ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 86 ชั้นที่ 5.

    ผ่านไปหนึ่งวันในที่สุดคนที่กลายเป็นผักมานานได้ตื่นขึ้น เสียงร้องของเดนได้ดังขึ้น สมาชิกทุกคนรวมถึงอโรนสะดุ้งเพราะทุกคนกำลังตั้งสมาธิในการค้นหาทางเข้าชั้นต่อไป

    ถึงแม้ชั้นที่ 3 จะเหมือนขั้นที่ 2 แต่พวกเขาไม่นิ่งเฉยปล่อยสิ่งรอบด้านไป ทำให้เสียงเดนร้องด้วยความกลัวทำให้ทุกคนตกใจ อโรนรู้สึกโกรธจึงพูดขึ้น

    “เดนรู้สึกว่าขึ้นแล้ว ทำให้มันตื่นขึ้นมาเร็ว”

    สมาชิกคนที่แบกเดนอยู่รู้สึกดีใจจึงตีหัวเดนไปแรง ๆ ตัวเดนไม่ได้เบา ๆ ทำให้ต้องใช้พลังวิญญาณในการบินถึง 2 เท่า ก่อนหน้านี้สมาชิกคนนี้ได้ขอร้องให้มีคนมาช่วยแบกเดนแทนตน ปรากฏว่าไม่มีใครช่วยเขา อีกอย่างถ้าเขาโยนเดนทิ้งจะถูกตีหน้าว่าคนทิ้งเพื่อน เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากแบกเดนต่อไป

    เพียะ

    “ไม่--------------------!”

    เดนตะโกนขึ้นพร้อมกับตื่นจากฝันร้าย ในความฝันเดนเห็นตัวเองกำลังถูกช้างกินอย่างอร่อย ช้างฉีกกระชากขาทั้ง 2 ข้างของเขาก่อนและต่อมาคือแขนทั้ง 2 สุดท้ายคือลำตัวและหัว

    ความรู้สึกถึงการถูกกินทั้งเป็นทำให้เดนรู้สึกทรมานกายและใจ ส่วนสุดท้ายที่เดนรู้สึกโกรธแค้นคือเขาจะตายไปโดยที่ยังไม่ได้แก้แค้นไม่ได้ เขาไม่ยอมและคนที่เขาจะแก้แค้นพวกมันยังมีความสุขสบายอยู่ ในความฝันเห็นอโรนยืนมองตนเองตายอย่างทรมาน

    ก่อนตื่นเดนเห็นอโรนยิ้มและหัวเราะขึ้นจากการตายของเขา

    เดนลุกขึ้นและได้สำรวจรอบตัวเห็นสมาชิกที่แบกตนเองอยู่ สมาชิกที่แบกเดนเห็นเดนตื่นขึ้นและไม่รีบลงไปจากตัวเขา

    “เดน แกทำบ้าอะไรอยู่รีบลงไปจากตัวฉันได้แล้ว”

    เดนยกแขนสัมผัสกับร่างกายและพบว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เรื่องทั้งหมดเป็นความฝันหรือ เดนหันหลังพบกับอโรนจึงรู้ว่าทั้งหมดเป็นความจริงที่เขาเกือบตาย มือทั้ง 2 ข้างของเดนกำหมัดแน่นจนเห็นถึงเส้นเลือด

    อโรนเห็นเดนจ้องมองตน จึงถามไปว่า

    “เดนรู้สึกเป็นไงบ้าง”

    เดนยังจำสีหน้าเดนที่ยิ้มแย้มและหัวเราะตนได้ แค่คิดก็อยากจะเอาดาบมาฟันหัวอโรน เดนตะคอกใส่อโรน

    “ฉันไม่เป็นอะไรไม่ต้องมายุ่ง”

    อโรนเห็นเดนโกรธตนแต่อโรนไม่สนใจเดนนัก เพราะยังไงก็แค่คนใกล้ตาย ในสถานที่แบบนี้คนที่มีอาการบาดเจ็บถือว่าตายครึ่งหนึ่ง

