“ เจ้าเด็กนี้สามารถรวม พลังได้ทั้งสี่ธาตุ หากมันขึ้นถึงระดับมหาเทพเจ้าได้ แม้แต่ข้าเองยังไม่แน่ว่าจะรับหมัดรวมธาตุของมันได้หรือเปล่า” องค์จักรพรรดิเอ่ยกับขันทีคู่ใจ
“ ท่านองค์จักรพรรดิอย่ากังวลเลยยังไงมันก็ไม่สามารถต้านทานปลอกแขนพิชิตจักรวาลของรัชทายาทได้แน่”
ในสนามประลอง รัชทายาทเริ่มอัดพลังเทพเจ้าเข้าไปปลอกแขนพิชิตจักวาล พอเต็มแล้วก็ปล่อยพลังออกมา ปลอกแขนกลายเป็นตัวกระบี่หลายพันเล่มพุ่งเข้าใส่เทียน ในแนวขนานไปกับพื้นดิน เทียนยังคงปล่อยหมัดพลังรวมธาตุทั้งสี่ใส่เข้าไปปะทะกับ กระบี่หลายพันเล่ม ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ กระบี่ล้วนแตกหักไปจนหมดสิ้น
แต่เทียนต้องถอยหลังไปหลายก้าวจนกระอักเลือดเช่นกัน แต่ว่าดาบสัตตะโลหะ ทั้งสอง กับดาบดามัสกัสยังคงพุ่งแหวกกระบี่พุ่งจู่โจมเข้าไปใส่ รัชทายาท ฉึก ๆ ๆ ดาบทั้งสามพุ่งทะลุร่าง รัชทายาท ทั้งสามเล่ม ผู้ชมส่งเสียงฮือฮา ดังขึ้น แต่รัชทายาทกลับไม่รู้สึกอะไร แผลที่เกิดขึ้นกลับหายไปอย่างรวดเร็ว
รัชทายาทเรียกเศษกระบี่ที่แตกหักกลับมาเป็นปลอกแขนพิชิตจักรวาลตามเดิม
แล้วหยิบน้ำเต้าเก็บวิญญานออกมาแล้วปล่อยวิญญานที่ถูกกักขังไว้ แล้วสั่งให้ไปทำร้ายเทียนทันที เทียนเห็นแล้วก็ตกใจ นี่มันวิญญานนับหมื่นดวงที่แท้มันก็เก็บเอาไว้ในน้ำเต้าใบนี้นี่เอง ชาติชั่วเสียงจริง ฆ่าคนเสร็จแล้วนำวิญญานพวกเขามาใช้อีก เทียนคว้ายันต์เก้ายอดที่ด้านหลังท้ายทอยออกมา แล้วโยนไปกลายเป็นตาข่ายรูปยันต์เก้ายอดอันใหญ่ครอบคลุมวิญญานที่ถูกควบคุมเหล่านี้ แล้วเทียนก็ใช้ไข่มุก ดูดวิญญานทั้งหมดเข้ามา
สาเหตุที่เทียนไม่ใช้ไข่มุกดูดมาโดยตรงแต่ใช้ยันต์เก้ายอดห่อวิญญานเหล่านี้ก่อน เพราะว่า เทียนเกรงว่าตัวไข่มุกจะทำลายวิญญานเหล่านี้ไปจนหมด เพราะเทียนต้องการจะสวดแผ่เมตตาไปให้เหล่าวิญญานเหล่านี้ก่อน
รัชทายาทเห็นเช่นนั้นก็โกรธมากพยามใช้น้ำเต้าดูดวิญญานกลับคืนมาก็ไม่ได้
จึงพุ่งเข้ามาหาเทียนโดยปลอกเหล็กได้กลายเป็นดาบยาวไปเรียบร้อย แล้วเข้าฟันเทียนอย่างรวดเร็ว แต่เทียนก็ใช้ดาบดามัสกัสรับได้อย่างสบาย เปรี้ยง เสียงดาบปะทะกัน เทียนถอยไปสองก้าว รัชทายาทพุ่งเข้ามาด้วยปลอกแขนทั้งสองซึ่งกลายเป็นดาบไปทั้งคู่แล้ว แต่สุดท้ายเทียนก็เร็วกว่า เทียนหายวับเข้าไปใกล้แล้วใช้ดาบตัดไปที่ลำตัวของรัชทายาท ฉัวะ ! ขาดเป็นสองท่อน ร่างส่วนหัวตกไปกองอยู่กับพื้นทันที แต่ร่างส่วนขายังยืนอยู่ เหล่าผู้ชมต่างเงียบกริบ ไม่มีใครส่งเสียงแม้แต่ผู้เดียว รัชทายาทยังลืมตามองด้วยความโกรธ แล้วใช้มือ ตบไปที่พื้นแล้วล่างส่วนบนก็กลับมารวมกันใหม่กับร่างกายส่วนล่าง รัชทายาทขยับไปมาซักแปบก็หัวเราะออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ร่างกายข้าเป็นอมตะ มนุษย์ธรรมดาอย่างเจ้า ไม่มีทางทำอะไรข้าได้ “
