อคาเดมี่ หรือ โรงเรียนเตรียมตำรวจต่อต้านริงเกอร์ เป็สถานที่ผลิตเ้าหน้าที่รุ่นใหม่เพื่อแทนที่เ้าหน้าที่รุ่นเก่าที่ปลดเกษียณและเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งบนโลกมีอคาเดมี่ทั้งหมด 18 สาขา กระจัดกระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ ของทวีป (ได้แก่สาขาตะวันออก4 แห่ง สาขาตะวันตก 4 แห่ง สาขาแดนใต้ 4แห่ง สาขาแดนเหนือ 4 แห่ง และสาขาตอนกลางทวีป 2แห่ง)ทุกปี เ้าหน้าที่ARPDประมาณ 5,000 คน จบการศึกษาจากอคาเดมี่ โดยแบ่งเป็ เ้าหน้าที่ระดับ D ซึ่งเป็เ้าหน้าที่ระดับต่ำสุด ทหารเลวแห่ง ARPD เ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ในการปฏิเสธภารกิจ ไม่ว่าเบื้องบนสั่งอะไร ก็ต้องทำตามโดยไม่มีข้อแม้ ส่วนมาก เ้าหน้าที่ที่ไร้ความสามารถและไร้ประสบการณ์เหล่านี้มักเสียชีวิตในภารกิจ อาจเรียกได้ว่า เป็หมากเบี้ยที่ ARPD จะยอมทิ้งก่อนเพื่อให้ได้เปรียบทางยุทธศาสตร์การรบกับพวกริงเกอร์
หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดเ้าหน้าที่ระดับD เหล่านี้จึงไม่ยอมลาออกและหางานอื่นที่ปลอดภัยกว่าทำ คำตอบก็คือ งานใดที่ยิ่งความเสี่ยงสูง ก็ยิ่งมีค่าตอบแทนมาก เงินเดือน สวัสดิการและเงินค่าทำขวัญจากการเสียชีวิตของเ้าหน้าที่ต่อต้านริงเกอร์ แค่ระดับ Dยศที่ต่ำที่สุดในองกรณ์ARPD นั้น ก็ยังสูงเทียบเท่ากับอาชีพที่ต้องใช้เวลาร่ำเรียนมาอย่างยาวนานเช่นแพทย์เลยทีเดียว จึงมีคนจำนวนมากที่เข้าไปศูนย์ตรวจสอบความเข้ากันกับมนตรา [Ringear Compatibility] ที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ เพื่อเป็ใบเบิกทางสำหรับการสมัครเรียนที่อคาเดมี่เพื่อจบเป็เ้าหน้าที่ระดับ Dจึงมีคนจากทุกวัย และทุกสาขาอาชีพที่สมัครเข้ามา ไม่ว่าจะเป็ พวกไร้บ้านไร้งาน กรรมกร พนักงานเงินเดือนหรือแม้แต่ทหารรับจ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนสามารถเป็ริงยูสเซอร์[Ring User: มนุษย์ที่ใช้ริงเกียร์ได้] เพื่อจะเป็เ้าหน้าที่ ARPD[ARPD officer: ริงยูสเซอร์ที่ผ่านการฝึกหลักสูตรของอคาเดมี่] ได้ นั่นเพราะผู้ที่จะสมัครเรียนที่อคาเดมี่ได้ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างต่ำสามข้อ คือ หนึ่ง ข้อแรกและสำคัญที่สุด คือคนนั้นต้องมีความเข้ากันกับเวทมนตร์สูง(หรือ ภูมิต้านทานมนตราต่ำ) จึงจะสามารถใช้งานริงเกียร์ได้ ซึ่งคนที่ร่างกายเข้ากับมนตรานั้น ถูกประมาณว่ามีเพียง 1 ใน 10,000คน บนโลก หากคุณสมบัติข้อนี้ไม่ผ่าน ก็จะไม่มีทางเข้าเป็เ้าหน้าที่ARPD ได้ ข้อสอง คือ ร่างกายผู้สมัครต้องสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมสำหรับการฝึกเป็นักรบ โดยต้องมีอายุอยู่ระหว่าง 15-25 ปี และสาม คือ ต้องผ่านการรับรองหรือการสัมภาษณ์จากเ้าหน้าที่ต่อต้านริงเกอร์ระดับ B ในองกรณ์ ดังเช่น กรณีของเลเวียร์และวีโอเลตที่ผ่านเกณฑ์ทั้งสามได้อย่างสบาย เพราะทั้งคู่นั้นมีร่างกายที่เข้ากับริงเกียร์ ทั้งคู่ออกกำลังกายเป็ประจำเพื่อให้ร่างกายเข้ากับมนตราได้ และได้รับการรับรองจากเ้าหน้าที่ระดับB แม๊คเวลล์
“ถ้าพวกแกอยากมีชีวิตรอดในทางสายนี้ล่ะก็… พวกแกต้องทำคะแนนสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอยู่ใน 10อันดับแรกของสถานศึกษา เพื่อได้ประดับยศเป็เ้าหน้าที่ระดับ C”
คลอเดีย วาคีเรีย เ้าหน้าที่สาวระดับ A ผู้เป็ไวท์โกล้บของอคาเดมี่สาขาตะวันออกที่3 ที่เลเวียร์และวีโอเลตประจำอยู่ในขณะนี้ มักย้ำนักย้ำหนากับทุก ๆ คน เพราะเ้าหน้าที่ระดับ C นั้นมีเงินเดือนสูงกว่าระดับD และยังมีโควต้าปฏิเสธเข้าร่วมภารกิจได้ 3 ครั้งต่อหนึ่งปี หากภารกิจใดเสี่ยงต่อชีวิต เช่น ภารกิจสอดแนมฐานทัพศัตรูและภารกิจจับกุมริงเกอร์ที่ติดแบล๊คลิสต์ ก็สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการใช้โควต้าปฏิเสธนั้น ซึ่งสิบอันดับแรกนั้น ต่างเป็ที่หมายตาของทุกคนที่อยู่ที่นี่ รวมทั้งเลเวียร์และวีโอเลตด้วย
แม้หลักสูตรเพื่อจบเป็เ้าหน้าที่ ARPD นั้นใช้เวลาเพียง 6 เดือน แต่ก็เป็ 6 เดือนหฤโหดที่เหล่าครูฝึกจัดหนักจัดเต็มกับพวกเขาโดยไม่แบ่งแยกเพศหรือรากเหง้า เพราะทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็เพียงผักปลาให้ริงเกอร์ฆ่าเท่านั้น ทุกคนจะต้องผ่านการเรียนวิชาและเคล็ดลับการต่อสู้จากเ้าหน้าที่ผู้มากประสบการณ์ในสถาบัน ซึ่งที่อคาเดมี่สาขาตะวันออกที่ 3 นั้นมีหลัก ๆ อยู่สามคน ได้แก่