    มิดโฮยอมรับเดนที่ตะคอกใส่อโรนไม่ได้จึงด่าเดนไป

    “เดน ถ้าหัวหน้าไม่ช่วยนาย ตอนนี้นายได้ตายกลายเป็นศพแล้ว ทำไมยังทำตัวแบบนี้”

    “ฉันไม่ได้ขอให้มันช่วยฉัน”

    เดนตอบกลับอย่างไม่มีเยื่อใย มิดโฮโกรธมากพร้อมที่จะทวงความยุติธรรมให้กับอโรน ร่างกายของมิดโฮมีออร่าธาตุไฟปรากฏขึ้น เดนเห็นมิดโฮจะสู้กับตนจึงหยิบดาบเล่มใหม่ออกมาจากแหวนมิติ ดาบเล่มโปรดของเดนเล่มก่อนถูกช้างทำลายทิ้งไปทำให้ต้องหาเล่มใหม่แทน

    อโรนเห็นท่าไม่ดีจึงบินหามิดโฮและพูดขึ้น

    “มิดโฮหยุด”

    “แต่..”

    “มิดโฮ--!!”

    มิดโฮเห็นท่าทางของอโรนจึงลดไม้คทาลง เดนส่งเสียงเย็นชาและลดดาบลงเช่นกัน อโรนเห็นทั้งคู่ใจเย็นลงจึงพูดขึ้น

    “ในเวลาแบบนี้ ไม่ใช้เวลาที่จะมาทะเลาะกัน เดนนายรีบรักษาตัวเองอย่าโดนโคลนใต้เท้าไม่งั้นต่อให้นายมีอีกหลายสิบชีวิตก็ไม่พอ”

    เดนหยิบยารักษาจากแหวนมิติและกินมันทั้งหมดเพื่อที่รักษาบาดแผลภายในและภายนอกร่างกายอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่เดนบิน เดนรู้สึกว่าร่างกายของตนหนักขึ้นและกำลังจะตก

    เท้าของเดนกำลังจะถึงโคลน เดนจำคำเตือนของอโรนได้ว่าห้ามโดนโคลนนี้เด็ดขาด เดนใช้พลังธาตุลมห่อหุ้มเท้าทั้ง 2 เอาไว้ โคลนใต้เท้าเดนกระเด็นไปรอบทิศทาง

    เดนหันไปถามสมาชิกคนหนึ่ง

    “ทำไมร่างกายของฉันหนักขึ้น”

    ทันใดที่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากตนสลบ เดนไม่ขอบคุณอโรนแถมทำท่าทางอย่างกับตนเองเป็นหัวหน้า มิดโฮไม่สบอารมณ์กับท่าทางของเดนแต่อโรนหัวเราะขึ้นเล็กน้อย

    หลังจากเดนฟื้นขึ้นสมาชิกทุกคนได้เดินทางกันต่อ เวลาพักให้จอมเวทสร้างพื้นที่จากเวทมนตร์น้ำแข็งแน่นอนว่าทุกคนต้องจ่ายน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทไม่เว้นแม้แต่อโรน

    การเดินทางของพวกเขาคือ เดินทาง 3 ชั่วโมง พัก 2 ชั่วโมงอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนเจอหลุมทางเข้าชั้นที่ 4 ได้สำเร็จและเป็นอย่างที่ทุกคนคิดเอาไว้

    ชั้นที่ 4 ยังคงเป็นบ่อโคลนรักษา เมื่อทุกคนปรับตัวได้จึงทำให้การเดินทางไม่มีผู้เสียชีวิต

    การเดินทางชั้น 4 เหมือนกับชั้นที่ 2 3 จนสุดท้ายเพื่อเขาเจอหลุมทางเข้าชั้นที่ 5 สีหน้าของทุกคนเครียดมาก