เทียนไม่สนใจ หยิบเม็ดบ๊วยที่ยังเหลืออยู่ ดีดเข้าใส่ใบหน้า และลำตัวไปหลายเม็ดเพื่อจี้จุดไม่ให้เคลื่อนไหว แล้วใช้จิตเคลื่อนย้ายร่างกายหายวับไปโผล่ที่ ด้านหน้ารัชทายาท แล้วฟันศอกขวาใส่เข้าที่ กรามซ้าย จนหน้าสะบัด แล้วใช้ศอกซ้ายฟันไปที่หน้าผากรัชทายาทอีก เปิดแผลแตกขึ้นมารัชทายยังมึนงงอยู่ เทียนใช้สองมือจับสันคอ โน้มลงมาตีเข่าเข้าไปที่ปลายคาง ดัง พล๊อก! รัชทายาทโดนดอกนี้เข้าไปค่อยๆรูดลงไปกองกับพื้น เทียนใช้มือซ้ายจับคอแล้วยกขึ้น
รัชทายาทที่ยังมึนทำอะไรไม่ได้ เทียนก็ใช้หมัดขวาต่อยรัวเป็นปืนกลที่ใบหน้าไม่หยุด นับได้ 80 หมัด ก็ปล่อยลงมา แล้วเตะผ่าหมากไปอีกที จนหงายหลังไปนอนแผ่หรา เทียนไม่หยุดแค่นั้น จับไปที่ขาข้างหนึ่งของรัชทายาท แล้วใช้พลังยกขึ้นแล้วฟาดร่างรัชทายาทลงไปที่พื้นไม่ยั้งและไม่นับด้วย ป้าบ ป้าบๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จนรัชทายาทแน่นิ่งไป เทียนกระทืบหัวจมดินไปอีกครั้ง
“ ว่าข้าเป็นมนุษย์ธรรมดา แล้วไง ไอ้เทพเจ้ากระจอก” เทียนตอบไปด้วยอารมณ์ล้วนๆ
ผู้ชมทั้งหมดล้วนตึ่นตะลึงที่เห็นสภาพแบบนั้น นี่เป็นไปได้อย่างไร นี่มันรัชทายาท
แห่งเมืองหลวงผู้ซึ่งมีพลังระดับเทพเจ้าเริ่มต้นเชียวนะ ทำไมโดนอัดซะ ปี่ป่นขนาดนี้ องค์ชายหลายคนต่างยินดีปรีดากันถ้วนหน้า ราชันทั้ง 7 ตกใจเช่นกัน
ยิ่งผบ.ซันเทียเห็นแบบนี้แล้วมองไปที่องค์มหาเทพจักรพรรดิแล้วใจแทบหยุดเต้น
ท่านมหาเทพจักรพรรดิโกรธจนตัวสั่น ลุกขึ้นยืนตัวตรงดูเหมือนร่างกายจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ แล้วใช้มือยื่นไปที่เทียน แล้วเหมือนมีเงาของฝ่ามือพุ่งเข้าจับตัวของเทียนไว้ไม่สามารถขยับตัวไปไหน ถึงขนาดเทียนใช้พลังขั้นสูงเข้ามาต่อต้านแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่นิ่งเฉย ลองดูว่า ท่านมหาเทพจักรพรรดิจะทำอย่างไรกับตน แต่เวลานี้มือของเทียนกำเล็บ ของท่านเทพเจ้านรสิงห์อยู่
“ ราชันอุดรนี่เจ้ากล้าดูหมิ่น ลูกชายของข้าขนาดนี้เชียวหรือ”
“ คนชั่วช้าเช่น รัชทายาทแค่นี้ข้าว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ” เทียนไม่หวาดกลัวแม้จะถูกจับไว้ในอุ้งมือของ องค์มหาเทพจักรพรรดิ
“ เจ้าดูหมิ่นกันเกินไปแล้ว ข้าต้องสั่งสอนให้รู้บ้างว่าใครเป็นใหญ่ในแผ่นดินแห่งนี้”
พูดจบมหาเทพจักรพรรดิ ก็ใช้มืออีกข้างหนึ่ง พุ่งเข้ามาหาเทียนโดยเป้าหมายอยู่ที่หัวใจขอเทียน ปัง ! มีฝ่ามือของใครบางคนมายับยั้งเอาไว้ก่อน โดยเทียนไม่ต้องใช้เล็บท่านเทพเจ้านรสิงห์
