือบจะถูกเธอฆ่าตายเมื่อวานเองนะ แถมยังถูกทิ้งไว้คนเดียวในห้องให้รอความตายด้วย แล้ววันนี้เธอกลับมาพูดเรื่องความเป็นมนุษย์งั้นเหรอ? โอเค ฉันจะทำให้เธอรู้เอง ว่าความเป็นมนุษย์น่ะ มันคืออะไร!
อู๋ตี้เดินเข้ามายังเซลล์สาวก่อนจะคุกเข่าลงไป
เซลล์สาวนั้นคิดว่ารับรู้และจะมาปลอบเธอ เธอเองก็เลยยกแขนขึ้นโอบคอของอู๋ตี้แล้วกระโจนเข้าใช้หัวไหล่ของเขาเช็ดน้ำตาเลย
จริงๆแล้วในตอนนี้หญิงสาวไม่ได้กลัวอะไรแล้ว และเธอยังคงเป็นผู้หญิงฉลาดคนเดิมที่เมื่อได้เห็นหนุ่มหล่ออยู่ตรงหน้าแล้วก็อดใจที่จะเข้าหาไม่ได้
อ่า ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่ผู้ชายหรอกนะที่จะเป็นฝ่ายเข้าหาผู้หญิงอยู่ฝ่ายเดียวน่ะ เพราะถ้าเป้าหมายเป็นหนุ่มหล่อแล้ว ผู้หญิงเองก็อยากจะเข้าหาเช่นกัน
และอย่างเซลล์สาวน่ะเหรอที่จะปล่อยให้หนุ่มหล่อขนาดนี้หลุดมือไปง่ายๆ? ไม่มีทางซะหรอก
เธอที่พุ่งถวายตัวเข้าโผกอดอู๋ตี้แล้วก็ไม่หยุดแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นเธอก็ยังดิ้นไปดิ้นมาเบาๆด้วย
แต่มันน่าเสียดายที่อู๋ตี้นั้นไม่ได้ตั้งใจจะเล่นกับเธออีกต่อไปแล้ว
เขานั้นรู้สึกขยะแขยงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเธอตรงหน้าทำตัวเหมือนงูทะเลที่กำลังเลื้อยเข้ามาบนตัวของเขา
อย่างไรก็ตาม อู๋ตี้เองก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด แถมเขายังยืดแขนไปและโอบกอดร่างของเธอด้วยเช่นกัน
เซลล์สาวยามที่รู้สึกได้ถึงการตอบสนอง เธอก็รู้สึกมีความสุขอยู่ลับๆ ในใจเธอนั้นรับรู้ได้เลยว่าสิ่งดีๆกำลังจะเริ่มแล้ว
ดวงตาของเธอสบกับดวงตาของอู๋ตี้ในระยะประชิด แต่ทันใดนั้นอู๋ตี้ก็รีบสะบัดหน้าหลบเพื่อให้เธอได้พบเจอกับความว่างเปล่าซึ่งนำพาความประหลาดใจขึ้นมาทันที
แต่ในทันทีเช่นเดียวกับ เธอก็เห็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจของอู๋ตี้และเริ่มเข้าใจเขาอีกครั้ง
หญิงสาวบุ้ยปากและค่อยๆทุบอกของอู๋ตี้เบาๆด้วยกำปั้นเล็กๆของเธอก่อนจะพูดเย้ายวนเขาไป “น้องชาย ทำตัวดีๆ แล้วพี่สาวจะพาเธอไปเจอกับอะไรเร้าใจๆที่หาไม่ได้บ่อยๆนะ”
อู๋ตี้ผลิยิ้มราวกับปีศาจร้าย จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูด เขากระซิบเข้าที่ข้างหูเซลล์สาวเบาๆ “แล้วพี่สาวอยากจะรู้สึกตื่นเต้นมากกว่านี้อีกไหมล่ะ? อย่างการไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น….อะไรแบบนี้?”