เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 45 ประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิมห้าเท่า

                หลังจากที่การประลองล่าสัตว์อสูรแห่งเมืองเหยียนเฉิงจบลงกู่หยวนจึงพาคนของอูเจิ้นทั้งหลายกลับไปยังหมู่บ้านแต่เมิ่งฝานกลับเดินทางไปยังหอมหาสมบัติก่อนเขาแลกเปลี่ยนของกับข่าเหลยก่อนถึงได้กลับไปยังอูเจิ้นเงินกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองคำหายไปในพริบตาแต่ก็ได้ของล้ำค่าอย่างวารีมังกรอสรพิษมาครอบครอง

            โอสถวิเศษระดับสาม!

               ภายในห้องที่เงียบสงัดมีเพียงเมิ่งฝานที่กำลังนั่งมองขวดหยกใบเล็กในมือด้วยความเจ็บปวดเขารู้ดีว่าของเหลวภายในขวดหยกใบนี้มีมูลค่าสูงถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทองคำนั่นแสดงว่าอาชีพปรมาจารย์จิตศัสตราเป็นอาชีพที่หาเงินได้จำนวนมาก

            มีความเป็นไปได้ว่าในภายภาคหน้าอาจจะมีสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งฝานพลันยิ้มเจื่อนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะหากเทียบกันแล้วเขาก็ยากจนไม่น้อยเด็กหนุ่มกัดฟันแน่นก่อนจะนำลิ่มเจาะกระดูกออกมาวางไว้เบื้องหน้าจากนั้นจึงนำวารีมังกรอสรพิษเทลงไปบนตราเวทย์ที่สลักบนลิ่มเจาะกระดูกอย่างระมัดระวังเพราะทุกหยดล้วนแต่มีมูลค่าที่ไม่ธรรมดา

            ในวินาทีต่อมาลิ่มเจาะกระดูกที่แสนธรรมดาพลันมีแสงเปล่งประกายขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึงเปล่งประกายเจิดจ้าจนแสบตา!วารีมังกรอสรพิษที่หยดลงไปบนลิ่มเจาะกระดูกถูกดูดซับไปมากมายจนเมิ่งฝานสัมผัสได้ว่าลิ่มเจาะกระดูกในมือเขาแข็งกว่าเดิมมาก

            ต่อให้ของสิ่งนี้ไม่มีคุณสมบัติในการชำระล้างกระดูกและถูกใช้ให้เป็นเพียงอาวุธในการต่อสู้ก็นับว่าไม่เลวเช่นกัน!เมิ่งฝานที่สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งทนทานของลิ่มเจาะกระดูกพลันหัวเราะออกมาเสียงเบาเกรงว่าต่อให้เป็นร่างกายของสัตว์อสูรระดับสองก็คงจะถูกลิ่มเจาะกระดูกเล่มนี้แทงทะลุได้อย่างง่ายดาย

            ทว่าผู้ที่ต้องทดสอบอานุภาพของลิ่มเจาะกระดูกนี้เป็นครั้งแรกกลับเป็นตัวของเมิ่งฝานเอง!เมื่อคิดได้ดังนั้นใบหน้าของเด็กหนุ่มพลันเคร่งขรึมลงในทันใด เขามองลิ่มเจาะกระดูกอย่างจนปัญญาก่อนจะเกร็งทั้งตัวพลางกัดฟันแน่นแล้วนำลิ่มเจาะกระดูกกดลงไปบนจุดสมุทรปราณบนร่างของตนเองอย่างแผ่วเบาเพียงชั่วพริบตาความรู้สึกที่ร้อนแรงและดุดันก็แล่นเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝานอย่างฉับพลัน!

