เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 นี่คือสิ่งที่ฉันต้องแบกรับงั้นหรือ?

            ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขตบ้านพักทหารดูจะคึกคักเป็นพิเศษเริ่มจากป้าหวังที่ป่าวประกาศว่าจะย้ายกลับบ้านเกิด เธอพาลูกสะใภ้และหลานๆอีกหลายคนจากไปพร้อมกันหมด แม้แต่เครื่องเรือนก็ยังประกาศขายทิ้งจนเกลี้ยง

            ชีชีรู้สึกแปลกใจจึงเอ่ยถามลู่เหย่“คุณคะ ป้าหวังบอกว่าจะกลับบ้านเกิดแล้วทำไมต้องขายเครื่องเรือนทิ้งหมดเลยล่ะ? พอกลับมาอีกครั้งก็ต้องซื้อใหม่อยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”

            “คงกลับมาไม่ได้แล้วล่ะ”

            “เอ๊ะ? ทำไมล่ะคะ?”

            “ผู้บังคับกองพันหวังถูกลดตำแหน่งลงสามขั้นรวดครอบครัวเลยหมดสิทธิ์พำนักในเขตทหาร ต้องถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดตามระเบียบ”

            ชีชีเบิกตากว้าง“เรื่องนั้นได้ข้อสรุปแล้วหรือคะ?”

            “อืม”

            “แล้วทำไมไม่เห็นคุณเล่าให้ฉันฟังเลย?”

            “ก็เพราะผลที่ออกมามันไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดไว้น่ะสิ”

            “ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นสักหน่อย”

            “ผลการตรวจสอบคดีของท่านผู้เฒ่าหม่าออกมาแล้ว เขาถูกใส่ร้ายตอนนี้ได้รับการคืนตำแหน่งเดิมทั้งหมด”

            “รวดเร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

            ชีชีลอบอุทานในใจระบบของหม่าหลงนั่นดูท่าจะร้ายกาจไม่เบาจริงๆ

            “ก็ใช่น่ะสิ คนในครอบครัวทั้งหมดต่างได้กลับไปทำงานที่หน่วยงานเดิมมีเพียงหม่าหลงคนเดียวที่ต้องย้ายมาประจำการที่เขตทหารของเรา”

            “อ้อ? อย่างนี้พวกคุณก็ต้องกลายเป็นสหายร่วมรบกันแล้วสิคะ?”

            “คงจะอย่างนั้นแหละเขาถูกคาดหมายว่าจะมาแทนตำแหน่งเดิมของผู้บังคับกองพันหวัง”

            “ถ้าอย่างนั้น เขาก็จะมีตำแหน่งสูงกว่าคุณน่ะสิ?”

            “อืม”

            “แล้วชีหมิงเยว่ล่ะคะ?”

            “เรื่องของชีหมิงเยว่ก็ตรวจสอบชัดเจนแล้ว เธอไม่เพียงแต่ไม่มีความผิดแต่ยังได้รับความดีความชอบอีกด้วย”

            “ความดีความชอบ? เธอไปทำอะไรมาคะ?”

            “เธอบริจาคเงินก้อนที่ทางบ้านให้มาให้กับโรงพยาบาลทหารส่วนกลางเพื่อจัดซื้อยาสามัญและอุปกรณ์การแพทย์ชุดใหญ่”

            “ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยนะ?”

            “เขามีหลักฐานยืนยัน ทางโรงพยาบาลส่วนกลางส่งรายการจัดซื้อมาให้ดูด้วย”

            “ต่อให้มีรายการจัดซื้อแต่มันก็พิสูจน์ไม่ได้นี่คะว่าเงินก้อนนั้นมาจากเธอจริงๆ?”

            “เรื่องนี้ยังต้องให้บอกอีกหรือ? ก็มีคนหนุนหลังอยู่น่ะสิ”

            “หึๆ สรุปว่าเรื่องนี้มีแค่ผู้บังคับกองพันหวังคนเดียวที่ซวยสินะคะ”

            “ก็คงต้องพูดอย่างนั้น แต่อย่างน้อยก็ยังมีข่าวดีอยู่เรื่องหนึ่งนะ”

            “ข่าวดีอะไรคะ?”

