ฮ่องเต้หญิงตัวน้อย : ข้าถูกท่านพ่อไล่ออกมาอีกแล้ว

    บทที่ 32 นี่มันจวิ้นจู่น้อยที่ไหนกัน นี่มันตัวขัดขวางเส้นทางสู่ความก้าวหน้าของเขาชัด ๆ!

    บทที่ 32 นี่มันจวิ้นจู่น้อยที่ไหนกัน นี่มันตัวขัดขวางเส้นทางสู่ความก้าวหน้าของเขาชัด ๆ!


    หมิงชิว “...”


    ไป๋จี “...”


    องครักษ์เงา “โอ้โห!”


    ถิงเฟิง “กุบ ๆ กับ ๆ...”


    หมิงชิวเอามือปิดหน้า สมกับเป็นคนประหลาดอย่างเยี่ยจิ่ว ม้าของเขาก็ประหลาดมากเช่นกัน


    เจ้าเป็นม้าตัวผู้ อวดอะไรกับผ้าผูกผมกัน!


    ม้าที่ท่านอ๋องเก้าขี่นั้นเกือบจะเคียงคู่ไปกับถิงเฟิง ทว่าเยี่ยถวนถวนก็ยังยื่นมือไปลูบถิงเฟิงเป็นระยะ


    ท่านพ่อบอกว่าบาดแผลของมันไม่รุนแรง อีกสองวันก็จะหายดี เยี่ยถวนถวนหัวเราะคิกคักด้วยความดีใจ


    ด้านหน้าขบวนเต็มไปด้วยความกลมเกลียวและงดงาม แต่ด้านหลังขบวน เยี่ยจ้านกลับบ่นอุบอิบด้วยความไม่พอใจ


    น้องสาวอะไรกัน ในสายตานางมีแต่ม้า ไม่มีข้าผู้เป็นพี่รองเลยสักนิด!


    ขณะที่กำลังโกรธอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียง “ฉิว ฉิว” สองครั้งข้างหู องครักษ์เงาสองนายนำข่าวจากด้านหน้าขบวนมาบอกกับเอ้อร์ซื่อจื่อ


    “เอ้อร์ซื่อจื่อ อย่าโกรธเลยขอรับ จวิ้นจู่น้อยกำลังขอร้องท่านอ๋องให้อภัยท่านอยู่นะขอรับ” พูดพลางแบ่งเมล็ดแตงโมในห่อให้เยี่ยจ้าน


    ถูกต้องแล้ว! เยี่ยถวนถวนนั่งอยู่บนหลังม้าพูดกับท่านพ่อว่า “ท่านพ่อ ท่านอย่าโกรธพี่รองเลย เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปเล่นในโรงพนันหรอก เขาบอกว่าอาจารย์วิชาเลขเพิ่งสอนทฤษฎีความน่าจะเป็น เขาอยากไปลองดูที่โรงพนันว่าใช้ได้ผลจริงหรือไม่?”


    ใช่แล้ว! เยี่ยจ้านคนนี้น่ะ ไม่มีความสนใจในการเรียนหนังสือเลยสักนิด เหล่าอาจารย์ที่ท่านอ๋องเก้าจ้างมา สอนจนโมโหแล้วก็หนีไปไม่ต่ำกว่าแปดในสิบคน ตำราทั้งสี่เล่ม ห้าคัมภีร์ ศีลธรรม ความลับสวรรค์ ไม่มีเรื่องไหนที่เขาเรียนได้สำเร็จ!


    แต่สำหรับวิชาคำนวณ เขากลับมีพรสวรรค์มาก ช่วงก่อนหน้านี้ อาจารย์เพิ่งสอนเรื่องทฤษฎีความน่าจะเป็น เยี่ยจ้านก็เรียนอย่างตั้งใจ และอยากจะหาที่ลองดูสักหน่อยว่าแม่นจริงหรือเปล่า 


    ดังนั้นเขาจึงไปที่โรงพนัน


    และไม่ต้องพูดถึง ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เขาก็สามารถเอาชนะได้ทุกทิศ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก็ไปเจอกับนักพนันจอมต้มตุ๋นคนนั้น จึงเกิดเรื่องราวในภายหลัง