“ ราชันอุดรไม่มีผิดอะไร ข้าว่าปล่อยเขาไปจะดีกว่า “ ท่านมหาเทพธารินมาช่วยปัดฝ่ามือนี้เอาไว้
“ นี่ท่านจะเข้าข้างคนนอกอย่างนั้นหรือ” องค์จักรพรรดิ ถามด้วยความไม่พอใจ
“ เขาสู้ชนะองค์รัชทายาท เขาอาจจะเป็น องค์มหาเทพจักรพรรดิคนต่อไป ข้าเป็นกรรมการคนหนึ่งย่อมต้องปกป้องเขา” มหาเทพธารินมาแปลก คราวนี้ไม่ยอมองค์จักรพรรดิ
“ น้องพี่เจ้าเปลี่ยนไปมากเลยนะ” องค์จักรพรรดิเสียงอ่อนลง แต่ว่าฟังดูน่ากลัวพิลึก
“ เรื่องราวล้วนต้องแยกแยะผิดถูก มิเช่นนั้น เหล่าเผ่าพันธ์เทพของเราคงไม่คงอยู่มาถึงทุกวันนี้ได้” มหาเทพธารินยังคงยืนยัน
“ ได้วันนี้ข้าจะปล่อยมันไปก่อน “ องค์จักรพรรดิลุกขึ้นแล้วเดินจากไปด้วยอารมณ์ที่โกรธแค้นเป็นอย่างมาก มือที่จับเทียนเอาไว้ค่อยสลายหายไป
“ ขอบคุณท่านมหาเทพธาริน ที่ช่วยไว้” เทียนเอ่ยปากขอบคุณ
“ ไม่เป็นไร คงไม่ช้าไปนะ ที่ข้าคิดได้แล้วว่าควรจะทำอย่างไร” มหาเทพธารินกล่าวกับเทียน ซึ่งมีเทียนเข้าใจประโยคที่ท่านมหาเทพธารินพูดมาเพียงคนเดียว
“ ดีแล้ว “ เทียนยิ้มรับ
“ ท่านหมอเทียน ท่านนี่เกือบไปแล้วไหมล่ะ นี่ท่านไม่กลัวเลยหรือ” ท่านผบ.ถามด้วยความห่วงใย
“ ใช่แล้ว ท่านองค์จักรพรรดิ โกรธท่านจริงๆ คงไม่ปล่อยเรื่องนี้เงียบไปแน่” ราชันทักษินเริ่มเข้ามาร่วมด้วย
“ ท่านถึงแม้จะเอาชนะรัชทายาทได้ แต่ยิ่งสร้างความแค้นให้กับรัชทายาทยิ่งกว่าเดิมอีก พวกเขาต้องหาทางกำจัดท่านอย่างแน่นอน” ท่านมหาเทพธารินเข้าใจสองคนนี้ดีที่สุด
“ ว่าแต่งานนี้ท่านหมอเทียนก็จะกลายเป็นจักรพรรดิ องค์ต่อไปใช่ไหม” องค์ชายหนันเป่ย ถามกลางวง
“ ตราบใดที่องค์จักรพรรดิยังไม่ขึ้นไปบนดินแดนเทพเจ้า ไม่มีทางที่พวกเขาจะยอมให้ท่านหมอเทียนได้เป็นองค์จักรพรรดิอย่างแน่นอน” ท่านมหาเทพธารินเอ่ยตามตรง
“ ข้าไม่ได้อยากเป็นองค์จักรพรรดิ ข้าเพียงอยากสั่งสอนให้พวกเขารู้ว่า ในโลกนี้ไม่ใช่มีแค่เพียงพวกเขาเท่านั้นที่พลังอำนาจ คนอื่นก็มีเช่นเดียวกัน” เทียนกล่าวเสร็จก็ขอตัวกลับปราสาท เพราะเขาต้องรีบไปปลดปล่อยวิญญานนับหมื่นดวงที่ถูกสะกดเอาไว้ เทียนหายตัวแวบถึงหน้าปราสาท แต่ไม่ทันเข้าปราสาทก็เจอ
โจทย์เก่า หัวหน้าองครักษ์ พาคิน กับ รององค์รักษ์ ลีโอกับลูกน้องอีกสี่คนใส่ชุดสีดำสนิทแปลกตาเหมือนไม่ใช่องครักษ์ ยืนรออยู่หน้าประสาท
“ พวกเจ้ายังมีหน้ามาหาข้าอีก ที่แล้วมายังไม่เข็ดหลาบอีกหรือ” เทียนไม่ได้อยากทำร้ายใคร
“ คราวนี้ข้าจะมาแก้แค้น คราวนี้เจ้าเจอของจริงแน่ จัดการ” หัวหน้าองครักษ์ภาคิน โบกมือเป็นสัญญาน ทั้งสี่คนหายตัวไปพร้อมกัน เทียนใช้พลังมหาเทพสกัดทั้งสี่เอาไว้ไม่ให้ขยับเข้ามาใกล้ ทั้งสี่ค้างอยู่ที่ด้านหน้าของเทียน
