บทที่ 37 การได้เงินจากแกทำให้ฉันมีความสุข
มือสังหารอำมหิตนามกระฉ่อนอย่าง ‘ปีศาจโลหิต’ และ ‘ราชินีสีชาด’ ในที่สุดก็จบชีวิตลงแล้ว
โดยเฉพาะปีศาจโลหิต เขาตายอย่างน่าอนาถ ร่างกายแหลกเหลวกลายเป็นเนื้อบด
พยัคฆ์หน้าแดงขุดหลุมฝังร่างของทั้งสองลงไป จากนั้นก็ทำลายร่องรอยในที่เกิดเหตุจนหมด
หลินเจี้ยนหลูหัวเราะคิกคัก “ตอนนี้องค์กรนักฆ่าเทพมรณะยังไม่รู้หรอกว่าปีศาจโลหิตกับราชินีสีชาดตายแล้ว ช่วงสั้น ๆ นี้ พวกมันคงไม่ส่งมือสังหารมาอีกแน่ เราคงได้อยู่อย่างสงบสุขไปอีกพักหนึ่ง”
ลู่เฉิงเฟิงเย้ยหยัน “ฉันกลับหวังให้พวกมันรู้ข่าวการตายของปีศาจโลหิตกับราชินีสีชาดในตอนนี้ ให้พวกมันรู้ไว้ว่าการคิดจะมาต่อกรกับฉันมันต้องแลกมาด้วยชีวิต! ปีศาจโลหิตกับราชินีสีชาด มือสังหารระดับท็อปแบบนั้นยังพลาดท่าเสียที ถ้าพวกมันรู้เข้า เธอคิดว่าพวกมันจะกลัวบ้างไหมล่ะ?”
ทันใดนั้นลู่เฉิงเฟิงก็ตบหน้าผากตัวเอง “บ้าเอ๊ย! ขาดทุนย่อยยับเลย”
หลินเจี้ยนหลูทำหน้างุนงง “เกิดอะไรขึ้น?”
“ปีศาจโลหิตกับราชินีสีชาดอยู่ในวงการนักฆ่ามานานขนาดนั้น พวกมันต้องหาเงินได้เยอะมากแน่ ๆ น่าจะรีดไถเงินจากพวกมันก่อนแล้วค่อยฆ่า”
หลินเจี้ยนหลูสงสัย “นายขาดแคลนเงินขนาดนั้นเลย?”
“แน่นอนว่าขาดอยู่แล้ว ฉันจนแทบจะกรีดเลือดตัวเองไปขายอยู่แล้ว เจ้าลิงหลอกเจ้านั่นมันไม่ใช่มนุษย์ หลอกเอาเงินฉันไปตั้งร้อยห้าสิบล้าน”
หลินเจี้ยนหลูทำหน้าตกตะลึง “เขาหลอกนายเหรอ?”
“ฉันให้เขาช่วยสืบเรื่ององค์กรนักฆ่าเทพมรณะ สาขาของนักฆ่าอีกสองที่ในปจีน ไอ้หมอนี่ก็ถือโอกาสแบมือขอเงินซะหลายล้าน”
หลินเจี้ยนหลูเอียงคอเล็กน้อย ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ “งั้นฉันเลี้ยงดูนายไหมล่ะ?”
ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะ “คุณหนู ถ้ารวยแบบนี้ ผมเลิกดิ้นรนตั้งนานแล้ว”
หลินเจี้ยนหลูหัวเราะคิกคัก “ไม่มีปัญหา ต่อไปนี้ฉันจะเลี้ยงดูนายเอง หนุ่มน้อย สนใจแปรงขัดหม้อไหมล่ะ?”
