ตอนที่ 63 หนีตาย
ระยะห่างเพียงสามก้าวครึ่ง ปรากฏเป็นวัตถุบางอย่างซึ่งยึดติดกับแท่นศิลาทรงสี่เหลี่ยมดูเก่าแก่ วัตถุชิ้นนั้นดูราวกับของมีคมที่แตกหักออกเป็นส่วนๆ ตัววัตถุจมเข้าไปในแท่นศิลาโผล่พ้นออกมาเพียงบางส่วน ปลายด้ามที่โผล่พ้นออกกลับแหลมคมอย่างที่สุด สิบใบมีดยังมิอาจเอามาเปรียบเทียบได้ แค่มองผิวเผินยังรู้สึกได้ถึงระลอกของรังสีฆ่าฟัน เพียงเสี้ยววินาทีราวกับร่างกายถูกสบั้นออกนับหลายสิบท่อน
ตุบ ตุบ ตุบ
เสียงชิ้นเนื้อตกกระทบพื้นอย่างรุนแรงพลางมุมภาพที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปอย่างมิอาจควบคุมราวกับภาพเบื้องหน้ากำลังเคลื่อนตัวต่ำลงอย่างรวดเร็วดั่งตกเหวลึก เพียงสามลมหายใจ ในระดับสายตาของชายหนุ่ม แท่นศิลากลับดูสูงใหญ่ประดุจขุนเขาสูงเทียมฟ้า
"เอ๊ะ!?" น้ำเสียงประหลาดใจพลันหยาดเหงื่อที่พร่างพรายทั่วใบหน้า เท้าขวาก้าวถอยหลังอย่างตื่นตระหนก เรือนมายาเมื่อครู่ได้สร้างความตื่นกลัวให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้วยประสบการณ์อันท่วมท้นเพียงชั่วพริบตาก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างถ่องแท้ ภาพมายาเหล่านั้นคงก่อร่างสร้างตัวมาจากรังสีฆ่าฟัน เป็นการกระทำของวัตถุเบื้องหน้า...
"เจ้านี่..." กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงผวาไม่น้อย วัตถุปริศนาเบื้องหน้าได้บั่นทอนความมั่นใจของชายหนุ่มไปกว่าครึ่ง แท้จริงแล้ว ตัวตนของวัตถุชิ้นนี้คืออะไรกันแน่?
มองปราดเดียวยังกล้าพนันได้ถึงความล้ำค่าของวัตถุปริศนาเบื้องหน้า สีขาวบริสุทธิ์ตั้งแต่ต้นจรดปลายยิ่งทำให้มันดูทรงคุณค่าขึ้นไปอีก ถึงกระนั้นก็ยากจะอธิบายรายละเอียดของวัตถุเบื้องหน้า ใบหน้านิ่งงันอย่างไร้อารมณ์ผันแปรเป็นจริงจังอย่างยิ่งยวด หน้านิ่วคิ้วขมวดเพ่งเล็งมองวัตถุที่จมดิ่งไปในตัวศิลา
กาติรัสจับจ้องมันดูเนิ่นนานก่อนสิบลมหายใจผ่านไป วัตถุปริศนาชิ้นนั้นเริ่มแสดงอาการสั่นระรัว วัตถุสีขาวบริสุทธิ์เริ่มเปล่งประกายแสงเจิดจรัสประหนึ่งดวงดาราราวกับชายหนุ่มและตัววัตถุกำลังเกิดแรงดึงดูดระหว่างกัน
"ใช่จริงๆ ความรู้สึกที่คุ้นเคยคือสิ่งนี้อย่างแน่แท้" น้ำเสียงอึ้งทึ่งพลางคิ้วเลิกขึ้นสูง เขาเพิ่งจะอาบจิตสังหารของตัววัตถุไปราวกับถูกมองเป็นศัตรู แท้จริงแล้ว ตัววัตถุชิ้นนี้กลับมีความคุ้นเคยกับเขาอย่างที่สุดราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายก็มิปาน
กาติรัสครุ่นคิดอยู่นานนม ทันใดนั้นเองราวกับความทรงจำหนึ่งได้ผุดขึ้นมา ชายหนุ่มพลันโพล่งคำอย่างลุ้นระทึก "หรือว่าเจ้านี่คือ!!"