            “หลี่เฉิงเต๋อถูกตัดสินโทษแล้ว... จำคุกตลอดชีวิต”

            “นี่ก็มีคนหนุนหลังเหมือนกันใช่ไหมคะ? ก่อเรื่องไว้ตั้งมากมายขนาดนั้นแต่กลับไม่โดนโทษประหารเนี่ย”

            “แน่นอนอยู่แล้ว เข้าไปข้างในแค่ทำตัวดีๆ ก็ยื่นขอลดหย่อนโทษได้ เผลอๆไม่ถึงสองปีก็ออกมาเดินลอยหน้าลอยตาได้แล้วล่ะ”

            “โลกนี้มันเป็นยังไงกันไปหมดนะ? ไม่มีที่ไหนให้พูดจาตามหลักเหตุผลได้เลยหรือไง?”

            “ถ้าอยากจะเรียกร้องความยุติธรรมก็ต้องตะเกียกตะกายขึ้นไปอยู่บนที่สูงให้ได้ สำหรับชาวบ้านธรรมดาๆ น่ะ... มันยาก”

            ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันรถบรรทุกคันหนึ่งก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูบ้านข้างๆชีชีชะเง้อคอออกไปมอง “บ้านข้างๆมีเพื่อนบ้านใหม่ย้ายมาหรือคะ?”

            “น่าจะใช่”

            “เราควรจะออกไปทักทายหน่อยไหมคะ?”

            “คนที่รู้ความ เขาจะเดินมาทักทายเราเองนั่นแหละ”

            ในเมื่อลู่เหย่กล่าวเช่นนั้นชีชีจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจอีก ทว่าสามวันต่อมาชีชีกลับได้เห็นชีหมิงเยว่ในชุดเครื่องแบบทหารเดินสง่าผ่าเผยเข้ามาในเขตบ้านพักทหารอย่างหน้าตาเฉย มิหนำซ้ำเธอยังเดินไปเคาะประตูบ้านข้างๆ ของชีชีเสียด้วย และสิ่งที่ทำให้ชีชีประหลาดใจยิ่งกว่าคือคนที่อาศัยอยู่บ้านข้างๆ กลับกลายเป็นหม่าหลง

            ชีชีรู้สึกอารมณ์บูดขึ้นมาทันทีผู้ชายคนที่เคยประกาศกร้าวอย่างหนักแน่นว่าจะมาสานสัมพันธ์ครั้งเก่ากับเธอทั้งที่รู้เต็มอกว่าชีหมิงเยว่กลับมาเพื่อล้างแค้น

            แต่เขากลับยังทำตัวพัวพันคลุมเครือกับผู้หญิงคนนั้นแค่จุดนี้จุดเดียว ค่าคะแนนความประทับใจที่ชีชีมีต่อเขาก็ติดลบจนหมดสิ้น

            แน่นอนว่าชีชีไม่ได้อยากจะมีอะไรลึกซึ้งกับเขาจริงๆ อยู่แล้ว เพียงแต่เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าคนอย่างหม่าหลงนั้นเชื่อถือไม่ได้เลย

            เพราะท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวในชาติก่อนเกิดอะไรขึ้นบ้างเธอก็ไร้ซึ่งความทรงจำและไม่มีหลักฐานให้พิสูจน์ทุกอย่างล้วนรับฟังมาจากปากของชีหมิงเยว่และหม่าหลงทั้งสิ้นแล้วพวกเขาสองคนจะไม่ร่วมมือกันโกหกหรือ? จะไม่มีแผนการร้ายอะไรซ่อนอยู่เลยหรืออย่างไร?เมื่อคิดได้ดังนี้ชีชีจึงตัดสินใจที่จะอยู่ห่างจากคนทั้งสองให้มากที่สุด แต่บางคน...ต่อให้คุณจะหลบเลี่ยงอย่างไรก็หนีไม่พ้น

            ทันทีที่ชีหมิงเยว่เดินจากไปหม่าหลงก็ตรงเข้ามายืนเคาะประตูรั้วบ้านของชีชีทันที

            “ชีชี ผมย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ คุณแล้วนะ คุณรู้หรือยัง?”