            ความรู้สึกนั้นคล้ายดั่งหินลาวาหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าเมิ่งฝานจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่เวลานี้ก็จำต้องกัดฟันแน่นและแทบจะสลบไปการที่ประสิทธิภาพของมันเพิ่มขึ้นมาห้าเท่าตัวหมายความว่าความเจ็บปวดนั้นย่อมเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมห้าเท่าเช่นกันเมื่อมันทำงานร่วมกับคุณประโยชน์ภายในของลิ่มเจาะกระดูกก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเจ็บจนเข้ากระดูกดำ

            อ๊าก!!!

            เด็กหนุ่มตวาดออกมาเสียงต่ำก่อนเสื้อผ้าของเขาจะเปียกโชกไปด้วยเหงื่อแม้ว่าเขาจะกัดฟันแน่น แต่สติสัมปชัญญะก็ยังเลือนรางไปเพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นถึงกระนั้นเขาก็ยังพยายามยืนหยัดเอาไว้อย่างไม่ละความพยายามมังกรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หุบเขาหวังเพียงว่าสักวันจะมีโอกาสได้พุ่งทะยานขึ้นไปยังฟากฟ้าไกลการประลองล่าสัตว์อสูรที่ผ่านมาทำให้เมิ่งฝานรู้ถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งแล้วหากไร้ซึ่งความแข็งแกร่งก็ไม่อาจเทียบกับสิ่งใดได้แม้แต่มดเพียงตัวเดียวก็ตาม

            เมิ่งฝานกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในฝ่ามือตนเองแล้วมีเลือดไหลออกมาแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงอดทนต่อความเจ็บปวดดังเดิมเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างช้าๆ จนจบสิ้นพร้อมกับความเจ็บปวดที่เลือนหายไปเมิ่งฝานจึงนำลูกปัดสีดำออกมาเพื่อฟื้นฟูพลังในร่างกาย

            เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างเพราะเมิ่งฝานสัมผัสได้ว่าผิวหนังของเขาแข็งแกร่งทนทานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยลมปราณภายในร่างกายเพิ่มขึ้นและแข็งแกร่งกว่าเดิมไม่น้อยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าลิ่มเจาะกระดูกได้ทำลายและชำระล้างกระดูกให้กับเขาแล้ว

            ประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิมห้าเท่าตัวทำให้ลมปราณในตัวของเมิ่งฝานเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นได้ว่าเป็นการบำเพ็ญตนที่รวดเร็วเมิ่งฝานก็สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าหากตนเองยืนหยัดทำเช่นนี้ต่อไปก็มีโอกาสบรรลุขึ้นไปยังขั้นหลอมปราณได้แม้จะมีเวลาเพียงหนึ่งเดือนก็ตาม!

            มีเพียงการก้าวขึ้นเป็นจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณเท่านั้นจึงจะสามารถเคลื่อนพลังปราณออกจากร่างกายแล้วสังหารมนุษย์ผ่านอากาศได้ทั้งยังถือว่าเป็นจอมยุทธ์ผู้บำเพ็ญพลังปราณที่แท้จริงในอาณาจักรต้าก้านแห่งนี้ด้วยเพราะเมื่อใดก็ตามที่ก้าวขึ้นไปยังขั้นหลอมปราณจะมีจุดสมุทรปราณเกิดขึ้นในร่างกายทำให้สามารถสื่อสารกับพลังปราณในธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

            “เกรงว่าข้าคงต้องก้าวขึ้นไปอยู่ในขั้นหลอมปราณเท่านั้นถึงจะมีศักยภาพในการต่อกรกับเหยียนเย่าได้อย่างแท้จริง!”

            นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์เมื่อนึกถึงภาพของเหยียนเย่าในการประลองที่ผ่านมาพลังของเขาผู้นั้นเป็นที่น่าสะพรึงอย่างยิ่งหากตนเองประมืออย่างซึ่งหน้าจะต้องพ่ายแพ้อย่างไร้ข้อกังขาเป็นแน่แต่ในเมื่อมีลิ่มเจาะกระดูกอยู่ในมือความเร็วในการเลื่อนขั้นของเขาก็หาใช่สิ่งที่หลักการและเหตุผลธรรมดาจะสามารถตัดสินได้ไม่

            “เหยียนเย่า เจ้าคอยดูได้เลยการเหยียดหยามในคราก่อนข้าจะต้องเอาคืนเจ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เป็นแน่!”