    คำพูดเหล่านี้เยี่ยจ้านไม่กล้าพูดกับท่านอ๋องเก้าแน่ ๆ ทำได้เพียงบ่นงึมงำ ๆ กับเยี่ยถวนถวนเท่านั้น


    ถวนถวนอายุน้อยเกินไปจำคำพูดไม่ได้ จึงเล่าได้เพียงเจ็ดแปดส่วน


    ท่านอ๋องเก้าก็นำเรื่องราวที่พอจะจับใจความได้มาปะติดปะต่อกัน ก็พอจะเดาเรื่องราวได้คร่าว ๆ


    “ท่านพ่อ ท่านอย่าได้โกรธพี่รองเลย”


    ในขณะนี้ องครักษ์เงากำลังรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้าขบวนให้เอ้อร์ซื่อจื่อฟังอย่างคล่องแคล่ว


    “เอ้อร์ซื่อจื่อขอรับ จวิ้นจู่น้อยของพวกเราช่างมีน้ำใจเสียจริง นางคอยหาโอกาสแก้ต่างให้ท่านตลอด พวกข้าเห็นว่าท่านอ๋องก็ไม่ค่อยโกรธแล้ว”


    เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยจ้านก็รู้สึกซาบซึ้งใจทันที


    เขาน้ำตาคลอเบ้า เจ้าเด็กแคระช่างดีจริง ๆ สมกับเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา ต่อไปเขาต้องดีกับเจ้าเด็กแคระให้มากกว่านี้แน่


    เยี่ยจ้านยังไม่ทันจะซาบซึ้งใจจบ ก็มีองครักษ์เงาอีกคนมารายงานข่าวล่าสุด


    “แต่ท่านอ๋องบอกว่า นี่เจ้ากำลังขอร้องแทนพี่ชายของเจ้าอยู่รึ? ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็คัดหนังสือแทนเขาไปเลยสิ”


    องครักษ์เงาเลียนแบบเสียงหวาน ๆ ของเยี่ยถวนถวน “ชะ เช่นนั้น เช่นนั้น เช่นนั้น ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ถวนถวนคิดดูแล้ว ท่านพ่อลงโทษให้พี่รองคัดหนังสือดีกว่า เพื่อที่พี่รองจะมีความรู้ในอนาคต ถวนถวนจะไม่ช่วยแล้ว ทุกอย่างก็เพื่อพี่รองเจ้าค่ะ”


    หลังจากเลียนแบบเสร็จ องครักษ์เงาก็ยังคงภาคภูมิใจในตัวเอง “ได้ยินหรือไม่ จวิ้นจู่น้อยของเรานี่ช่างมีเหตุผลและน่ารักอะไรเช่นนี้... เอ๊ะ ไม่ใช่ เอ้อร์ซื่อจื่อ ท่านอย่าเตะข้าสิขอรับ”


    องครักษ์เงาสองรีบดึงองครักษ์เงาหนึ่งออกไป “ไป ๆ ๆ ดูสิเจ้าทำให้เอ้อร์ซื่อจื่อโกรธเสียแล้ว” พูดจบก็หันไปมองเยี่ยจ้าน “เอ้อร์ซื่อจื่อ…”


    “เจ้าก็ไปให้พ้น!” เยี่ยจ้านโกรธจนทนไม่ไหว


    อะไรกันที่บอกว่าทำเพื่อเขาจึงให้เขาคัดหนังสือต่อไป


    ทำให้เขาโกรธจนแทบตาย ที่เขาดีกับนางก็สูญเปล่า นางไม่รู้จักวิงวอนขอร้องเลยสักนิด


    เขาจะไม่สนใจเจ้าเด็กแคระนั่นอีกต่อไป!


    ตลอดทางเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ในที่สุดก็มาถึงเมืองตงซานในยามพลบค่ำ


    แม้ว่าชื่อของเมืองตงซานจะมีคำว่าภูเขา แต่ความจริงแล้วบริเวณโดยรอบกลับราบเรียบมาก ทั้งยังอยู่ติดทะเลอีกด้วย


    แม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังไม่มืดสนิท


    เจ้าเมืองตงซานออกมาต้อนรับที่นอกจวนเมืองตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งห่างออกไปสามลี้


    เมื่อเห็นขบวนของท่านอ๋องเก้ามาถึง หวังเจียงก็นำขุนนางและข้าราชการทุกคนคุกเข่าลงพร้อมกัน


    “ข้า หวังเจียง เจ้าเมืองตงซาน ขอคารวะท่านอ๋องเก้า และคารวะเอ้อร์ซื่อจื่อขอรับ”


    เขาเอ่ยเสียงยาว แล้วมองดูเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเกาะแขนเสื้อของท่านอ๋องเก้า เด็กหญิงคนนั้นมีดวงตากลมโตสีดำสนิทที่กำลังมองสำรวจเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในดวงตาไม่มีแววหวาดกลัวคนแปลกหน้าอย่างที่เด็กผู้หญิงทั่วไปควรจะมีแม้แต่น้อย


    คงจะเป็น... ‘จวิ้นจู่น้อยปีศาจผู้เผาศาลเจ้า’ ที่เล่าลือกันอย่างเอิกเกริกเมื่อไม่กี่วันก่อนกระมัง


    ผู้ที่สามารถนั่งในตำแหน่งเจ้าเมืองได้ย่อมต้องมีไหวพริบอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างเคารพ “ข้าขอคารวะจวิ้นจู่น้อย”


    “อืม ลุกขึ้นเถิด” เยี่ยจิ่นหานโบกมือ


    “ขอบพระคุณท่านอ๋องขอรับ” หวังเจียงลุกขึ้น ยกมือชี้นำ “เชิญท่านอ๋องขึ้นรถม้าเถิดขอรับ”


    จากที่นี่ไปถึงที่ว่าการเมืองยังมีระยะทางอีกสามลี้ หวังเจียงจัดเตรียมรถม้าคันที่ดีและใหญ่ที่สุดมารับคน


    ท่านอ๋องเก้าพยักหน้า แล้วก้าวขึ้นรถม้า


    เมื่อเห็นเช่นนั้น หมิงชิวก็ตามขึ้นไปด้วย


    ขณะกำลังจะก้าวเท้า กลับถูกหวังเจียงขวางไว้ “ท่านหัวหน้าหมิง ท่านอ๋องเก้าและข้าต้องสนทนาเรื่องราชการ เจ้าไม่สมควรเข้าไป”


    ท่าทางเคร่งครัดของหวังเจียงทำให้หมิงชิวโมโหไม่น้อย


    ช่างวางท่าขุนนางใหญ่โตเสียจริง ตอนแรกเมืองตงซานนี้ก็เป็นข้ากับท่านอ๋องของพวกเจ้าที่ร่วมกันตีมาได้ ถ้าไม่ใช่เพราะข้า เจ้าจะมีที่ทำงานเป็นเจ้าเมืองได้อย่างไร หึ!


    ในใจด่าทอไปเรื่อย แต่คำพูดเหล่านี้ก็ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ หมิงชิวกลอกตาไปมาพลางคิดหาวิธีอื่น


    เขาก้มลงอุ้มจวิ้นจู่น้อยขึ้นมา “ท่านเจ้าเมืองหวังเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่หัวหน้าหมิงอะไรนั่น ข้าเป็นองครักษ์ของจวิ้นจู่น้อย ใช่หรือไม่ขอรับจวิ้นจู่น้อย?”


    หมิงชิวกะพริบตาให้กับเยี่ยถวนถวน


    แม้ว่าเยี่ยถวนถวนจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางเข้าใจความหมายของอาหมิงเป็นอย่างดี


    ดังนั้นนางจึงพยักหน้าอย่างว่าง่าย “อืม เป็นองครักษ์ของถวนถวนเอง!”


