ลิขิตเทพอสูร

    ตอนที่ 29 ประกาศศึก


    ตอนที่ 29 ประกาศศึก




    ภายในหุบเขาหมื่นวิญญาณ กลิ่นอายของพลังงานลึกลับลอยวนอยู่ในอากาศ ร่างของหลิงเทียนยืนนิ่งอยู่บนยอดเขา ดวงตาของเขาฉายแววเฉียบคมขณะที่มองลงไปยังเหล่าผู้คนที่ยืนรวมตัวกันอยู่เบื้องล่าง


    ไป๋ซิวขมวดคิ้วก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงกังวล “เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ… แต่ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าดูเปลี่ยนไป?”


    หลิงเทียนยิ้มเล็กน้อย “เพราะตอนนี้ข้าแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว”


    พลังของมรรคาดวงดาวไหลเวียนอยู่ในร่างของเขา เขาสามารถสัมผัสถึงพลังแห่งจักรวาลที่หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของตนเองได้อย่างสมบูรณ์


    แต่ในขณะเดียวกัน...


    เงามืดแห่งหายนะก็กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้



    ---


    การปรากฏตัวของศัตรู


    ตูมมมม!


    เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมา พื้นดินสั่นสะเทือน ต้นไม้หักโค่น ผู้คนที่อยู่ในหุบเขาต่างพากันแตกตื่น


    เงาร่างสีดำปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า มันเป็นชายในชุดคลุมสีดำที่แผ่กลิ่นอายอันชั่วร้ายออกมาจากร่างกาย


    “หลิงเทียน…” น้ำเสียงของเขาเย็นชาและทรงอำนาจ “ในที่สุดเจ้าก็ออกมาจากการฝึกฝนแล้วสินะ”


    หลิงเทียนมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง


    “เจ้าคือใคร?”


    ชายชุดดำหัวเราะ “ข้าคือมู่หรงเฉิน... หนึ่งในขุนพลของสำนักมารทมิฬ”


    ทันทีที่ชื่อของสำนักถูกเอ่ยออกมา บรรยากาศโดยรอบก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด


    ไป๋ซิวกระซิบข้างหูหลิงเทียน “สำนักมารทมิฬเป็นหนึ่งในกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในยุทธภพ พวกมันขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ปรานี หากพวกมันส่งคนมาที่นี่ นั่นหมายความว่าพวกมันเล็งเป้าหมายมาที่เจ้าแล้ว”


    หลิงเทียนยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนจะถามเสียงเรียบ “พวกเจ้าต้องการอะไร?”


    มู่หรงเฉินแสยะยิ้ม “แน่นอนว่าข้ามาเพื่อสังหารเจ้า!”



    ---


    การต่อสู้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


    ฟุ่บ!


    เงาร่างของมู่หรงเฉินพุ่งเข้าหาหลิงเทียนด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ฝ่ามือของเขาถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำที่แผ่รังสีอำมหิตออกมา


    หลิงเทียนขยับตัวอย่างรวดเร็ว


    ปัง!


    ฝ่ามือของมู่หรงเฉินพุ่งทะลวงอากาศเข้าไป แต่หลิงเทียนสามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียด


    ดวงตาของมู่หรงเฉินหรี่ลง “หึ... เจ้ารวดเร็วใช้ได้”


    หลิงเทียนไม่ตอบ เขายกมือขึ้นก่อนที่พลังของมรรคาดวงดาวจะปะทุออกมาจากร่างกาย


    “เช่นนั้นเจ้าลองรับกระบวนท่าของข้าบ้างเป็นอย่างไร?”


    [มิติแห่งดวงดาว!]


    วูมมมม!


    ทันใดนั้น อวกาศรอบตัวของหลิงเทียนบิดเบี้ยว ดวงดาวนับพันเปล่งประกายอยู่รอบกายเขา พลังของมรรคาดวงดาวรวมตัวกันกลายเป็นหมัดสีทองที่พุ่งเข้าใส่มู่หรงเฉิน


    ตูมมมมมม!


    ร่างของมู่หรงเฉินถูกซัดกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร กระแทกเข้ากับโขดหินขนาดใหญ่จนแตกกระจาย


    เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง


    “เป็นไปได้อย่างไร... เจ้าสามารถใช้พลังของจักรวาลได้ขนาดนี้?”


    หลิงเทียนก้าวไปข้างหน้า พลังของดวงดาวยังคงแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา


    “หากเจ้าคิดว่านี่คือขีดจำกัดของข้า เจ้าคิดผิดแล้ว”


    ไป๋ซิวที่ยืนดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง นางไม่เคยเห็นหลิงเทียนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้มาก่อน



    ---


    ประกาศศึกสู่สำนักมารทมิฬ


    มู่หรงเฉินกัดฟันแน่น แม้ว่าเขาจะยังคงยืนหยัดได้ แต่เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถเอาชนะหลิงเทียนได้


    “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้...”


    เขาถอยหลังไปสองก้าวก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “แต่เจ้าคิดหรือว่าพวกเราจะมีเพียงข้าแค่คนเดียว?”


    ทันใดนั้น เงาร่างสีดำหลายสิบร่างก็ปรากฏตัวขึ้นโดยรอบ พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นศิษย์ของสำนักมารทมิฬ และพวกมันกำลังล้อมหลิงเทียนเอาไว้


    ไป๋ซิวขมวดคิ้ว “หลิงเทียน... พวกมันมากเกินไป เราควรถอยก่อน”


    แต่หลิงเทียนกลับยิ้มออกมา


    “ไม่จำเป็น”


    เขามองไปที่มู่หรงเฉินก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ


    “จงไปบอกผู้นำของพวกเจ้า... ว่าต่อจากนี้ สำนักมารทมิฬจะไม่มีวันมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป”


    ดวงตาของมู่หรงเฉินเบิกกว้าง “เจ้ากล้าท้าทายพวกเราอย่างนั้นรึ!?”


    หลิงเทียนยืดตัวตรง ดวงดาวนับพันเปล่งประกายอยู่รอบกายของเขา


    “ข้าไม่ได้ท้าทายพวกเจ้า” เขากล่าวช้า ๆ “ข้ากำลังประกาศสงครามกับพวกเจ้า”