ใบหน้าแสดงความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น หนึ่งมือพลันหยิบล้วงเข้าไปในอากาศธาตุราวกับห้วงมิติก่อนจะเผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่าง ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโกลา... ปรากฏเป็นดาบหัก เพียงเปรยมองยังสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ไม่ธรรมดาราวกับซากศพสูงผงาดดุจขุนเขามาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ทันทีที่ราชันพิษกลืนโลกาปรากฏภายในฝ่ามือของกาติรัส ตัววัตถุในแท่นศิลาพลันสั่นระรัวยิ่งกว่าเดิม กลิ่นอายแห่งความตายกำลังตอบรับกันและกัน รังสีฆ่าฟันพลันโพยพุ่งออกมาอย่างน่าสยดสยอง หากเป็นคนที่ไม่ได้มีจิตใจแกร่งกล้าพอสมควร มันผู้นั้นจะสิ้นสติจากแรงกดดันอย่างช่วยไม่ได้
ชายหนุ่มเผยสีหน้าแข็งค้างด้วยความตะลึง เท้าก้าวเข้าหาตัวแท่นศิลาอย่างมิอาจเชื่อสายตา เป็นสามก้าวครึ่งที่เนิ่นนานนัก ยามเรือนร่างนี้ได้ชิดใกล้กับตัวแท่นศิลา ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งพรั่งพรูออกมาดั่งสายธาร ปรากฏเป็นอักขระทั่วทั้งตัวแท่นศิล
เพียงมองปราดเดียว ชายหนุ่มก็เข้าใจได้ในทันที อักขระบนแท่นศิลาเกี่ยวข้องกับการปิดผนึก ถึงกระนั้นตัวอักขระเองก็มีระดับสูงล้ำถึงระดับราชันจักรพรรดิครึ่งก้าวสู่ระดับโบราณกาล!! แต่ทว่า ล้วนไม่ใช่การยากอะไรเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับกาติรัส
"ผู้ผนึกคนนี้ช่างเชี่ยวชาญด้านอักขระนัก แม้จะเป็นระดับราชันจักรพรรดิแต่ผลงานชิ้นนี้กลับมีความซับซ้อนกว่าอยู่มาก นักอักขระผู้นั้นจะต้องเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับได้ยากเป็นแน่" กาติรัสพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความชมเชย
ชายหนุ่มใช้เวลากว่าห้านาทีในการทำความเข้าใจตัวอักขระ ฝ่ามือเอื้อมสัมผัสก่อนอักขระทั่วทั้งแท่นศิลาจะเปล่งแสงเป็นประกายสว่างวาบประดุจสิบดวงดารา บังเกิดเสียงแตกร้าวดังขึ้นเป็นระลอก เพียงสามลมหายใจ ตัวแท่นศิลาก็ได้พังทลายลงในพริบตาพลางตัวดาบที่ร่วงหล่นดิ่งสู่ผืนธรณี ทันใดนั้นเองที่ปลายดาบกระทบเข้ากับผืนดิน ปลายดาบพลันจมลึกเข้าไปในพื้นอย่างง่ายดายราวกับแทงเต้าหู้ ตัวดาบที่ยาวประมาณสามสิบเซนกลับโผล่พ้นเหนือธรณีเพียงห้าเซนเศษๆ
"ฮะฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวร่ออย่างสะใจดังขึ้นราวกับคนบ้า โลกต้นกำเนิดนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเกินจะจินตนาการหรือพรรณนาออกมาเป็นคำพูด สิบแดนมนุษย์ยังมิอาจทัดเทียมแม้เพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิด ดาบคู่กายที่เหินห่างกันไปนานนับสามพันปีตั้งแต่ครั้นต้องจากกัน หากต้องการพยายามตามหามันก็ไม่ต่างอะไรไปกับพยายามตามหาของที่สาบสูญไปแล้วราวกับการงมเข็มในมหาสมุทรมิมีผิด
"ข้าไม่คิดเลยว่าจะเจอเจ้าได้ง่ายดายเช่นนี้" กาติรัสกล่าวพลางยกยิ้มขึ้น
"ไม่ว่าจะนายท่านหรือจิตวิญญาณของศาสตราวุธนี่ ช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริงนะเจ้าคะกระทั่งสามพันปีมาแล้ว จิตวิญญาณของมันก็ยังศรัทธาว่าสักวันหนึ่งนายท่านจะมารับมันไป" ภูติน้อยบนไหล่ของชายหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าซื่อใส
เพียงชั่วอึดใจ ตัวดาบที่จมดิ่งเข้าไปในผืนธรณีพลันลอยขึ้นในฉับพลัน ปลายดาบหมุนวนไปมาราวกับกำลังตามหาบางสิ่งจนกระทั่งทิศของปลายดาบนั้นได้ชี้ตรงไปยังกาติรัส มันพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วดุจสายอัสนี ห้วงอากาศเกิดความปั่นป่วนเนื่องด้วยพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวดาบ แม้ระยะห่างจะลดเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ มันก็ยังพุ่งเข้ามาโดยไม่ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย หากยังพุ่งอยู่อย่างนี้ตัวดาบจะต้องทะลุผ่านศีรษะของกาติรัสอย่างแน่แท้
กาติรัสยังคงนิ่งงันไม่ขยับร่างดั่งรูปปั้น บังเกิดเสียงดัง ฟึ่บ! ตัวดาบที่พุ่งเข้ามาพลันชะงักลงในเสี้ยววินาที ปลายดาบนั้นอยู่ใกล้ปลายจมูกของชายหนุ่มไม่ถึงมิล หากตัวดาบเคลื่อนตรงอีกแค่นิดเดียว มันจะทะลวงเข้าเนื้อหนังของชายหนุ่มอย่างแน่นอน!