แต่ทันใดนั้นเอง เทียนรู้สึกว่ามีแรงลมพุ่งเข้ามหาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันแล้ว
ปัง ! เทียนถูกกระแทกจากทางด้านหลังตัวลอยไปด้านหน้าไปชนกำแพงปราสาทพังทลายไปแถบหนึ่งทันที เทียนรีบหันมาดู พร้อมกระอักเลือดออกมา
“ฮึ่ม เจ้าเป็นใครกันแน่ กล้า ลอบทำร้ายข้าหรือ” ดีที่เทียนยังมีเกราะไหมฟ้าคุ้มครองกายอยู่มิเช่นนั้นร่างคงแหลกไปแล้วแน่ เพราะคนผู้นี้มีพลังระดับมหาเทพเจ้า ขั้นต้นที่เหนือกว่าองค์รัชทายาทแน่
ชายคลุมหน้าไม่ตอบ แต่สบัดฝ่ามือไปมาอย่างรวดเร็ว แล้วฝ่ามือนับร้อยก็พุ่งเข้าใส่เทียนเต็มไปหมด เทียนใช้พลังเข้าต้านแต่ไม่สามารถต้านทานได้ ถูกกระแทกถอยหลังไปอีกหลายก้าว ไม่ดีแล้วฝีมือเช่นนี้คงไม่ใช้คนธรรมดาทั่วไปแน่ คงต้องใช้ตัวช่วยแล้ว
เทียนต่อยหมัดพลังพายุเข้าไป ตูม! ถูกปัดออกไป ปล่อยพลังสายฟ้า เปรี้ยง! ก็ถูกปัดออกไปอีก ชายชุดดำคลุมหน้า เดินช้าๆ เข้ามาหาเทียน เทียนใช้หมัดรวมธาตุเข้าใส่ทันที ตูม! และใช้คทา วชิระอัดพลังใส่เข้าตามไป เปรี้ยง! ชายชุดดำรับได้แค่พลังรวมธาตุ แต่พลังจากคทา วชิระอาวุธระดับเทพเจ้านั้นจะปัดออกไป แต่ไม่สามารถปัดพลังของอาวุธ ระดับเทพเจ้าได้ จึงโดนร่างชายชุดดำอย่างแรง ลอยละลิ่ว ออกไปไกล เกือบ 40 เมตรชายชุดดำกระอักเลือดออกมา
เทียนไม่ปล่อยโอกาสเสียไป ใช้คทา วชิระพุ่งเข้าไปใส่ที่ลำตัวชายชุดดำที่กำลังบาดเจ็บตูม !ชายชุดดำลุกขึ้นมายังไม่สามารถยืนตรงได้เลย ก็โดนไปอีกดอก จนร่างกายแหลกสลายหายไป “ ที่แท้ก็ร่างแปลง” เทียนพูดออกมาเบาๆ
พอเห็นเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ตัวเองคาดไว้ ทั้งสองคนหัวหน้าและรองหัวหน้า
องครักษ์ก็รีบหายตัวไปจากที่นี่ทันที โดยให้ สี่นักฆ่าคอยขวางเทียนเอาไว้
เทียนใช้คทา วชิระกำจัดสี่นักฆ่าอย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถจับ 2 คนนั้นได้ทัน
เพราะตัวเขาก็รู้สึกบาดเจ็บหนักเหมือนกัน จึงรีบกินยารักษาทันที นึกไม่ถึงในวังหลวงนี่ มีพวกเสือหมอบมังกรซ่อน อยู่ด้วย เทียนเดินเข้าไปในปราสาทชั้นล่าง
จึงเริ่มปล่อยวิญญานออกมา แล้วเก็บยันต์เก้ายอดไว้หลังท้ายทอยเหมือนเดิม แล้วเริ่มสวดมนต์ แผ่เมตตา ให้ดวงวิญญานทั้งหมื่นดวง
“สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ นิททุกขา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิดฯ”
เทียนท่องวนไปมา เกือบ 2 ชั่วโมงจนวิญญานทุกดวงค่อยสูญสลายหายไปจนหมด แต่เอ๊ะ ทำไมยังเหลืออีกดวง
“ สวัสดีท่านหมอเทียน “ วิญญานดวงสุดท้ายทักทาย
“ ท่านเป็นใครแล้วรู้จักข้าได้อย่างไร?”