    เมื่อจวิ้นจู่น้อยได้ออกปากแล้ว หวังเจียงก็ไม่กล้าพูดอะไร


    แม้ว่าจวิ้นจู่น้อยจะมีอายุเพียงสามขวบ แต่ด้วยวีรกรรมเผาศาลเจ้าอันกล้าหาญ นางก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงขุนนาง หวังเจียงคิดว่าควรหลีกเลี่ยงการยุ่งกับนางจะดีกว่า


    ดังนั้น นอกจากเยี่ยจ้านที่อยู่ข้างนอกเป็นผู้นำกองทหารม้า


    ภายในรถม้าที่ไม่ใหญ่นักก็มีท่านอ๋องเก้า หวังเจียง หมิงชิว และจวิ้นจู่น้อยนั่งอยู่


    ดูเหมือนจะแออัดไปสักหน่อย


    เยี่ยจิ่นหานโบกมือเรียก เยี่ยถวนถวนก็ปีนขึ้นไปนั่งบนตักของท่านพ่ออย่างว่าง่าย


    หวังเจียงมองดูความคล่องแคล่วในการอุ้มเด็กของท่านอ๋องเก้า สีหน้าของเขาดูไม่สบายใจอยู่บ้าง บุรุษแห่งต้าฉู่ไม่ควรตามใจเด็กเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นถึงท่านอ๋อง ช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย


    หวังเจียงอายุหกสิบปีแล้วในปีนี้ กระดูกเก่า ๆ แม้จะล้าสมัย แต่เขาก็ไม่กล้าพูดความคิดในใจออกมาอย่างไร้สมอง


    ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตา ไม่ปริปากพูดอะไร


    เขาไม่พูด เยี่ยจิ่นหานก็ไม่พูดเช่นกัน


    ดังนั้น บรรยากาศภายในรถม้าจึงมีเพียงหมิงชิวที่ร้อนใจ


    เขารอได้ แต่พี่น้องของเขารอไม่ได้


    ดังนั้นหมิงชิวจึงถามขึ้นว่า “ข้าได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ท่านเจ้าเมืองหวังจะส่งตัวผู้คนจากค่ายบนเขาชื่อดังเข้าเมืองหลวง นี่หมายความว่าอย่างไร ท่านเจ้าเมืองหวังจะปล่อยให้ผู้คนตายเปล่าหรือ?”


    หวังเจียงชายตามองหมิงชิวอย่างดูแคลน พลางเอ่ยจากมุมปากว่า “เจ้าเป็นเพียงองครักษ์ต่ำต้อย กล้าดีอย่างไรมาซักไซ้ข้า การส่งตัวเข้าเมืองหลวงจะเป็นการปล่อยให้ผู้คนตายเปล่าได้อย่างไร เจ้าองครักษ์ผู้นี้กำลังกล่าวหาข้าหรือว่ากำลังเสียดสีราชสำนัก”


    หมิงชิวโกรธมาก พวกขุนนางท้องถิ่นเหล่านี้ช่างน่ารังเกียจ ตอบไม่ตรงคำถามทั้งยังใส่ร้ายเขาอีก


    แต่หมิงชิวออกมาเผชิญโลกก็ไม่ใช่คนที่ใครจะรังแกได้ง่าย ๆ 


    หมิงชิวขยิบตาให้เยี่ยถวนถวน แล้วยกมือขึ้นมาห้านิ้ว


    เยี่ยถวนถวนเห็นสัญญาณ ก็เข้าใจทันที


    “องครักษ์ของข้ากำลังถามเจ้า เจ้าก็รีบตอบเถิด”


    หวังเจียงอึ้งไป คำพูดที่เตรียมไว้โจมตีทางความเหมาะสมนั้นไม่กล้าเอ่ยออกมาแม้แต่คำเดียว


    ได้แต่มองไปทางท่านอ๋อง เขารอให้ท่านอ๋องพูดอะไรสักอย่าง


    แต่ดูเหมือนท่านอ๋องจะไม่คิดจัดการกับบุตสาวของตนเลย ถึงขนาดยังมีเวลาว่างมาจัดผ้าผูกผมบนศีรษะของจวิ้นจู่น้อย


    เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ หวังเจียงก็เข้าใจแล้ว ท่านอ๋องตามใจจวิ้นจู่น้อยผู้นี้อย่างไร้เงื่อนไข ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น


    นี่มันจวิ้นจู่น้อยที่ไหนกัน นี่มันตัวขัดขวางเส้นทางสู่ความก้าวหน้าของเขาชัด ๆ!



    นิยายแนะนำ

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592