ใบหน้าของกาติรัสยังคงนิ่งงันไร้อารมณ์ราวกับไม่ได้สะทกสะท้านหรือรู้สึกกลัวเลยสักนิด เพียงสามลมหายใจ ตัวดาบก็ล่าถอยออกไปก่อนจะลอยล่องไปทางฝ่ามือของชายหนุ่มซึ่งกำลังจับด้ามดาบของราชันพิษกลืนโลกาอยู่ เมื่อตัวดาบที่ลอยล่องเข้าหาได้กระทบเข้ากับปลายดาบของราชันพิษกลืนโลกาพลันเกิดเสียงดัง ชิ้ง!! ทันใดนั้นเองที่ศาสตราวุธได้ผสานกัน
ฟูม...!!
เพียงกระพริบตา พวกมันก็ได้ผสานเข้าด้วยกันโดยสมบูรณ์ กาติรัสพลันสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นภายในตัวดาบ ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโลกาที่เพิ่งจะผสานกับแกนหลักไปนั้น มันมีชิ้นส่วนมากถึงสามชิ้น!! เดิมทีจะต้องเก็บให้ครบสิบชิ้นส่วนถึงจะกลายเป็นราชันพิษกลืนโลกาโดยสมบูรณ์ซึ่งจำนวนที่กาติรัสได้ครอบครองอยู่ตอนนี้ก็มีจำนวนถึงสี่ชิ้นด้วยกัน
ชื่อ:ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโลกา (4/10) ศาสตราวุธ:ราชันจักรพรรดิ คุณสมบัติพิเศษ:พิษระดับราชันจักรพรรดิ
แม้ราชันพิษกลืนโลกาในตอนนี้จะส่งกลิ่นอายในชนชั้นราชันจักรพรรดิ ทว่า มันเป็นกลิ่นอายที่แตกต่างจากศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิชิ้นอื่นอย่างสิ้นเชิง ยามแรกที่มีเพียงชิ้นส่วนเดียวซึ่งคงอยู่ในชนชั้นจักรพรรดิ มันยังสามารถเอาชัยจากราชันจักรพรรดิระดับต่ำได้ในเพียงสิบลมหายใจและสามารถสู้ทัดเทียมกับราชันจักรพรรดิขั้นกลางได้อย่างสูสี ทว่าในคราวนี้ ศาสตราวุธราชันจักรพรรดิที่ต่ำกว่าขั้นสมบูรณ์จะต้องพังพินาศเพียงการสบัดแค่ครั้งเดียว
ความสามารถที่แท้จริงในตอนนี้อาจเทียบขั้นได้กับศาสตราวุธชนชั้นโบราณกาลระดับต่ำและยังสามารถประมือได้อย่างสูสีกับศาสตราวุธชนชั้นโบราณกาลระดับกลาง
เดซี่เผยใบหน้าแย้มยิ้มอย่างปลื้มปิติแทนตัวของกาติรัส ด้วยอำนาจของราชันพิษกลืนโลกาในตอนนี้ เพียงการฆ่าเหล่าปรมาจารย์ทั้งห้า มันช่างง่ายดายราวกับบี้มด ทันใดนั้นเอง ใบหน้าแย้มยิ้มกลับกลายเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ ภูติน้อยพลันแผดเสียงก้อง
"นายท่าน! วิ่ง!! วิ่ง!!!"