            “ตอนนี้รู้แล้วค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”

            “ผมแค่อยากจะอธิบายให้คุณฟังว่าที่ผมยังต้องติดต่อกับชีหมิงเยว่ก็เพราะเธอยังมีประโยชน์ต่อผมอยู่บ้างแต่วางใจได้เลยนะ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอไม่มีอะไรเกินเลยแน่นอนคุณอย่าเข้าใจผิดไปล่ะ”

            ชีชีเหลือบมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ“คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องพวกนี้ให้ฉันฟังหรอกค่ะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”

            “ชีชี ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้ล่ะ? ทั้งที่พวกเรา...”

            “ทั้งที่พวกเราเพิ่งจะเจอกันเป็นครั้งที่สอง แต่คุณกลับพูดเรื่องประหลาดๆกับฉันมากมาย ไม่คิดว่ามันเสียมารยาทไปหน่อยเหรอคะ?”

            “คุณไม่เชื่อผมเหรอ?” หม่าหลงชะงักไปครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด

            “ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วยล่ะ? คำพูดพวกนั้นของคุณลองไปสุ่มถามใครดูสิ ใครเขาจะเชื่อลง?”

            หม่าหลงกำหมัดแน่นก่อนจะค่อยๆคลายออก“ชีชี ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองผมจะทำให้คุณเชื่อว่าทุกคำที่ผมพูดคือความจริง”

            “ไม่จำเป็นค่ะ สามีฉันไม่อยู่บ้าน คงไม่สะดวกเชิญคุณเข้ามานั่งข้างในเชิญค่ะ”

            “ชีชี...”

            “น่ารำคาญจริงๆ”

            ชีชีปิดประตูใส่หน้าเขาด้วยความหงุดหงิดหากเจ้าหมอนี่ยังตามตอแยไม่เลิก ชีชีก็ไม่เกี่ยงที่จะชิงระบบของเขามาเสียเลยอยากจะรู้นักว่าถ้าไม่มีมันแล้วเขาจะยังรุ่งเรืองในหน้าที่การงานได้อีกไหม

            อย่างไรก็ตามชีชีไม่ใช่คนไร้เหตุผล เธอไม่มีทางเที่ยวไปช่วงชิงของล้ำค่าของใครส่งเดชยกเว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะมาหาเรื่องเธอ หรือเป็นคนโฉดชั่วช้าเกินเยียวยาถึงตอนนั้นชีชีจะไม่มีวันปรานีเด็ดขาด

            เมื่อลู่เหย่กลับมาถึงบ้านและเห็นประตูรั้วปิดสนิทเขาก็รู้สึกแปลกใจเพราะปกติในเขตบ้านพักที่รู้จักมักคุ้นกันเช่นนี้ทุกบ้านจะเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อความสะดวกในการเข้าออกจะมีก็เพียงแต่ตอนเข้านอนหรือเวลาไม่มีคนอยู่บ้านเท่านั้นที่จะปิดประตูลงกลอน

            “มีอะไรหรือเปล่า? ทำไมถึงขังตัวเองอยู่แต่ในบ้านล่ะ?ใครมารังแกคุณหรือ?”

            “เปล่าค่ะ พอดีชีหมิงเยว่มา ฉันแค่ไม่อยากเห็นหน้าเธอ”

            “เธอมาหาเรื่องคุณอีกแล้วเหรอ?”

            “เปล่าค่ะ เธอไปบ้านข้างๆ”

            “บ้านข้างๆ? เธอรู้จักเพื่อนบ้านใหม่ของเราด้วยเหรอ?”