            ข้างลำธารที่ไหลรินท่ามกลางแสงอาทิตย์ร้อนแรงที่สาดส่องหลังจากการประลองล่าสัตว์อสูรจบลงจอมยุทธ์น้อยแห่งอูเจิ้นทั้งหลายก็กลับเข้าสู่ความสงบทว่าทุกคนกลับเข้าสู่ห้วงแห่งการบำเพ็ญตนที่บ้าคลั่งเพราะถึงอย่างไรอีกไม่นานการประลองฝีมือก็จะมาถึงแล้วการประลองฝีมือนี้จะมีบรรดาพรรควรยุทธ์แห่งพลังปราณมาชมการประลองด้วยมันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

            ทางฝั่งของกู่ฉิง เหลยหู่และคนอื่นๆ ก็พยายามมายังหอสมบัติของอูเจิ้นให้ได้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อตามหาวิชายุทธ์แห่งพลังปราณที่เหมาะสมกับตนเองแม้ว่าวิชายุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในหอสมบัติของอูเจิ้นจะเป็นเพียงวิชายุทธ์ระดับสูงแต่นับว่าไม่เลวมากแล้ว เพราะกู่หยวนและคนอื่นตั้งใจเฟ้นหาและรวบรวมเอาไว้ที่นี่

            ทางฝั่งของเมิ่งฝานเองก็เข้าสู่ห้วงเวลาของการบำเพ็ญตนอย่างบ้าคลั่งเช่นกันภายใต้แสงอาทิตย์อันร้อนแรงคือร่างของเด็กหนุ่มที่แบกหินก้อนใหญ่ที่มีน้ำหนักมากถึงเจ็ดร้อยจินเอาไว้บนร่างในการบำเพ็ญตนแต่ละครั้งเมิ่งฝานล้วนแต่ท้าทายขีดจำกัดของตนเองทั้งสิ้นเพราะมีลูกปัดสีดำคอยช่วยเขาจึงไม่กังวลว่าตนเองจะเหนื่อยจนล้มและไม่อาจยืนหยัดได้อีก

            เวลาผ่านพ้นไปสามวันเต็มๆในที่สุดเมิ่งฝานก็สามารถยกหินน้ำหนักเจ็ดร้อยจินได้อย่างอิสระและไม่รู้สึกหนักเหมือนก่อนเด็กหนุ่มขยับร่างกายโดยปล่อยให้สายธารสาดซัดอยู่อย่างนั้นต่อมาจึงระเบิดพลังในตัวออกมาก่อนจะพบว่าเป็นพลังที่แข็งแกร่งจนสามารถทำลายหินขนาดยักษ์ให้แหลกสลายได้ในครั้งเดียว

                มหาหัตถ์สังหารเจ็ดร้อยจินสำเร็จแล้ว!

            เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็กระโดดขึ้นจากลำธารปานวานรพร้อมทั้งยกยิ้มขึ้นที่มุมปากประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิมห้าเท่าของลิ่มเจาะกระดูกช่างเด่นชัดเสียจริงเมื่อเขาทำการหลอมชำระกระดูกครั้งแล้วครั้งเล่าโดยพัฒนาขึ้นอย่างแข็งแกร่งและรวดเร็ว ยามนี้เมิ่งฝานจึงได้อยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเก้าช่วงปลายและสามารถบรรลุขั้นพลังได้ตลอดเวลา

            ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องยามนี้ร่างกายของเมิ่งฝานมีกล้ามเนื้อปรากฏขึ้นมาเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังอันแข็งแกร่งอีกด้วยนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์ในทันใด เพราะมองเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งกำลังเดินมาจากที่ไกลๆ