กาติรัสแสดงสีหน้าฉงน ชายหนุ่มไม่กระทำตามคำกล่าวของเดซี่แต่โดยดี หนำซ้ำยังเอ่ยถามด้วยท่าทางองอาจ "วิ่งหรือ? วิ่งหนีสิ่งใดกัน!! ดูราชันพิษกลืนโลกาของข้าเสียก่อน ภายใต้ศาสตราวุธชิ้นนี้ มันจะมีสิ่งใดที่ข้าต้องหวาดกลัว!!"
เดซี่พลันตุบตีไหล่ของกาติรัสอย่างสุดแรงเกิน น้ำเสียงนั้นแผดดังอย่างสุดชีวิต "วิ่งเร็วเจ้างั่ง! วิ่งเดี๋ยวนี้!! วิ่งแบบไม่ต้องคิดชีวิตเลย!!!" ไร้ซึ่งความเคารพในน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิงผิดแปลกจากปกติจนน่าเหลือเชื่อ
กาติรัสถึงกับตะลึงงัน ภูติแห่งจักรพรรดิที่พูดวาจานอบน้อมมาตลอดกลับสบถคำออกมาราวกับความฝัน คำกล่าวของเดซี่ยิ่งทำให้ชายหนุ่มนิ่งงันอยู่กับที่นานไปอีก ยิ่งได้เห็นดังนั้น เดซี่ยิ่งกู่ตะโกนก้อง "วิ่งเร็วเจ้าคะ!!"
ถ้อยคำสุดท้ายของเดซี่พลันดึงให้กาติรัสคืนสติ ทันใดนั้นเองที่ประสาทสัมผัสได้รับรู้ถึงชีพจรชีวิตที่กำลังมุ่งตรงเข้ามา สัตว์อสูรจำนวนมหาศาลกำลังตรงดิ่งมาทางเขาด้วยความเร็วจนน่าขนหัวลุก หนำซ้ำ แค่กลิ่นอายของพลังที่แผ่ซ่านมาจากระยะไกลยังให้ความรู้สึกผวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"นรก!!" ขาพลันสับก้าวออกอย่างเร็วไว ทว่า สัมผัสรับรู้ของกาติรัสเมื่อเทียบเคียงกับภูติแห่งจักรพรรดิ มันต่างกันราวฟ้ากับเหว ในตอนที่เขารู้สึกตัว มันก็สายไปเสียแล้ว...
กรรรรรรรร
เสียงคำรามดังก้องสะท้านเป็นวงกว้างออกมาจากในตัวถ้ำ หินน้ำแข็งขนาดยักษ์เริ่มสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือน จำนวนของพวกมันอย่างต่ำก็คงมากกว่าพันตัว
ชายหนุ่มเร่งสับก้าวอย่างไม่คิดชีวิต นับเป็นความอัปยศอย่างหาที่เปรียบมิได้ ผู้ที่เคยทอดตามองทั่วทั้งโลกหล้าได้อย่างเหยียดหยามกลับต้องมาหนีสัตว์อสูรอันต่ำต้อยพวกนี้ ถึงกระนั้นกาติรัสก็ได้แต่ต้องกัดฟันเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรพวกนั้นได้ในเวลาเดียวกัน
"พวกมันมาจากไหนกันกระทั่งเมื่อกี้ก็ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตสักตัวแท้ๆ"
"หรือว่าแท่นศิลาผนึกนั้นจะไม่ได้ผนึกตัวดาบกันเจ้าคะ?"
หลังจากได้ยินถ้อยคำของเดซี่ ดวงตาพลันเบิกโพลงกว้างราวกับเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว ถึงชิ้นส่วนราชันพิษกลืนโลกาจะไปผนึกเหล่าสัตว์อสูรพวกนั้น ทว่า ต่อให้ห้วงเวลาย้อนไหลกลับไป เขาก็จะต้องปลดผนึกให้ดาบคู่กายอย่างแน่นอน!!
