“อย่าเพิ่งปฏิเสธก่อนสิ ฟังฉันพูดให้จบก่อนเธอกับบ้านของเราเหมาะสมกันมาก ถ้าหากว่าแกสองคนอยู่กินกันเป็ผัวเมียได้มันจะเป็อะไรที่ดีมากเหมาะสมที่สุดแถมยังมีประโยชน์ต่อธุรกิจในอนาคตของเราด้วยอีกต่างหาก”
“พ่อผมสามารถใช้รากฐานบริษัทของเราที่มีอยู่ทุกวันนี้มาพัฒนาให้ดีได้ยิ่งกว่าเดิมไม่จำเป็ต้องมาอาศัยจัดงานแต่งเชื่อมโยงทางธุรกิจอะไรแบบนั้นเสียหน่อย!”
“เื่นี้นี่นะไม่เพียงแต่มีประโยชน์ต่อธุรกิจเรา สำคัญคือว่าข้างกายแกจำเป็ต้องมีผู้หญิงมาดูแลได้แล้วฉันอุตส่าห์เฟ้นหามายากแสนยาก กว่าจะเลือกสะใภ้คนนี้ได้ไม่ใช่ง่ายเลยนะเหมาะสมจริงๆ นะ ฉันจะบอกแกให้ ฉันไปพบมาสองรอบแล้ว ไม่เพียงแต่สวยจนหาจับตัวยากแต่ยังมีฐานครอบครัวที่เพียบพร้อม มารยาทดี นิสัยดูอ่อนโยนสมกับเป็กุลสตรี”
“พ่อเจอแค่สองรอบก็รู้จักเขาขนาดนี้เชียว?”
ทันใดนั้นในหัวสมองก็คิดถึงใบหน้าที่ฉลาดเฉลียวขึ้นมา “อ่อนโยนสมเป็กุลสตรี” อย่างนั้นหรือ ไม่เข้ากันเลยสักนิด
ถ้าหากเป็จ้าวตงหานเด็กนั่นละก็...
“ฉันดูคนแม่นมากนะจะบอกให้ ไม่เคยดูผิดเลยสักครั้ง”
“ชีวิตแต่งงานพ่อก็ล้มเหลว หรือพ่ออยากให้ผมซ้ำรอย?”
เสียงในโทรศัพท์เงียบไปชั่วครู่จึงพูดต่อว่า
“ก็ตอนนั้นพ่อกับแม่แกมันไม่เหมือนกับแกในตอนนี้นี่พ่ออยากให้แกแต่งงานไวหน่อย ไม่อยากให้แม่แกเป็ห่วงด้วย
สรุปนะ วันข้างหน้ายังอีกไกล แกยังต้องค่อยๆ เรียนรู้ เชื่อสายตาพ่อสักครั้งเถอะ
พิธีหมั้นฉันอยากให้จัดภายในเดือนหน้าพรุ่งนี้พวกแกไปเจอหน้ากันก่อน ถ้าหากว่าไม่ชอบกันจริง พ่อก็จะไม่บังคับแกอีก ถึงเวลาเปลี่ยนคนให้แกก็จบแล้ว
พรุ่งนี้บ่ายโมงนะ เจอกันที่ 503 ร้านอาหารของพวกเราอย่ามาสายละ”
แกร๊ก!
ไม่รอให้มู่อี้เฉินได้กล่าวอะไรมู่ป๋อเชาก็ชิงวางสายตัดหน้าเสียก่อน
พ่อของเขาคนนี้ชอบหาเื่วุ่นวายให้เขาจริงๆ เื่อะไรก็ชอบคิดแทนตัดสินใจเองไปหมด
มู่อี้เฉินวางโทรศัพท์ลง เอนกายลงไปกับพนักพิงด้านหลังและปิดตาลงช้าๆ
ถึงแม้เขาจะปฏิเสธงานแต่งงานแบบนี้ แต่ว่าถ้าหากเป็ผู้หญิงคนนั้นละก็เขาก็จะได้ถือโอกาสนี้เจอเธออีกครั้งก็ไม่เป็ไรนี่ยิ่งกว่านั้นบัญชีแค้นระหว่างพวกเขาก็ยังชำระไม่เสร็จสิ้นอีกต่างหาก!