เ้าหน้าที่ระดับ B+ วิลเลียม การ์ดเนอร์ [B+ Ranked Officer William Gartner]หรือ หมวดวิลล์ [Serg. Will] เ้าหน้าที่ผิวสีกล้ามเป็มัด อายุ 42 ปี เขามักสวมหมวกแก๊ปสีเขียวขี้ม้ากับแว่นดำ เขาเป็ครูฝึกที่สอนวินัย รูปแบบการรบและระบบของARPDให้ทุกคนได้รู้ เขายังเป็ครูคุมหอพักนักเรียนชายด้วย มีครั้งหนึ่งที่เลเวียร์และเพื่อนลงหอสาย จึงถูกวิลล์สั่งวิ่งไปยังูเาที่ห่างไป 20 กิโลเมตร แล้วกลับมาที่อคาเดมี่ภายใน 30 นาที โดยปราศจากแหวนกายา
เ้าหน้าที่ระดับ A+ แกเร็ต โฟลโคลเวอร์ [A+ Ranked Officer Garrette Fourclover] ชายผมยาวเซอ อายุ 32 ปี ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอคาเดมี่สาขาตะวันออกที่ 3 หมาด ๆ ในสายตาของพวกเลเวียร์วันแรก ๆ แกเร็ตเป็ที่ยำเกรงของเหล่านักเรียนเพราะมีข่าวลือว่าเขาเป็ถึงอดีต ดวงดารา [The Star] ในเจ็ดนภา [The Seven Skies] 7 เ้าหน้าที่ที่เก่งที่สุดในโลก แต่เขาถูกลดตำแหน่งจากระดับ S เนื่องจากเขาทำให้เพื่อนร่วมงานของตนที่เป็เ้าหน้าที่ระดับS เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ แม้ยศฐาจะถูกถอดถอน และไม่ใช่ ‘ดวงดารา’แห่ง ARPD แล้ว แต่ฝีมือและไหวพริบของเขานั้นของจริง ยิ่งถ้าพูดถึงฝีมือการต่อสู้และการใช้ริงเกียร์ จึงไม่มีใครเหมาะสอนคาบวิชาทักษะการต่อสู้และการใช้ริงเกียร์เท่าแกเร็ตอีกแล้ว เขานั้นอยู่บนจุดสูงสุดของเหล่าเ้าหน้าที่ในอคาเดมี่สาขานี้โดยไม่ต้องสงสัย ทว่ากิตติมาศักดิ์ของเขานั้นตรงข้ามกับภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง เขาดูเป็ผู้ชายเฉื่อยแฉะและใช้ชีวิตเรื่อย ๆ ไปวัน ๆ แต่หลังจากสองสามเดือนที่ได้รู้จัก กลายเป็ว่าเขาเป็คนที่ค่อนข้างใส่ใจคนรอบข้าง และมีไหวพริบมาก แต่เขามักวางตัวไม่น่าเคารพเทาไร เพราะทุกทีที่นักเรียนหญิงเข้าหา เขาจะทำตัวเริงร่าจนน่าหมั่นไส้ และมักเสนอหน้ามาร่วมวงสนทนาของนักเรียนชายทุกครั้งที่เริ่มพูดถึงผู้หญิงน่ารักในรุ่น
และครูฝึกอีกคนที่ขาดไม่ได้ คนที่โหดที่สุด เนี้ยบที่สุดและใกล้ชิดกับนักเรียนที่สุด เ้าหน้าที่ระดับ A คลอเดีย วาคีเรีย [A Ranked Officer Claudia Valkyria] เ้าหน้าที่สาวแว่นไวท์โกล้บผมทองหน้าคม อายุ 28 ปี ภายนอกเธอดูสง่างามและเยือกเย็นราวกับราชินีหิมะ [เธอได้ฉายา Snow Queen จากนักเรียนรุ่นก่อน ๆ]แต่สำหรับนักเรียน เธอคือปีศาจและผู้คุมกฎอย่างแท้จริง คลอเดียจะลงโทษนักเรียนคนใดก็ตามที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งและทำผิดกฎที่อคาเดมี่วางไว้ นักเรียนหลายคนได้เห็นความโหดร้ายของเธอั้แ่วันปฐมนิเทศ และยังชอบปลุกนักเรียนกลางดึกเพื่อฝึกอย่างหนักจนกระทั่งถึงเช้า แต่ความจู้จี้ของเธอนี้เองเป็เหตุให้นักเรียนชายนับสิบที่ไม่พอใจและต่อต้านการฝึกของเธอในสัปดาห์แรก ๆ แต่พวกเขาต่างถูกเธอลงทัณฑ์อย่างสาสม พวกเขาแต่ละคนนั้นแขนและขาหักเพราะพยายามต่อสู้กับคลอเดีย แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะมีรอยแผลที่ผิว นั่นเพราะเธอเป็ริงเกอร์เทวา ที่มีิญญาศักสิทธิ์ที่แข็งแกร่ง และยังสามารถใช้ริงเกียร์เพื่อเสริมพลังในการต่อสู้ได้อีก จึงทำให้ไม่มีใครกล้าต่อต้านหรือแหกกฎของอคาเดมี่อีก หลายคนอาจมองว่าคลอเดียนั้นเป็หญิงเ้าอารมณ์ ตราบใดที่ไม่ก้าวข้ามกฎที่เธอวางไว้ ก็ไม่มีปัญหา แต่เอาเข้าจริง เธอเป็คนที่ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดและห่วงใยนักเรียนของเธอทุกคนอย่างมาก เมื่อใดที่เกิดเื่กับนักเรียนของเธอ เช่น ทะเลาะวิวาท ถูกข่มเหง หรือเจ็บป่วย เธอจะเป็คนแรกที่เข้าถึงและให้การช่วยเหลือเร็วกว่าครูฝึกคนอื่น ๆ หากใครสามารถมองทะลุภายนอกที่ซาดิสของเธอ ก็จะพบกับนางฟ้าแสนใจดีอยู่ข้างใน และเพราะด้วยความสามารถทางวิชาการสูง เธอจึงรับหน้าที่สอนวิชาภาคทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับริงเกอร์และยุทโธปกรณ์ขององกรณ์ตำรวจต่อต้านริงเกอร์
คลอเดียได้สอนนักเรียนของเธอเื่พื้นฐานเกี่ยวกับริงเกอร์ที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้(แม้แต่เลเวียร์ที่เป็ผู้ช่วยนักวิจัยที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ก็ไม่รู้)อย่างเช่น การกำเนิดริงเกอร์นั้น เหมือนกับมนุษย์ทุกประการ คือ ริงเกอร์เพศผู้ต้องสมสู่กับริงเกอร์เพศเมียจึงจะได้ลูกเป็ริงเกอร์ ทารกริงเกอร์ในครรภ์ใช้เวลาราว 9 เดือน จึงจะคลอดออกมาสู่โลกพร้อมกับแหวนมนตราที่นิ้วใดนิ้วหนึ่งั้แ่เกิด ริงเกอร์กินอาหารเช่นเดียวกับมนุษย์ ดังนั้นริงเกอร์ก็สามารถอดน้ำอดอาหารตายได้เหมือนมนุษย์เช่นกัน และความรู้ตรงนี้เอง ก็เป็จุดเริ่มต้นของชัยชนะของมนุษย์เหนือริงเกอร์ มีครั้งหนึ่งนักรบของมนุษย์ทำการบุกเนสแห่งขุนเขาเพื่อนำมาใช้เป็แหล่งพลังงานผลิตไฟฟ้า แต่ที่นั่นที่มีริงเกอร์มากมายคอยปกป้องอยู่ มนุษย์ใช้เวลานับเดือน เสียทหารไปนับหมื่น ก็ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถบุกยึดเนสได้ทั้ง ๆ ที่ใช้กำลังมนุษย์เฉียดแสนเข้าถาโถมใส่เนสที่ประมาณการว่ามีริงเกอร์เพียงแค่หลักพันคนอาศัยอยู่ นั่นเพราะอีกฝ่ายมีชัยภูมิตั้งรับที่ดี ริงเกอร์แต่ละตนมีพลังมนตราที่ร้ายกาจ และที่สำคัญที่สุด พวกมันมีเนสริงเกอร์เป็กำลังสำคัญด้วย แต่เมืุ่์วางแผนล้อมูเาและตัดเส้นทางขนส่งน้ำและอาหารได้สำเร็จ จากนั้น 15วัน ริงเกอร์ในเนสก็ต่างอดอยากและอ่อนแอ มนุษย์จึงใช้โอกาสนั้นบุกและสังหารศัตรูที่มีพละกำลังเหนือกว่าและชัยภูมิดีกว่าได้อย่างง่ายดาย มนุษย์ยึดครองเนสเพื่อเป็แหล่งพลังงาน และยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถตัดหัวเนสริงเกอร์ผู้ทรงพลังได้ครั้งแรกของโลก โดยในาครั้งนั้น ผู้ที่ต่อสู้กับเนสริงเกอร์แห่งเนสขุนเขาและปลิดชีวิตมันได้ คือ กษัตริย์ วิคเตอร์ ทรอย และปีนั้นเอง ก็ถูกสถาปนาเป็ศักราชวิคเตอร์ที่ 1 เพื่อเป็อนุสรณ์แก่ชัยชนะของมนุษย์เหนือริงเกอร์
ในคาบเรียน คลอเดียก็ยังสอนเื่อื่น ๆ อีก เช่น ริงเกอร์นั้นมีระบบภูมิคุ้มกันเหนืุ์ เชื้อโรคไม่ว่าจะเป็แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อราหรือโปรโตซัวไม่อาจทำอะไรริงเกอร์ได้ (ภายหลังมนุษย์ได้วิจัย จึงรู้ว่าพลังมนตราที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายริงเกอร์มีส่วนช่วยในการกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ภายหลังจึงนำหลักการนี้มาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคและเพิ่มพลังการฟื้นฟูร่างกายที่เสียหายในมนุษย์)ริงเกอร์นั้นมีสติปัญญาพอ ๆ กับมนุษย์ แต่เนื่องจากไม่ได้ร่ำเรียนและไม่สามารถอ่านตัวหนังสือได้ จึงมีความรู้น้อยกว่า ซึ่งนั่นก็เป็ผลดีกับฝ่าย ARPD ที่จะต่อสู้กับศัตรูที่หัวทึบ แต่สำหรับริงเกอร์ที่อยู่เป็ชุมชนใหญ่ ๆ จะมีคนที่ทำหน้าที่เหมือนครูคอยสอนริงเกอร์เด็ก นั่นจึงทำให้ริงเกอร์ที่อยู่เป็กลุ่มใหญ่นั้นจัดการยากกว่าริงเกอร์กลุ่มเล็กเพราะพวกนั้นฉลาดกว่ามาก
ริงเกอร์สามารถใช้ริงเกียร์ได้เหมือนกับริงยูสเซอร์และใช้ได้ทรงพลังกว่าหลายเท่า(ตัวอย่างเช่น คลอเดีย สามารถใช้แหวนริงเกียร์นิ้วชี้คุมแรงโน้มถ่วงในวันปฐมนิเทศน์)จึงมีกฎสำหรับเ้าหน้าที่ ARPD ว่า หากเ้าหน้าที่ทำภารกิจล้มเหลวและมีผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจเสียชีวิต หากไม่สามารถนำร่างของเพื่อนกลับมาได้ อย่างน้อย ต้องนำริงเกียร์ของผู้ตายกลับมาด้วย เพื่อไม่ให้ริงเกียร์ ยุทโธปกรณ์ราคาแพงต้องตกไปอยู่ในมือของฝั่งริงเกอร์ ริงเกียร์ของผู้ตายนั้นเป็มรดกของเ้าหน้าที่คนนั้นั้แ่วินาทีแรกที่เข้าอคาเดมี่ ดังนั้น หากเ้าของริงเกียร์ตายลงและไม่ได้เขียนพินัยกรรมอะไรไว้ ริงเกียร์ของผู้ตายจะถูกส่งมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่องกรณ์ตำรวจมักเสนอเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อริงเกียร์ไร้เ้าของนั้นจากครอบครัวผู้ตายเพื่อนำมันกลับมาให้เ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ซึ่งก็มีหลายครอบครัวก็ตอบรับข้อเสนอของ ARPD แต่หลายครอบครัวก็ปฏิเสธเพื่อนำแหวนนี้ไปวางเป็ของดูต่างหน้าของสามี ภรรยา ลูกชาย หรือลูกสาวที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่
ริงเกอร์ปกติมีแหวนมนตราอยู่เพียงวงเดียวสวมที่นิ้วใดนิ้วหนึ่ง และมักมีพลังตามรูปแบบแหวนมนตราที่สวมที่นิ้ว แต่ในรายงานบางฉบับ พบริงเกอร์ที่มีแหวนมนตรามากกว่า 1 วง และมีพลังมากกว่า 1 รูปแบบ ทำให้รับมือยากกว่าและอันตรายกว่า เ้าหน้าที่เรียกริงเกอร์แหวนมนตราหลายวงนี้ว่า พวกไฮบริด (The Hybrids) ซึ่งริงเกอร์พวกนี้หายากมาก ๆ (จากสถิติของ ARPDในริงเกอร์ 1,000จะพบไฮบริดเพียงแค่ 1ตน)ซึ่งการเกิดของริงเกอร์ไฮบริดนั้น ยังคงเป็ปริศนาที่มนุษย์หรือแม้แต่ริงเกอร์ก็ไม่สามารถตอบได้
ริงเกอร์แต่ละตนมีความอันตรายไม่เท่ากัน เนื่องจากมีรูปแบบพลังแตกต่างกันและมีพลังมนตราต่างกัน อนึ่ง ยังมีริงเกอร์พวกกินกันเอง (Cannibalic Ringer) ที่เชื่อว่าการกินเืเนื้อริงเกอร์กันเองช่วยเสริมพลังมนตราในตัวและทำให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย ความอันตรายของริงเกอร์นั้นแบ่งเป็ 5 ระดับ คือ ระดับ D C B A และ S [Class D, C, B, A and S] โดยเรียงระดับความอันตรายจากน้อยไปมาก ระดับ D คือ ริงเกอร์ทั่วไปที่แทบไม่มีความสามารถในการต่อสู้และไม่เคยปรากฎในบันทึกของเ้าหน้าที่ARPDระดับ C คือริงเกอร์ที่เคยสังหารเ้าหน้าที่ARPD มาก่อน ระดับ B คือ ริงเกอร์ที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้กับเ้าหน้าที่ ARPD และเคยสังหารเ้าหน้าที่ระดับC ถึงB+ มาก่อน ระดับ A คือ ริงเกอร์ที่ปรากฏอยู่ในแบล๊คลิสต์ มีรูปแบบพลังมนตราที่เหมาะกับการต่อสู้และมีระดับพลังมนตราสูงกว่าริงเกอร์ทั่วไปหลายเท่า เป็ตัวอันตรายสำหรับมนุษย์และเ้าหน้าที่ ARPDส่วนระดับ Sคือ ริงเกอร์ที่อันตรายที่สุด ริงเกอร์ที่อยู่ในระดับ S เกือบทั้งหมดเป็เนสริงเกอร์ มีเพียงริงเกอร์ธรรมดาไม่กี่ตนเท่านั้นที่ถูกจัดไว้ในระดับนี้
นอกจากปัญหาการเรียนที่เข้มข้นแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายและฝึกต่อสู้ตลอดทั้งวัน มีวันหยุดเพียงวันอาทิตย์เพียงวันเดียวของสัปดาห์ ซึ่งสำหรับนักเรียนหลายคน นี่คือบททดสอบที่ยากและท้าทาย แต่สำหรับเลเวียร์นั้น คงท้าทายกว่าคนอื่น เพราะ ั้แ่วันแรกที่เหยียบอคาเดมี่ เลเวียร์ถูกยึดริงเกียร์ไปสองวงจากทั้งหมดสามวง เขาถูกเพื่อนร่วมรุ่นตีตัวออกห่างเพราะเป็พี่ชายของวีโอเลต(ที่ก็โดนแบนเหมือนกัน)จากเหตุทำร้ายเพื่อนร่วมรุ่น แซนดี้ ลี แต่อย่างไรก็ตาม การแบนก็เบาบางลงเพราะทุกคนก็ต่างเข้าใจว่าเธอทำไปเพราะเข้าใจผิดคิดว่าแซนดี้เป็สปายของฝั่งริงเกอร์ ทั้งคู่กลายเป็ที่รักของเพื่อน ๆ ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถัดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วีโอเลต ที่เหล่านักเรียนหญิงต่างเคารพเธอเพราะวีโอเลตนั้นเก่งทั้งด้านการเรียนและการต่อสู้ที่สุดในหมู่นักเรียนหญิงทั้ง ๆ ที่เธอนั้นเด็กที่สุดในรุ่น (อายุ 16 ปี) ที่เป็อย่างนั้นเพราะตลอดเวลาที่เธออยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ เธอตั้งเป้าเป็เ้าหน้าที่ ARPD เพื่อแก้แค้นให้พ่อกับแม่เธอที่ถูกริงเกอร์ฆ่าตาย เธอจึงหมั่นฝึกฝนร่างกายและศิลปะป้องกันตัวอย่างหนัก (ซึ่งเลเวียร์เองก็ฝึกร่วมกับเธอด้วย)และเพราะได้อยู่กับเลเวียร์ จึงทำให้ซึมซับความรู้หลาย ๆ ที่เลเวียร์มักพล่ามให้เธอฟัง เธอจึงโดดเด่นทั้งด้านวิชาการและการต่อสู้ ส่วนเลเวียร์ แม้จะไม่ได้โดดเด่นด้านการต่อสู้เท่าวีโอเลต ทว่าด้านวิชาการเขาแทบไม่เป็รองใคร นั่นเพราะเขามีประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วยนักวิจัยมาเกือบสองปีที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ ทำให้เขาเข้าใจพื้นฐานของมนตราและช่วยให้เพื่อน ๆ ผ่านการเรียนภาคทฤษฎีที่น่าปวดหัวได้หลายครั้ง อีกทั้ง เลเวียร์สามารถดึงพลังมนตราจากริงเกียร์ได้มากกว่าใคร ทุกครั้งที่จับอาวุธและใช้งานริงเกียร์ ทุกคนก็ต่างตื่นตากับความสามารถในการใช้พลังมนตราของเขา
เลเวียร์นั้นมีเพื่อนสนิทอยู่ 3 คนในอคาเดมี่ (ไม่นับวีโอเลต)ซึ่งสามคนนี้เองก็เป็เพื่อนร่วมห้องพักของเขา (หอพักหนึ่งห้องมี4 คน)คนแรก คือ โรม โคโลซัส [Rome Colosus]เพื่อนั์ใหญ่ผมทองเกรียน อายุ 23 ปี เขาเป็คนที่เลเวียร์สนิทที่สุดและเขาเป็คนสละริงเกียร์นิ้วชี้ของตนเพื่อเป็ริงเกียร์นิ้วโป้งให้เลเวียร์ เขาเป็ริงยูสเซอร์จากเมืองเซนทรัลลิส [Centralis]เมืองหลวงของทวีป เื่การเรียนโรมนั้นไม่ถนัด แต่ถ้าเป็เื่ต่อสู้ล่ะก็ โรมนั้นเป็หนึ่งในคนมีทักษะการต่อสู้ที่สูงมากในรุ่นเนื่องจากเขามีร่างกายแข็งแรงและมีกล้ามเป็มัด ๆ ราวกับนักมวยปล้ำเยาวชน แต่นั่นเป็เพียงเปลือกนอก ภายในเขาคือ ั์ใหญ่ใจดีของรุ่น โรมเป็คนที่มีความเป็ผู้นำและเสียสละ เขามักอาสาตัวเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ โรมจึงเป็ที่รักของเพื่อนทุกคน และก็เพราะความใจดีนี้เอง ทำให้โรมเนื้อหอมมากในหมู่เพื่อนผู้หญิง
เพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสนิทอีกคน คือ คนที่เลเวียร์รู้จักั้แ่วันปฐมนิเทศ เนปจูน โกลด์ [Neptune Goald]หนุ่มแว่นผมดำ อายุ 22 ปี เนปจูนเป็หนอนหนังสือจอมเ้าเล่ห์และฉลาดที่สุดในหมู่เพื่อน ๆ เขาเป็คนที่กว้างขวางและรู้จักคนมากมายในรุ่น และเพราะเนปจูนนี่เอง เพื่อน ๆ จึงรอดพ้นปัญหาต่าง ๆ ที่อคาเดมี่ อย่างเช่น หลายครั้งเขาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาของเลเวียร์กับอันธพาลของรุ่น โมนาร์ท คิงส์ [Monarch Kings]ที่มักหาเื่เลเวียร์ทุกทีที่สบโอกาส เนปจูนมีเพื่อนสนิทอยู่หนึ่งคน คือ โดโนแวน กอด้อน [Donovan Gordonn] หรือที่ทุกคนเรียกว่า โดโน่ ชายผิวสีอารมณ์ดีและตัวตลกประจำรุ่น โดโน่มักมานั่งเล่นที่ห้องพักของพวกเลเวียร์ จนเกือบเรียกว่าโดโน่เป็เพื่อนร่วมห้องคนที่ห้าของห้องก็ว่าได้