    ถ้าดันเจี้ยนแห่งนี้เหมือนกับดันเจี้ยนระดับสูงสุดด้านนอก นั้นชั้นที่ 5 ต้องมีบอสหนึ่งตัว บอสอาจจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่าช้าง ไม่มีใครรู้แน่ชัด

    อโรนมองหน้าสมาชิกทุกคนและพูดขึ้น

    “หลังจากลงไปชั้นที่ 5 ให้หันหลังชนกัน”

    สมาชิกทุกคนพยักหน้าไม่เว้นแม้แต่เดน เมื่อทุกคนพร้อมอโรนให้สัญญาณกระโดดลงไปพร้อมกันทั้งหมด

    ทันใดที่เท้าทุกคนแตะพื้นดินปรากฏว่าไม่มีโคลน ชั้น 5 ต่างจากชั้นบนมากนักเพราะมันไร้แสง ชั้นอื่น ๆ ยังมีผลึกดินฝักอยู่ในกำแพงก่อเกิดแสงสีน้ำตาลอ่อน ๆ ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นด้านหน้าได้

    แต่ชั้นที่ 5 นั้นไร้ผลึกแสง ด้านหน้าของทุกคนมีแต่ความมืดมิด อโรนบอกให้จอมเวททุกคนใช้เวทแสงสว่าง

    ทันทีที่แสงกระทบกับผนังดันเจี้ยน ผนังดันเจี้ยนเกิดการขยับเพื่อหนีจากแสง มิดโฮและผู้หญิงอีก 4 คนรู้สึกขยะแขยงมากเพราะเหมือนกับมีแมลงนับไม่ทวนกำลังไต่กำแพงดันเจี้ยนอยู่

    ไม่ใช้แค่ผู้หญิงขนาดผู้ชายยังรู้สึกรังเกียจ อโรนมองแมลงที่กำลังจะไต่กำแพงพบว่าทั้งหมดนั้นคือแมงมุมดินขนาดเล็กนับไม่ทวนกำลังไต่กำแพงเพื่อหนีแสง

    “ระวังมันคือแมงมุม ไม่รู้ว่ามีพิษไหม”

    มิดโฮและจอมเวทที่เป็นผู้หญิงอีก 2 คนร่ายเวทเพื่อกำจัดแมงมุมพวกนั้นทั้งหมด วงแหวนสีแดง วงแหวนสีฟ้าและวงแหวนสีทองปรากฏขึ้นพร้อมกัน

    “หอกเพลิงสวรรค์”

    “มังกรสายฟ้า”

    “ดาบตัดความมืด”

    วงแหวนสีแดงสร้างหอกสีแดงขนาดใหญ่ความร้อนที่ออกมาจากหอกทำให้แมงมุมดินนับไม่ทวนเริ่มละลายกลายเป็นไอ วงแหวนสีฟ้าสร้างหัวมังกรยักษ์ขึ้น สะเก็ดสายฟ้าทำให้แมงมุมไหม้เกรียม วงแหวนสีทองสร้างดาบขนาดใหญ่ ดาบนั้นสว่างจ้าจนทำลายความมืดตรงทางเดินชั้น 5 ไปทั้งหมด

    หอกเพลิงสวรรค์โจมตีฝูงแมงมุมดินด้านซ้าย มังกรสายฟ้าปล่อยลำแสงใส่ฝูงแมงมุมดินด้านขวาและดาบสีทองตัดฝูงแมงมุมดินด้านบน

    เปรี้ยง ครืน ฉัวะ ปัง ปัง

    การปล่อยเวทมนตร์ทั้งสามพร้อมกันเวลาระเบิดทำให้เกิดแสงสว่างจำสมาชิกทั้งหมดต้องหลับตา เพื่อลืมตามองอีกทีฝูงแมงมุมดินนับไม่ทวนได้ตายทั้งหมด บนพื้นดินหมดไปด้วยซากศพแมงมุมกินถูกผ่าครึ่งจากดาบตัดความมืด ส่วนด้านซ้ายและขวาละลายกลายเป็นไอทั้งหมด