ลู่เฉิงเฟิงรีบขาสองข้างเข้าหากัน ส่ายหน้ารัว “เอาไว้ก่อนเถอะครับ ค่าตอบแทนแพงไปหน่อย ผมแค่อยากได้แบบฟรี ๆ”
ขณะนั้นเอง พยัคฆ์โลหิตก็เดินเข้ามา
ลู่เฉิงเฟิงถามยิ้ม ๆ “สบายตัวแล้วเหรอ?”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้า
ลู่เฉิงเฟิงมองไปรอบ ๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ ก่อนจะพูดว่า “ไปกันเถอะ”
พวกเขาทั้งสามคนออกจากป่าไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ลู่เฉิงเฟิงขับรถมาที่บริษัท เขาโอนเงินทั้งหมดที่ได้กลับเข้าบัญชีธนาคารของตัวเองในดาร์กเว็บ เป็นเงินสามร้อยล้านหยวน
ชายหนุ่มสูบเงินจากบริษัทจนเกลี้ยงแล้ว
เขาให้เงินฟ่านจื้อเหว่ยไปสิบล้านหยวน และให้จางเหวินไห่อีกหนึ่งล้านหยวน จากนั้นเขาก็จากไป
เขาจะไม่กลับไปที่เทียนซือกรุ๊ปอีก
เขาคาดว่าไม่เกินสองวัน สำนักงานใหญ่คงจะขายเทียนซือกรุ๊ปทิ้ง หรือไม่ก็ประกาศล้มละลาย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของเขาอีกต่อไป
เขาขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้า และซื้อเสื้อผ้าให้พยัคฆ์โลหิตสองสามชุด
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็โยนเสื้อผ้าให้ชายร่างกำยำ “เสื้อผ้าพวกนี้ตัดเย็บด้วยมือทั้งหมด ราคาห้าล้านหยวน เดี๋ยวโอนเงินให้ฉันด้วย”
พยัคฆ์โลหิตสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้ยิน
“เฮ้! ครั้งแรกของฉันก็ยกให้นายแล้ว ขอห้าล้านนี่ไม่มากไปหรอกนะ”
พยัคฆ์โลหิตมีปฏิกิริยาตอบสนองในที่สุด มองเขาด้วยแววตาเหยียดหยาม
ลู่เฉิงเฟิงกล่าวอย่างจริงจัง “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันที่ซื้อเสื้อผ้าให้คนอื่น”
พยัคฆ์โลหิตมองเขา “แล้วไงต่อ”
ลู่เฉิงเฟิงบ่น “แล้วดันเป็นการซื้อให้ผู้ชายเนี่ยนะ ให้ตายสิ ซวยชิบ รีบโอนเงินมาเร็ว”
“ไม่มีเงิน”
ลู่เฉิงเฟิงชักสีหน้า “จะเบี้ยวใช่ไหม? ฉันให้นายเลือกสองอย่าง หนึ่ง โอนเงินให้ฉัน สองไม่โอนฉันจะฆ่าแก”
“งั้นฉันเลือกอย่างที่สอง”
“เวร! แกนี่มันโง่จริง ๆ จะเอาชีวิตหรือเอาเงิน”
พยัคฆ์โลหิตพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ใช่แบบนั้นหรอก นายไม่มีเงินจริง ๆ”
“งกขนาดนี้เลยเหรอ”
พูดจบก็เปลี่ยนเรื่องทันที “นายรู้จักแฮ็กเกอร์ระดับท็อป ๆ บ้างไหม อย่าบอกนะว่ารู้จักแต่พวกกึ่ง ๆ กลาง ๆ”
พยัคฆ์โลหิตมองเขาด้วยสายตาดูถูก “เมื่อกี้นายถามถึงแฮ็กเกอร์ระดับท็อป ฉันบอกว่ารู้จัก นายไม่เข้าใจความหมายของคำว่าระดับท็อปหรือไง”
“เอ่อ” ลู่เฉิงเฟิงพูดไม่ออก “แนะนำเขามาหน่อยสิ ฉันต้องการให้เขาช่วย”
พยัคฆ์โลหิตยื่นนิ้วออกมาห้านิ้ว
“หมายความว่าไง? ค่าตัวเขาห้าล้าน?”
พยัคฆ์โลหิตส่ายหัว “ค่าแนะนำของฉันต่างหาก ห้าล้าน”
ลู่เฉิงเฟิง ถึงกับพูดไม่ออก “ไม่คิดจะไปปล้นเอาเลยล่ะ”
“แบบนี้มันเร็วกว่า”
ลู่เฉิงเฟิงหมดคำพูด “งั้นแบบนี้ ห้าล้านที่ฉันไปซื้อเสื้อผ้าให้นาย นายไม่ต้องเอามาคืนฉันแล้ว ถือว่าเป็นค่าแนะนำ โอเคไหม”
พยัคฆ์โลหิตส่ายหัว
“เสือโง่เอ๊ย แกกินของฉัน อยู่กับฉัน แม้แต่เสื้อผ้าฉันก็ยังซื้อให้ ระหว่างเราใครเป็นลูกน้องกันแน่? ฉันว่าฉันไม่เหมือนเป็นพี่ใหญ่แกเลย ดูเหมือนพ่อแกมากกว่า”
พยัคฆ์โลหิตมองเขา “ถึงพี่จะเป็นพ่อผม ก็ต้องจ่ายตังค์อยู่ดี”
“แกมันเห็นเงินเป็นพระเจ้ารึไงวะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่ได้โกยเงินจากพี่แล้วมันมีความสุข!”
หัวของลู่เฉิงเฟิงเต็มไปด้วยจุดจุดจุด รู้สึกเหมือนมีม้าหลายหมื่นตัววิ่งผ่านหน้า
“แสนเดียวเท่านั้น”
พยัคฆ์โลหิตผงกหัว “ตกลง!”
ลู่เฉิงเฟิงใบหน้าแข็งค้าง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองให้เงินเขามากเกินไป แถมยังโดนดูถูกสติปัญญาอีก
“ต่อรองได้ไหม? ห้าหมื่นได้หรือเปล่า”
พยัคฆ์โลหิตส่ายหัว
ลู่เฉิงเฟิงได้แต่ทำใจ ก่อนจะโอนเงินให้เขาไปหนึ่งแสน
พยัคฆ์โลหิตมองเงินเข้าบัญชี เขายิ้มกว้างด้วยความสุข
“ฉันชอบจริง ๆ เวลาที่แกทำตัวเหมือนไม่เคยเห็นโลกกว้างแบบนี้ แค่เงินแสนเดียวก็ทำให้แกยิ้มแก้มปริเหมือนได้กินนมแม่เลยนะ”
พยัคฆ์โลหิตหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “แสนหยวนก็ไม่น้อยแล้วนะ ประเด็นคือการได้เงินจากนายแม้แต่นิดเดียว มันก็ทำให้ฉันมีความสุขแล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงเบ้ปาก “ก็พูดไปงั้นแหละ แค่เงินแสนหยวนก็ทำให้แกยิ้มแก้มปริ ถ้าเอาไปให้ผู้หญิงอย่างว่า คงทำให้เธอร่าเริงจนหุบขาไม่อยู่เลยล่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของพยัคฆ์โลหิตก็หายวับไปในทันที รู้สึกเหมือนโดนดูถูกเหยียดหยาม
“พอได้แล้ว เลิกพูดไร้สาระสักที ช่วยติดต่อแฮ็กเกอร์ระดับท็อปที่นายพูดถึงให้หน่อยสิ”
“ติดต่อเองสิ”
ลู่เฉิงเฟิงครางรับในลำคอ “ขอเบอร์ติดต่อหน่อย”
“นายก็มีเบอร์เธออยู่แล้วนี่”
“หืม?”
พยัคฆ์โลหิตหัวเราะ “นายไม่รู้หรือไงว่างูแบล็กแมมบาก็คือแฮ็กเกอร์ระดับท็อปคนนั้นน่ะ”
ลู่เฉิงเฟิงทำสีหน้าประหลาดใจ “นายแน่ใจ?”
พยัคฆ์โลหิตพยักหน้า “ฉันเคยขอให้เธอช่วยงานมาหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เท่าที่ฉันเคยเจอมา เธอคือแฮ็กเกอร์ที่เก่งที่สุด”
“ให้ตายสิ เรื่องแบบนี้ทำไมฉันไม่เคยรู้?”
“บางทีจุดสนใจของเรามันต่างกันมั้ง นายเอาแต่สนใจรูปร่างของคนอื่น”
ลู่เฉิงเฟิงได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับหน้าดำ “อย่าพูดให้ฉันดูเหมือนพวกโรคจิตหน่อยเลย”
“ฉันไม่ได้พูดสักหน่อยว่านายเป็น อย่าร้อนตัวสิ”
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตามองเขา “ไอ้เสือโง่ ลืมไปแล้วรึไงว่าใครเป็นพี่ใหญ่? ถ้าอยากโดนสั่งสอนล่ะก็ ฉันก็ยินดีจะสนองให้นะ”
พยัคฆ์โลหิตพูดอย่างจริงจัง “ถึงพี่จะเป็นพี่ใหญ่ แต่พี่ก็ห้ามไม่ให้ผมพูดความจริงไม่ได้หรอกนะ?”
“ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับคนโง่เง่าอย่างแกละ”
ลู่เฉิงเฟิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาติดต่อหลินเจี้ยนหลู
เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หลินเจี้ยนหลูฟัง พร้อมกับขอให้เธอช่วยถอดรหัสให้
หลินเจี้ยนหลูตอบตกลงอย่างรวดเร็ว แต่กลับตั้งราคาสูงถึงหนึ่งล้านหยวน ทำเอาลู่เฉิงเฟิงถึงกับหน้าเสีย
“ลดได้ไหม” ลู่เฉิงเฟิงถาม
“ไม่ได้” หลินเจี้ยนหลูตอบ “ฉันต้องเก็บเงินค่าสินเดิม ไม่งั้นนายก็แต่งงานกับฉันเลยสิ ทั้งตัวฉันและเงินจะเป็นของนายทั้งหมด”
ลู่เฉิงเฟิงได้ยินก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะตอบกลับไปว่า “พรุ่งนี้สิบโมงเช้า เอาทะเบียนบ้านมาเจอกันที่เขต”
“ได้เลย ไม่เจอกันไม่เลิก” หลินเจี้ยนหลูตอบ
ลู่เฉิงเฟิงเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพิมพ์ข้อความต่อไปว่า “งั้นเราลองมาทำรักกันก่อนดีไหม?”
“ตกลง ฉันอยู่หน้าบ้านนายแล้ว เปิดประตูสิ” หลินเจี้ยนหลูตอบกลับมา
ลู่เฉิงเฟิงตกใจรีบวิ่งไปเปิดประตู แต่กลับไม่พบใครเลย เขาจึงรู้ตัวว่าโดนหลินเจี้ยนหลูแกล้งเข้าแล้ว