            คนผู้นั้นสวมชุดสีชมพูเส้นผมปลิวไปตามลม เจ้าตัวยังมาไม่ถึงกลิ่นหอมกลับลอยมาก่อนแล้วซึ่งผู้ที่เดินเข้ามาใกล้ก็คือกู่ซินเอ๋อร์นั่นเองเมื่อมองออกไปเมิ่งฝานก็ถึงกับตกตะลึงในทันใด เพราะวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนกู่ซินเอ๋อร์จึงมิได้ใส่ชุดที่มิดชิดนักเนื้อเนียนบนร่างปรากฏให้เห็นเป็นครั้งคราวแม้มันจะไม่ได้ใหญ่แต่ก็ขาวเนียนน่าหลงใหลจนทำให้เมิ่งฝานถึงกับชะงักงัน

            เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายกู่ซินเอ๋อร์ก็ก้มหน้าลงมองจากนั้นนางก็หน้าแดงด้วยความเหนียมอายขึ้นมาในทันใดแต่กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “พี่เมิ่งฝานยิ่งนานวันท่านก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงมากขึ้นทุกทีแล้วนะเจ้าคะ!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็หัวเราะเสียงแห้งหลังจากนั้นจึงได้สติแล้วเอ่ยออกมาอย่างจนปัญญา “เพราะเจ้าโตแล้วต่างหากล่ะอีกอย่างข้าก็หาได้มองเห็นสิ่งใดไม่!”

             “ท่านยังจะพูดอีก!”

            กู่ซินเอ๋อร์พลันรู้สึกอายยิ่งกว่าเดิมนางกระทืบเท้าทั้งสองเบาๆ อย่างจนปัญญายิ่งนางแสดงท่าทีเนียมอายมากเท่าใดก็ยิ่งน่าหลงใหลมากเท่านั้นแล้วเมิ่งฝานก็หัวเราะออกมาเสียงเบา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้ามาหาข้าที่นี่มีเรื่องใดหรือไม่?”

            “อื้ม!” นางลูบเส้นผมแล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา “ใช่แล้วเจ้าค่ะข้ามาเพื่อจะขอให้ท่านพี่เมิ่งฝานของข้าไปหอสมบัติเป็นเพื่อนข้าในวันพรุ่งนี้อย่างไรเล่าเจ้าคะ!”

            เมื่อได้ยินกู่ซินเอ๋อร์เอ่ยดังนั้นเมิ่งฝานก็ย่นคิ้วเล็กน้อยต่อมาก็เอ่ยถามเสียงเข้ม “เพราะเหตุใดกันนอกจากวิชายุทธ์นั้นแล้วเจ้าก็ไม่อาจฝึกฝนวิชายุทธ์ใดได้อีกไม่ใช่หรือไร?”

            กู่ซินเอ๋อร์คลี่ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยความดีใจ “นั้นมันเมื่อก่อนแล้วล่ะเจ้าค่ะเมื่อวานข้าบรรลุการฝึกฝนวิชายุทธ์นั้นในขั้นแรกได้สำเร็จจึงสามารถฝึกฝนกลยุทธ์อย่างอื่นเพื่อการต่อสู้ได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ ซินเอ๋อร์ก็อยากจะเก่งขึ้นเช่นกันน่าเสียดายที่การฝึกฝนวิชามหาหัตถ์สังหารต้องแบกหินเอาไว้ด้วยซินเอ๋อร์ไม่อยากทำเช่นนั้น!”

            สำเร็จแล้ว!

            นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ขึ้นในทันใดทั้งยังแฝงไปด้วยความตกตะลึงอีกเล็กน้อยตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนกู่ซินเอ๋อร์ก็เอาแต่ฝึกฝนวิชายุทธ์แห่งพลังปราณอันแปลกประหลาดมันเป็นวิชายุทธ์ที่ก้าวหน้าได้ช้าทั้งยังไร้ซึ่งประสิทธิผลใดๆข้อดีเพียงอย่างเดียวคือช่วยบ่มเพาะหล่อเลี้ยงร่างกายของกู่ซินเอ๋อร์เท่านั้นแล้วในที่สุดนางก็ฝึกฝนมันจนสำเร็จ!