ใบหน้าขึงขังพลันกล่าวออกมา "ข้าไม่เสียใจที่ได้กระทำแบบนั้น"
บึ้มมมมมมมม
เสียงระเบิดดังกึกก้องพลางเศษน้ำแข็งที่พุ่งกระจายมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงขนาดน้ำแข็งก้อนมหึมาที่กำลังมุ่งตรงเข้ามา จำเป็นต้องกระโจนหลบไปด้านข้างอย่างช่วยไม่ได้ การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ความเร็วของเขานั้นลดต่ำลง
บึ้ม...!
ก้อนน้ำแข็งยักษ์กระทบพื้นเบื้องหน้าสร้างเสียงสะท้อนดังก้องทั่วทั้งถ้ำ เพียงเสี้ยววินาทีที่กาติรัสหยุดวิ่ง เพียงชั่วพริบตา เรือนร่างนับสิบก็ได้ปรากฏสู่สายตาของชายหนุ่ม สูงใหญ่ราวเจ็ดเมตรปกคลุมไปด้วยขนสีเงินดกทั่วทั้งร่าง
"หมาป่าเหมันต์!!" กาติรัสโพล่งคำ ในชั่วชีวิตที่แล้ว ชายหนุ่มไม่เคยแม้แต่จะคิดมองพวกสัตว์อสูรเหล่านี้ แค่การดีดนิ้วครั้งเดียวพวกมันก็ตกตายกลายเป็นศพแล้ว ทว่า ในชีวิตครั้งนี้มันต่างกันจนเกินไป!! เลเวลของพวกแรกเริ่มโตเต็มวัยก็ย่างก้าวหลักแสนเข้าไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกที่โตเต็มวัยและมากประสบการณ์ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของสิ่งมีชีวิตตระกูลเหมันต์ พวกมันมีสติปัญญาทัดเทียมกับมนุษย์ช่วงโตเต็มวัยเลยทีเดียว
กรร!!
หมาป่าเหมันต์ตัวหน้าสุดคำรามก้องก่อนกระโจนเข้าหากาติรัส พวกมันไม่ได้กระโดดเข้ามาพร้อมกันทั้งหมดราวกับต้องการหยั่งเชิงเหยื่อ
"เข้ามาเลย!!" กาติรัสกู่ตะโกนก่อนสบัดราชันพิษกลืนโลกาที่อยู่ในฝ่ามืออย่างสุดแรงหวังจู่โจมระยะไกล
วึ่บ!!
แรงดาบรุนแรงแปรเปลี่ยนกระแสอากาศเป็นลมเฉือน ชั่บ เสียงตัดเนื้อหนังดังขึ้น ทว่า ภาพเบื้องหน้ากลับไม่ใช่ร่างกายที่ขาดสบั้นเป็นสองท่อน แรงดาบที่ส่งไปได้สร้างบาดแผลลึกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวบริเวณขาขวา ปรากฏโลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาจากบาดแผล หมาป่าเหมันต์ตัวนั้นพลันชะงักงันก่อนถอยห่างออกไปก้าวครึ่งอย่างตื่นตะลึง
ก่อนเสียงกู่คำรามด้วยความโกรธกริ้วจะดังสะท้านก้องทั่วตัวถ้ำ นัยน์ตาอันคมกริบเพ่งเล็งกาติรัสด้วยความเคียดแค้นอย่างที่สุด ในขณะที่กำลังจะกระโจนเข้ามาอีกครั้งหวังฆ่าให้ตาย มันกลับชะงักในเสี้ยววินาที
"สายไปแล้ว" กาติรัสกล่าวพลาง ปรากฏหยดน้ำสีม่วงเข้มไหลรินออกมาจากราชันพิษกลืนโลกา พิษชนชั้นราชันจักรพรรดิ ความน่ากลัวของมันย่อมเหนือกว่าระดับจักรพรรดิอย่างเทียบไม่ติด
กรร...!!
หมาป่าเหมันต์ตัวนั้นพลันกัดต้นขาขวาอย่างสุดแรงเกิด บังเกิดเสียงดัง
ฉัวะ!!
"อะไรกัน!!" ใบหน้ามั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นสีเผือดราวกับไร้โลหิต "พิษควรจะแล่นไปทั่วร่างแล้วแท้ๆ!!"
