พวกเขาแค่ปรายตามองชายประหลาด อย่างหลิ่นอวิ๋นปลอมตัวเท่านั้น
ซึ่งผู้คนมาเยือนที่แห่งนี้ต่างก็รู้ โรงน้ำชามู่ไป๋ ชั้นที่2 ตั้งร้านขายแผงลอย้า ขายแต่ของล้ำค่าหายาก กระทั้งอาวุธสมบัติ ก็ยังมีให้เห็น แขก้าเอง ส่วนใหญ่ก็เป็แขกผู้มีเกียรติไม่ธรรมดา
แม้ชั้นที่ 3 ของโรงน้ำชามู่ไป๋จะเป็สถานที่ขายของล้ำค่าระดับสูงสำหรับผู้าุโ แต่ก็มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีสิทธิ์ขึ้นไป
หลายคนจึงเฝ้าระวังชายลึกลับแต่งตัวแปลกประหลาด อย่างตัวของหลินอวิ๋น ไม่มากก็น้อยกันแล้ว
ถึงที่นี่จะไม่เคยมีเหตุการณ์ ปล้นชิงของล้ำค่า จากพ่อค้าตระกูลใหญ่ สร้างเื่ะเืฟ้ามาก่อนก็ตาม
เมื่อหลินอวิ๋นขึ้นไปชั้นที่สอง แผงพ่อค้าตั้งวางของล้ำค่าเรียงราย เขาจะเดินไปหยุด ที่ร้านชายวัยกลางคนสวมแว่นตาหนา เจนการประเมินทันใด
กู่เหยา มันจะกล่าวออกมาบอกกล่าวหลินอวิ๋น “หากนายท่านเข้าสู่่ขัดเกลากระดูก ลองวิธีขัดเกลากระดูกของข้า เปลี่ยนกระดูกเป็สัตว์อสูรตนนี้ ก็ถือว่าไม่เลวเลยขอรับ”
หลินอวิ๋นส่งปราณจิตกลับไปหามัน “ที่นี่ไม่มีกระดูกัแท้จริงเสียหน่อย ข้าไม่้า”
กู่เหยา อยากจะคำรามก่นด่า หลินอวิ๋น คล้ายว่าจะกวนประสาทมัน ยี่! “โลกนี้มีัแท้จริง หลงเหลืออยู่ที่ไหน”
ชายวัยกลางคนเห็นหลินอวิ๋นจับกระดูกสัตว์อสูร โบราณขึ้นมาถือ เขาจะรีบกล่าวขึ้นเสียงทันที “เ้าหนุ่มหากไม่ซื้อ ก็อย่ามาเกะกะหน้าร้านของข้า”
หลินอวิ๋นวางของในมือลง ปรายตามองของล้ำค่า มีอยู่มากมาย จู่ๆ เขาไปสะดุดต้นไม้บางอย่าง บังคับร่างโครงกระดูก ชี้ไปที่ต้นไม้โลหิต มีอยู่หลายต้นทันที
อย่างไรเขาก็เกิดมาจากต้นไม้โลหิต หากได้ดูดซับเืโลหิตค้างอยู่ น่าจะยกระดับขัดเกลา ศักยภาพได้ดีเยี่ยมเชียว
แม้หลายคนจะรู้สถานที่เกิดของต้นไม้โลหิต ใบสีแดงเืชนิดนี้ เป็เหมือนดั่งความตายก็ตาม
“หากข้าจะเหมาต้นไม้โลหิตทั้งหมด ราคาเท่าไหร่” คำพูดของหลินอวิ๋นดัดเสียงกล่าวออกมา
ชายวัยกลางคนเ้าของแผงร้านค้า เปลี่ยนท่าทีของเขาโดยพลัน “เอ่อ ต้นไม้โลหิต ข้ามีอยู่ตรงนี้ 5ต้น แต่ยังมีเหลือด้านหลังอีก30ต้นได้ หากคุณชาย้าทั้งหมด หินปราณระดับต่ำ 300ชั่งขอรับ”
กู่เหยาในน้ำเต้ารีบส่งเสียงเตือนเมื่อมันรับรู้ราคาของล้ำค่า ดีกว่าหลินอวิ๋นตอนนี้ “นายท่านแพงเกินไป หากเราจ่ายด้วยหินปราณระดับกลางที่ข้ามี น่าจะต่อรองราคา เหลือ200ชั่งได้เชียว”
แม้มันจะรู้สึกเ็ปใจหินปราณ สะสมไว้มาตลอดทั้งชีวิต กำลังถูกหลินอวิ๋นผลาญใช้ต่อหน้าก็ตาม
หลินอวิ๋นรีบตอบเสียงเรียบผ่านโครงกระดูก “200ชั่ง” ก่อนจะเผลอทำเสียงเด็กหลุดออกมา
จนต้องรีบกระแอมไอ แค่ก! แค่ก! แล้วดัดเสียงให้ทุ้มต่ำลง “จ่ายด้วยหินปราณระดับกลาง เป็อย่างไรเถ้าแก่?”
อีกฝ่ายได้ยินพลางพยักหน้า รัวๆ เมื่อเห็นท่าทีหลินอวิ๋น พร้อมจะถอนการเจรจาของพวกเขาลงไป
ซึ่งร้านแผงลอยอื่นๆ หูผึ่ง ตั้งขึ้นรอแย่งลูกค้า หลุดมือกันอยู่แล้ว เผยสีหน้า เสียดายขึ้นมา
ผู้คนนั่งจิบชา ได้ยินหินปราณระดับกลางมีคนเอามาใช้ ยังหรี่ดวงตามอง เล็กๆ “ใช้หินปราณระดับกลาง ซื้อขายของล้ำค่าเชียวรึ”
อย่างไรหินปราณระดับกลาง ถือว่าหายาก เหมาะแก่การใช้เร่งการฝึกฝนเป็อย่างยิ่งจากความบริสุทธิ์ ทุกคนต่างก็ไม่อยากสูญเสียของสิ่งนี้ไปโดยง่าย หากไม่จำเป็จริงๆ
แต่หลินอวิ๋น กลับเอามาใช้ ซื้อสมุนไพรของล้ำค่าอย่างไม่ลังเล
แถมเขายังเลือกซื้อของจากเถ้าแก่ลู่ชางอีก2-3ชิ้น ให้ชายวัยกลางคน ต้อนรับขับสู้ พูดคุยอย่างเป็กันเอง ประหนึ่งพบเจอคุณชายใช้เงินทองมือเติบ มาถลุงคลังสมบัติก็มิปาน
ซึ่งหลินอวิ๋นจะเผยอาวุธดาบยาวโลหิต ‘ติดตัว’ ออกมาใช้ภายนอกไม่ได้ จึงจำเป็ต้องซื้อดาบเหล็กขึ้นสนิม ไม่ธรรมดามาเล่มหนึ่งใช้แทน กับแผ่นยันต์ค่ายกลป้องกัน อีกนิดหน่อย
ส่วนอักขระภาษาเทพโบราณชุดหนึ่งที่เขาไม่เข้าใจ ก็น่าสนใจไม่เบาที่เอ่ยบอกพ่อค้าเถ้าแก่ลู่ชาง ออกไปตรงๆ “แผ่นทองอักขระไม่สมบูรณ์ ท่านช่วยแถมของสิ่งนี้ ให้ข้าได้หรือไม่?”
เมื่อส่งถุงใส่หินปราณระดับกลาง กว่า500ชั่งออกไป
เถ้าแก่ลู่ชางทำท่าคิดผลกำไร ก็ยิ้มละไมเอ่ยอธิบายออกมา “จริงอย่างที่คุณชายว่า มีจอมยุทธ์หลายคนทักแผ่นทองอักขระ ชิ้นนี้ ไม่สมบูรณ์อยู่บ่อยๆ”
ก่อนชายวัยกลางคนหยิบแผ่นทองอักขระขึ้น ส่งให้หลินอวิ๋น “เช่นนั้นข้ามอบให้คุณชาย ถือว่าเป็การเริ่มต้นทำการค้าครั้งแรกของพวกเรา…แล้วมีอย่างอื่นที่คุณชาย้าอีกหรือไม่ อย่างเช่น โอสถเสริมกายฝึกฝน่ต้น”
หลินอวิ๋นส่ายหัวเขาแค่ขอดูแผนที่เท่านั้น…เมื่อเห็นพื้นที่แคว้นต้าเหยียน อยู่ห่างไกลจากแคว้นเป่ยหลิงของที่นี่มากโข แทบจะเป็คนละทวีปกันเลยก็ว่าได้
พลางลอบส่ายหัวคิดในใจ ‘เกรงว่าเวลานี้ คงกลับไปแคว้นต้าเหยียน ส่งคืนกระดาษสัญญาหมั้นหมาย ไม่ได้แล้วซินะ’
ขณะหลินอวิ๋นเดินไปรอโต๊ะรับรองแขก…มีกลุ่มจอมยุทธ์ระดับสูงนั่งจิบชา พวกเขาลอบปรายตามองหลินอวิ๋น เป็หมูตัวอ้วนพีกันแล้ว ที่รอโอกาส่ชิง ของล้ำค่าของอีกฝ่าย
หลินอวิ๋นปลอมตัวท่าทางประหลาด เต็มไปด้วยผ้าพันตัว โพกปกปิดจนหนา ไม่ได้แสดงท่าทีใดออกมา ระหว่างรอรับของล้ำค่าที่เหลือ
โต๊ะติดหน้าต่างชั้นที่2 ส่งกลิ่นหอม จางๆ พัดโชยมาจากกลุ่มหญิงสาว3คน แต่งตัวปกปิดสีขาวมิดชิด แถมสวมหมวกไม้ไผ่สาน มีผ้าบางปิดกั้นใบหน้า พวกนางไม่ได้มีท่าที สนใจคนรอบๆ แต่อย่างใด
ก่อนในกลุ่มสตรีนางหนึ่ง จิบชาทำท่าทางดูเบื่อโลก เห็นหลินอวิ๋น มานั่งโต๊ะถัดจากพวกนางเพียงลำพัง
จู่ๆ ฉู่หลานภายใต้หมวกไม้ไผ่สานมีผ้าบางปลิวไสว นางจะหรี่ดวงตาเล็กแคบลง เมื่อเห็น่จังหวะมือขาว น้อยๆ หลินอวิ๋น เอื้อมไปหยิบถ้วยชา “เด็กงั้นหรือ?”