            “ดูท่าทางจะสนิทกันมากเลยนะคะ เข้าไปนั่งคุยอยู่ในบ้านตั้งนานสองนาน”

            “คุณรู้ไหมว่าบ้านข้างๆ เราใครมาอยู่?”

            “เห็นแค่ผู้ชายคนเดียวค่ะ คาดว่าครอบครัวน่าจะยังย้ายมาไม่ถึง”

            ที่ชีชีพูดเช่นนี้ก็เพราะหน่วยทหารมีกฎระเบียบอยู่เฉพาะผู้ที่แต่งงานแล้วเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอรับสวัสดิการบ้านพัก

            ส่วนคนโสดไม่ว่าจะมียศถาบรรดาศักดิ์สูงเพียงใดก็ต้องพักอยู่ในกรมทหารเท่านั้นซึ่งเรื่องนี้ยิ่งทำให้คะแนนความประพฤติของหม่าหลงในสายตาชีชีร่วงกราวลงไปอยู่ใต้เส้นคาดหวังเป็นผู้ชายที่มีพันธะมีภรรยาอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับมาพร่ำบอกคำรักปักใจกับเธอแบบนั้นไม่ใช่คนดีแน่นอน

            “มีแค่ผู้ชายอยู่บ้านคนเดียวแต่ชีหมิงเยว่กลับเข้าไปนั่งแช่อยู่ตั้งนานสองนานงั้นเหรอ?”

            “ก็ใช่น่ะสิคะ”

            “ผู้หญิงคนนี้ท่าจะป่วยจริงๆ แถมยังป่วยหนักเสียด้วย”

            “แล้วคุณจะเดือดเนื้อร้อนใจไปทำไม? หรือว่าแอบชอบเธอเข้าแล้วล่ะ?”

            “พูดจาเลอะเทอะอะไรกันผมก็แค่กลัวว่าเธอจะมาทำให้คุณพลอยเดือดร้อนไปด้วยต่างหาก”

            “เธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอกค่ะ”

            “ถึงอย่างนั้น คำนินทาของคนมันก็น่ากลัวนะ”

            ชีชีเบ้ปากแล้วเดินเข้าครัวไปเตรียมมื้อค่ำไม่ว่าจะเป็นชีหมิงเยว่หรือหม่าหลงก็ตาม ตราบใดที่พวกเขาไม่เดินมาหาเรื่องถึงที่ชีชีก็จะทำราวกับว่าพวกเขาไม่มีตัวตน แต่ถ้าคิดจะมาเสนอหน้าหาเรื่องเธอเมื่อไรละก็ชีชีจะทำให้คนพวกนั้นอยู่อย่างไม่เป็นสุขเลยคอยดู

            คืนนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นลู่เหย่ถึงได้ดูรีบร้อนและรุกหนักเป็นพิเศษเขาเริ่มไม่อยู่นิ่งตั้งแต่ยังอยู่ในห้องอาบน้ำเสียด้วยซ้ำหม่าหลงที่อยู่บ้านข้างๆ จึงต้องรับกรรมไม่ต่างจากที่ป้าหวังเคยเจอเขาต้องยืนรองน้ำเย็นรดตัวอยู่ครึ่งค่อนคืน กว่าจะข่มอารมณ์ร้อนรุ่มในกายให้สงบลงได้

            เดิมทีเขาวางแผนไว้ว่ารอให้สถานการณ์ทางฝั่งตนเองมั่นคงกว่านี้ก่อนแล้วค่อยชิงตัวชีชีกลับมาแต่แค่คืนแรกเท่านั้น เขาก็แทบจะทนไม่ไหวเสียแล้ว

            ลองคิดดูสิการที่ต้องมานอนทนฟังเสียงคนที่ตัวเองรักกำลังอี๋อ๋อกับชายอื่นโดยที่ไม่สามารถพุ่งไปต่อยหน้าไอ้หมอนั่นได้ ใครมันจะไปทนไหว?อย่างไรเสีย สำหรับหม่าหลงแล้ว...เขาจะไม่อดทนรอแม้เพียงวันเดียวอีกต่อไป

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808