วุ่นงานกับบริษัททั้งวัน ในที่สุดจ้าวตงหานก็หอบสังขารกลับถึงบ้าน
ทั้งที่จริงๆ แล้วงานที่บริษัทไม่ได้มีอะไรมากมายแต่เธออยากจะใช้งานเป็ตัวช่วยให้ลืมเื่เมื่อคืนนี้จึงจงใจหางานใส่ตัวเองให้มากๆ
เมื่อเดินเข้าประตูมา จ้าวตงหานก็เห็นพี่สาวจ้าวเซี่ยหน่วนที่ใส่ชุดกระโปรงสีชมพูเดินยกถาดออกมาจากห้องครัวเห็นเธอกลับมาถึงก็ยกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า
“เสี่ยวหาน กลับมาแล้วหรือ”
“พี่ วันนี้ทำอะไรอร่อยๆ ให้ฉันกินเหรอคะ?”
เมื่อเจอพี่สาว จ้าวตงหานใจก็อ่อนลงทันทียิ่งคำว่าพี่สาวนั้นมีผลต่อจิตใจเธอมากจริงๆ
“เธอลองทายดูสิ”
“ต้องเป็ซี่โครงหมูซอสเปรี้ยวหวานและก็ปีกไก่ต้มโค้กแน่เลยใช่ไหม?”
“ถูกต้อง เป็ของที่เธอชอบกินทั้งนั้นเลยนะ รีบไปอาบน้ำแล้วก็ลงมากินข้าวเร็ว”
จ้าวตงหานพยักหน้าแล้วหมุนกายขึ้นไปบนห้องของตนเอง
เมื่อล็อกประตูห้องเสร็จ เธออยู่ในห้องอาบน้ำนานเป็ชั่วโมงเพื่อที่จะนั่งขัดร่องรอยฟกช้ำนั่นออกจากร่างกาย
ตลอดเวลาทั้งวันถึงแม้ทุกครั้งเธอคิดถึงเื่เมื่อคืนที่เกิดขึ้นก็จะปลอบใจตัวเองตลอดว่า เื่มันเกิดขึ้นไปแล้วจะนั่งกังวลใจก็เปล่าประโยชน์แต่พอถึงเวลานี้เมื่ออยู่คนเดียว เธอก็รู้สึกว่าเธอปล่อยวางมันลงไม่ได้จริงๆ
จนกระทั่งจ้าวเซี่ยหน่วนมาเคาะเรียกที่ประตูเองเพราะเป็ห่วงว่านานแล้วทำไมไม่ออกมาเสียที เมื่อกี้เธอเพิ่งจะบอกว่า “ไม่เป็ไร” ก็รีบเสียจนสะดุดพื้นลื่นล้มไปเสียอย่างนั้น
เป็ครั้งแรกที่เธอถูกชายแปลกหน้ารังแกขนาดนี้
และเธอก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมา เพราะทั้งหมดล้วนเป็เธอที่หาเื่เองทั้งนั้น
น่าขันสิ้นดี
ในห้องอาหาร หลันอี๋สาวใช้าุโคอยจัดแจงถ้วยชามให้พวกเธอ
ตอนนี้จ้าวตงหานก็กลับมาสีหน้าปกติ นั่งอย่างสงบตรงข้ามกับพี่สาว
คุณพ่อของพวกเธอทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศคุณแม่ก็อยู่ด้วยเพื่อดูแลคุณพ่อ นานๆ ครั้งถึงจะกลับมาสักทีและไม่มีเวลาที่จะมาดูแลลูกสาวสองคนนี้
ส่วนใหญ่คือสองพี่น้องนี้ดูแลกันเอง จึงเกิดความรู้สึกที่ผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างพี่น้อง
มองอาหารสิบสองอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารจ้าวตงหานพูดอย่างใว่า “พี่ นี่พี่ทำอาหารอะไรมาเยอะแยะคะนี่? เหนื่อยตายจะทำไง?”
ที่บ้านมีทั้งพ่อครัวมืออาชีพและแม่บ้านอยู่แท้ๆ แต่พี่สาวยังยืนกรานว่าจะทำอาหารค่ำให้เธอเองกับมือตลอด
“ทำอาหารให้ครอบครัวกินมันคือความสุขอย่างหนึ่งนะมันจะเหนื่อยได้อย่างไร? มา ลองชิมปีกไก่ดูสิ”
จ้าวเซี่ยหน่วนยิ้มๆ และคีบปีกไก่ใส่ลงไปชามของน้องสาว
หลันอี๋ที่ยืนข้างๆ พูดอย่างอ่อนใจว่า “คุณหนูใหญ่ลงครัวเองทุกครั้ง ไม่เคยให้ดิฉันช่วยเลยมือของผู้หญิงเป็สิ่งสำคัญนะคะ หากเป็รอยแผลไม่สวยไป จะทำอย่างไรล่ะคะทีนี้?”
“มันจะอะไรขนาดนั้นเชียวหรือ!”