เดซี่ล้วนแสดงสีหน้าไม่ต่างกัน ภายใต้การคำนวณของภูติแห่งจักรพรรดิ เธอได้คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าเอาไว้หมดแล้วจึงกล่าวเพียงแค่ให้ถอยหนีเท่านั้น เนื่องด้วยความหนาวเย็นของดินแดนแห่งนี้ ทำให้พิษมันเคลื่อนตัวช้าไปกว่าสามลมหายใจถึงจะเริ่มแพร่กระจาย เพียงชั่วเวลาแค่สามลมหายใจ หมาป่าเหมันต์ตัวนั้นก็ได้กัดขาตัวเองอย่างไม่ลังเล
"ต่อหน้าสมบัติสวรรค์ชิ้นนี้ พวกเจ้าก็ไม่ต่างไปจากมดปลวกหรอก!!" น้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด ชายหนุ่มพลันเปิดใช้ดินแดนอนันตกาลอย่างไม่ลังเลราวกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
โฮกกกกกกกกก
!!!!!!
เสียงคำรามปริศนาบางอย่างได้ดังสะท้านทั่วทั้งห้วงมิติ สีหน้าของสรรพชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นเบิกตาโพลงโตแม้กระทั่งกาติรัส... เสียงคำรามนี้ไม่ได้เป็นของสิ่งมีชีวิตภายใต้อาณัติของเขาแต่อย่างใด ถ้าเช่นนั้น แล้วสิ่งใดกันเหล่าเป็นเจ้าของเสียงคำรามนี้!!!
จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏสีหน้าหวาดกลัวมาก่อนในชีวิต กลับเผยใบหน้าซีดขาวดุจกระดาษออกมา ทันใดนั้นเอง แผ่นดินก็ได้เกิดการสั่นสะเทือนจนยากจะทรงตัวให้มั่นคง หมาป่าเหมันต์ที่ได้ยินเสียงคำรามของมันก็ล้วนวิ่งหนีหายไปในตัวถ้ำอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงแค่หมาป่าเหมันต์ สัตวอสูรกว่าพันชีวิตที่มุ่งตรงมาทางกาติรัสก็ถอยห่างออกไปจากสัมผัสของเขา
"นายท่านเจ้าคะ สัตว์อสูรพวกนั้นล่าถอยกันไปหมดแล้วเจ้าค่ะ" เดซี่กล่าวด้วยใบหน้าตะลึง สัมผัสของภูติจักรพรรดิย่อมกว้างไกลกว่ากาติรัสหลายเท่าตัวนัก
"ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว..." กาติรัสเอ่ยด้วยนัยน์ตาที่สั่นเครือ เมื่อครู่นี้คือความรู้สึกหวาดกลัวอย่างแน่แท้ นับเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยจริงๆ ครั้งแรกที่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกรักตัวกลัวตาย... เขาคิดมาเสมอว่าตนเองไม่เคยเกรงกลัวต่อความตาย แต่แท้จริงแล้ว มันเป็นเพราะชีวิตที่แล้วชายหนุ่มแข็งแกร่งจนไม่ต้องกลัวความตายเลยต่างหาก!!
กาติรัสพลันสัมผัสได้ถึงสมบัติสวรรค์อย่างดินแดนอนันตกาลที่ถูกใช้งานออกมาโดยที่ตนยังไม่ได้สั่ง
"อะไรกัน! ดินแดนอนันตกาลถูกเปิดใช้ออกได้ยังไง!!" กาติรัสกล่าวด้วยท่าทางฉงน
"น่าจะเพราะเสียงคำรามเมื่อครู่นะเจ้าคะ ข้าสัมผัสได้ถึงห้วงมิติที่เกิดการบิดเบี้ยว"
-------------
ณ มิติภูเขาศตวรรษ ณ ทิศตะวันออก
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
ปรากฏเป็นห้วงมิติขนาดมหึมาท่ามกลางอากาศธาตุ เพียงสามลมหายใจ เรือนร่างใหญ่โตราวสิบห้าสิบหกเมตรก็ได้เผยกายออกมา โครงกระดูกขนาดมหึมา... ทั่วร่างล้วนไร้เนื้อหนังและเป็นสีขาวนวลดั่งน้ำนม ฝ่ามือโครงกระดูกข้างขวาถือดาบขนาดยักษ์ใหญ่โตและยาวกว่าสามเมตรซึ่งดูทรอมโซ่ราวกับของโบราณ
หลังการปรากฏตัวของโครงกระดูกยักษ์ ห้วงมิติก็ได้หายวับไปกับตา
"กร๊าซ...."
..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:6,129 พลังกาย:634,112 พลังเวทย์:1,409,167 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