    เดนรู้สึกซากศพแมงมุมดินเกะกะขวางตาจึงใช้พลังธาตุลมในตัวพัดซากศพแมงมุมให้มันกระจายหายไป

    อโรนเห็นทุกอย่างโอเคจึงพูด

    “พวกเราไปกันและระวังหลังด้วยตัวแมงมุมดินเล็กมาก ประมาณ 1 นิ้วมือเดียว จงใส่สัมผัสวิญญาณตลอดเวลาอาจจะมีแมงมุมดินหลงมาทำร้ายได้”

    สมาชิกทุกคนพยักหน้าเพื่อรับทราบ ชั้น 5 เป็นพื้นที่มืด ต้องให้จอมเวทร่ายเวทมนตร์แสงสว่างตลอดเวลาทำให้การมองเห็นลดลงและอาจจะบอกตำแหน่งของพวกเขาให้กับฝูงแมงมุมดินอีก

    หลังจากเดินไปได้ 1 ชั่วโมง อโรนที่เดินนำหน้าได้ยกมือขึ้นเพื่อให้สมาชิกทุกคนหยุด สมาชิกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะกำอาวุธในมือของตนเอง

    “ข้างหน้ามี ใยแมงมุมอยู่เต็มไปหมด”

    ข้างหน้าของอโรนมีใยแมงมุมเกาะเต็มทางเดิน ถ้าจะต้องเดินไปต้องเคลียร์ใยแมงมุมดินให้หมด ใยแมงมุมดินไม่เหมือนกับใยแมงมุมทั่วไป ใยแมงมุมดินเป็นสีน้ำตาลทำให้กลมกลืนเข้ากับสีพื้นดิน ถ้าไม่มีเวทแสงสว่างโอกาสที่อโรนมองเห็นต่ำมาก

    อีกอย่างหนึ่งที่อโรนบอกให้ทุกคนหยุดเพราะว่ามีรังแมงมุมเกาะอยู่ตามใย ถ้าไปโดนอาจจะทำให้ฝูงแมงมุมแตกตื่นได้

    เดนนึกว่ามีอันตราย ที่ไหนได้ใยแมงมุม

    “อโรน ไม่เห็นต้องตกใจกับแค่ใยแมงมุม”

    “เดน นายไม่ควรประมาท”

    เดนไม่สนใจอโรน เดนเดินนำหน้าอโรนและเจอกับใยแมงมุม ดาบในมือเดนเรืองแสงสีเขียว เดนแทงดาบในมือราวกับสร้างพายุขนาดเล็กกวาดล้างใยแมงมุมและรังแมงมุมทั้งหมด

    ฟู ฟู

    อโรนห้ามเดนไม่ทัน ส่วนเดนรู้ว่าอโรนจะทำอะไรจึงมองหน้าอโรนและแสดงการท้าทายขึ้น แม้เดนจะยั่วโมโหอโรนแต่อโรนไม่สนใจเดน ทำให้เดนโกรธมากที่อโรนเมินตน

    “แค่ใยแมงมุมยังกลัว ต่อไปยังจะเป็นหัวหน้าได้อีกหรือ”

    มิดโฮกำลังจะด่าเดนแต่อโรนจับมือมิดโฮเอาไว้และพูดให้ใจเย็น อโรนบอกคนอื่นใจเย็น ๆ แต่มือซ้ายอีกข้างกำลังจะกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดไม่เคยมีใครมาเหยียบย้ำศักดิ์ศรีตนมาก่อน

    ระหว่างที่สมาชิกกลุ่มทะเลาะกัน ด้านหลังตรงบนกำแพงของพวกเขาได้มีแมงมุมดินที่ตัวเล็กกว่าแมงมุมดินธรรมดา จ้องมองพวกเขาอยู่ แมงมุมดินตัวนี้ขนาดตัวเท่ากับแมลงวันเท่านั้น

    และมันรู้วิธีการลบตัวตนของตัวเองออก ทำให้ต่อให้เกาะหลังใครในกลุ่มก็ไม่มีคนรู้

    ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน