“คุณบอกว่าคุณกับเจียงโม่โฉวมีความสัมพันธ์อย่างไรกันนะครับ” เจียงโม่โฉวถามชายวัยกลางคน
ความจริงเจียงโม่โฉวได้ยินที่ชายคนนี้พูดตั้งแต่ต้นแล้ว และคิดว่าชายคนนี้คงเป็นหยวนต้าโกว พี่ชายคนโตของแม่ผู้ให้กำเนิดเขานั่นเอง แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือครอบครัวนั้นตัดขาดและยกเขาให้อยู่ในความดูแลของคุณพ่อเฮ่าจงกับคุณแม่สวีเหลียนมานานแล้ว ตลอดอายุยี่สิบกว่าปีของเขา ครอบครัวนั้นไม่เคยติดต่อมาหาเขาเลยสักครั้ง แล้วครั้งนี้ทำไมลุงใหญ่ถึงมาอาละวาดเพื่อที่จะพบเขาให้ได้ อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าวันนี้เป็นวันแรกที่รีสอร์ทเปิดทำการ
หยวนต้าโกวได้ยินคำถามก็หันไปมองเด็กหนุ่มคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า “แล้วนี่ใครอีกล่ะ ตกลงว่าพวกแกจะไม่ยอมให้ฉันเข้าไปหาไอ้หลานอกตัญญูคนนั้นจริงๆ ใช่ไหม ก็ให้มันรู้ไปสิว่าพอมันได้ดีมีฐานะร่ำรวยแล้วจะไม่ยอมนับญาติกับครอบครัวเดิมของแม่ตัวเอง”
“แม้แต่หลานชายของตัวเองเป็นใครหน้าตาแบบไหนคุณยังไม่รู้แล้วเราจะปล่อยให้คุณเข้าไปสร้างความเดือดร้อนได้ยังไง ไม่แน่คุณอาจจะเป็นคนร้ายที่อยากจะเข้ามาก่อคดีใหญ่อะไรอยู่ก็ได้” เจียงโม่โฉวมองหยวนต้าโกวแบบไร้รอยยิ้ม “ไม่กี่วันก่อนมีข่าวว่าโจรเข้าไปจี้ชิงทรัพย์ลูกค้าที่กำลังเดินซื้อของอยู่ในห้างสรรพสินค้า พอเจ้าทุกข์ขัดขืน โจรคนนั้นก็แทงเจ้าทุกข์จนเสียชีวิต และระหว่างที่เขาหลบหนี เขาก็โยนระเบิดใส่กลุ่มตำรวจที่กำลังตามจับเขาอยู่
เห็นไหมครับว่าคนร้ายสมัยนี้เที่ยวพกอาวุธร้ายแรงเดินให้ทั่ว อย่างคุณที่เอาแต่ยืนตะโกนต่อว่าและไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเรามันหมายความว่ายังไง อีกทั้งยังเอาแต่เรียกเจียงโม่โฉวว่าหลานอกตัญญู ทั้งๆ ที่คุณยังไม่รู้เลยว่าเจียงโม่โฉวหน้าตาเป็นยังไง รีสอร์ทของเราคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะปล่อยให้คุณเข้าไปข้างในโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนไม่ได้หรอกครับ ถ้าเกิดคุณคุ้มคลั่งแล้วทำร้ายลูกค้าของเราขึ้นมาจะทำยังไง”
“แกสิโจร! แกสิคุ้มคลั่ง! ฉันเป็น...เป็นลุงใหญ่ของเจียงโม่โฉวจริงๆ ถ้าไม่เชื่อ นายก็เรียกเขาให้ออกมาหาฉันสิ” หยวนต้าโกวเริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว เขาไม่มีสิ่งของผิดกฎหมายอะไรอยู่ในตัวแม้แต่ชิ้นเดียว แต่เขากลัวว่าจะมีคนยัดข้อหาให้เขาต่างหาก ถ้ามีคนไปแจ้งความว่าเขาเป็นโจรเพื่อจะบุกเข้าไปในรีสอร์ทจะทำยังไง เจ้าหน้าที่จะจับเขาไปทรมานหรือเปล่า ‘แย่แล้ว! ทุกอย่างมันผิดแผนเพราะไอ้หนุ่มคนนี้คนเดียว คอยดูเถอะฉันจะให้หลานชายฉันไล่แกออกให้ได้’
เจียงโม่โฉวหัวเราะเสียงดัง “คุณอยากพบเจียงโม่โฉวเหรอครับ ผมก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วไง”
“หา! แก...แกคือไอ้หลานอกตัญญูคนนั้นน่ะเหรอ” หยวนต้าโกวมองเจียงโม่โฉวอย่างตกตะลึง ‘ตอนไอ้เด็กนี่คลอดออกมามันตัวเล็กอย่างกับอะไร แต่ตอนนี้ทำไมมันถึงได้ตัวสูงใหญ่อย่างนี้ล่ะ คุณเซี่ยนะคุณเซี่ย ทำไมไม่ยอมบอกว่าเจียงโม่โฉวจะน่ากลัวขนาดนี้’
“คำก็อกตัญญู สองคำก็อกตัญญู คุณครับ...ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาผมไม่เคยเจอหน้าและไม่เคยรู้จักคุณเลยสักครั้ง ทำไมคุณถึงเอาแต่เรียกผมว่าหลานอกตัญญูล่ะครับ”
หยวนต้าโกวยืดหลังรวบรวมความกล้า ตอนนี้มีคนมายืนมุงดูกันเยอะแล้ว เขาเชื่อว่าเจียงโม่โฉวจะต้องเกรงใจเขาในฐานะญาติผู้ใหญ่อยู่แน่ “ก็แกอกตัญญูไม่เคยกลับไปเยี่ยมคุณตาคุณยาย แม้ว่าพวกท่านจะรักแกมาก แต่แกก็ไม่เคยกลับไปหาพวกเขาเลยสักครั้ง ตอนที่พวกเขาเสียชีวิต แกก็ไม่เคยกลับไปเคารพศพของพวกเขาเลย”
“ตอนที่คุณตากับคุณยายเสียชีวิตพวกคุณก็ไม่เคยแจ้งให้ผมทราบเลยเหมือนกัน อีกอย่างคุณตาคุณยาย...” เจียงโม่โฉวจ้องหยวนต้าโกวเขม็ง “รวมถึงคุณได้ขายผมด้วยเงินหนึ่งร้อยหยวนไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“ขายอะไร! เป็นพ่อของแกที่ไม่อยากให้แกมานับญาติกับคนจนๆ อย่างพวกฉันต่างหาก” หยวนต้าโกวเริ่มนั่งลงทุบขาตัวเองแล้วร้องไห้ “ตอนนั้นพ่อของแกหลอกลวงพวกเราว่าเขายังไม่มีครอบครัว พวกเราเห็นว่าเขาดูสุภาพและดูมีฐานะจึงยกน้องสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจให้แต่งงานกับเขา แต่ใครจะไปคิดว่าเจียงเฮ่าจงกลับมีเมียและลูกอยู่ที่ปักกิ่งอยู่แล้ว น้องสาวของฉันทนความอัปยศที่ได้เป็นเมียนอกสมรสไม่ไหว เธอก็เลยกระโดดน้ำตาย พ่อกับแม่ของฉันใจสลายที่เสียลูกสาวไป พวกเขาก็เลยคิดที่จะเลี้ยงดูแกให้ดี แต่เจียงเฮ่าจงก็ยังไม่หยุด มันยังมาพรากแกไปจากครอบครัวของเราอีก ความจริงแล้วคนที่แกเรียกแม่อยู่ตอนนี้ไม่ใช่แม่ของแกนะ หล่อนเป็นแค่แม่เลี้ยง”
“ตกลงที่คุณมานั่งร้องไห้และพูดเรื่องไร้สาระในอดีตอยู่นี่เพราะอะไร คุณต้องการบอกความจริงว่าคุณแม่สวีเหลียนไม่ใช่แม่แท้ๆ ของผม บอกว่าคุณพ่อเป็นผู้ชายไม่มีความรับผิดชอบเพื่อหลอกแต่งงานกับน้องสาวคุณ หรือว่าคุณอยากมาทวงความเป็นญาติเพื่อที่จะหาผลประโยชน์จากผมอีกกันแน่”
“ฉันไม่ได้มาหาผลประโยชน์ แต่ที่ฉันพูดมาคือเรื่องจริง!”
เจียงโม่โฉวเห็นลูกค้าเริ่มมองมาที่เขาอย่างสงสัย เขายิ้มให้ทุกคนแล้วพูดอย่างไม่ปิดบัง “เรื่องที่เขาพูดมามีความจริงอยู่บ้างจริงๆ ครับ เรื่องที่คุณพ่อแต่งงานมีครอบครัวอยู่แล้วแต่ยังไปแต่งงานกับคุณแม่ผู้ให้กำเนิดผมนั้นคือเรื่องจริง แต่คุณพ่อไม่เคยปิดบังคุณแม่ พวกท่านตกลงใช้ชีวิตด้วยกันเพราะความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย
ความจริงคุณพ่อต้องการที่จะพาคุณแม่กับผมมาอยู่ที่ปักกิ่งด้วยกัน แต่คุณแม่ของผมรู้จักนิสัยของคนในครอบครัวดีว่าพวกเขาเห็นแก่ตัวและทำตัวเป็นปลิงขนาดไหน ท่านตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพราะไม่อยากให้ผมกับคุณพ่อต้องมาลำบากใจเพราะเรื่องนี้
ตอนนั้นคุณตาคุณยายไม่สนใจชีวิตของคุณแม่อีกแล้ว พวกท่านกลับยกเอาความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับผมขึ้นมาขู่ว่าถ้าหากคุณพ่อไม่ยอมจ่ายเงินให้พวกเขาจำนวนหนึ่งร้อยหยวน พวกเขาจะทำร้ายผมและจะไม่ยอมยกผมให้มาอยู่ในความดูแลของคุณพ่อ
ส่วนเรื่องที่ว่าผมรู้หรือเปล่าว่าคุณแม่สวีเหลียนไม่ใช่แม่แท้ๆ ของผม ผมรู้เรื่องนี้มาตลอดครับ คุณแม่สวีเหลียนไม่เคยปิดบังชาติกำเนิดของผม และท่านยังดูแลและเลี้ยงดูผมมาอย่างดี รวมถึงพี่สาวและพี่ชายก็ไม่เคยรังแกผมเหมือนอย่างที่ผู้ชายคนนี้กล่าวอ้าง ผมคิดว่าการที่เขาตั้งใจมาก่อกวนผมในวันนี้คงเพราะถูกใครบางคนจ้างให้มาทำลายชื่อเสียงของผม ทุกคนคิดว่าผมควรจะไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเขาและคนที่อยู่เบื้องหลังหรือเปล่าครับ”
‘ไปแจ้งความเลยดีกว่า คนอะไรบอกว่ามาหาหลานชาย แต่คุณโม่โฉวยืนอยู่ตรงหน้าตั้งนานแล้วกลับไม่รู้จัก’
‘คนอะไรตั้งใจจะขายน้องสาว พอน้องสาวเสียชีวิตก็ขายหลานชาย แต่วันนี้กลับอยากมานับญาติแล้วยังมาพูดจาให้ร้ายคุณพ่อของเขาอีก ครอบครัวแย่ๆ แบบนี้ต้องตัดขาดให้เร็วที่สุด’
‘ใช่ๆ ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด’
‘มีญาติเห็นแก่เงินแบบนี้ไม่มียังจะดีเสียกว่า ฉันรู้จักครอบครัวเจียงมานานแล้ว พวกเขาไม่เคยปิดบังเรื่องที่คุณโม่โฉวเป็นลูกที่เกิดกับภรรยาอีกคน คุณนายเจียงปกป้องคุณโม่โฉวเหมือนลูกชายแท้ๆ ของเธอเลย’
‘ลูกชายของฉันเคยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณโม่โฉว ตอนนั้นเด็กๆ กำลังซุกซน มีเด็กชายคนหนึ่งเรียกคุณโม่โฉวว่าลูกนอกสมรส คุณนายสวีเหลียนตามไปเอาเรื่องจนพ่อแม่และเด็กชายคนนั้นต้องยอมขอโทษคุณโม่โฉวเลยล่ะ เธอรักคุณโม่โฉวจริงๆ’
ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง แต่ความคิดเห็นกลับเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือเชื่อเจียงโม่โฉว หยวนต้าโกวเห็นท่าไม่ดีก็อยากจะวิ่งหนี
แต่เจียงโม่โฉวกลับเรียกลุงของตัวเองไว้ “คุณลุงจะรีบไปไหนแล้วล่ะครับ เชิญเข้าไปนั่งดื่มชารอพบคุณพ่อของผมสักหน่อย ผ่านไปหลายปีเผื่อว่าคุณลุงกับคุณพ่อจะได้รื้อฟื้นความหลังต่อกัน”
“ไม่...ไม่ต้องหรอก ลุงได้พบเธอและรู้ว่าเธอสุขสบายดีเท่านี้ก็พอแล้ว กลับไปลุงจะไปบอกคุณตา คุณยาย แล้วก็แม่ของเธอที่สุสานว่าไม่ต้องเป็นห่วงเธออีกต่อไปแล้ว” หยวนต้าโกวปฏิเสธ เขาอยากไปหาเซี่ยเหอซวนเพื่อรับเงินแล้วจะรีบกลับบ้านเกิด อยู่ปักกิ่งต่อไปให้ได้ประโยชน์อะไรกัน เผลอๆ เขาอาจจะถูกตั้งข้อหามาก่อกวนและทำลายชื่อเสียงเข้าก็ได้ แล้วลูกและหลานที่บ้านจะอยู่กันยังไง
คุณพ่อเจียงที่รู้ว่าพี่ชายของภรรยามาก่อกวนที่หน้ารีสอร์ท เขารีบเดินมาเพื่อกู้สถานการณ์ให้ลูกชายทันที แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีครับพี่ต้าโกว ไม่เจอกันนานเลยนะครับ” คุณพ่อเจียงส่งยิ้มเย็นชา
หยวนต้าโกวเห็นเจียงเฮ่าจงเดินมาก็ถึงกับเข่าอ่อน น้องเขยของเขาดูท่าทางเรียบร้อยและสุภาพมาก แต่ความจริงกลับโหดร้ายไม่ใช่เล่น หยวนต้าโกวกลัวน้องเขยจนเป็นลมหมดสติไป