            เมิ่งฝานลูบปลายจมูกตนเองแล้วเอ่ยพลางยิ้มขึ้น “ยินดีกับเจ้าด้วยในที่สุดคำสาปที่ทำให้เจ้าไม่สบอารมณ์มานานก็ถูกแก้เสียที!”

             “หึ!”

            กู่ซินเอ๋อร์ทำปากจู๋แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา “ข้าเองก็ไม่ต้องการมันเช่นกันแต่ท่านพ่อบอกว่าข้ามีกายาวัฏจักรที่หาได้ยากยิ่ง มีเพียงการฝึกฝนวิชายุทธ์นั้นจึงจะสามารถกระตุ้นคุณสมบัติที่ซ่อนเร้นภายในร่างกายได้เมื่อถึงเวลาก็จะส่งข้าออกไปยังพื้นที่หนึ่งซึ่งตั้งอยู่นอกพรมแดนจตุทิศเล่าว่าสถานที่แห่งนั้นมีพรรคที่ยิ่งใหญ่ตั้งอยู่และเป็นพรรคที่ถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติของร่างกายเช่นข้า”

            กายาวัฏจักร พรมแดนจตุทิศ!

            นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ขั้นมาในทันใดเขาหาได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่ากายาวัฏจักรไม่แต่เด็กหนุ่มก็เข้าใจได้เพราะแผ่นดินแห่งนี้กว้างใหญ่ยิ่งนักฉะนั้นแล้วหากมีสิ่งใดที่ตนเองยังไม่รู้ก็หาใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดทว่าพรมแดนจตุทิศที่กู่ซินเอ๋อร์เอ่ยขึ้นมาเมื่อครู่กลับเป็นสถานที่ที่เมิ่งฝานรู้จักเพราะมันเป็นเมืองใหญ่ เป็นพรมแดนอาณาเขตที่ตนเองอาศัยอยู่

            จากบันทึกที่จารึกเอาไว้เมิ่งฝานก็ไม่รู้ว่ามันมีขนาดที่ยิ่งใหญ่หรือกว้างขวางเพียงใดทว่าภายในกลับเต็มไปด้วยอาณาจักรมากมายมหาศาลแค่ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ภายในพรมแดนจตุทิศก็มีมากกว่าร้อยราชวงศ์แล้วจะบอกว่าพรมแดนจตุทิศคือดินแดนอันยิ่งใหญ่และปกคลุมไปทั่วจักรวาลก็ยังไม่เกินงาม

            แม้แต่อาณาจักรต้าก้านก็ยังเป็นเพียงหนึ่งในอาณาจักรขนาดเล็กของดินแดนอีกแห่งนอกเหนือจากพรมแดนจตุทิศเท่านั้นที่นอกเหนือกว่านี้เมิ่งฝานหารู้ไม่ทว่าพรมแดนจตุทิศนั้นกลับมีผู้ปกครองที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ผู้ที่แม้แต่ราชวงศ์ทั้งหลายก็ยังต้องเคารพยำเกรงผู้ที่แม้แต่เหล่าราชาราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่ไปอยู่ตรงหน้าก็ยังยอมถ่อมตน...พรรคเหมันต์สวรรค์

            ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของพรมแดนจตุทิศผู้ที่มีกำลังอิทธิพลยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อพระพายพัดโบกวายุกรรโชกกระแสเหมันต์ในพรมแดนจตุทิศมีคำเล่าลืออย่างหนึ่งมีใจความว่า... ล่วงเกินเหมันต์สวรรค์ชีวาสิ้นในเจ็ดวัน พระพายลอยล่องเวหา ชีวามนุษย์เปรียบดุจผักปลา!

