ตอนพิเศษ คำตามผู้เขียนท้ายเล่มหนึ่ง
สวัสดีครับเล่มหนึ่งก็จบไปแล้วนะครับ
คราวนี้ผู้เขียนมาเขียนแนวไซไฟแฟนตาซีอยากจะบอกว่าเก็บข้อมูลมามากแต่ทางเทคนิคคือของบางอย่างมันอยู่ในหัวอยู่แล้วตั้งแต่อ่านแนวไซไฟสมัยก่อนแล้วขัดใจเรื่องต่างๆมาตลอด
เล่มหนึ่งนี้ก็เป็นเพียงแค่การปูพื้นฐานเรื่องราวต่อไปในอนาคตเท่านั้นเองครับว่าคือการแนะนำเรื่องราวต่างๆเสียมากกว่า
นึกถึงมุกที่ Warhammer 40000 ได้แรงบันดาลใจมาจาก Dune และแนวไซไฟยุคแปดศูนย์ต่างๆ
ผมนึกถึงมุกที่เล่นโรลเพลย์แนวจักรวาลอวกาศกันว่า
อาณาจักรของเราตั้งสถานีวิจัยเฝ้าดูซากปรักหักพักของเผ่าพันธุ์ที่เฝ้าดูซากปรักหักพังของเผ่าโบราณอีกทีหนึ่ง
เรียกว่าเราเฝ้าดูผู้ที่มาก่อนหน้าเราเป็นทอดๆแล้วคิดว่าเราจะไม่ทำผิดพลาดแบบเดิม
ก็เป็นธีมของ Warhammer 40000 เช่นกันที่ท่านจักรพรรดิมองว่าตนเองจะไม่ผิดพลาดซ้ำรอยเผ่าพันธุ์ต่างๆที่เคยเป็นมาแต่ก็ผิดพลาดอีกครั้งจนมีเผ่าใหม่ที่ก็ท่าจะทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมกับเราอีกวนเวียนไปเรื่อยๆ
มีการแซวว่า
แฟนสตาร์เทรกอยากอยู่ในจักรวาลสตาร์เทรก
แฟนสตาวอส์อยากอยู่จักรวาลสตาร์วอส์
แต่แฟน Warhammer 40000 ไม่อยากอยู่ในจักรวาล Warhammer40000
ผู้เขียนมองว่าทั้งจริงและไม่จริง
ว่าทางเทคนิคแม้คนจะมองว่าจักรวาล Warhammer 40000 อันรายแต่ทั้งจักรวาลสตาร์เทรกและสตาวอส์ก็มีอาวุธทำลายล้างดวงดาวและดาวที่รกร้างว่างเปล่าไร้ชีวิตเช่นกัน
และพวกสัตว์ประหลาดที่จะกินคนในจักรวาลหรือตัวตนที่เปลี่ยนแปลงกาลเวลาได้หรือเทพเจ้าตัวเป็นๆก็มีเช่นกัน
เป็นมุกแซวว่าในสตาร์เทรกเดินทางไปในอวกาศ
เราจะพบแต่เศษซากอารยธรรมที่ล่มสลาย
ว่าภายใต้รูปโฉมภายนอกที่ดูดีจักรวาลนั้นก็ยังอันตรายเช่นกัน
หรืออาจจะเป็นบทเรียนสอนใจอีกอย่างว่า
อย่าให้นักเขียนคนอื่นๆมาเขียนต่อเติมจักรวาลมากเกินไป
เพราะแต่ละคนจะติดนิสัยแนวการ์ตูนโชวเน็นที่พยายามสร้างศัตรูที่ร้ายกาจและอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆจนรู้ตัวอีกทีจักรวาลนั้นๆเต็มไปด้วยตัวตนที่สามารถทำลายดวงดาวได้เดินไปเดินมาอยู่เต็มไปหมด
หรือดาวต่างๆที่กัปตันยานเอ็นเตอร์ไพรว์ไปพบเจอนั้นเป้นดาวอันตรายที่สามารถมีเครื่องจักรที่ฆ่าคนล้างดวงดาวได้
ว่าอย่างที่บอกมันคือ
ทไวไลท์โซนในอวกาศ
เรื่องสยองขวัญในอวกาศนั่นเอง
ผู้เขียนก็คิดว่าตนเองอาจจะผิดพลาดซ้ำรอยจักรวาลที่เคยเป็นมาที่เราตั้งสถานีอวกาศวิจัยอารยธรรมที่ล่มสลายเฝ้าดูกันเป็นทอดๆในการเขียนนิยายแนวไซไฟอวกาศ
แต่ทว่าแม้เราจะคิดว่าจักรวาลนั้นน่ากลัวหากมองตามแนวความคิด
“ป่ามืด” Dark Forest
แต่ทางเทคนิคสตาร์เทรกดั้งเดิมตอบคำถามนี้เอาไว้แล้ว
คำถามที่ว่า
ทำไมเราที่เข้ากันไม่ได้ถึงคิดว่าเราจะเข้ากับเอเลี่ยนที่เราพบเจอในอวกาศได้?
ก็เพราะว่าเราก้าวข้ามความเรซิสม์และแนวคิดต่างๆที่ทำร้ายตัวเราเองได้ไป
มีชาวรัสเซียมีผู้หญิงผิวสีอยู่บนยานเอ็นเตอร์ไพรซ์
มีแนวคิดที่มนุษยชาติละทิ้งความเห็นแก่ตนร่วมมือกันเพ่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่
ละเว้นสงครามมุ่งหน้าสำรวจอวกาศ
The Best Version of Ourslves
เป็นตัวของเราที่ดีที่สุด
ทะยานสู่ห้วงมิดที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
To boldly go where no man has gonebefore
เดินทางไปอย่างกล้าหาญในดินแดนที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
ทำไมต้องถามคำถามเช่นว่านั้นในทฤษฎีป่ามืดในเมื่อสตาร์เทรกตอบคำถามนั้นมาตั้งแต่คำบรรยายเปิดเรื่องแล้ว?
ติดตามการผจญภัยในเล่มสองต่อไปด้วยนะครับผม