และอีกคนหนึ่งร่วมห้องอีกคนหนึ่ง คือ โนอา คูลบรีส [Noa Coolbreeze] ชายผมทองยาว อายุ 19 ปี ไล่เลี่ยกับเลเวียร์ เขาเป็คนที่นิสัยคล้ายเลเวียร์ แต่ต่างที่เขามีนิสัยขี้เล่นและขี้หลีกว่า เพราะมีอายุและความชอบใกล้กัน โนอาจึงเป็เพื่อนที่เลเวียร์ชอบอยู่ด้วย เขาไม่ได้ดีเด่นด้านวิชาการ เรียกได้ว่ามีผลการเรียนอยู่ในระดับกลาง ๆ ของรุ่น แต่ด้านการต่อสู้ เขาคือตัวท๊อป ไม่ใช่เพราะมีเซนส์ด้านการต่อสู้ที่เหนือกว่า แต่เพราะโนอามีร่างกายที่เข้ากันกับริงเกียร์สูงมาก และนั่นทำให้เขาทำสิ่งที่คนอื่นไม่อาจทำได้ นั่นคือ ในขณะที่ริงเกียร์นิ้วชี้ของคนทั่วไปใช้ได้การควบคุมปัจจัยทางกายภาพ เช่น ควบคุมแรงโน้มถ่วง เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เพิ่มหรือลดแรงเสียดทาน หรือสร้างแสงสว่าง ซึ่งไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้โดยตรงได้ แต่โนอาสามารถใช้ริงเกียร์นิ้วชี้ในการควบคุมน้ำแข็งที่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้ ซึ่งการที่ริงยูสเซอร์จะควบคุมธาตุ (เช่น เพลิง น้ำ ลม ฯลฯ)ได้นั้น หายากมาก พูดง่าย ๆ ก็คือ ในริงยูสเซอร์ 100 คน จะมีประมาณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำแบบโนอาได้ และเขาคนนี้ ก็เป็ตัวเต็งที่จะคว้า 10 อันดับแรกของอคาเดมี่และขึ้นเป็เ้าหน้าที่ระดับC ตอนจบการศึกษา
กว่าสี่เดือนที่นักเรียนเตรียมรุ่น 151 ต่างใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนเตรียม ARPD หรือที่รู้จักกันในนาม‘อคาเดมี่’ ที่ภารกิจทุกเช้าคือการวิ่งรอบโรงเรียนที่มีระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จากนั้นก็เข้าเรียนภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับริงเกอร์ การสืบสวนคดีที่ริงเกอร์ก่อและกลยุทธ์การต่อสู้กับริงเกอร์โดยครูฝึกสาวไวท์โกล้บเ้าอารมณ์อย่างคลอเดียตลอดทั้งเช้า ส่วน่บ่ายก็ตามด้วยการฝึกภาคปฏิบัติโดยการลงสนามรบ ซึ่งมีแกเร็ตคอยกำกับ
“โอย…เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว…” หนุ่มผมเทาเงินที่เพิ่งกลับมาจากห้องอาบน้ำรวม เขาทิ้งตัวลงบนเตียงชั้นหนึ่งในห้องพักของตัวเองอย่างอ่อนแรงในห้องที่รูมเมทของเขาอีกสามคนจับเข่านั่งคุยกันอยู่ ทั้งสามคนกำลังรวบรวมริงเกียร์เพื่อนำไปรีชาร์จที่ห้องอาบยูวีเพื่อให้ริงเกียร์มีสภาพร้อมสำหรับการเรียนในวันถัดไป
“นี่ก็ผ่านมาครึ่งทางแล้ว…นายยังบ่นเหมือนเดิมทุกวันเลยนะ เลเวียร์” โนอาหัวเราะกับการบ่นพึมพำเหมือนคนแก่ของเลเวียร์ “นายควรชินกับสภาพแบบนี้ได้แล้ว”
“ยังไงก็ไม่มีทางชินได้หรอกเฟ้ย โนอา!” เนปจูนคัดค้าน เขาเองก็ปวดเมื่อยเนื้อตัวทุกวันั้แ่เข้ามาอยู่ในอคาเดมี่ แขนขาที่เคยผอมแห้งของเขาตอนนี้มีกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนที่จนภาพเด็กเนิร์ดประจำห้องของเนปจูนหายไปั้แ่เดือนแรก “ฉันล่ะเบื่อจริง ๆ ต้องฝึกทุกวันอย่างนี้!นี่ถ้าไม่ติดว่าเงินดี ฉันลาออกไปนานแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า ชีวิตทหารมันก็อย่างนี้แหละ” โรมพูดขึ้นเพราะอยากมีส่วนร่วมในบทสนทนา
“ตำรวจต่างหากเฟ้ยเ้าโง่!ตำ-รวจ!” เนปจูนพูดอย่างสนิทสนม
บทสนทนาสบาย ๆ ของทั้งสามคนทำให้เลเวียร์ที่หมดแรงค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมวงสนทนาอันครื้นเครงตอนหัวค่ำ พวกเขาชอบคุยเรื่อยเปื่อย ไม่ว่าจะเป็เหตุการณ์ตลกที่เกิดในคาบปฏิบัติเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่โมนาร์ท ชายร่างกายกำยำพอ ๆ กับโรม แต่ต่างกันที่เขามีนิสัยนักเลงโตและวางตัวข่มคนนู้นคนนี้ไปทั่ว ถูกวีโอเลต สาวน้อยผมน้ำตาลซัดจนหัวทิ่มตอนการประลองหนึ่งต่อหนึ่งในคาบเสริมทักษะการต่อสู้ที่แกเร็ตสอน ซึ่งผลลัพธ์ที่ขาดลอยเป็ที่ประหลาดใจสำหรับใครหลาย ๆ คน ยกเว้นเลเวียร์ที่รู้ความน่ากลัวของวีโอเลตั้แ่ที่สถาบันวิจัยริงเกอร์
“ใครจะนึกฟระ ว่าคนอย่างโมนาร์ทจะถูกวีโอเลตตบคว่ำซะขนาดนั้น” เนปจูนพูดแซมหัวเราะไปในตัว “ั้แ่วันนั้น โมนาร์ทก็เลิกวางก้ามข่มคนอื่นอีกเลย ฮ่าฮ่า ก็นะ ใครจะกล้าวางก้ามต่อหน้าคนอื่นอีกล่ะ… ก็ถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กเล่นงานซะอ่วมขนาดนั้นนี่!”
“ฮ่าฮ่า ถ้าใครจะได้เป็คุณคลอเดียคนต่อไปของรุ่นเรา คงไม่พ้นน้องสาวของนายแน่ เลเวียร์” โรมเสริม
“ม…ไม่จริงน่า..” เลเวียร์กำลังจินตนาการภาพของน้องสาวแสนน่ารักของตัวเองในในลุคแบบเดียวกับคลอเดีย ที่สวมแว่นตากรอบเหลี่ยม เพ่งมองมาที่เขาแล้วเรียกเขาอย่างอ่อนโยน “พี่เลเวียร์คะ…” เธอเว้นวรรคแล้วเปลี่ยนการพูดแบบคลอเดียร์สไตร์
“แกหายหัวไปไหนมา ทำไมไม่ติดต่อมาหาฉันบ้างเลย?”
เธอชี้นิ้วตรงมาที่เลเวียร์ จ้องเขม็งด้วยสายตาที่น่ากลัว “ต้อง-ถูก-ลง-โทษ”
เลเวียร์ชัตดาวน์สมองส่วนจินตนาการของตัวเองทันทีเพราะเขารับไม่ได้ที่น้องสาวที่เขาสุดหวงแหนจะกลายเป็แบบเดียวกับรุ่นพี่คลอเดียผู้น่าเกรงขามคนนั้น “ถ…ถ้าวีกลายเป็แบบคุณคลอเดีย…ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ!”