จ้าวเซี่ยหน่วนยิ้มตอบ
“ช่างเถอะ ดิฉันจะไปดูต้มน้ำแกงในครัวต่อแล้วค่ะคุณหนูทั้งสองค่อยๆ ทานนะคะ”
พูดจบ หลันอี๋ก็หันหลังเดินกลับไปห้องครัวจนตอนนี้ห้องอาหารเหลือเพียงพวกเธอสองพี่น้อง
“อร่อยไหม?”
“อืม”
ดูเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย จ้าวเซี่ยหน่วนก็ปลอบโยนเธอ แล้วลูบหัวเธอเบาๆ
“เป็ไง? ที่บริษัท่นี้ยุ่งมากไหม? ดูสีหน้าเธอไม่ค่อยจะดี วันนี้เหนื่อยมากไปหรือเปล่า?”
“ยังไหวค่ะพี่”
เื่ที่กังวลถูกพี่สาวมองออกจนได้จ้าวตงหานดึงคอเสื้อขึ้นให้สูง ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง
“ต้องโทษที่พี่ไม่มีทักษะด้านธุรกิจเลยบริษัทต้องให้เธอเป็คนช่วยพ่อจัดการเองทั้งหมด ลำบากเธอแล้วนะ”
“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ? ช่วยงานคนในครอบครัวเป็ความสุขอย่างหนึ่งจะเหนื่อยได้อย่างไร?”
สองพี่น้องมองยิ้มสบตากัน บรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียว
“ใช่สิ เมื่อกี้คุณพ่อโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะกลับมาถึงบ้านพร้อมกับคุณแม่ครั้งนี้พวกเขาจะไปเจอครอบครัวของคุณลุงมู่น่ะ จะมาปรึกษากันเื่แต่งงานของพี่กับมู่อี้เฉินพี่แต่งงานออกไปแล้ว กลัวจะไม่เป็เหมือนเดิมอีก ที่จะสามารถทำอาหารให้เธอกินได้ทุกวัน”
เดิมทีจ้าวตงหานที่เคี้ยวไก่อยู่ในปาก ฟังพี่สาวบอกว่าพ่อแม่จะกลับบ้านก็ดีใจแทนพี่สาวเป็อย่างมากเพราะเธอรู้ว่าพี่สาวคิดถึงพ่อแม่ขนาดไหน แต่พอได้ยินชื่อมู่อี้เฉินขึ้นมา จ้าวตงหานสีหน้าก็ไร้รอยยิ้มในทันทีอาหารในปากพลันจืดชืดไร้รสชาติ และค่อยๆ วางตะเกียบในมือลง
“ไม่ใช่เพิ่งตัดสินใจหรอกเหรอ? อะไรจะคุยเื่งานแต่งเร็วขนาดนั้น? แล้วเื่พี่อู๋ล่ะ จะทำอย่างไร?”
“ก็ไม่ทำอะไรไง พี่คุยกับเขาเรียบร้อยแล้ว”
“แล้วเขาพูดว่าอย่างไร? เขารักพี่ขนาดนั้น ไม่ยอมรับการตัดสินใจของพี่ได้ง่ายๆ หรอก”
“รับได้หรือไม่ก็เป็ปัญหาของเขา”
จ้าวเซี่ยหน่วนเอ่ยเสียงเบาในแววตาสั่นไหว
“พี่จะแต่งงานเข้าบ้านตระกูลมู่ไม่ได้นะ! ฉันจะไปคุยกับคุณพ่อให้เอง ดีไหม? พี่กับพี่อู๋จับมือกันมาถึงวันนี้ได้ มันไม่ง่ายเลยนะ พี่จะละทิ้งอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด!”
“ไม่ต้องแล้ว คุณพ่ออารมณ์เป็ไงเธอก็รู้ดี คำไหนคำนั้นไม่ชอบคนที่ต่อต้านเขามากที่สุด ขืนเอาเื่นี้ไปคุยกับเขาพ่อจะตำหนิเธอกลับมาได้นะ
และถ้าหากว่าการแต่งงานทำให้ธุรกิจของครอบครัวดียิ่งขึ้นพี่เองก็ยอมทำ ยอมที่จะทำตามที่คุณพ่อบอก
ั้แ่เล็กจนโตเธอทำเพื่อพี่มาตลอด ฟังพี่นะเื่นี้เธอไม่ต้องมาลำบากแล้ว ให้พี่ได้เผชิญหน้าเองอย่างไรก็ตามแต่มันเป็หน้าที่ของลูกสาวตระกูลจ้าวที่ต้องรับผิดชอบ ดีไหม?”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwriteด้วยน้า