ตอนที่หนึ่งร้อย ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ 3
อันที่จริงผมไม่ได้รังเกียจการส่งตัวละครของผมไปเรียนหนังสือหรือไปเป็นนักผจญภัยเพราะทางเทคนิคมันคือการเก็บค่าประสบการณ์และทำให้ตัวละครของเรามีทักษะที่เพิ่มมากขึ้นได้มากกว่าการอยู่เป็นท่านผู้นำสูงสุดของประเทศอยู่เฉยๆ
ถึงแม้ว่าอาจจะมีสงครามล้างจักรวาลกันอยู่ข้างหนึ่งแต่ท่านจักรพรรดิดันไปเรียนหนังสือหรือจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจที่อีกมุมหนึ่งของกาแลกซี่มันจะดูแปลกๆก็ตามแต่มันก็เป็นไปตามระบบเกมส์
ผมจะทำอย่างนั้นเลยเขินๆในตอนที่จักรวรรดิของผมยัง“สงบสุข”ที่แปลว่าไม่ได้มีสงครามระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการแต่มีการรบกับโจรสลัดนั้นไม่นับว่าประเทศชาติเกิดภาวะสงคราม
เลยเอาเวลามาศึกษาเล่าเรียนเพิ่มทักษะตนเองก่อนได้
ข้อเสียของการที่คนไม่เป็นอมตะคือ
เรามีเวลาจำกัดคิดว่าการที่ท่านผู้นำไปเรียนแล้วเสียเวลาที่ท่านผู้นำจะให้โบนัสในการปกครองหรือทำเรื่องราวต่างๆในอาณาจักรได้น้อยลงไปเพราะอายุขัยของตัวละครนั้นมีจำกัด
ก็ทำให้คนละทิ้งการเรียนได้
จงเรียนรู้เหมือนเราจะมีชีวิตอยู่ตลอดกาล
ผมทำอย่างคำขวัญนี้ได้ในที่สุดเพราะชีวิตของผมจะมีอยู่ตลอดกาลหากไม่โดนฆ่าตายเสียก่อนว่าอย่างนั้น
หากเรามีอายุขัยจำกัดก็อาจจะต้องให้ท่านผู้นำใช้ทักษะทางการเมืองต่างๆคอยรักษาความสงบในอาณาจักรทำสงคราม หรือเร่งผ่านกฎหมายก่อนที่ท่านผู้นำคนนั้นจะเสียชีวิต
แต่การมีผู้นำที่เป็นอมตะที่ทำให้เราสามารถค่อยๆสร้างจนท่านผู้นำของเรากลายเป็นคนเก่งกาจเหนือกว่ามนุษย์หรือเอเลี่ยนใดใดในจักรวาลได้หากเราไปทำเควสต์หรือผจญภัยมากเพียงพอ
การทดสอบเรียนหนังสือหรือทำข้อสอบต่างๆ
ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เก็บค่าประสบการณ์ในตัวละคนท่านผู้นำของตนเองได้
อันที่จริงจักรวรรดิของผมมีเทคโนโลยีพลังจิตที่ก้าวหน้าอย่าง
Mind Meld
ประสานจิตใจ
ที่สามารถส่งต่อความรู้ให้กันและกันหรืออาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกศิษย์ได้และจะมีทักษะด้วยความรวดเร็วมากขึ้น
สามารถส่งต่อประสบการณ์การเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักการทหารได้ภายในพริบตา
หรือเครื่อง
Memory chair
เก้าอี้ความทรงจำ
ที่พวกนักบินหรือคนขับหุ่นวอล์กเกอร์ของกองทัพจะสามารถฝึกซ้อมจากความทรงจำของอดีตนักบินของจักรวรรดิได้
แต่มันคือของราคาแพงที่ผมสังเกตว่าโรงเรียนรัฐบาลPublic school ของจักรวรรดิของผมนั้นมีไม่มากเท่าที่ควร
เนื่องด้วยโรงเรียนรัฐบาล Public school นั้นต้องรองรับคนหมู่มากในการศึกษาภาคบังคับ
ทำให้งบประมาณมหาศาลเลยต้องลดคุณภาพลง
Private school โรงเรียนเอกชน
ที่ชนชั้นขุนนางหรือชนชั้นสูงที่ร่ำรวยใช้กันนั้นมีคุณภาพที่ดีกว่า
เพราะสามารถมีข้าวของราคาแพงและบุคลากรที่คุณภาพดีมากกว่าได้
ผมจำได้ว่าผมต้องต่อสู้ด้วยแต้มทางการเมืองพอสมควรเลยทีเดียวกว่าจะสามารถออกกฎหมายโรงเรียนรัฐบาล Public school
ออกมาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงการศึกษาได้
แต่ท่าทางมันไม่ได้ผลเท่าที่ควรนั่นล่ะนะ
คนที่ผ่านการศึกษา
ไม่ได้มีทุกคนที่พยายามจะเข้ารับการทดสอบหรือสมัครเข้าทำงานรับใช้รัฐเพื่อจะได้มีสิทธิทางการเมือง
ผมได้ค้นพบความจริงว่า
ไม่รู้ว่าข้อสอบยากเกินไปหรือประชาชนขี้เกียจกันแน่
ที่ประชาชนไม่ผ่านการทดสอบพื้นฐานภาครัฐด้วยซ้ำ
มันทำให้ผมในฐานะคนที่มาจากโลกที่ล้าหลังกว่ารู้สึกผิดหวังพอสมควรที่ผมได้คะแนนเต็มจากการทดสอบพื้นฐานเข้ามาเป็นประชารัฐที่มีสิทธิออกเสียงได้
ท่านได้รับค่าประสบการณ์200 exp
ผมรู้สึกว่าประชาชนในโลกอนาคตมันควรจะเก่งกว่านี้นะ
ทำไมถึงสอบพื้นฐานตรงนี้ไม่ผ่าน?