            เมิ่งฝานกำหมัดแน่นหลังจากนั้นก็เอ่ยถามอย่างครุ่นคิด “เจ้าจะเดินทางเมื่อใด?”

            “วางแผนไว้ว่าหลังจากพิธีบรรลุนิติภาวะเจ้าค่ะ!”

            กู่ซินเอ๋อร์กัดฟันแน่นเพราะพิธีบรรลุนิติภาวะนี้เป็นพิธีหลังจากที่ผู้เข้าร่วมพิธีมีอายุครบสิบหกปีบริบูรณ์ข้ามพรมแดนแห่งหนึ่งไปยังอีกพรมแดน การเดินทางที่มิได้มีระยะเพียงพันเมตรฉะนั้นแล้วหากอยากจะพบพานกันอีกครั้งก็คงเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ

            ครู่หนึ่งกู่ซินเอ๋อร์ก็พยายามฝืนยิ้มออกมาจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หรือข้าอาจจะไม่ไปก็ได้ เพราะถึงอย่างไรในบรรดาผู้คุ้มกันหมู่บ้านก็เริ่มมีเสียงขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วว่าให้ข้าออกเรือนไปกับเหยียนเย่าแทนแม้ว่าท่านพ่อของข้าจะทรงอำนาจในหมู่บ้านแต่คนส่วนใหญ่ก็ได้เห็นถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของเหยียนเย่าจากการประลองในครั้งก่อนแล้วเกรงว่าข้าคงต้องแต่งกับเขาแล้วล่ะท่านพี่เมิ่งฝาน!”

            เมื่อรู้ว่ากู่ซินเอ๋อร์เพียงแค่หยอกล้อเมิ่งฝานก็หัวเราะออกมาเสียงเบาแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะของกู่ซินเอ๋อร์อย่างอ่อนโยนเอ่ยเสียงเข้มว่า “เจ้าไม่ต้องห่วงเขาไม่มีทางได้สมหวังเป็นแน่!”

            “หึหึข้าคิดไว้แล้วว่าท่านพี่เมิ่งฝานต้องไม่ชอบให้ข้าออกเรือนไปกับผู้อื่น!”

            กู่ซินเอ๋อร์ว่าพลางยิ้มกว้างอย่างมีความสุขจึงทำให้เมิ่งฝานคลี่ยิ้มอย่างเหนียมอายออกมาในทันใดจากนั้นกู่ซินเอ๋อร์ก็ส่งเสียง ‘หึ’ ออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายถูกขัดใจ “หึคนบางคนยิ่งโตก็ยิ่งขี้ขลาด เมื่อก่อนตอนยังเป็นเด็กยังเคยอาบน้ำกับข้าอยู่เลย...”

            เอ่อ...

            เมิ่งฝานมองขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยไม่ได้เอ่ยอันใดออกมากู่ซินเอ๋อร์กลอกตาขาวก่อนจะถามเสียงเบา “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านจะกลับไปกับข้าหรือไม่?”

            เมิ่งฝานครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนพยักหน้ารับอีกราวหนึ่งเดือนกู่ซินเอ๋อร์ก็ต้องไปแล้วและดูคล้ายว่าเขาเองก็หาใช่คนที่จะทำให้นางต้องคิดหนักก่อนจากไปไม่!

            “ดีเลยเจ้าค่ะพรุ่งนี้ข้าจะรอท่านนะเจ้าค่ะ!”

            กู่ซินเอ๋อร์ยิ้มขึ้นมาในทันทีพลอยทำให้เมิ่งฝานดีใจไปด้วยแม้ว่าจะมีไข่มุกสีดำคอยช่วยเหลือเขาก็ต้องไปดูว่าภายในหอสมบัติแห่งนั้นมีสิ่งใดอยู่บ้างแต่จากการเล่าลือก็พบว่าภายในนั้นมีพลังต้องห้ามอยู่ไม่น้อยฉะนั้นหากเขาต้องการสิ่งใดก็คงยากจะได้รับไปโดยง่าย!

     

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน