“ยี่หวา เธอจะเข้าฝึกงานที่ไหนนะ” นินิลเพื่อนสนิทของเธอถามขึ้นเนื่องจากเห็นว่าเธอนั่งจิ้มรายชื่อในกระดาษมาพักใหญ่ แต่ก็เลือกไม่ได้สักทีว่าเธอจะเข้าฝึกงานที่ไหน
“ก็ฉันยังเลือกที่ฝึกงานไม่ได้นี่นา แกมีที่แนะนำฉันปะ แบบไปไหนดี เอาที่มันหัวหน้าใจดี เอ็นดูลูกน้อง ไม่ดุ ไม่ด่า ไม่ว่าลูกน้องอะไรอย่างงี้อ่ะ” ยี่หวาหันไปพูดกับเพื่อนของเธอ เพราะเธอกำลังกลุ้มใจกับการเลือกสถานที่ฝึกงาน
“เฮ้อ! ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บริษัทที่ฉันเลือกแม่ดันเป็คนเลือกให้ฉันนี่สิ ฉันว่าแกจิ้มเอาเลยดีกว่า ฝึกที่ไหนก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ เราฝึกแค่เทอมเดียวเองอย่าไปซี” นินิลบอกกับยี่หวา เมื่อเธอเองก็คิดว่าฝึกที่ไหนก็เหมือนกันจบเหมือนกัน ขอแค่ได้ลายเซ็นของหัวหน้างานว่าผ่าน มาส่งทางมหาลัย พวกเธอก็ถือว่าผ่านการฝึกงานและเรียนจบแล้ว
“เอางั้นเหรอ” ยี่หวา ครุ่นคิดสักครู่ พูดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเธอ และเพื่อนเธอก็พยักหน้าเห็นด้วย เธอจึงเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นและหลับตาลง มือข้างขวาของเธอยกมือชี้นิ้วขึ้นมาบนกระดาษก่อนจะไล่จิ้มมันมั่ว ๆ และหยุดลง
เอาอันนี้ก็แล้วกัน ฉันลืมตาขึ้นมามองดูรายชื่อที่ตัวเองเพิ่งจะหลับตาจิ้มมันเมื่อกี้ก่อนจะอ่านออกเสียงมาเบา ๆ
บริษัทระพีพัฒน์จำกัด
อะที่นี่ มันที่ไหนล่ะนี่ ชื่อบริษัทที่อ่านก่อนหน้านี้ก็พอจะเห็นผ่าน ๆ ตามาบ้างแต่ไอ้ชื่อบริษัทนี้เธอไม่เห็นมันแฮะ หรือมันจะเป็บริษัทไม่ค่อยดังเพิ่งเปิดใหม่เหรอ เธอจึงยื่นกระดาษไปตรงหน้าของนินิลเพื่อนสนิทให้ช่วยดู
“นินิล แกช่วยฉันอยู่สิ บริษัทนี้แกรู้จักปะ”
“ไหน ไหน เอามาดูสิ”
“นี่ ๆ”
“หืม บริษัทระพีพัฒน์จำกัด ที่ไหนวะแก” นินิลเธอก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อบริษัทนี้ครั้งแรก จนต้องยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดเสิร์ชดู
มือเล็กของนินิลกดพิมพ์รายชื่อบริษัทลงไปแต่มันกลับปรากฏแค่ตำแหน่งที่ตั้งของบริษัท แต่ไม่ปรากฏรูปภาพบริษัทเหมือนบริษัทอื่น ๆ ที่มักจะโชว์ความใหญ่โตโปรไฟล์หรูหรา เพื่อพรีเซนต์ตัวเองให้คนอยากเข้าทำงาน แต่บริษัทนี้กลับแปลกไม่มีอะไรเลย
“ฉันว่าเลือกบริษัทใหม่ดีไหมอะ มันมีแค่ที่อยู่ รูปภาพหรืออะไรก็ไม่มีบอก” นินิลยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาให้ยี่หวาดู
“เอาไงดีอ่ะ แต่บริษัทอื่นฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะยังไงอีก แกบอกว่าฝึกที่ไหนมันก็เหมือน ๆ กันนี่ เรียนจบเหมือนกัน งั้นฉันลองเสี่ยงดวงกับที่นี้ดู ไม่เป็ไรหรอกมั้ง”
“ตามใจแก รีบเขียนรายชื่อส่งอาจารย์เหอะ อาจารย์เรียกเก็บใบรายชื่อแล้ว”
เมื่อนินิลเห็นว่าอาจารย์กำลังเรียกเก็บใบรายชื่อที่ทางมหาลัยจะต้องเป็คนส่งรายชื่อนักศึกษาไปยังบริษัทที่นักศึกษาทุกคนเลือก
ยี่หวาจึงรีบเขียนชื่อบริษัทที่เธอจิ้มได้เมื่อกี้ลงไปพร้อมกับเขียนชื่อของเธอตามไปด้วย ก่อนจะรีบวิ่ง ดุ๊กดิ๊กเอาใบรายชื่อบริษัทที่เธอกรอกไปส่งให้อาจารย์ประจำวิชาหน้าห้อง
“เสร็จสักที งั้นฉันคงไม่ได้เจอแกตั้งเทอมหนึ่งเลยดิ เหงาแย่เลยอ่ะ”
“วันหยุดแกก็มาเจอฉันได้นี่” นินิลพูดขึ้น
นั่นก็จริง แต่เอ๊ะ เมื่อกี้ลืมดูไปเลย ว่าที่อยู่บริษัทตั้งอยู่ที่ไหน
“ยัยนิลลล ฉันลืมดูว่าที่อยู่บริษัทเมื่อกี้ที่แกให้ฉันดูมันอยู่ตรงไหน”
“อ้าว โอ๊ยตายแล้ว ไม่ทันแล้วไหม อาจารย์เดินออกจากห้องไปแล้ว เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันเปิดชื่อบริษัทค้างไว้อยู่ฉันขอดูแป๊บ” นินิลรีบหันไปหาโทรศัพท์ของเธอ
“เอามาดูเร็ว ๆ เข้า” ฉันหันไปเร่งเพื่อนสนิททันที
ที่อยู่ เกาะวิลล่า เมืองใหม่
นินิลอ่าชื่อออกเสียงขึ้นมา ก่อนเธอจะตาเบิกโตขึ้น 0.0
“ยัยหวา!! มันอยู่บนเกาะ ฉันเคยได้ยินแม่พูดว่าเกาะนี้ มันเพิ่งจะเปิดใหม่และมีบริษัทหลายบริษัทไปเปิดใหม่ที่นั่นและต้องนั่งเรือเข้าไปด้านในของเกาะ แต่ก็ที่นั่นเหมือนกับเมืองด้านนอกของเรา ฉันว่ามันก็น่าจะเจริญเหมือน ๆ กับข้างนอก เพราะงั้นไม่น่าห่วงเพียงแต่มันใช้เวลานั่งเรือออกมาข้างนอกนานหน่อย” นินิลอธิบายให้ฟัง
“หาาา อย่างงี้ฉันกับแกก็อดเจอกันอ่ะดิ เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมา เพราะอะไรก็ได้ของเธอเองบวกกับเชื่อคำพูดของเพื่อนว่าเลือก ๆ ไปเถอะ ทำให้เธอไม่ตรวจเช็กรายละเอียดให้ดีก่อนเขียนชื่อลงไป
“ไม่เป็ไรน่า เรายังวิดีโอคอลคุยกันได้ ถ้าแกเหงาแกก็ทักหาฉัน” ยัยนินิลยกมือขึ้นมาตบไหนของฉันเบา ๆ เพื่อปลอบใจ “นี่ปณิธานแกก่อนเรียนจบอย่าลืมซะล่ะ”
“แหม ใครจะไปลืม ฉันต้องมีผัวให้ได้ก่อนเรียนจบอยู่แล้ว ไม่ลืมหรอกน่า” ฉันหันไปพูดบอกกับยัยนินิล
เนื่องจากั้แ่เข้ามหาลัยมาก็ยังมีผัวไม่เป็ตัวเป็ตนกับเขาสักที บวกกับแม่รีบเร่งให้หาแฟนตั้งเริ่มเรียนมหาลัยด้วยกลัวว่าลูกสาวจะหาแฟนไม่ได้หากเรียนจบ
ไม่รู้แม่จะรีบอะไร ขอเรียนก่อนก็ไม่ได้ กลัวไม่เห็นหน้าลูกเขยเลยเร่งให้ฉันมีแฟนเร็ว ๆ เรียนจบมาจะได้แต่งงานมีลูกมีครอบครัวเลย
โอ้โห! แม่ของฉันต้องเพ้อฝันอะไรอยู่แน่ ๆ แต่ฉันก็ไม่ติดนะเื่แบบนี้ ั้แ่เข้ามหาลัยมาสิ่งล่อตาล่อใจมันก็เยอะ เกือบใจแตกไปหลายรอบแต่ก็กลับมาได้ ด้วยเป้าหมายของตัวเองตั้งไว้เอาไว้ว่า จะมีหลัวทั้งทีก็ต้องตั้งใจเรียนให้จบด้วย
“ก็แล้วไป ไม่แกก็มาแข่งหาหลัวกับฉันไหมล่ะ ใครมีหลัวก่อนเรียนจบก่อนกันได้กินข้าวฟรีตลอดเทอม” นินิลเอ่ยปากท้ากันแข่งหาแฟน
“เอางั้นเหรอ” ก็ได้นะ เื่นี้ฉันไม่ติดอยู่แล้ว อีกอย่างฉันเชื่อความสามารถของตัวเองว่า น่าตาฉันก็พอไปวัดไปวากับเขาได้อยู่ ฉันไม่เชื่อว่าจะไม่มีผู้ชายคนไหนมาหลงเสน่ห์ เอาล่ะมีความมั่นในตัวเองแล้วหนึ่ง แต่ที่ผ่าน ๆ มาเจอแต่ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน
“เอางั้นสิ ว่าไง กล้ารับคำท้าฉันปะล่ะ”
“จัดให้สิคะ เลิกคาบแล้วแกไปไหนต่ออ่ะ” ฉันตอบกลับไป
“กลับไปเตรียมเก็บของสิ ฉันเองก็ต้องย้ายเข้าไปฝึกงานที่บริษัทเหมือนกัน พรุ่งนี้เราทุกคนต้องเข้าที่ฝึกงานใหม่กันหมดแล้ว”
“หา ไวจัง ฉันยังไม่ได้ตั้งตัวเลย”
“นี่แก ไม่หลบอยู่ขุมไหนมา เมื่อกี้อาจารย์ก็ประกาศว่าเริ่มงานพรุ่งนี้”
“เอ๊า งั้นฉันก็ต้องห่างจากแกแล้วสิ อุตส่าห์ว่าจะเลี้ยงส่งก่อนไปฝึกงานสักหน่อย” ฉันทำหน้าจ๋อยลง เป็เพื่อนในคาบเมื่อกี้ฉันเผลอหลับไปไม่ทันได้ฟังอาจารย์พูดแน่ ๆ เลยไม่รู้ว่าต้องเข้าฝึกงานบริษัทพรุ่งนี้
“คืนนี้ก็อย่าลืมเข้าไปดูอีเมลตอบรับจากบริษัทล่ะว่าเข้านัดกี่โมง” ยัยนินิลเอ่ยบอก
“อืม” ฉันพยักหน้าให้เพื่อนสนิทของตัวเองไป พร้อมกับหันไปเก็บของบนโต๊ะเรียนลงกระเป๋าและรีบตรงดิ่งกลับบ้าน เพราะต้องกลับไปจัดกระเป๋าอีก
ไม่ทันตั้งตัวเลยแฮะ รู้สึกตื่นเต้นอยู่หน่อย ๆ ขอให้เจอเพื่อนร่วมงานดี ๆ ก็แล้วกัน ยี่หวาพูดกับตัวเองในใจ ก่อนจะโบกมือบาย ๆ แยกกับนินิลเพื่อนของเธอ