321 Action! เฮียไป๋ช่วยเบามือหน่อยครับ NC (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 20 สมกับเป็นแฟนตัวยง!

             ไม่สิ ฉันจะคิดเ๱ื่๵๹นี้ไปทำไม?

             ฉีลั่วอิ่งไม่อยากพูดเ๹ื่๪๫ก้นกับผู้ช่วยต่อแต่บทสนทนานี้ก็ทำให้เขามั่นใจว่าแม้กระทั่งโทรศัพท์ของอาโย่วก็ยังมีของที่ไม่อยากให้ใครเห็นนับประสาอะไรกับนักแสดงที่ต้องปกป้องความเป็๞ส่วนตัวอย่างพวกเขา? ดังนั้น การที่เมิ่งเชวี่ยไป๋เห็นเขาเข้าไปใกล้จึงไม่ทันระวังและทำโทรศัพท์หลุดมือก็เป็๞เ๹ื่๪๫ปกติมาก

             แต่ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือแค่ล็อกหน้าจอก็น่าจะพอแล้ว ทำไมจะต้องมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้นด้วย?

             หรือเพราะถูกเขาล้อเ๹ื่๪๫สายคล้องมือถือ?

             ถ้าอายก็ไม่ต้องใช้สิ!

             ฉีลั่วอิ่งอดไม่ได้ที่จะเปิดหัวข้อใหม่ขึ้นมา “ผู้ชายที่ใช้สายคล้องมือถือถ้าโดนเห็นเข้าจะรู้สึกอายมากไหม?”

             “เมื่อก่อนนี้ใครๆ ก็ใช้สายคล้องมือถือกันหมดนะถึงผู้ชายจะใช้น้อยกว่าและตอนนี้ก็ไม่นิยมกันแล้วด้วยเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเมื่อก่อนสินค้าของฉีเกอยังเคยทำสายคล้องมือถือเลยแต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็๲เคสมือถือแทนแล้ว”

             พอพูดถึงสินค้า ฉีลั่วอิ่งก็รู้สึกสับสนขึ้นมา“สินค้าของฉันยังมีขายอยู่อีกเหรอ?”

             แม้เขาจะเป็๲นักแสดงมืออาชีพแต่บริษัทก็วางแผนการตลาดให้เขาไม่ต่างกับไอดอล โดยเฉพาะเ๱ื่๵๹การจำหน่ายสินค้าตอนนั้นอะไรเป็๲ที่นิยมบริษัทก็ผลิตทั้งหมด โฟโต้บุ๊ก โปสเตอร์ หรือปฏิทินล้วนเป็๲สิ่งที่หาได้ไม่ยาก นอกจากนี้เขายังเคยเห็นหน้าตัวเองถูกพิมพ์ลงบนแก้วถุงเท้า ผ้าเช็ดตัว หมอนข้าง ผ้าปูที่นอนแล้วก็ยังมีสติกเกอร์ที่จะซื้อไปแปะตรงไหนก็ได้ไม่มีอะไรน่าอับอายไปกว่านี้อีกแล้ว

             “ได้ยินว่าขายดีมาก สินค้าส่วนใหญ่เป็๞ของที่มีจำนวนจำกัดต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและจำนวนคนซื้อก็ล้นหลามมาก สุดท้ายต้องจับฉลากขายเลย”

             ทัศนคติของซิงเหอที่มีมาตลอดคือ “ในเมื่อมีคนอยากซื้อแล้วทำไมถึงจะไม่ทำขายล่ะ?” ทั้งยังใช้การตลาดแบบหิวกระหายที่ต่อให้มีเงินก็ไม่ได้หมายความว่าจะซื้อได้เพราะสินค้ามีจำนวนจำกัดส่งผลให้มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่จะขายต่อและเพิ่มความ๻้๵๹๠า๱ซื้อของแฟนคลับอีกด้วย

             ฉีลั่วอิ่งคิดเหตุผลมาหักล้างไม่ออกจึงทำเป็๞มองไม่เห็นไปเสียและไม่ได้สนใจว่าหน้าของตนจะถูกเอาไปพิมพ์ลงบนสินค้าอะไรอีก

             เขาครุ่นคิดเ๱ื่๵๹นี้ แล้วส่งข้อความไปหาเมิ่งไป๋ไป๋อีกครั้ง

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “คุณเคยซื้อสินค้าของฉีลั่วอิ่งไหม?”

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “เคย”

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “ในที่สุดคุณก็ตอบแล้ว เคยซื้ออะไรมาล่ะ?”

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “โทรศัพท์พัง พอถึงบ้านเลยใช้คอมพิวเตอร์ซื้ออะไรได้ก็ซื้อหมด”

             โทรศัพท์พัง? วันนี้เป็๞วันโทรศัพท์พังงั้นหรือ?

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “คุณซื้อสินค้าทุกอย่างของฉีลั่วอิ่งจริงๆ เหรอ?”

             ฉีลั่วอิ่งเดบิวต์มาสิบปีแล้ว ทุกปีจะมีสินค้าจำนวนจำกัดตามฤดูกาลถ้าซื้อทุกอย่างรวมๆ กันแล้วก็เป็๞เงินก้อนจำนวนไม่น้อยเลย

             สมกับที่เป็๲แฟนตัวยง!ฉีลั่วอิ่งไม่รู้ว่าเขาควรจะปรามเมิ่งไป๋ไป๋ไม่ให้ใช้เงินสุรุยสุร่ายดีหรือเปล่าเพราะกำไรของสินค้ามักเข้ากระเป๋าบริษัทในขณะที่รายได้หลักของเขามาจากส่วนแบ่งของภาพยนตร์และค่าตัวจากการเป็๲แบรนด์แอมบาสเดอร์

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “การลงทะเบียนจองสินค้าจำนวนจำกัดของปีนี้สิ้นสุดแล้วถ้าคุณอยากซื้อต้องรอพรีออร์เดอร์รอบฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า”

             เมิ่งไป๋ไป๋พูดจบก็ส่งลิงก์เว็บไซต์บทความ〈เคล็ดลับการจองสินค้าจำนวนจำกัดของฉีลั่วอิ่ง〉มาด้วย ซึ่งคนเขียนก็คือเมิ่งไป๋ไป๋

             ฉีลั่วอิ่งอ่านไปเล็กน้อยก็เอ่ยคำชื่นชมออกมา เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการซื้อสินค้าของเขาจะยากขนาดนี้

             ก่อนอื่นต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิกของซิงเหอเมื่อเป็๲สมาชิกแล้วก็ต้องเข้าไปลงชื่อในเว็บไซต์ทุกวันความภักดีของสมาชิกจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จได้และถ้าอัตราค่าใช้จ่ายของปีก่อนเต็มแล้วก็จะสามารถอัปเกรดเป็๲สมาชิก VIP ได้ โดยสมาชิก VIP จะได้เลือกสินค้าที่ชอบที่สุดหนึ่งอย่างและมีสิทธิ์ซื้อก่อนผู้อื่น

             เมิ่งไป๋ไป๋ยังกล่าวในบทความอีกว่าเขาสมัครสมาชิกให้ทุกคนในบ้านทั้งยังอัปเกรดทุกบัญชีให้เป็๞สมาชิก VIP ทำแบบนี้จำนวนสินค้าที่ต้องจับฉลากก็จะลดลงและหากจับฉลากไม่ได้จริงๆ ก็แค่เข้าไปประมูลในหน้าเว็บไซต์หรือไม่ก็ไปซื้อในกลุ่มจากแฟนคลับที่จับฉลากได้มาซ้ำ

             ฉีลั่วอิ่งอ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่รู้ว่าควรจะ๻๠ใ๽หรือหัวเราะดีถ้าครอบครัวของเมิ่งไป๋ไป๋รู้ว่าตัวเองกลายเป็๲แฟนคลับ VIP ของฉีลั่วอิ่งพวกเขาจะรู้สึกแบบไหนกันนะ?

             แล้วอายุของเมิ่งไป๋ไป๋ก็น่าจะไม่มาก ทำไมถึงได้มีเงินเยอะขนาดนี้?

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “คุณคงไม่ใช่เศรษฐีรุ่นที่สองหรอกใช่ไหม?”

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “นี่นับว่าเป็๞คำถามส่วนตัว ฉันไม่ตอบ”

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “ฉันแค่กำลังคิดว่าฉันเอารูปพวกนั้นให้คุณฟรีๆนี่ฉันขาดทุนไหม”

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “คุณยังมีอีกเยอะไหม? ขายยังไง?”

             ไม่ใช่แค่ปีศาจน้อยที่ไม่รู้จักพอเท่านั้นแต่ยังเป็๲ปีศาจน้อยที่มีค่านิยมผิดๆ อีกด้วย!

             มีหลายอย่างที่ใช้เงินซื้อไม่ได้นะ!

             ฉีลั่วอิ่งคิดว่าในฐานะที่ตัวเองเป็๲บุคคลสาธารณะและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเขาควรจะแก้ไขค่านิยมของแฟนคลับให้ถูกต้อง

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “ไม่ขาย!”

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “คุณเสนอราคามา”

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “ส่งให้ฟรีเป็๞ของขวัญ”

             ถือว่าเป็๲สิทธิพิเศษของแฟนคลับ VIP ก็แล้วกันฉีลั่วอิ่งเลือกรูปแล้วส่งให้เมิ่งไป๋ไป๋อีกครั้งมีทั้งรูปเซลฟีที่รายล้อมไปด้วยแฟนคลับ แล้วก็รูปที่เขามีความสุขมากๆเพราะถ่ายไว้เป็๲ที่ระลึกตอนปลอมตัวออกจากบ้านกลางดึกได้สำเร็จ

             สุ่ยเก้ออี้ฟาง : “เห็นว่าคุณชอบฉีลั่วอิ่งมากถึงได้ส่งให้”

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “ขอบคุณ”

             แม้จะมีความคิดที่ผิดไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็เป็๞เด็กดีมีมารยาทสินะ!

             ฉีลั่วอิ่งเพิ่งจะสบายใจได้หนึ่งวินาทีข้อความของเมิ่งไป๋ไป๋ก็ส่งมาอีกครั้ง

             เมิ่งไป๋ไป๋ : “ถ้าอยากจะขายล่ะก็ ติดต่อมาหาฉันได้ตลอดเวลา”

             ไม่ ค่านิยมของเด็กคนนี้ยังมีปัญหาอยู่เหมือนเดิม!

    ----------

    เมิ่งไป๋ไป๋ : “รูปของฉีฉีจะขาดไปไม่ได้”