“นายจินตนาการไปถึงไหนเนี่ย?” โรมหัวเราะกับท่าทางต่อต้านสุดขีดของเลเวียร์ ก่อนจะเอะใจถามบางอย่างที่ค้างคาในหัวั้แ่แรก แต่ก็ลืมถามเขาทุกที “นี่เลเวียร์…วีโอเลตอยากเป็เ้าหน้าที่ ARPD เพราะ้าแก้แค้นพวกริงเกอร์ที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอไปใช่ไหม?”
“อ่า ใช่…” เลเวียร์ตอบ
“แล้วเธอสูญเสียพ่อแม่ไปั้แ่อายุเท่าไรหรอ?” โรมถามเพราะอยากรู้
“ก็… ตอนเธอ 5 ขวบมั้งนะ..ได้ยินมาว่าตอนนั้นเธอเป็ผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนจากเหตุการณ์ด้วย…”
“ราว 11 ปี ก่อนงั้นหรอ… เดี๋ยวนะ!” เนปจูนที่นั่งฟังเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ ก็ชะงักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใน่เวลานั้นออก “อย่าบอกนะว่า…วีโอเลต…เป็ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์…”
“มหาหายนะดีปฟอล [The Deepfall]?”
ในบรรดาหายนะที่ริงเกอร์ได้จารึกไว้บนประวัติศาสตร์ของมนุษย์เกือบสามร้อยปี มีไม่กี่ครั้งที่ถูกจัดอันดับให้เป็ ‘มหาหายนะ’เพราะมันสร้างกระแสความหวาดผวาแพร่กระจายไปทั่วโลก และที่สำคัญที่สุดคือ หายนะนั้นได้ปลุกระดมให้เหล่าริงเกอร์ที่ถูกมนุษย์กดขี่จนต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายปีให้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้มนุษย์ที่เป็ฝ่ายรุกไล่พวกเขามาอย่างช้านาน นั่นเพราะหนึ่งในริงเกอร์ทรงพลังที่สุดได้ปรากฏตัว ผู้ที่แหวนมนตราแห่งอสูรพิทักษ์เนสต์[Nest Guardian] ที่เชื่อมต่อพลังมนตราโดยตรงกับขุมพลังมนตราเนส[Nest] จึงทำให้มีพลังเหนือกว่าเหล่าริงเกอร์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง และมันเป็ปีศาจที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ
เนสริงเกอร์[Nest Ringer]
เนื่องจากเนสริงเกอร์นั้นเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ประจำแต่ละเนสบนโลกที่มีทั้งหมด13 แห่ง จึงมีเนสต์ริงเกอร์ทั้งหมดบนโลก 13 คน และเป็ 13 คนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด เพราะเพียงแค่เนสต์ริงเกอร์หนึ่งคน ก็เพียงพอที่จะทำลายกองทัพ ARPD จนหมดสิ้น และพังเมืองทั้งเมืองให้ราบเป็หน้ากลองได้ในไม่กี่อึดใจ
และมหาหายนะครั้งล่าสุด คือ มหาหายนะดีปฟอล ที่มีผู้ก่อเหตุเป็เนสต์ริงเกอร์ที่ปรากฏตัวนั้น คือ เนสต์ริงเกอร์แห่งทะเลน้ำตื้น ผู้แหวนมนตราอสูรพิทักษ์ ‘วาฬขาว [White Whale]’
เทียร์ ดีปฟอล [Tear Deepfall]
ในตอนนั้นเธออายุเพียง 12 ปี แต่ก็สามารถเขย่าขวัญโลกทั้งใบได้ เธอได้ลงมือฆ่าคนในครอบครัวของตนเองก่อน ถัดจากนั้นก็ออกมาคร่าชีวิตคนบริสุทธิ์กว่าหมื่นคนในเมือง สังหารริงยูสเซอร์กว่าพันคน ไม่มีเ้าหน้าที่คนไหนรอดชีวิต เอกสารบันทึกของเมือง พยานผู้เห็นเหตุการณ์ตายทั้งหมด ส่วนเมืองซีนารี่ทั้งเมืองก็กลายเป็พื้นที่ว่างเปล่าไปด้วยเพลิงและซากปรักหักพัง ทั้งหมดนั้นเกิดจากเนสริงเกอร์วัยเยาว์ตัวคนเดียว มหาหายนะครั้งนั้นจึงถูกตั้งชื่อตามนามสกุลของเธอ ที่ไม่ว่าถูกกล่าวที่ไหนก็ต่างทำให้ทุกคนขนลุกซู่ไปตาม ๆ กัน เธอได้หายตัวไปหลังจากวันนั้นและต่อมาอีก6 ปี ให้หลัง เธอปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะหนึ่งในผู้นำของขบวนการก่อการร้ายริงเกอร์‘เนตรสีชาด [The Red Eye]’ องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยเหล่าริงเกอร์ผู้เกลียดชังมนุษย์ เพื่อหวังทวงคืนอิสรภาพและล้างแค้นให้ริงเกอร์
“ฉันว่า…เราเปลี่ยนเื่คุยกันเถอะ” เลเวียร์ไม่อยากพูดถึงมันเท่าไรนัก
“นั่นสินะ…” โรมพยักหน้า “นั่นคงเป็ด้านหนึ่งของวีโอเลตที่ไม่อยากให้ใครรู้เท่าไร”
“ท…โทษที… ที่ฉันพยายามจะสื่อคือ…เลเวียร์… นายน่ะ…ทั้ง ๆ ที่เป็เด็กกำพร้าสกายเรสเซอร์เหมือนกับวีโอเลต…แต่ฉันไม่รู้สึกว่านายมีความแค้นต่อพวกริงเกอร์เหมือนเธอเลยสักนิด” เนปจูนสงสัย “ใคร ๆ ในรุ่นเราก็ต่างรับรู้ถึงความอาฆาตแค้นของวีโอเลตต่อริงเกอร์กันทั้งนั้นั้แ่วันแรก…ซึ่งต่างกับนาย…ที่มีแต่ความเฉื่อยแฉะเท่านั้น”
“เห้ย…เห้ย …ถ้าจะพูดถึงฉันในมุมแย่ ๆ อย่างน้อยก็ให้ฉันอยู่นอกวงสนทนาไม่ได้รึไง” เลเวียร์พูดประชด
“หึหึ ฉันเข้าใจสิ่งที่เนปจูน้าจะสื่อนะเพื่อน” โนอาเห็นด้วยกับหนุ่มแว่น “นายเป็คนใจดีจนฉันเองก็นึกภาพนายโกรธแค้นใครหรือจะไปทำร้ายใครไม่ออกจริง ๆ…ในรุ่นพวกเรา ถ้าไม่มองเื่คะแนนทฤษฎีที่สูงลิ่วแล้ว นายเป็คนที่ไม่เหมาะกับ ARPD ที่สุดแล้วล่ะ”
“ทำไมนายถึงมาเป็เ้าหน้าที่ ARPD ล่ะ เลเวียร์?”
หนุ่มผมเทาชะงักไป ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวที่ยังเปียกจากที่อาบน้ำ
“ก็…เพราะ…” เขาถอนหายใจ เขาชี้ไปที่ริงเกียร์ที่พวกโรมรวบรวมไว้ “พวกนายรู้รึเปล่า ว่าอัญมณีสีแดงของริงเกียร์… ‘ริงก้อน’ที่เป็แหล่งกักเก็บพลังมนตราไว้ มันทำมาจากอะไร?”
รูมเมททั้งสามคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย เพราะคำถามของเขานั้นมีเขียนไว้ในตำราั้แ่คาบเรียนวันแรก ๆ
“ก็ธาตุสังเคราะห์ในห้องแลปไม่ใช่รึ?” เนปจูนตอบ “แต่เพราะมันสังเคราะห์ได้ยาก เลยมีราคาแพง…เื่นี้ใครก็รู้ทั้งนั้น”
“นั่นคือสิ่งที่ARPD อยากให้โลกรู้ เนป” เลเวียร์กล่าว “เพราะเป็นักวิจัยที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ ฉันเลยรู้ความจริงว่า ริงก้อน นั้น ไม่ได้สังเคราะห์จากแลป…”
“แต่มันได้มาจากการสกัดจากแหวนมนตราของพวกริงเกอร์”
ทั้งสามคนเลิกคิ้ว
“แล้ว…ถ้าริงก้อนมาจากแหวนมนตราของริงเกอร์…งั้นก็หมายความว่า-” โนอากลืนน้ำลาย
“การจะสร้างริงเกียร์ ก็ต้องมีแหวนมนตราของริงเกอร์” เนปจูนใช้สมองที่ชาญฉลาดของเขาตีความข้อมูลอย่างรวดเร็ว “และวิธีการที่จะได้มาซึ่งแหวนมนตรา นั่นคือ …”
“ต้อง‘ฆ่า’ ริงเกอร์เท่านั้น”
“ใช่” เลเวียร์ตอบ
“ต้องใช้แหวนมนตรากี่วงหรอ ถึงจะได้ริงก้อนเพียงพอสำหรับสร้างริงเกียร์1 วง?” โรมถาม
“ต้องใช้แหวนมนตราจากริงเกอร์ระดับปกติประมาณ10 วง…หรือก็คือ…ต้องสังเวยชีวิตของริงเกอร์”
“10 ตน”
ทั้งสามคนตกตะลึง พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าแหวนวงเล็ก ๆ 10 วงที่วางตรงกลาง คือผลิตภัณฑ์จากชีวิตของริงเกอร์ 100ตน แต่พอนึกให้ดี การที่จะปราบริงเกอร์ได้ถึงร้อยตนนั้น สิ่งที่ต้องแลกมานั้น ก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใด… นอกจาก
ชีวิตของเ้าหน้าที่ ARPD จำนวนมหาศาล
ดังนั้นมูลค่าแท้จริงของริงเกียร์สิบวงนี้ คือ ริงเกอร์ราว 100 ตน และมนุษย์อีกหลายพันคน
“เพราะฉันได้รู้เื้ัของการสร้างริงเกียร์ มันทำให้ฉันกลับมาคิดว่า พวกเรากับริงเกอร์นั้นต่างสู้กันมาอย่างยาวนาน… และต่างฝ่ายก็ต่างสูญเสียคนที่รักไปนับไม่ถ้วน…” เลเวียร์กล่าว “ฉันเลย… อยากเป็เ้าหน้าที่ ARPD … เพื่อช่วยให้ริงเกอร์และมนุษย์อยู่ร่วมกันได้น่ะ…”
“หา?” ทั้งสามคนอ้าปากค้าง
“เดี๋ยว! ฟังฉันก่อน! ฉ…ฉันรู้นะว่าด้วยหน้าที่ของ ARPD นั่นมันเป็สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ แต่ถ้ามองว่ามนุษย์ที่ใกล้ชิดกับริงเกอร์มากที่สุดคือใคร ก็คงไม่พ้นเ้าหน้าที่ ARPDใช่ไหม? แล้วพวกนายก็เห็นแซนดี้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเหมือนกันไม่ใช่หรอ? ทั้ง ๆ ที่เธอเป็ริงเกอร์แต่เธอก็ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เสียใจและเ็ปไม่ต่างจากเราสักนิด! นั่นหมายความว่า ริงเกอร์เองที่ต่อสู้กับ ARPD เพราะพวกเขาอยากมีชีวิตอยู่เหมือนกันไม่ใช่รึไง? ที่เราฆ่าริงเกอร์เพราะริงเกอร์ฆ่าพวกเรา และที่ริงเกอร์ฆ่าพวกเรา เพราะพวกเราไปฆ่าพวกเขา” หนุ่มผมเทาพยายามอธิบาย“ฉันเลยอยากเป็เ้าหน้าที่ARPD เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบในองกรณ์ สานรอยร้าวระหว่างริงเกอร์และมนุษย์…และยุติวงจรแก้แค้นนี้ซะที”
ทุกคนต่างอึ้งกับเหตุผลอันแหวกแนวของเลเวียร์
“ล…แล้วก็…” เลเวียร์พูดเสริม “เพื่อให้ได้อยู่ดูแลวีโอเลตต่ออีกสักหน่อย…”
“ก็เลยคิดว่า มาเป็เ้าหน้าที่ ARPD ก็คงไม่เลวเหมือนกันน่ะ…”
เมื่อเลเวียร์กล่าวเพิ่มเติม ทำให้รูมเมทที่แต่เดิมตกตะลึงอยู่แล้ว คราวนี้ถึงกับกรามตกเลยทีเดียว
“สรุปก็คือ… ที่นายทนลำบากมาจนถึงตอนนี้…” เนปจูนเอ่ย “นั่นเพราะ… นาย…”
“เป็ ซิสค่อน*สินะ”
[ซิสค่อน(siscon)=พวกคลั่งไคล้และหวงแหนน้องสาวของตัวเองอย่างมาก อาจเรียกได้ว่าเป็โรคจิตชนิดหนึ่ง]
“น่ารังเกียจชะมัด…” โนอาพูดด้วยสีหน้าเหยเก ในขณะที่โรมเอามือกุมขมับ
“ห…เห้ย!ก็บอกแล้วไง!ว่า้าสานรอยร้าวระหว่างมนุษย์กับริ-”
“คิก…ฮ่าฮ่าฮ่า” รูมเมททั้งสามคนหัวเราะหนุ่มผมเทาที่กำลังแก้ตัวอย่างสุดฤทธิ์
“คิก … อ่า รู้แล้วน่า… เลเวียร์ พวกฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ” หนุ่มแว่นพูดทั้ง ๆ ที่ยังหัวเราะอยู่ นั่นทำให้เลเวียร์รู้สึกตะหงิดใจอยู่บ้าง “เห้อ…พอได้ฟังเหตุผลของนาย ทำเอาฉันละอายใจขึ้นมาเลยล่ะ…”
“นั่นเพราะที่ฉันมาเข้าร่วม ARPD เพราะอยากมีพลังที่จะปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากพวกริงเกอร์” เนปจูนเล่า “ฉันไม่อยากเป็ผึ้งที่ไม่มีเหล็กในคอยป้องกันตัวหรอกนะ… เลยมาอยู่ที่นี่ไง”
“อืม…ฉันก็คล้าย ๆ นายนั่นแหละ เนป” โนอาเอ่ย “ฉันอยากมีพลังเพื่อปกป้องคนที่ฉันรัก…ก็เท่านั้น”
“งั้นหรอ…” เลเวียร์พยักหน้า ก่อนจะหันไปถามโรมที่นั่งนิ่งมาั้แ่เมื่อครู่นี้แล้ว “แล้วนายล่ะ โรม? ทำไมถึงมาเข้าร่วม ARPD?”
“ฉัน…” โรมดูลังเลที่จะพูดถึงมัน แต่สายตาที่โหยหาคำตอบของทั้งสามคน ทำให้เขาจนใจ ยอมคายมันออกมาแต่โดยดี “พี่ชายของฉันเป็เ้าหน้าที่ ARPD ที่เก่งกาจ และเขาได้ช่วยเหลือผู้คนไว้มากมาย…”
“ฉันจึงอยากเป็อย่างเขา… เป็ความหวังให้กับมวลมนุษยชาติ…”
“เป็ฮีโร่ไงล่ะ”
โรมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเหมือนเคย แต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง ทำให้รูมเมททั้งสามคนรู้สึกว่าคำพูดของเขานั้นดูมีพลังมากกว่าปกติ
“แต่…” โรมพูดต่อ “พอฉันได้ฟังเหตุผลของเลเวียร์เมื่อกี้… ทำให้ฉันเกิดคำถามกับตัวเอง…ว่าริงเกอร์คือปีศาจสำหรับมนุษย์… นั่นหมายความว่าสำหรับริงเกอร์…”
“พวกเราก็คือปีศาจของพวกเขาใช่ไหม?”
“ฉันจะพูดว่าตัวเองเป็ฮีโร่ได้เต็มปากได้ยังไง ถ้าในขณะที่ใครบางคนยังมองว่าฉันคือปีศาจอยู่ …” ชายร่างั์กล่าว “ตอนนี้ฉันเลยไม่แน่ใจว่า…ตัวฉันมาเข้าร่วมARPD เพื่อเป็ฮีโร่…มันดีแล้วจริง ๆ หรอ…”
“สำหรับคนสมองทึบอย่างฉัน…ฮีโร่คือคนที่ปราบเหล่าร้ายด้วยพละกำลัง…” โรมหันไปมองเลเวียร์ “แต่พอฟังที่นายเล่าแล้ว..เลเวียร์…คนที่สานสัมพันธ์ระหว่างเหล่าวายร้ายกับคนอื่น ๆ ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข…คนนั้นต่างหาก ที่สมควรได้รับการยกย่องว่า ฮีโร่ที่แท้จริง…”
“คำพูดนี้อาจจะดูโง่เพราะเลียนแบบคำพูดของนายก็จริง แต่…” โรมยิ้มอย่างเขินอาย “ฉันชักอยากเป็แบบนายซะแล้วสิ…ฮีโร่ที่ช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าพันธุ์นั่นน่ะ”
เพื่อนทั้งสามคนของโรมต่างนิ่งไปครู่หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลเวียร์ ที่ไม่คิดว่าจะมีใครยอมรับความคิดของเขาแน่ ๆ เพราะทุกคนต่างมองว่าริงเกอร์เป็ศัตรู แต่พอได้ฟังทั้งหมดที่โรมพูด ทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยที่เพื่อนสนิทที่สุดเข้าใจสิ่งที่เขาคิด
“โอ้! ฉันเองก็อยากเป็ฮีโร่แบบนั้นเหมือนกัน!” โนอาโผลงขึ้นมา “ถ้าโรมเอาอย่างนั้น ฉันก็เอาด้วย!”
“หึหึ…ฮีโร่ที่แท้จริงงั้นหรอ… ฟังดูเท่ไม่หยอกเลยนี่หว่า” เนปจูนดันแว่นเข้าสันจมูกตัวเอง “ถ้าปล่อยคนโง่ ๆ อย่างพวกนายไปสร้างสันติ ก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่”
“ฉันจะเป็หัวสมองช่วยพวกนายอีกแรงก็แล้วกัน”
“พ…พวกนาย…” เลเวียร์ที่ทั้งรู้สึกตกตะลึงและดีใจไปในตัวเผยรอยยิ้มอันกว้างออกมาที่ความคิดตัวเองได้รับการตอบรับอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“โอ้! ถ้างั้นพวกมาสัญญากันเถอะ” โรมยื่นกำปั้นขวาออกไปตรงหน้า “ว่าพวกเราจะมาสร้างสันติสุขให้กับโลกใบนี้โดยการ…”
“สานความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับริงเกอร์!”
หมัดของทุกคนประสานกันตรงกลาง ทุกคนต่างมองหน้าเลเวียร์ด้วยรอยยิ้ม เหล่าเด็กหนุ่มที่เกิดต่างที่ได้มาพบกันในสถานที่ห่างไกลบ้านตัวเองและได้ตั้งความฝันครั้งใหม่เพราะหนุ่มผมเทาคนนี้
“เลเวียร์…จากนี้ไปช่วยนำทางพวกเราด้วยนะ” โรมพูดกับเลเวียร์ที่ดีใจจนตัวสั่น
“โอ้! พวกเรามา… คว้าตำแหน่ง 10อันดับแรกของชั้นปี แล้วขึ้นเป็เ้าหน้าที่ระดับC กันเถอะ!จากนั้น…” เขาพุ่งกำปั้นไปชน “พวกเราจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้วยกัน!”
ก๊อก ก๊อก…
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำลายบรรยากาศอันฮึกเหิมของทั้งสี่คน โนอาที่นั่งใกล้ประตูที่สุดลุกขึ้นเปิดต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญที่มาขัดจังหวะนั้น เขาคนนั้นคือ โดโน่ หนุ่มอารมณ์ดี เพื่อนสนิทของเนปจูน และยังเป็เพื่อนที่อยู่ห้องพักติดกันกับพวกเลเวียร์
“มีอะไรรึ โดโน่?” โนอาแง้มประตูถามอย่างสงสัยเพราะนี่ยังไม่ถึงเวลาที่เวรจะเก็บรวบรวมริงเกียร์ไปรีชาร์จ
“ฮี่ฮี่ เหล่าทหารกล้าเอ๋ย… ภารกิจไง…ภารกิจ…” โดโน่กระซิบด้วยรอยยิ้มอันมีเลศนัย “วันนี้พวกเราจะทำภารกิจลับสุดยอด…”
“ภ…ภารกิจรึ?” เนปจูนชะงัก เพราะกลัวว่าฝันร้ายที่เคยมาเยือนเมื่อเดือนก่อนจะกลับมาอีกครั้ง “อย่าบอกนะว่า…นี่คือบทเรียนที่ไม่ดูกาลเทศะของคุณคลอเดียอีกแล้ว!?”
“ไม่ใช่เ้าโง่!” โดโน่ด่านักเรียนที่ทำคะแนนอันดับหนึ่งภาคทฤษฎี “ภารกิจสำคัญ ของเหล่าชายชาตรี…”
“ภ…ภารกิจสำคัญ… ของ… ชายชาตรี?” โรมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พวกเขาทุกคนต่างตั้งใจฟังแขกที่มาเยือนอย่างใจจดใจจ่อ
“หึหึ และนั่นคือ…” โดโน่เว้นวรรค
“ส่องนักเรียนหญิงตอนอาบน้ำ!”