ตอนที่หนึ่งร้อยแปด ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ11
อันที่จริงผมไม่คิดว่าการทำสงครามแบบเต็มรูปแบบจะทำให้ใครสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ยกเว้นพวกจักรกลหรือพวกผู้กลืนกินดวงดาว
เนื่องจากจักรกลสามารถพัฒนาตนเองได้
ผู้กลืนกินดวงดาวก็สามารถพัฒนาตนเองได้เช่นกัน
บางครั้งคุณภาพของกองทัพเราก็ไม่สำคัญเท่ากับปริมาณ
หากเรามียานที่สามารถเอาชนะ Megaform เมก้าฟอร์ม
ที่มีรูปร่างระดับยานรบได้สามตัวแต่หากเมก้าฟอร์มมีมากกว่าเราสิบเท่า
คนที่พ่ายแพ้ก็คงจะเป็นเรา
แต่แค่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าการสร้างยานอวกาศจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
จะทำทั้งพลังการเมืองและพลังการวิจัยของผมสามารถรับได้
ก็คือการเลี่ยงไปสร้างยานสำรวจที่จะมีพลังรบน้อยกว่า
แต่ไม่เปลืองพลังทางการเมืองของผมในการสร้างยานสำรวจออกมาจำนวนมาก
ก็คือการประนีประนอมอย่างหนึ่ง
Perfect is enemy of Good
ความสมบูรณ์แบบคือศัตรูของความดี
ว่ามันมีหนทางจากการคำนวณบนกระดาเปล่าที่จะทำให้จักรวรรดิของเราเติบโตด้วยความรวดเร็วที่สุดหาก“ไม่มีสิ่งนอกเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น”
แต่ความเป็นจริงไม่เหมือนการคำนวณด้วยกระดาษเปล่า
ผมมั่นใจว่ามันต้องมีเหตุการณ์ที่ผมคาดไม่ถึงเกิดขึ้นมาแน่ๆ
กรสร้างยานสำรวจจำนวนมากออกมาคือการที่ผมคิดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์และจำนวนยานรบรุ่นใหม่ที่ผมผลิตออกมา
อย่างที่มีคนบอกว่าไว้
ยานเอ็นเตอร์ไพรซ์แม้จะบอกว่าเปรียบเหมือน“ห้างสรรพสินค้าในอวกาศ”
แต่พลังการโจมตีและป้องกันก็ไม่เลว
ผมยังเชื่อตามหลักการว่าหากฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่นักการทหารระดับตำนานอย่างท่านข่าน
ไม่มีใครสามารถเอาชนะจำนวนยานรบที่มากกว่ากันสองเท่าได้
เท่ากับว่าแผนการของผมคือกำปั้นทุบดิน
ว่าพยายามใช้ทรัพยากรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้สร้างยานสำรวจอวกาศจำนวนมากที่สุดเท่าที่งบประมาณของผมจะรับไหว
แต่ก็นั่นล่ะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้
ผมถึงได้กำหนดการฝึกเอาไว้เป็นเวลาสักพักก่อนและจะกำหนดสถานที่แถวๆบริเวณจักรวรรดิของผมไว้ก่อนที่จะไปสำรวจส่วนที่ไกลจากผม
ซึ่งส่วนที่ไม่อยู่ในบริเวณไฮเปอร์เลนของจักรวรรดิของผมคือเป้าหมายอันดับแรก
เพราะแสดงว่ามันคือส่วนที่จักรวรรดิอื่นๆจะไม่ค่อยเดินทางที่ไม่มีไฮเปอร์เลน
ข้อดีของสายพลังจิตก็คือตรงนี้
เราเดินทางในบริเวณที่ไม่มีไฮเปอร์เลนเก่งกว่าสายอื่นๆ
เท่ากับว่าในอวกาศส่วนที่ไม่เจอกับไฮเปอร์เลนนั้นยากที่ผมจะเจอกับจักรวรรดิที่มีอำนาจใกล้เคียงกันนั่นเอง
ตามหลักการที่จะหาทางสู้แต่กับคนที่อ่อนแอกว่าอย่างผม
และผมยังสามารถหาทางหาสถานที่ที่มีดวงดาวที่เหมาะสมกับการขุดเหมืองแร่หรือการสร้างดาวศักดิ์สิทธิ์Holy World
ที่จะช่วยสร้างความสุขให้กับประชากรของผมหรือแต้มการเมืองเพิ่มมากขึ้นและค่าวิจัยพลังจิตเพิ่มมากขึ้นด้วย
นี่คือข้อดีของสายกรไปสำรวจอวกาศ
และนั่นมักจะเป็นสาเหตุที่อธิบายว่าทำไมแต่ละจักรวรรดิถึงต้องรบกันทำให้คนตาย
เพราะการขยายดวงดาวได้เจอดวงดาวที่ราวกับสมบัติมูลค่ามหาศาล
คือสิ่งที่จะทำให้จักรวรรดิของตนเองขยายอำนาจได้
ทั้งที่ทางเทคนิคหากไม่คิดอะไรมาก
แค่การอยู่ในดาวดวงเดียวในระบบสุรนิยะเดียวก็มีทรัพยากรมากพอที่จะอยู่ได้เรื่อยๆแทบจะเรียกว่าตลอดไปจนกว่าดวงอาทิตย์จะกลายเป็นดาวยักษ์แดง
แต่ทว่าเพราะความที่ต้องการดาวที่หายากและพื้นที่ตั้งที่เหมาะสมทั้งทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์
สงครามเลยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
การผจญภัยไปในอวกาศที่ชาวบ้านเขาไม่ไปกัน
ก็เป็นกลยุทธหนึ่งที่สหพันธ์ดวงดาวแห่งสตาร์เทรกนั้นขยายพื้นที่ได้เร็วมากกว่าอาณาจักรอื่น
ก็เพราเน้นการสำรวจอวกาศมากกว่าการยึดครองพื้นที่รอบๆตนเองแต่เพียงอย่างเดียว
ผมตัดสินใจสร้าง
Galaxy Map
แผนที่กาแลกซี่
ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีพลังจิต
ที่จะส่องแสงในบริเวณที่มีดาวที่มีสมบัติหรือสิ่งของมีค่าอยู่และจะช่วยเตือนว่าแถวไหนมีอันตรายอยู่นั่นเอง
ช่วงที่ต้องเล่นด้านสงครามผมไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้เท่าไรเพราะมีแผนที่พอใช้ได้อยู่แล้วจากระบบ
แต่การให้เรารู้ว่าที่ไหนมีสมบัติมากขึ้นก็ทำให้ไม่เสียเที่ยวหากเราสร้างยานสำรวจอวกาศไปอย่างไม่เสียเปล่า